|
|
Tuesday, February 07, 2012
|
|
|
|
|
ความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนส.ค.พุ่งสุดรอบ 4 ปี
Posted on Thursday, September 09, 2010 |
นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย บอกว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในเดือนสิงหาคม ปรับตัวเพิ่มขึ้นสูงสุดในรอบ 44 เดือน หรือ รอบเกือบ 4 ปี นับตั้งแต่ปี 2549โดยมาอยู่ที่ระดับ 80.8 จากเดือนกรกฎาคม ซึ่งอยู่ที่ระดับ 79.3 เนื่องจากประชาชนเชื่อว่าเศรษฐกิจจะฟื้นตัวได้มากขึ้น โดยเฉพาะเศรษฐกิจในไตรมาส 4/53 ที่จะฟื้นตัวได้อย่างแข็งแกร่ง
สำหรับดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเกี่ยวกับเศรษฐกิจโดยรวมในเดือนสิงหาคมก็ปรับตัวดีขึ้นสุดในรอบ 28 เดือน โดยอยู่ที่ระดับ 72.8 เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนซึ่งอยู่ที่ระดับ 71.4 และนับเป็นการปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 4 ติดต่อกัน
นายธนวรรธน์ บอกว่า ปัจจัยบวกที่ทำให้ความเชื่อมั่นผู้บริโภคในเดือนสิงหาคมปรับตัวเพิ่มขึ้น มาจากการที่ สำนักงานคณะกรรมการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(สศช.) ปรับเพิ่มคาดการณ์อัตราเติบโตทางเศรษฐกิจ (GDP) ปีนี้จาก 3.5-4.5% เป็น 7-7.5% คณะรัฐมนตรีอนุมัติขยายเวลาจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มคงไว้ที่ 7% ต่อไปอีก 2 ปี ราคาขายปลีกน้ำมันสำเร็จรูปในประเทศปรับตัวลดลง คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกเพียง 0.25% และการส่งออกในเดือนกรกฎาคมยังขยายตัวได้ดี
นอกจากนี้ยังมีปัจจัยบวกจากตลาดหุ้นที่ปรับตัวขึ้น และเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นมาอยู่ที่ประมาณ 31 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ในเดือนสิงหาคม สะท้อนว่า มีเงินตราต่างประเทศไหลเข้าสุทธิ และโครงการไทยเข้มแข็งเริ่มมีเม็ดเงินเข้ามาหมุนเวียนในระบบ
นายธนวรรธน์ บอกด้วยว่า ส่วนปัจจัยลบที่ผู้บริโภคส่วนใหญ่ยังมีความกังวล ได้แก่ ปัญหาค่าครองชีพและราคาสินค้าที่อยู่ในระดับสูง สถานการณ์ความไม่แน่นอนทางการเมืองและเหตุลอบวางระเบิดหลายจุดในกรุงเทพมหานคร โครงการลงทุนในมาบตาพุดที่ชะลอตัวก่อนหน้านี้ และความไม่มั่นใจต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก
ด้าน นางเสาวณีย์ ไทยรุ่งโรจน์ รองอธิการบดีฝ่ายวิจัย มหาวิทยาลัยหอการค้า บอกว่า ปัจจัยบวกที่ทำให้ความเชื่อมั่นผู้บริโภคในเดือนสิงหาคมปรับตัวเพิ่มขึ้นทำสถิติ มาจากการที่ สำนักงานคณะกรรมการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ปรับเพิ่มคาดการณ์อัตราเติบโตทางเศรษฐกิจ(จีดีพี) ปีนี้ เป็น 7-7.5%การขยายเวลาจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มคงไว้ที่ 7% ราคาขายปลีกน้ำมันลดลง การขึ้นดอกเบี้ยอีกเพียง 0.25% และการส่งออกในเดือนกรกฎาคมยังขยายตัวได้ดี
นอกจากนี้ยังมีปัจจัยบวกจากตลาดหุ้นที่ปรับตัวขึ้น และเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นมาอยู่ที่ประมาณ 31 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ในเดือนสิงหาคม สะท้อนว่า มีเงินตราต่างประเทศไหลเข้าสุทธิ และโครงการไทยเข้มแข็งเริ่มมีเม็ดเงินเข้ามาหมุนเวียนในระบบ
| Posted on Thursday, September 09, 2010 (Archive on Friday, September 24, 2010) Posted by wasittee Contributed by wasittee
| | ดูรายการย้อนหลัง | อ่านข่าวทั้งหมด |
|
|
|