Tuesday, February 07, 2012
Text Size :Small | Medium |Large


  Money Insight  



ญี่ปุ่นเตรียม 9.20 แสนล้านเยนกระตุ้นเศรษฐกิจ

Posted on Tuesday, August 31, 2010
ตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐฯที่ประกาศออกมาเมื่อวานนี้ (จันทร์ที่ 30 ส.ค. 53)
• รายได้ส่วนบุคคล (มิ.ย.) เพิ่มขึ้น 0.2% จากเดือนก่อนหน้า
• รายจ่ายส่วนบุคคล (มิ.ย.) เพิ่มขึ้น 0.4% จากเดือนก่อนหน้า

ตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐฯที่จะประกาศออกมาวันนี้ (อังคารที่ 31 ส.ค. 53)
• ดัชนีราคาบ้าน (มิ.ย.) โดย S&P/Case-Shiller
• ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค (ส.ค.) โดย Conference Board
• สรุปรายงานการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ เมื่อวันที่ 10 ส.ค. 53


ความเชื่อมั่นเศรษฐกิจยุโรปทะยานขึ้นสูงสุดในรอบกว่า 2 ปี

ดัชนีความเชื่อมั่นในยุโรปปรับตัวขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบกว่า 2 ปี ในเดือนสิงหาคม สาเหตุที่ทำให้ดัชนีปรับตัวสูงขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบเกือบสองปีครึ่งก็คือ ความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่ฟื้นตัวขึ้นอันเนื่องมาจากความวิตกเรื่องการว่างงานบรรเทาลง ขณะที่การส่งออกที่ทะยานขึ้นได้ช่วยหนุนให้เศรษฐกิจยูโรโซนขยายตัว 1% ในไตรมาส 2 ซึ่งเป็นอัตราการขยายตัวที่รวดเร็วที่สุดในรอบ 4 ปี

คณะกรรมาธิการยุโรปได้กล่าวว่าในแถลงการณ์ผ่านอีเมลล์ว่า ดัชนีที่ชี้วัดความเชื่อมั่นของผู้บริหารและผู้บริโภคของยุโรปใน 16 ประเทศที่ใช้เงินสกุลยูโรร่วมกัน ขยับขึ้นสู่ระดับ 101.8 จากระดับ 101.1 ในเดือน ก.ค.

ดัชนีดังกล่าวนั้นทะยานขึ้นสู่ระดับสูงสุดนับตั้งแต่ มี.ค. 2551 และยังเป็นตัวเลขที่สูงกว่าการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์จากโพลล์บลูมเบิร์กอีกด้วย

นักวิเคราะห์กล่าวว่า แม้ดัชนีความเชื่อมั่นของยุโรปเดือนล่าสุดจะออกมาดี แต่ดัชนีความเชื่อมั่นของยุโรปนั้นอาจจะร่วงลงได้ หากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกส่งสัญญานการชะลอตัวลง และ รัฐบาลของประเทศในยุโรปมีการลดการใช้จ่ายเพื่อลดยอดการขาดดุลงบประมาณ

สัญญาณการขยายตัวของเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่อ่อนแอ ประกอบกับดัชนีภาคการผลิตและบริการที่อ่อนตัวลงในเดือนล่าสุดก็เป็นปัจจัยด้านลบที่จะส่งผลต่อความเชื่อมั่นได้ในที่สุด

ขณะที่ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคขยับขึ้นสู่ระดับ -11 ในเดือน ส.ค. จากระดับ -14 ในเดือนก่อนหน้า ขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นด้านการผลิตภาคอุตสาหกรรมนั้นคงที่อยู่ที่ระดับ -4

ส่วนดัชนีความเชื่อมั่นด้านการก่อสร้างยังคงอยู่ที่ระดับ -29 ขณะที่ภาคการบริการขยับขึ้นสู่ระดับ 7 จาก 6 จุดในเดือนก่อนหน้า

รายงานที่มีการเผยแพร่เมื่อวานนี้นั้นเป็นการสำรวจความคิดเห็นของผู้บริหาร 130,000 ราย และผู้บริโภค 40,000 คน ในช่วงสองสัปดาห์แรกของเดือน ส.ค.


