ช่วงที่ 1 “เปิดร้านค้าออนไลน์ฟรีกับ www.tohome.com”
นายธีรวุธ วงษ์วิบูลย์สิน กรรมการผู้จัดการ www.tohome.com กล่าวผ่านรายการ Smart Money ว่า ปัจจุบันผู้ใช้อินเทอร์เน็ตในประเทศมีจำนวนมากกว่า 10 ล้านคน เนื่องจากมีการให้บริการอินเทอร์เน็ตตามสถานที่ต่าง ๆ เพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้จำนวนผู้ใช้บริการซื้อขายสินค้าผ่านอินเทอร์เน็ตภายในประเทศเพิ่มขึ้นตาม เพราะผู้ซื้อและผู้ขายสินค้าเริ่มหาช่องทางการซื้อขายใหม่ ๆ เพิ่มขึ้น เพื่ออำนวยความสะดวก ประหยัดเวลาและลดภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทาง โดยมีทั้งการซื้อขายสินค้าและการให้บริการลักษณะต่าง ๆ เช่น การจองบัตรชมภาพยนตร์ การทำธุรกรรมด้านธนาคาร เป็นต้น
www.tohome.com เปิดบริการให้ร้านค้าที่สนใจจำหน่ายสินค้าผ่านระบบอินเทอร์เน็ต ปัจจุบันมีสินค้าวางจำหน่ายประมาณ 15 หมวด หรือคิดเป็นจำนวนมากกว่า 50,000 รายการ มีฐานลูกค้า 60% จากกรุงเทพ และอีก 40% อยู่ในต่างจังหวัด และเนื่องจากในระยะนี้ ลูกค้ามีความทันสมัยด้านเทคโนโลยีมากขึ้น ทำให้การซื้อขายสินค้าและบริการผ่านอินเทอร์เน็ตยังมีช่องทางการเติบโตต่อไปได้ ทั้งนี้ www.tohome.com มีผู้เข้าชมเว็ปไซต์ประมาณ 4-5 แสนรายต่อเดือน ซึ่งมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทุกปีตามจำนวนลูกค้าและปริมาณสินค้าภายในเว็ปไซต์
นายธีรวุธกล่าวว่า ผู้ขายสินค้าที่ใช้บริการผ่านระบบของ www.tohome.com จะมีต้นทุนต่ำกว่าการสร้างเว็ปไซต์ด้วยตนเอง ซึ่งการใช้บริการจะมีค่าใช้จ่ายเริ่มต้นที่ 300 บาทต่อเดือน และผู้ขายจะสามารถขายสินค้าให้กับลูกค้าเดิม หรือสามารถทำการตลาดเพื่อหาลูกค้าใหม่จากในและต่างประเทศได้ ผ่านทางฐานข้อมูลลูกค้าของ www.tohome.com สำหรับผู้ขายที่สนใจจำหน่ายสินค้าผ่านอินเทอร์เน็ตแต่ยังไม่แน่ใจ สามารถทดลองใช้บริการระบบได้ฟรี 45 วัน
นายธีรวุธกล่าวด้วยว่า ปัจจุบันมีร้านค้าเข้ามาใช้บริการ www.tohome.com ค่อนข้างมาก ซึ่งมีตั้งแต่ร้านที่มีชื่อเสียงอยู่แล้วและร้านค้าเปิดใหม่ที่หันมาใช้บริการเพิ่มช่องทางการซื้อขายมากขึ้น สำหรับวิธีการชำระเงิน ก็ได้มีการพัฒนาระบบเข้ารหัสก่อนซื้อสินค้า ซึ่งทำให้ผู้ซื้อและผู้ขายสามารถมั่นใจได้ถึงความปลอดภัย
ผู้ที่สนใจข้อมูลเพิ่มเติมสามารถสอบถามรายละเอียดได้ที่ www.tohome.com หรือโทร. 0-2372-4000
