Tuesday, February 07, 2012
Text Size :Small | Medium |Large


  News Update  



รัฐบาลเตรียมมาตรการสกัดเก็งกำไรบาท

Posted on Thursday, September 02, 2010
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี บอกว่า การประชุมคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจชุดเล็กในช่วงเช้าวันนี้ได้มอบหมายให้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)จับตาเงินทุนที่ไหลเข้ามาอย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งได้ซักซ้อมกลไก และมาตรการต่างๆ ที่จะนำมาใช้ป้องกันการเก็งกำไร และแก้ไขปัญหาที่อาจเกิดขึ้น ซึ่งแบงก์ชาติก็มีความพร้อมที่จะดูแลตรงจุดนี้ได้อยู่แล้ว

นายกรัฐมนตรียังยืนยันว่า ค่าเงินบาทในขณะนี้ยังเป็นไปในทิศทางเดียวกับภูมิภาค โดยสิ่งที่ทางการกำลังดำเนินการอยู่ในขณะนี้คือ ดูแลไม่ให้ค่าเงินบาทผันผวนมากจนเกินไป

นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง บอกว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจชุดเล็กช่วงเช้าที่ผ่านมา ยังไม่ได้สั่งการให้มีมาตรการควบคุมเงินทุนไหลเข้า - ออก เนื่องจากเห็นว่า การแข็งค่าของเงินบาทยังเป็นไปตามทิศทางที่สอดคล้องกับภูมิภาค และยังไม่กระทบต่อขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคการส่งออก แต่ยอมรับว่า รัฐบาลมีความกังวลต่อประเด็นการแข็งค่าของเงินบาท จึงได้ฝากให้แบงก์ชาติ ติดตามความเคลื่อนไหวของเงินบาทอย่างใกล้ชิด และเตรียมมาตรการป้องกันการเก็งกำไร เพื่อรอรับสถานการณ์ในอนาคต เพราะเกรงว่า อาจจะเข้ามาเก็งกำไรและอาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจได้ พร้อมกับกำชับให้เพิ่มความระมัดระวังผลกระทบที่จะมีต่อผู้ส่งออกรายย่อย โดยเฉพาะเรื่องความผันผวนของค่าเงินบาท

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง บอกอีกว่า ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นประมาณ 6% ซึ่งโดยรวมการแข็งค่าของเงินบาทยังถือว่าอยู่ระดับที่ใกล้เคียงกับสกุลอื่นในเอเชีย และขณะนี้เห็นว่า มาตรการดูแลค่าเงินบาทที่ธปท.มีอยู่ในปัจจุบันถือว่า ยังเพียงพอในการสกัดกั้นไม่ให้มีการเข้ามาเก็งกำไรเกินควร เพราะขณะนี้ยังไม่เห็นการเก็งกำไร

ขณะที่นางธาริษา วัฒนเกส ผู้ว่าการแบงก์ชาติ บอกว่า ขณะนี้ธปท.ยังไม่ได้ออกมาตรการใหม่ เพื่อป้องกันการเก็งกำไรค่าเงินบาท เนื่องจากมองว่า มาตรการเดิมยังสอดคล้องกับสถานการณ์ และเพียงพอต่อการรับมือกับการแข็งค่าของค่าเงินบาท โดยสถานการณ์ขณะนี้ยังไม่น่ากังวล เนื่องจากค่าเงินบาทยังคงสอดคล้อง และอยู่ในระดับกลางๆ ของภูมิภาค

ทั้งนี้ ล่าสุดยังไม่สามารถระบุได้ว่า ค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นนั้นเกิดจากการเก็งกำไรหรือไม่ แต่ยอมรับว่า มีเงินทุนจำนวนมากไหลเข้ามาในตลาดหุ้น และตลาดพันธบัตร ซึ่งเป็นการลงทุนระยะสั้น ดังนั้นจึงจำเป็นที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด เพื่อไม่ให้การเคลื่อนไหวของเงินบาทเกิดความผันผวน โดย ณ สิ้นเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ค่าความผันผวนของเงินบาทอยู่ที่ประมาณ 3 - 4% เมื่อเทียบกับประเทศอื่นในภูมิภาค

ผู้ว่าการธปท.ก็ยอมรับว่า ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นค่อนข้างเร็วเมื่อเทียบกับช่วงก่อนหน้า ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะปัญหาทางการเมืองได้คลี่คลายมากขึ้นทำให้นักลงทุนมีความมั่นใจ ประกอบกับเศรษฐกิจในประเทศขยายตัวดี เห็นได้จากตัวเลขทางเศรษฐกิจที่ออกมา จึงมีเงินทุนไหลเข้ามาในประเทศไทยจำนวนมาก

Posted on Thursday, September 02, 2010 (Archive on Friday, September 17, 2010)
Posted by wasittee  Contributed by wasittee
ดูรายการย้อนหลัง | อ่านข่าวทั้งหมด


      แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม




ส่งความคิดเห็น

50.00%0
40.00%0
30.00%0
20.00%0
10.00%0

จำนวนของความคิดเห็น 0 ,
คะแนนเฉลี่ย
  View Comments



  Advertisement