หน้าแรก การรับชม Money Channel ผังรายการ ข้อมูลย้อนหลัง แผนผังเว็บไซต์ เกี่ยวกับสถานี ติดต่อเรา  
+  พบกับการวิเคราะห์เศรษฐกิจและกลยุทธ์การเก็งกำไรหุ้นรายตัวในไตรมาส 3 กับกิจกรรม SET Learning Corner “ไตรมาส 3 Uptrend หรือ Downtrend” กับผู้เชี่ยวชาญจาก บล.ซีไอเอ็มบี 4 ก.ย.นี้ 13.30-17.00 น. ณ ห้องสมุดมารวย @ Esplanade ถ.รัชดาภิเษก โทร. 0 2229 2222  +  พบกับกิจกรรมแนะนำ และให้ความรู้เกี่ยวกับการลงทุน ในบูธ Financial Clinic โดย บล.พัฒนสิน วันที่ 5-6 ก.ย.นี้ เวลา 13.00-18.00 น. ณ ห้องสมุดมารวย @ Esplanade ถ.รัชดาภิเษก หรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ www.cns.co.th  +  ขอเชิญผู้สนใจร่วมสัมมนา ดัก Fund Flow ต่างชาติ … “ซื้อก่อน – โกยกำไรก่อน” วันศุกร์ที่ 10 กันยายนนี้ 14.00-16.00 น. ณ ห้องประชุม 1101 ชั้น 11 อาคารตลาดหลักทรัพย์ฯ ถ.รัชดาภิเษก สนใจโทร 0 2229 2222 หรือ www.moneychannel.co.th ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย  +  พบกับคำแนะนำเกี่ยวกับการประกันการส่งออก เพื่อลดความเสี่ยง ได้ที่บูธของธนาคารไทยพาณิชย์ ในงาน EXIMSurance Alliance Fair วันที่ 9-10 ก.ย. 53 ณ แฟชั่นฮอลล์ ชั้น 1 สยามพารากอน  +  พบกับ “โกลด์ฟิวเจอร์ส สัญจร จ. อุบลราชธานี” ร่วมฟังมุมมองแนวโน้มของราคาทองคำ เรียนรู้กลยุทธ์การลงทุนพร้อมรับคำปรึกษาการลงทุนจากผู้เชี่ยวชาญ 4 ก.ย. นี้ ที่ รร.เซ็นทารา คอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ จ. อุดรธานี สอบถาม 0 2229 2222 หรือ www.tfex.co.th   +  เชิญชวนเยาวชนระดับประถม-อุดมศึกษา (อายุไม่เกิน 25 ปี) ร่วมพิสูจน์ความสามารถทางดนตรี ทั้งการขับร้องหรือเล่นเครื่องดนตรีทุกชนิดที่ไม่ใช้ไฟฟ้า ในเวทีการประกวดเซ็ทเทรดเยาวชนดนตรีฯ ครั้งที่ 14 รับสมัครตั้งแต่วันนี้-15 ต.ค. 53 สอบถาม 0-2800-2525 ต่อ 107-108   +  เชิญผู้ประกอบการร่วมงานเสวนา “กลยุทธ์การเติบโตสำหรับ SME เพื่อเตรียมพร้อมเข้าตลาดทุน” พบกลยุทธ์การบริหารจัดการธุรกิจครอบครัวให้ประสบความสำเร็จ และการบริหารธุรกิจอย่างยั่งยืนด้วยธรรมาภิบาล 7 ก.ย.นี้ 12.30–16.30 น. โรงแรมแลนด์มาร์ค ฟรี! โทร 0 2888 8822   - Thursday, August 26, 2010 +  Wealth Society ตอน “เกษียณบนกองเงิน” พบกับดร.สุวรรณ วลัยเสถียร และคุณประจบ วงษ์นิ่ม (ป.ดัชนี) ที่จะมาแนะแนวการวางแผนการเพื่อการวัยเกษียณ อาทิตย์ 26 ก.ย. 53 เวลา 09.30-15.30 น. ณ สภาคริสตจักรในประเทศไทย (ใกล้สะพานหัวช้าง) สนใจดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ www.tsi-thailand.orgหรือ 0-2229-2222   +  เชิญร่วมงานเสวนา “กลยุทธ์การเติบโตสำหรับ SME เพื่อเตรียมพร้อมเข้าตลาดทุน” พบกลยุทธ์การบริหารจัดการธุรกิจครอบครัวให้ประสบความสำเร็จ และการบริหารธุรกิจอย่างยั่งยืนด้วยธรรมาภิบาล 7 ก.ย.นี้ 12.30–16.30 น. โรงแรมแลนด์มาร์ค ฟรี! สำรองที่นั่งได้ที่ 0 2888 8822  +  Wealth Society by TSI ตอน“เกษียณบนกองเงิน” แนะแนวการวางแผนการเงินเพื่อวัยเกษียณพร้อมแนะนำวิธีการดูกราฟเทคนิคเพื่อประกอบการตัดสินใจลงทุน อาทิตย์ 26 ก.ย. 53 ดูรายละเอียดที่ www.tsi-thailand.org สอบถาม 0-2229-2222   +  ตลาดหลักทรัพย์ฯ เชิญผู้ลงทุนร่วมกิจกรรมบริษัทจดทะเบียนพบผู้ลงทุน Opportunity Day ไตรมาส 2/2553 พบและสอบถามข้อมูลจากผู้บริหารโดยตรง 9 ส.ค.-7 ก.ย. นี้ ณ อาคารตลท. สอบถาม S-E-T Call Center 0 2229 2222 ชมการถ่ายทอดสดและชมย้อนหลังที่ www.set.or.th/oppday  +  เทรดอนุพันธ์กับ บล.ไทยพาณิชย์ ตั้งแต่วันนี้ – 30 ธ.ค. 53 ลุ้นรับ รถนิสสัน มาร์ช สำหรับผู้สะสมคะแนนสูงสุดและไม่ต่ำกว่า 15,000 คะแนนในระยะเวลาตามเงื่อนไขที่กำหนด ผู้สะสมคะแนนตามเกณฑ์รองลงมาจะได้รับรางวัลถัดไป รวมทั้งสิ้น 85 รางวัล มูลค่ากว่า 1.6 ล้านบาท ดูรายละเอียดเพิ่มเติม www.scbs.com โทร.02-515-2013-5   +  ขอเชิญผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มเข้าร่วมงาน The Future of Food 2010 Insightful Business Trends on The Food & Beverage Industry วันที่ 2-4 พ.ย. 53 ตั้งแต่เวลา 9.00 น. ณ โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ ฯ เซ็นทรัลเวิลด์ ลงทะเบียนติดต่อ โทร 0-2716-1722 ต่อ 800 ดูรายละเอียดเพิ่มเติม   +  ตลาดอนุพันธ์ประกาศรับสมัครสมาชิกผู้ค้าทองรายใหม่ เพื่อร่วมพัฒนาตลาดโกลด์ฟิวเจอร์ส เปิดรับสมัครตั้งแต่บัดนี้ ถึง 30 ธ.ค.2553 ผู้สนใจสามารถศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับการรับสมาชิกของ TFEX ได้ทาง www.tfex.co.th หรือสอบถาม 0-2229-2757 
Friday, September 03, 2010
Text Size :Small | Medium |Large