*******************************************************************
ช่วงที่ 2 “ลงทุนตราสารหนี้ต่างประเทศได้อะไร”
เคท หัตถีรัตน์ หัวหน้าแผนกตราสารหนี้ บลจ. อเบอร์ดีน ให้สัมภาษณ์ในรายการ Smart Money ว่า นักลงทุนส่วนใหญ่จะเข้าใจว่า บลจ. อเบอร์ดีนถนัดในการบริหารกองทุนหุ้น แต่ที่จริงแล้วมูลค่าสินทรัพย์ที่ บลจ. อเบอร์ดีนบริหารเป็นประเภทตราสารหนี้มากกว่าตราสารทุน และกองทุน FIF ที่เปิดใหม่คือ Aberdeen Opportunity Fund ซึ่งจะไปลงทุนในกองทุนแม่คือกองทุน Emerging Market Bond Fund ซึ่งจดทะเบียนในลักแซมเบิร์ก แต่ผู้จัดการกองทุนส่วนใหญ่จะอยู่ที่ลอนดอน ประเทศอังกฤษ และจะลงทุนในตราสารหนี้ของประเทศเกิดใหม่ประมาณ 20 ประเทศทั่วโลก อาทิ แถบละตินอเมริกา เช่น บราซิลและชิลี, ยุโรปตะวันออก เช่น รัสเซียและยูเครน รวมถึงในเอเชีย เช่น ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย จีน อินเดีย รวมทั้งไทย เป็นต้น ซึ่งในอดีตที่ผ่านมาแม้ประเทศเหล่านี้จะประสบกับวิกฤตเศรษฐกิจแต่ปัจจุบันก็มีการปรับตัว มีรายได้จากการส่งออกและทุนสำรองระหว่างประเทศเพิ่มขึ้น
พงค์ธาริน ทรัพยานนท์ ผู้จัดการกองทุนตราสารหนี้ บลจ.อเบอร์ดีน เสริมว่า ประเทศสำคัญ 5 ประเทศที่กองทุนแม่เข้าไปลงทุนคือ อาร์เจนติน่า อินโดนีเซีย บราซิล ตุรกี และเปรู โดยเลือกลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลประมาณ 75% ลงทนในหุ้นกู้หรือพันธบัตรรัฐวิสาหกิจประมาณ 20% ที่เหลือเป็นหุ้นกู้ในบริษัทเอกชนชั้นนำของแต่ละประเทศ โดยมีอายุเฉลี่ยของพันธบัตรอยู่ที่ 6.3 ปี
สำหรับอัตราผลตอบแทนย้อนหลังของกองแม่ในปีนี้อยู่ที่ 5.2% ขณะที่ Benchmark อยู่ที่กว่า 2% ส่วนอัตราผลตอบแทนย้อนหลังของกองทุน 1-5 ปีอยู่ที่ 18% ขณะที่ Benchmark อยู่ที่ 12- 12.5% ทั้งนี้การตัดสินใจเลือกลงทุนจะต้องพิจารณาจากปัจจัยพื้นฐานของแต่ประเทศ อัตราดอกเบี้ย และอัตราแลกเปลี่ยนควบคู่กันไป แต่จุดเด่นที่สำคัญของกองทุนนี้คือ จะลงทุนในสกุลเงินของประเทศนั้น ๆ ไม่ลงทุนในสกุลดอลลาร์สหรัฐฯ และไม่มีการแลกเปลี่ยนเงินกลับไปกลับมา ทำให้ได้อัตราผลตอบแทนที่ดี
กองทุน Aberdeen Opportunity Bond Fund เปิด IPO ตั้งแต่วันที่ 4-17 ก.ค. 50 ลงทุนขั้นต่ำ 5,000 บาท สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 0-2352-3333
ติดตามรายการ Smart Money ทุกวันจันทร์ - ศุกร์ ทาง Money Channel เวลา 15.00 น. และทาง ททบ. 5 เวลา 15.30 น.