ญี่ปุ่นเตรียม 9.20 แสนล้านเยนกระตุ้นเศรษฐกิจ

รัฐบาลญี่ปุ่นเปิดเผยว่า รัฐบาลจะใช้งบประมาณ 9.20 แสนล้านเยนหรือ 3.37 แสนล้านบาท จากกองทุนสำรองในปีงบประมาณ 2553 เพื่อออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบใหม่ภายในช่วงสิ้นเดือนก.ย.นี้ ซึ่งคณะรัฐมนตรีจะรับรองนโยบายการกระตุ้นเศรษฐกิจในการประชุมวันที่ 10 ก.ย.นี้

สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า รัฐบาลยังได้กล่าวถึงการรับมือกับสถานการณ์ทางเศรษฐกิจด้วยว่า จะดำเนินการอย่างยืดหยุ่นผ่านการใช้มาตรการต่างๆ ซึ่งรวมถึงการใช้งบประมาณพิเศษ หากพิจารณาแล้วเห็นว่าเป็นเรื่องที่จำเป็น

การออกมาประกาศจุดยืนของรัฐบาลครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากที่ธนาคารกลางญี่ปุ่นได้ตัดสินใจผ่อนปรนนโยบายการเงิน เพื่อรับมือกับเงินเยนที่แข็งค่า และมีแนวโน้มว่าจะส่งผลกระทบต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจญี่ปุ่นที่ต้องพึ่งพาการส่งออก

นายนาโอโตะ คัง นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น กล่าวว่า เศรษฐกิจญี่ปุ่นกำลังเผชิญกับความเสี่ยงช่วงขาลง อันเนื่องมาจากปัญหาเงินเยนแข็งค่า รวมถึงเศรษฐกิจของประเทศต่างๆที่ชะลอตัวลง

สำหรับการกระตุ้นการบริโภคนั้น รัฐบาลจะขยายระยะเวลาโครงการให้เงินอุดหนุนที่สนับสนุนให้มีการใช้ผลิตภัณฑ์ในครัวเรือนที่ประหยัดพลังงาน จากเดิมที่โครงการดังกล่าวจะหมดอายุลงในช่วงสิ้นเดือนธ.ค.นี้ แต่ทางรัฐบาลยังไม่ได้ระบุว่า จะขยายระยะเวลาออกไปถึงเมื่อไร

ส่วนกรอบการดำเนินการพื้นฐานที่จะมีการนำมาใช้ได้แก่ มาตรการสร้างงานให้กับนักศึกษาจบใหม่ และกระตุ้นการใช้จ่ายของบริษัทเอกชนในโครงการธุรกิจที่เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมโดยมีเป้าหมายที่จะป้องกันไม่ให้เกิดผลกระทบขณะที่เงินเยนแข็งค่า

ส่วนธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ได้จัดการประชุมฉุกเฉินด้านนโยบายขึ้นเมื่อวานนี้ ก่อนกำหนดการณ์เดิมที่จะจัดขึ้นในวันที่ 6-7 ก.ย. และได้ตัดสินใจคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับเดิมที่ 0.1% ในขณะที่เงินเยนพุ่งสูงขึ้นอย่างมากและราคาหุ้นดิ่งลงเมื่อเร็ว ๆ นี้

BOJ ยังเตรียมใช้นโยบายผ่อนปรนด้านการเงินเพิ่มเติม ด้วยการขยายโครงการเงินกู้ที่ได้มีการนำมาใช้เมื่อเดือนธ.ค.ปีที่แล้ว โดยมีการเพิ่มวงเงินโครงการเงินกู้ดังกล่าวอีก 10 ล้านล้านเยน เป็น 30 ล้านล้านเยน จากระดับเดิมที่ 20 ล้านล้านเยน