  Money Style  



ทัชวู๊ด ปลูกต้นไม้ออกดอกเป็นเงิน--บลจ. MFC "คึก" เดินหน้าเสนอขายเพิ่มอีก 4 กองทุน

Posted on Monday, June 18, 2007

ช่วงที่ 1 MFC เดินหน้าออกกองทุนเพิ่มอีก 4 กองทุน

ดร.ศุภกร สุนทรกิจ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บลจ.เอ็มเอฟซี กล่าวผ่านรายการ Smart Money ว่า ก่อนหน้านี้ บลจ. เอ็มเอฟซี ได้นำเสนอกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) มาแล้ว 2 กอง โดยกองแรกมีนโยบายการลงทุนในหุ้นคุณค่า (Value Stock) ที่มีอัตราผลตอบแทนในรูปเงินปันผลสูง และมีผลการดำเนินงานที่ดี ส่วนกองที่ 2 จะมีนโยบายการลงทุนในตราสารหนี้ 30% และลงทุนในหุ้นอีก 70% จึงมีความเสี่ยงสูงกว่ากองทุนแรก

โดยในขณะนี้ บลจ. เอ็มเอฟซี ได้นำเสนอกองทุน LTF เพิ่มขึ้นอีก 2 กองทุน เพื่อเป็นทางเลือกให้กับนักลงทุนที่ต้องการกระจายความเสี่ยงจากการลงทุน ควบคู่กับการสามารถใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีได้ โดยจะเปิดเสนอขายครั้งแรกถึงวันที่ 26 มิถุนายนนี้ อันได้แก่

