ประเด็นที่น่าติดตามของบมจ. ปตท. (PTT) คือ โรงแยกก๊าซ 6 ซึ่งแม้ว่าในปัจจุบันจะดำเนินการก่อสร้างเสร็จแล้ว แต่เนื่องจากเป็นโครงการที่อยู่ใน 64 โครงการที่ถูกระงับโดยศาลปกครองกลาง จึงทำให้ไม่สามารถดำเนินการเดินเครื่องเพื่อทดสอบได้ตามแผน
บล. กสิกรไทย - แม้ว่าจะมีเรื่องคดีจากมาบตาพุดและการขาดทุนอย่างต่อเนื่องจากธุรกิจเอ็นจีวี แต่ทางบล. กสิกรไทยยังมีมุมมองในเชิงบวกกับ PTT เนื่องจากการทำกำไรที่โดดเด่นของบมจ. ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม (PTTEP) และ การควบรวมกิจการในกลุ่ม PTT จะช่วยผลักดันราคา PTT ขึ้นได้ในระยะสั้น โดยคาดว่าข้อสรุปการควบรวมระหว่างบมจ. ปตท. อะโรเมติกส์และการกลั่น (PTTAR) และ บมจ. ไออาร์พีซี (IRPC) จะสรุปได้ประมาณปลายเดือนมี.ค. – ต้นเดือนเม.ย. นี้ จึงยังคงคำแนะนำ Outperform ให้มูลค่าที่ 300 บาท
บล. กรุงศรีอยุธยา - ประเมินว่าความเสี่ยงจากปัญหามาบตาพุดได้ถูกสะท้อนอยู่ในราคาหุ้น PTT ซึ่งได้ปรับตัวลดลงแล้ว 19.8% (จากเดือนต.ค. 2552) ทำให้ราคาหุ้นปัจจุบันซื้อขายที่ระดับ P/E ratio ปี 2553 เพียง 8.3 เท่าต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในภูมิภาคที่ 13.7 เท่า ขณะที่ผลประกอบการปี 2553 ยังมีแนวโน้มเติบโตถึง 22% เมื่อเทียบกับปี 2551 และยังมีแนวโน้มปรับเพิ่มประมาณการหากโครงการโรงแยกก๊าซแห่งที่ 6 เริ่มดำเนินการได้เร็วกว่าคาด และคาดว่า PTT จะสามารถจ่ายปันผลคิดเป็นอัตราผลตอบแทนได้ปีละ 5-6% จึงยังคงคำแนะนำ "ซื้อ" ให้ราคาไว้ที่ 306 บาท
บล. กิมเอ็ง และ บล. ยูไนเต็ด แนะนำ "ซื้อ" ให้ราคา 319 บาท และ 320 บาท ตามลำดับ
ติดตาม Get SET ทุกวันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 8.00 น. ทาง Money Channel