Tuesday, February 07, 2012
Text Size :Small | Medium |Large


  Money Insight  



EU คาด Demand ในเยอรมนีฟื้น ช่วยหนุนเศรษฐกิจยุโรป

Posted on Wednesday, August 25, 2010
ตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐฯที่ประกาศออกมาเมื่อวานนี้ (อังคารที่ 24 ส.ค. 53)
• ยอดขายบ้านมือสอง (ก.ค.) อยู่ที่ระดับ 3.83 ล้านยูนิต ลดลง 27.2% (คาดการณ์ว่าจะลดลงเพียง 5.1%)

ตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐฯที่จะประกาศออกมาวันนี้ (พุธที่ 25 ส.ค. 53)
• ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทน (มิ.ย.) โดย กระทรวงพาณิชย์
• ยอดขายบ้านใหม่ (ก.ค.) โดย กระทรวงพาณิชย์
• ตัวเลขน้ำมันสำรองประจำสัปดาห์ โดย EIA


EU คาด Demand ในเยอรมนีฟื้น ช่วยหนุนเศรษฐกิจยุโรป

คณะกรรมาธิการด้านเศรษฐกิจของสหภาพยุโรปแสดงความหวังว่า ดีมานด์ภายในประเทศของเยอรมนีจะกระเตื้องขึ้น ซึ่งจะช่วยผลักดันการขยายตัวทางเศรษฐกิจโดยรวมของกลุ่มประเทศแถบยูโรโซน

โอลลี เรห์น คณะกรรมาธิการด้านเศรษฐกิจของสหภาพยุโรปกล่าวว่า หากดีมานด์ในประเทศของเยอรมนีปรับตัวสูงขึ้น ฝรั่งเศส สเปน และประเทศอื่นๆจะสามารถส่งออกสินค้าไปยังเยอรมนีได้มากขึ้น ซึ่งจะช่วยสร้างสมดุลในกลุ่มประเทศยูโรโซนได้เป็นอย่างดี เนื่องจากเยอรมนีเป็นประเทศที่มีระบบเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในทวีปยุโรป

ในช่วงไตรมาส 2/53 เศรษฐกิจเยอรมนีขยายตัวที่ระดับ 2.2% ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเพราะได้รับอานิสงส์จากการส่งออกสินค้าในตลาดเอเชีย อย่างไรก็ตาม ดีมานด์ภายในประเทศและการใช้จ่ายผู้บริโภคของเยอรมนียังคงอยู่ในระดับต่ำ

ทั้งนี้ คณะกรรมาธิการยุโรปให้ข้อเสนอแนะว่า เยอรมนีควรดำเนินมาตรการใหม่ๆ มากขึ้นเพื่อกระตุ้นการขยายตัวของดีมานด์ภายในประเทศ

ขณะที่ สำนักงานสถิติแห่งชาติเยอรมนีรายงานว่า ยอดขาดดุลงบประมาณในช่วง 6 เดือนแรกของปีนี้ อยู่ที่ระดับ 3.5% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) จากการที่เยอรมนีได้รับผลกระทบจากวิกฤตเศรษฐกิจและการเงินที่เกิดขึ้นทั่วโลก

สำนักงานสถิติฯระบุว่า ยอดการกู้ยืมสุทธิของเยอรมนีในช่วงครึ่งปีแรก อยู่ที่ 4.28 หมื่นล้านยูโร (5.437 หมื่นล้านดอลลาร์) ซึ่งเพิ่มขึ้นกว่า 2 เท่าจากระดับ 1.87 หมื่นล้านยูโรในช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน ก่อนหน้านี้ เยอรมนีคาดว่า ยอดขาดดุลงบประมาณในปีนี้จะอยู่ที่ 4.5% ของจีดีพี ก่อนที่จะปรับตัวลงมาอยู่ที่ระดับต่ำกว่า 3% ของจีดีพี ตามข้อกำหนดของสหภาพยุโรป (EU) ได้ภายในปี 2555