1. กองทุนเปิดเอ็มเอฟซี โกลบอล หุ้นระยะยาว มีนโยบายการลงทุนตามกฎเกณฑ์ของคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) คือ ลงทุนในหุ้นไม่น้อยกว่า 65% ของพอร์ตการลงทุน แต่ในส่วนที่เหลืออีก 35% จะนำไปลงทุนตราสารประเภทต่าง ๆ ของต่างประเทศ ขึ้นอยู่กับความผันผวนของตลาด โดยจะลงทุนในหน่วยลงทุนของ Exchange Traded Fund (ETF) ที่อ้างอิงกับดัชนีตลาดหุ้นต่าง ๆ ทั่วโลกในหลาย ๆ กองงทุน จึงทำให้เสมือนกับได้ลงทุนในหลายประเทศ และยิ่งส่งผลให้มีความเสี่ยงน้อยลงแม้จะลงทุนในสินค้าชนิดเดียวก็ตาม

ดร.ศุภกรเชื่อว่า การกระจายการลงทุนไปในต่างประเทศ จะสร้างผลตอบแทนที่ดีให้นักลงทุนได้ในระยะยาว จึงสอดคล้องกับกฎการลงทุนใน LTF ที่ต้องลงทุนไม่น้อยกว่า 5 ปีปฏิทิน ทั้งนี้ กองทุนอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศด้วย

2. กองทุนเปิดเอ็มเอฟซีอิสลามิกหุ้นระยะยาว มีกลุ่มเป้าหมายแตกต่างจาก LTF 3 กองแรก เนื่องจากเน้นลูกค้าที่นับถือศาสนาอิสลามเป็นหลัก ซึ่งก่อนหน้านี้ บลจ. เอ็มเอฟซี ได้เสนอขายกองทุนรวมทั่วไปสำหรับกลุ่มมุสลิมมาแล้ว และได้นำมาปรับให้เป็นรูปแบบ LTF ทำให้ลูกค้ามุสลิมสามารถลงทุนผ่านกองทุนที่ใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีได้ภายใต้นโยบายการลงทุนที่สอดคล้องกับหลักศาสนา

อย่างไรก็ตาม นโยบายการลงทุนของกองทุนประเภทนี้ ยังมีข้อจำกัดค่อนข้างมาก เนื่องจากมีหุ้นที่ลงทุนได้น้อย แต่หุ้นที่มีก็ถือว่าเป็นหุ้นคุณภาพดี ทำให้กองทุนอาจต้องใช้ลักษณะการลงทุนแบบเก็งกำไรเพิ่มขึ้น ซึ่งจะทำให้เพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนและลดความเสี่ยงจากการขาดทุน และจะทำให้กองทุนมีผลตอบแทนผันผวนน้อยกว่ากองทุนหุ้นทั่วไป

นอกจากนี้ บลจ. เอ็มเอฟซียังได้นำเสนอกองทุนที่ลงทุนในต่างประเทศ (FIF) เพิ่มอีก 1 กองทุน คือ กองทุนเปิดเอ็มเอฟซี อินเวสท์ เอเชี่ยน อิควิตี้ ฟันด์ (I-ASIA) โดยเน้นลงทุนในหุ้นขนาดเล็กจนถึงขนาดกลาง ที่มีมูลค่าตลาดระห่าง 50-2,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐของตลาดในภูมิภาคเอเชีย ยกเว้นประเทศญี่ปุ่น ซึ่งหุ้นประเภทนี้จะมีอัตราการเติบโตสูงกว่าหุ้นขนาดใหญ่ แต่ก็มีความเสี่ยงและหาข้อมูลรายละเอียดได้ยากกว่าด้วย ดังนั้น กองทุนฯจึงได้ลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุน DWS Invest Asian Small/Mid Cap Fund – LS Share Class ซึ่งเป็นกองทุนที่บริหารจัดการโดย Deutsche Asset Management ซึ่งมีประสบการณ์ และมีบทวิเคราะห์ที่เชื่อถือได้ และบลจ. เอ็มเอฟซี จะแบ่งพอร์ตการลงทุนอีกเล็กน้อยเพื่อมาบริหารเอง

สำหรับกองทุนรวมเอ็มเอฟซีโพรฟิต 15 (PRO15) เป็นกองทุนที่เปิดขึ้นมาแทนกองทุน เปิดเอ็มเอฟซีโพรฟิต 10 ที่ปิดตัวลงไป ซึ่งทั้ง 2 กองทุนนี้เป็นกองทุนประเภท Target Fund ที่จะปิดตัวลงเมื่อสร้างผลตอบแทนได้ตามเป้าหมาย ซึ่งกองทุนรวมเอ็มเอฟซีโพรฟิต 15 (PRO15) ได้กำหนดเป้าหมายการสร้างผลตอบแทนให้ได้ 15%ในระยะเวลาไม่เกิน 15 เดือน โดยจะเปิดเสนอขายครั้งแรกถึงวันที่ 25 มิถุนายนนี้

