ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์ก ส่งมอบเดือน มี.ค. ปรับเพิ่มขึ้น 0.70 ดอลลาร์สหรัฐ ปิดที่ 71.89 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล
ปัจจัยบวกที่มีผลต่อราคาน้ำมัน
- สภาพอากาศที่หนาวเย็นและหิมะที่ตกอย่างหนักทางตะวันออกของสหรัฐฯส่งผลให้ราคาน้ำมันปรับเพิ่มขึ้น หลังจากลดลงอย่างหนักเกือบ 6 ดอลลาร์สหรัฐในสัปดาห์ก่อน โดยมีการคาดการณ์ว่าความต้องการน้ำมันทำความร้อนในสหรัฐฯสัปดาห์นี้จะเพิ่มขึ้น 7.6% จากระดับปกติ หลังจากที่สัปดาห์ก่อนเพิ่มขึ้น 7.3%
- ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับตระกร้าเงิน ซึ่งเป็นการปรับตัวลงทางเทคนิค หลังตลาดหุ้นในเอเชียไม่ได้ปรับตัวลดลงมากเมื่อวานนี้ ทำให้มีการหันกลับไปซื้อสกุลเงินที่มีดอกเบี้ยสูง และสินค้าโภคภัณฑ์รวมทั้งน้ำมัน
- อิหร่านประกาศเพิ่มการผลิตแร่ยูเรเนียมและที่ผลิตนิวเคลียร์ อีก 10 แห่ง สร้างความกังวลให้กับประเทศทางตะวันตกว่าอิหร่านจะทำการผลิตระเปิดปรมาณู และส่งผลให้สหรัฐฯและฝรั่งเศสออกมากดดันประเทศต่างๆให้เพิ่มมาตรการลงโทษกับอิหร่าน
ปัจจัยลบที่มีผลต่อราคาน้ำมัน
- ตลาดยังคงกังวลต่อปัญหาหนี้สูงของประเทศในกลุ่มยูโร ทั้งกรีซ โปรตุเกส และสเปน และส่งผลให้ดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปรับตัวลงลงกว่า 103 จุด ปิดตลาดต่ำกว่า 10,000 จุด เป็นครั้งแรกจากเดือนพ.ย. 2552 โดยมีแรงขายหุ้นกลุ่มธนาคารออกมาอย่างหนัก เนื่องจากนักลงทุนกังวลว่าธนาคารเหล่านี้อาจต้องเพิ่มทุนหากหนี้ของประเทศดังกล่าวเกิดปัญหา
ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ ตลาดลอนดอน ส่งมอบเดือน มี.ค. ปรับเพิ่มขึ้น 0.52 ดอลลาร์สหรัฐ ปิดที่ 70.11 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล
ราคาน้ำมันดิบดูไบ ตลาดสิงคโปร์ ปรับลดลง 1.19 ดอลลาร์สหรัฐ ปิดที่ 69.28 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล
-สนับสนุนข้อมูลโดย บมจ. ไทยออยล์-