Dell พร้อมปะทะ HP ในดีลเสนอซื้อกิจการบริษัทซอฟท์แวร์เก็บข้อมูล

ข้อเสนอซื้อกิจการบริษัทที่เป็นเจ้าของเทคโนโลยีด้านการจัดเก็บข้อมูลของยักษ์ใหญ่แห่งวงการคอมพิวเตอร์กำลังเผชิญกับคู่แข่งที่สำคัญ ก่อนมุ่งผลักดันต่อยอดธุรกิจให้ขึ้นไปแข่งขันกับเจ้าของตลาดรายเดิม อย่าง IBM หรือแม้แต่ Cisco Systems

Hewlett Packard กำลังเจอคู่แข่งที่สำคัญสำหรับดีลข้อเสนอซื้อกิจการของบริษัท 3Par หลังมีข่าวว่า Dell เตรียมพร้อมที่จะงัดข้อเสนอเพื่อสู้กับของ HP ที่เคยตั้งตัวเลขไว้ที่ 1,600 ล้านเหรียญ

เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว Dell ได้ยื่นข้อเสนอที่จะควักเงินราว 1,150 ล้านเหรียญเพื่อซื้อกิจการของบริษัทซอฟท์แวร์จัดเก็บข้อมูลดังกล่าว ขณะที่ HP บอกว่า บริษัทเต็มใจที่จะจ่ายในจำนวนเงินที่มากกว่าราคาหุ้นในตลาดถึง 2 เท่าก่อนหน้าที่คู่แข่งอย่าง Dell จะประกาศข้อเสนอออกมา

การแข่งขันทางด้านราคาของยักษ์ใหญ่ทั้ง 2 เจ้า ก็ทำให้นักวิเคราะห์บางรายถึงขนาดบอกว่า มูลค่าที่เสนอซื้อกันเข้ามานั้น ให้พรีเมี่ยมสูงเกินกว่าจุดที่จะเรียกว่าเป็นการคำนวณมูลค่าหุ้นจริง ๆ แม้ว่า HP จะมีภาษีที่ดีกว่าในดีลนี้ เมื่อดูจากความพร้อมในงบการเงิน

สำหรับสาเหตุที่ทำไมทั้งสองค่ายอยากจะได้ธุรกิจของ 3Par นั้น ก็เป็นเพราะความพยายามที่ต้องการขึ้นไปท้าทายคู่แข่งในตลาดเทคโนโลยีการจัดเก็บข้อมูลที่ครองตลาดอยู่เดิม ซึ่งก็คือ IBM และ Cisco Systems ในส่วนของผลิตภัณฑ์ “data-center” และการบริการ

ที่ผ่านมา ทั้ง HP และ Dell ใช้วิธีการรุกซื้อกิจการเพื่อผลักดันและต่อยอดธุรกิจที่ให้อัตรากำไรหรือมาร์จิ้นที่สูงกว่าตลาดเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล แม้ว่ารายของ HP นั้น จะได้เปรียบทั้งในแง่ยอดขายที่มากกว่า Dell ถึง 2 เท่า และมีความสามารถในการทำกำไรที่สูงมากกว่า 3 เท่า

อย่างไรก็ตาม บริษัทยังคงต้องจัดการกับปัญหาภายใน หลังจากการลาออกของนาย Mark Hurd เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา ขณะที่ทาง Dell ก็พยายามพลิกกลยุทธ์เพื่อกอบกู้ส่วนแบ่งการตลาดที่หดตัวลงในตลาด PC รวมถึงเรื่องอัตรากำไรที่แย่ลง


สหรัฐเข้มสืบสวนรถโตโยต้า 2 รุ่นอาจเข้าข่ายผิดปกติ

สหรัฐเร่งตรวจสอบรถโคโรลา และแมทริกซ์ของ โตโยต้า หลังตั้งข้อสันนิษฐานว่าเครื่องยนต์ของรถ 2 รุ่นนี้ อาจมีความผิดปกติจนเป็นเหตุให้รถดับขณะวิ่ง

การตรวจสอบและประเมินด้านวิศวกรรม รถโตโยต้ารุ่นโคโรลา และแมทริกซ์ ปี 2005, 2006 และ 2007 เริ่มมาตั้งแต่วันที่ 18 สิงหาคม แต่ล่าสุดสำนักงานบริหารความปลอดภัยการจราจรทางหลวงแห่งชาติสหรัฐ ระบุในแถลงการณ์ว่า ขณะนี้ได้ยกระดับการตรวจสอบให้มากยิ่งขึ้น เพื่อหาสาเหตุที่ทำให้เครื่องยนต์ดับขณะใช้งาน รถสตาร์ทไม่ติด รวมทั้งเปลี่ยนเกียร์ยาก