ในระหว่างที่มีการประกาศผลการประชุมนั้น BOJยังได้ประกาศเตือนเรื่องแนวโน้มของเศรษฐกิจในอนาคต โดยระบุในแถลงการณ์ว่า สถานการณ์ความไม่แน่นอนนั้นมีมากขึ้น โดยเฉพาะกับเศรษฐกิจสหรัฐ ส่งผลให้ตลาดปริวรรตเงินตราและตลาดหุ้นผันผวน ซึ่งสถานการณ์เช่นนี้ BOJ มองว่าการใส่ใจกับบปัจจัยเสี่ยงช่วงขาลงที่จะเกิดขึ้นกับกิจกรรมทางเศรษฐกิจและราคาของประเทศเป็นเรื่องที่จำเป็นอย่างยิ่ง


อินเดียจ่อตัดสินกรณีบริการข้อความของ BlackBerry

บริษัทผู้ผลิตสมาร์ทโฟนยอดฮิตสัญชาติแคนาดากำลังรอลุ้นว่ารัฐบาลอินเดียจะตัดสินใจระงับบริการรับส่งข้อความที่เป็นจุดขายของตนหรือไม่ หรือว่าจะยอมรับข้อเสนอที่ทางบริษัทเคยเสนอไป ว่าจะอนุญาตให้มีการตรวจสอบบริการดังกล่าวในขอบเขตที่กำหนดไว้

หน่วยงานที่ดูแลกิจการภายในประเทศและความมั่นคงของอินเดียกำลังประชุมเพื่อหารือและตัดสินกรณีของบริษัท Research In Motion (RIM) ในฐานะผู้ผลิตโทรศัพท์ BlackBerry ว่าจะระงับการให้บริการในส่วนของ “instant messenger” หรือไม่ หรือว่าจะยอมรับข้อเสนอของบริษัทที่จะอนุญาตให้มีการตรวจสอบได้ ซึ่งไม่ว่าจะถูกตัดสินอย่างไร ทาง RIM ก็ออกมายืนยันว่า การสื่อสารของลูกค้าจะยังมีความปลอดภัย

RIM จำเป็นต้องพิจาณาเรื่องนี้อย่างละเอียดรอบคอบเพราะ อินเดียที่เป็นตลาดโทรศัพท์มือถือที่โตรวดเร็วที่สุดในโลกแล้ว

นอกจากนี้การขยายธุรกิจของ RIM ทั่วโลกก็กำลังถูกสกัดกั้นจากรัฐบาลซาอุดิอาระเบีย และสหรัฐฯ อาหรับเอมิเรตส์ ที่ขู่จะตัดบริการรับส่งข้อความดังกล่าว ด้วยข้ออ้างในเรื่องความมั่นคงของชาติเช่นกัน

หลายคนกำลังติดตามกรณีในอินเดียเป็นพิเศษ เพราะไม่ใช่เพียงแค่จะมีผลกระทบต่อผู้ใช้ภายในประเทศเท่านั้น แต่จะลามจนไปเป็นมาตรฐานสำหรับกรณีของประเทศอื่นด้วย ซึ่งนอกจากเรื่อง “instant messenger” แล้ว ผลการตัดสินยังอาจเป็นแนวทางสำหรับการตรวจสอบบริการอื่น รวมถึงบริการอีเมล์สำหรับลูกค้าองค์กร

นอกจากนี้ รัฐบาลอินเดียกำลังหาทางที่จะตรวจสอบบริการอื่น อย่างเช่น บริการทางด้านเสียงผ่านอินเตอร์เน็ต หรือ Voice-over-IP ที่เป็นของบริษัทอย่าง Skype Technologies และ Google ด้วยเช่นกัน


สิงคโปร์ออกนโยบายคุมฟองสบู่ในอสังหาฯ

รัฐบาลสิงคโปร์ประกาศมาตรการคุมเข้มอสังหาริมทรัพย์ เพิ่มเงินดาวน์ซื้อที่อยู่อาศัยหลังที่สอง ป้องกันปัญหาฟองสบู่

รัฐบาลสิงคโปร์ประกาศใช้มาตรการควบคุมตลาดอสังหาริมรัพย์ ด้วยการเพิ่มเงินดาวน์สำหรับการขอสินเชื่อที่อยู่อาศัยครั้งที่สอง (second mortgage) และเรียกเก็บอากรแสตมป์ (stamp duty) สำหรับผู้ที่ครอบครองบ้านน้อยกว่า 3 ปี เพื่อป้องกันการเก็งกำไร หลังจากราคาบ้านในสิงคโปร์พุ่งขึ้นถึง 38% ในไตรมาส 2