สำหรับผู้ที่สนใจข้อมูลเพิ่มเติม สามารถสอบถามได้ที่ บมจ. เอ็มเอฟซี 0-2649-2000 กด 0

********************************************************************

ช่วงที่ 2 ทัชวู๊ด ปลูกต้นไม้ออกดอกเป็นเงิน

พัชรพล สุวิทยานนท์ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท ทัชวู๊ด ฟอร์เรสตรี้ จำกัด ได้กล่าวในรายการ Smart Money ถึงธุรกิจ “ปลูกป่าจัดการ” ว่า เป็นการปลูกป่าเพื่อรับผลตอบแทน โดยเริ่มจากเจ้าของโครงการจะได้รับสัมปทานที่ดินเพื่อใช้ในการปลูกป่า แล้วแบ่งสัดส่วนให้กับผู้ร่วมลงทุนเข้ามาลงทุนปลูกต้นไม้ร่วมกัน สำหรับต้นไม้ที่นำมาปลูกจะเป็นพืชเศรษฐกิจ ที่สามารถนำส่วนต่าง ๆ มาทำเป็นผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ได้

ทั้งนี้จะมีทีมงานและนักวิชาการผู้เชี่ยวชาญมืออาชีพทั้งในและต่างประเทศคอยดูแลด้นไม้ให้เติบโตขึ้นอย่างมีประสิทธิภาพและสามารถสร้างผลผลิตได้ ซึ่งผลผลิตที่ได้จะทำเป็นสินค้าส่งออกและเป็นจัดสรรเป็นผลตอบแทนให้นักลงทุนต่อไป

ธุรกิจประเภทนี้ได้รับความนิยมในแถบเอเซียเป็นอย่างมาก โดยในประเทศไทยบริษัท ทัชวู๊ด ฟอร์เรสตรี้ จำกัด เป็นบริษัทแรกที่เริ่มดำเนินธุรกิจประเภทนี้ และทัชวู๊ดยังเคยทำธุรกิจนี้มาแล้วในศรีลังกาและออสเตรเลีย

สำหรับพืชเศรษฐกิจที่ปลูกนั้น ในต่างประเทศ ได้แก่ ต้นมะฮอกกานีและต้นวานิลา ส่วนในประเทศไทยนั้น หลังจากมีการสำรวจภูมิประเทศแล้ว พืชเศรษฐกิจที่นำมาปลูก คือ ต้นกฤษณา เพราะเป็นพืชที่ให้น้ำมัน ซึ่งน้ำมันตรงนี้สามารถสกัดทำเป็นน้ำหอมได้ และส่วนเปลือกไม้ก็สามารถขายให้ประเทศแถบตะวันออกกลางได้ โดยเพื้นที่ที่เหมาะกับการปลูกต้นกฤษณาในประเทศไทยอยู่ที่คลองเขาจาน จังหวัดปราจีนบุรี ซึ่งมีแปลงเพาะปลูก

ผลตอบแทนจากการลงทุน เฉลี่ยประมาณ 8-22% ต่อปี ซึ่งขึ้นอยู่กับจำนวนหน่วยลงทุน ซึ่งโครงการนี้มีอายุ 6 ปี โดยเงินลงทุนเริ่มแรกขั้นต้นอยู่ที่ 64,500 บาท เท่ากับ 23 หน่วยลงทุน ไปจนถึง 2,176,000 บาท เท่ากับ 920 หน่วยลงทุน

ประโยชน์ของโครงการนี้ นอกจากผู้ลงทุนจะได้รับผลตอบแทนแล้ว ก็เป็นการเพิ่มพื้นที่สีเขียวในประเทศไทยอีกด้วย ซึ่งผู้ที่สนใจสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ ฝ่ายการตลาดบริษัท ทัชวู๊ด ฟอร์เรสตรี้ จำกัด

- สาขากรุงเทพฯ โทร 02-655-0055
- ขอนแก่น โทร 043-227-722
- ระยอง โทร 038-694-268
- นครราชสีมา โทร 044- 241- 400

ติดตามรายการ Smart Money ทุกวันจันทร์ - ศุกร์ ทาง True Visions 80 เวลา 15.00 น. และทางททบ. 5 เวลา 15.30 น.


Posted on Monday, June 18, 2007 (Archive on Monday, June 25, 2007)
Posted by host  Contributed by wasittee
รายการย้อนหลัง


      แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม




ส่งความคิดเห็น

50.00%0
40.00%0
30.00%0
20.00%0
10.00%0

จำนวนของความคิดเห็น 0 ,
คะแนนเฉลี่ย
  View Comments



  Advertisement