ด้านโฆษกของโตโยต้า ยืนยันว่าการตรวจสอบดังกล่าวเป็นเรื่องจริง และบริษัทได้ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี

ทั้งนี้ ปัญหาล่าสุดจะยิ่งส่งผลในแง่ลบต่อโตโยต้า หลังต้องเรียกเก็บรถคืนกว่า 10 ล้านคัน ตั้งแต่ปลายปีที่แล้วเพราะปัญหาด้านความปลอดภัย


นายกฯญี่ปุ่นกังวล “เยน” แข็งค่าและผันผวน

นายนาโอโตะ คัง นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวภายหลังจากที่เงินเยนร่วงลงแตะระดับต่ำสุดระดับใหม่ในรอบ 15 ปีเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐว่า การที่ค่าเงินผันผวนอย่างรวดเร็วนั้น ถือเป็นสถานการณ์ที่ไม่พึงประสงค์

นายกฯญี่ปุ่น กล่าวต่อไปว่า รัฐบาลจะติดตามความเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราอย่างใกล้ชิด ขณะที่นายโยชิฮิโกะ โนดะ รัฐมนตรีกระทรวงคลังญี่ปุ่น เปิดเผยว่า รัฐบาลญี่ปุ่นจะจับตาสถานการณ์ในตลาดปริวรรตเงินตราอย่างใกล้ชิดต่อไป หลังจากที่ตลาดหุ้นโตเกียวร่วงลง และเงินเยนแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบสกุลเงินหลัก ๆ

สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า รมว.คลังกล่าวว่า ความเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นกับเงินเยนในระยะนี้นั้น เป็นความเคลื่อนไหวเพียงด้านเดียว และความเคลื่อนไหวที่ผันผวนในตลาดจะส่งผลกระทบด้านลบต่อเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและการเงิน

นอกจากนี้ รมว.คลังญี่ปุ่นยังเผยด้วยว่า รัฐบาลจะประสานงานร่วมกับธนาคารกลางญี่ปุ่นอย่างใกล้ขิด และจะจัดการเจรจากับนายมาซาอากิ ชิรากาว่า ผู้ว่าการแบงค์ชาติญี่ปุ่นเมื่อเห็นว่าจำเป็น อย่างไรก็ตาม รัฐบาลยังไม่ได้ประกาศนโยบายใดๆออกมาเพื่อรับมือกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น

ขณะที่ตลาดคาดการณ์ว่า ทางการจะแทรกแซงตลาดเพื่อสกัดการแข็งค่าของเงินเยน ซึ่งอาจจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศที่ได้ส่งสัญญาณของการชะลอตัวมาก่อนหน้านี้แล้ว


บีพี จ่ายเงินชดเชยน้ำมันรั่วเกือบ 400 ล้านดอลลาร์

บริษัทน้ำมันบีพีเปิดเผยว่า ทางบริษัทต้องจ่ายค่าสินไหมทดแทนความเสียหายจากเหตุน้ำมันรั่วไหลในอ่าวเม็กซิโกไปแล้ว 399 ล้านดอลลาร์สหรัฐภายในระยะเวลา 16 สัปดาห์

เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาบีพีได้ทำการโอนเรื่องการร้องเรียนค่าเสียหายของบุคคลทั่วไปและผู้ประกอบธุรกิจไปยังศูนย์รับเรื่องร้องเรียนชายฝั่งอ่าวเม็กซิโก (Gulf Coast Claims Facility: GCCF) พร้อมยืนยันว่าทีมงานรับเรื่องร้องเรียนของบริษัทจะเดินหน้ารับมือกับการร้องเรียนของภาครัฐรวมถึงการร้องขอเงินทุนต่างๆ ต่อไป โดยบีพีเริ่มชดเชยค่าเสียหายครั้งแรกในวันที่ 3 พฤษภาคมที่ผ่านมา และจนถึงตอนนี้ทางบริษัทได้เซ็นเช็คไปแล้ว 127,000 ใบให้กับบุคคลทั่วไปและผู้ประกอบธุรกิจตามแนวชายฝั่งอ่าวเม็กซิโก