แถลงการณ์ของรัฐบาลสิงคโปร์ระบุว่า ผู้ซื้อบ้านที่ยื่นขอสินเชื่อมากกว่า 1 ครั้งจะสามารถกู้ยืมเงินได้ไม่เกิน 70% ของมูลค่าอสังหาริมทรัพย์ เทียบกับก่อนหน้านี้ที่ขอกู้ได้สูงถึง 80% นอกจากนี้ ผู้ซื้อบ้านกลุ่มนี้จะต้องจ่ายเงินสด 10% ซึ่งเพิ่มขึ้นจากก่อนหน้านี้ที่ 5%

ส่วนกฎหมายการเก็บอากรสแตมป์ของผู้ขายบ้านจะนำมาใช้กับที่อยู่อาศัยทุกประเภทและเรียกเก็บจากที่ดินที่มีการขายภายในระยะเวลา 3 ปีหลังจากซื้อ ซึ่งเพิ่มจากเดิม 1 ปี โดยกฎข้อบังคับดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป


จีนจำกัดเพดานส่งออกแร่หายาก

เฉิน เต๋อหมิง รัฐมนตรีพาณิชย์จีนเปิดเผยว่า จีนจำกัดเพดานการส่งออกสินค้าประเทศทรัพยากรธรรมชาติหายาก โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อปกป้องสิ่งแวดล้อมภายในประเทศ

เฉินกล่าวในระหว่างการหารือระหว่างเจ้าหน้าที่ด้านเศรษฐกิจของจีนและญี่ปุ่นว่า ปัจจุบันนี้มีการใช้ประโยชน์จากแหล่งทรัพยากรธรรมชาติมากจนเกินไป ซึ่งสถานการณ์เช่นนี้จะสร้างความเสียหายอย่างมหาศาลต่อสภาพแวดล้อม

อย่างไรก็ดี การตั้งข้อจำกัดของจีนด้านการผลิต การแสวงหาประโยชน์จากแร่หายาก และการส่งออกสินค้าดังกล่าวดำเนินการภายใต้กรอบข้อบังคับขององค์การการค้าโลก (WTO)

เฉิน กล่าวว่า "การจำกัดเพดานการส่งออกสินค้าประเภทแร่หายากของจีนก็ส่งผลกระทบในแง่ลบต่อเศรษฐกิจจีนด้วยเช่นกัน"

พร้อมยกตัวอย่างแร่หายากของจีนบางชนิดที่ส่งออกให้ญี่ปุ่นเพื่อใช้ในการผลิตชิ้นส่วนฮาร์ดแวร์สำคัญๆ ก่อนที่จะนำกลับมาประกอบชิ้นส่วนในจีน ซึ่งหากจีนลดจำนวนการส่งออกวัตถุดิบดังกล่าว รายได้ตรงจุดนี้ของจีนก็จะน้อยลงไปด้วย

ทั้งนี้ เฉินกล่าวว่า การส่งออกแร่หายากเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศนั้นกระทำได้แต่ต้องไม่ทำให้เกิดผลกระทบต่อการพิทักษ์สิ่งแวดล้อมหรือความมั่นคงของประเทศ


อินเทลรุกซื้อธุรกิจไวร์เลสของอินฟีเนียน

บริษัท อินเทล คอร์ป ซื้อธุรกิจไวร์เลสของบริษัท อินฟีเนียน เทคโนโลยีส์ มูลค่าประมาณ 1.4 พันล้านดอลลาร์

อินเทลตั้งเป้าการซื้อกิจการในครั้งนี้ เพื่อรุกตลาดเข้าสู่ธุรกิจมือถือ และคาดว่าจะสามารถปิดดีลได้ในไตรมาสแรกของปี 2554

การซื้อกิจการครั้งนี้ จะช่วยสนับสนุนการดำเนินธุรกิจของอินเทลให้เป็นไปตามยุทธศาสตร์ด้านระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งจะช่วยขยายขอบเขตบริการ WiFi และ 4G ไวแม็กซ์ ด้วยการนำระบบการทำงาน 3G ของอินฟีเนียนเข้ามาใช้งาน

อินเทลสามารถทำกำไรได้ถึง 67% หลังจากที่ทำยอดขายพีซีได้มากกว่า 90% ในไตรมาส 2

ขณะที่อินฟีเนียน สามารถทำยอดขายได้ 346 ล้านยูโรในไตรมาส 3 ของปีงบประมาณ ซึ่งเป็นตัวเลขที่เพิ่มขึ้น 38% เนื่องจากลูกค้ารายใหญ่ๆของบริษัทได้ยกระดับแพลทฟอร์มโทรศัพท์ระดับเอ็นทรีและสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ๆ


ออกซฟอร์ดเล็งเลิกผลิตพจนานุกรมแบบเล่ม หันทำตลาดออนไลน์

พจนานุกรม “ออกซฟอร์ด” ซึ่งตีพิมพ์ครั้งแรกเมื่อ 126 ปีที่แล้ว และได้รับความเชื่อถือจากผู้ใช้ภาษาทั่วโลก เผยจะไม่ผลิตพจนานุกรมเล่มอีกต่อไป

คณะผู้จัดทำ 80 คนที่พัฒนาพจนานุกรมฉบับแก้ไขครั้งที่ 3มานานกว่า 21 ปี จะเผยแพร่ผลงานผ่านทางพจนานุกรมออนไลน์เท่านั้น

สำนักพิมพ์แห่งมหาวิทยาลัยออกซฟอร์ดให้บริการพจนานุกรมออนไลน์มานานกว่า 10 ปี และมีสถิติการเข้าใช้ราว 2,000,000 ครั้งต่อเดือน ผู้ใช้งานต้องสมัครสมาชิก และเสียค่าธรรมเนียมคนละ 205 ยูโรต่อปี

“ตลาดพจนานุกรมเล่มกำลังจะหายไป โดยยอดขายแต่ละปีลดลงกว่าร้อยละ 10” ไนเจล พอร์ทวูด ผู้บริหารสำนักพิมพ์ฯ วัย 44 ปีระบุ

พอร์ทวูดประเมินว่า พจนานุกรมเล่มจะวางขายในตลาดได้อีกไม่เกิน 30 ปี

พจนานุกรมออกซฟอร์ดฉบับแก้ไขครั้งที่ 3 คาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2037 และขณะนี้สำนักพิมพ์ฯ ได้หยุดผลิตหนังสืออ้างอิงพร้อมภาพประกอบแล้ว เนื่องจากความนิยมในเวบไซต์วิกิพีเดียที่มีมากขึ้น

แม้พจนานุกรมของอ็อกฟอร์ดจะได้รับความนิยมไปทั่วโลก แต่สำนักพิมพ์ฯก็ยังไม่มีกำไรเท่าที่ควร และยังคงเสียงบประมาณหลายล้านปอนด์ต่อปีเพื่อสนับสนุนการวิจัย

กูเกิล เอิร์ธ ส่งผลกระทบเดียวกันต่อสิ่งพิมพ์ประเภทแผนที่ อย่างไรก็ตาม ออกซฟอร์ดซึ่งเป็นสำนักพิมพ์ใหญ่ที่สุดในบรรดาสำนักพิมพ์ของของสถาบันการศึกษา ยังคงตีพิมพ์แผนที่สำหรับใช้ในโรงเรียนออกมาเป็นครั้งคราว


ติดตาม Money Wake up ทุกวันจันทร์ - ศุกร์ เวลา 6.00 น. ออกอากาศซ้ำเวลา 11.00 น. ทาง Money Channel


Posted on Tuesday, August 31, 2010 (Archive on Tuesday, September 07, 2010)
Posted by host  Contributed by suchitra
ดูรายการย้อนหลัง | อ่านข่าวทั้งหมด


      แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม




ส่งความคิดเห็น

50.00%0
40.00%0
30.00%0
20.00%0
10.00%0

จำนวนของความคิดเห็น 0 ,
คะแนนเฉลี่ย
  View Comments



  Advertisement