รัฐบาลสหรัฐและบีพีร่วมกันก่อตั้งศูนย์ GCCF ขึ้นในเดือนมิถุนายนเพื่อรับมือกับการร้องเรียนค่าเสียหายต่างๆ ที่เกิดจากเหตุน้ำมันรั่วไหลในอ่าวเม็กซิโก

เคนเนธ อาร์ ไฟน์เบิร์ก ผู้บริหารศูนย์ GCCF กล่าวว่า ศูนย์รับเรื่องร้องเรียนแห่งนี้ทำงานอย่างเต็มรูปแบบแล้ว และจะเริ่มชดเชยค่าเสียหายสำหรับกรณีฉุกเฉินต่อไป

ทั้งนี้ แท่นขุดเจาะน้ำมัน Deepwater Horizon ของบีพีเกิดระเบิดขึ้นเมื่อวันที่ 20 เมษายนที่ผ่านมา ส่งผลให้มีน้ำมันจำนวนมหาศาลรั่วไหลลงสู่อ่าวเม็กซิโก ถือเป็นเหตุการณ์น้ำมันรั่วที่ร้ายแรงที่สุดในประวัติศาสตร์สหรัฐ

นอกจากนั้นยังส่งผลกระทบอย่างหนักต่อเศรษฐกิจบริเวณชายฝั่งอ่าวเม็กซิโกที่ต้องพึ่งพาการประมง การท่องเที่ยว และอุตสาหกรรมน้ำมัน


คาร์ฟูร์เตรียมขายธุรกิจในมาเลเซีย

มาเลเซียเผยว่า คาร์ฟูร์ ผู้ค้าปลีกรายใหญ่ของฝรั่งเศสเตรียมขายธุรกิจในมาเลเซีย ท่ามกลางกระแสข่าวก่อนหน้านี้ว่าคาร์ฟูร์เตรียมขายธุรกิจในไทยและสิงคโปร์เช่นกัน แล้วจะถอนตัวออกจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ไปในคราวเดียว

นายมุคริซ มหาธีร์ รัฐมนตรีช่วยการค้ามาเลเซีย เผยว่า ได้ยินข่าวว่าคาร์ฟูร์กำลังคิดขายธุรกิจในมาเลเซียทิ้ง เพื่อปรับการทำธุรกิจในต่างประเทศให้เหมาะสม และขณะนี้มีห้างสรรพสินค้าหลายรายสนใจซื้อธุรกิจของคาร์ฟูร์ทั้งหมด 23 สาขาในมาเลเซีย

ด้านบริษัทวิจัยตลาดในมาเลเซียเห็นว่า ข่าวคาร์ฟูร์จะถอนตัวออกจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้สะพัดมาระยะหนึ่งแล้ว โดยคาร์ฟูร์ต้องการมุ่งไปที่ตลาดอินเดียมากกว่า เพราะชนชั้นกลางของอินเดียเป็นกลุ่มใหญ่ที่กำลังเติบโต ส่วนตลาดมาเลเซียแม้ไม่น่าตื่นตาตื่นใจเหมือนอินเดีย แต่ก็เป็นตลาดที่คึกคักและมีการแข่งขันสูงมาก

หนังสือพิมพ์นิวสเตรทส์ไทมส์ในมาเลเซียลงข่าวเมื่อเดือนก่อนว่า คาร์ฟูร์ตีมูลค่าธุรกิจในมาลเซีย สิงคโปร์และไทยรวมกันที่ 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 32,000 ล้านบาท)

ติดตาม Money Wake up ทุกวันจันทร์ - ศุกร์ เวลา 6.00 น. ออกอากาศซ้ำเวลา 11.00 น. ทาง Money Channel

Posted on Wednesday, August 25, 2010 (Archive on Wednesday, September 01, 2010)
Posted by host  Contributed by suchitra
ดูรายการย้อนหลัง | อ่านข่าวทั้งหมด


      แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม




ส่งความคิดเห็น

50.00%0
40.00%0
30.00%0
20.00%0
10.00%0

จำนวนของความคิดเห็น 0 ,
คะแนนเฉลี่ย
  View Comments



  Advertisement