Tuesday, February 07, 2012
Text Size :Small | Medium |Large


  Money Insight  



จับตาตลาดบ้านสหรัฐฯ จ่อกดดันเศรษฐกิจรอบสอง

Posted on Tuesday, August 24, 2010
ตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐฯที่จะประกาศออกมาวันนี้ (อังคารที่ 24 ส.ค. 53)
• ยอดขายบ้านมือสอง (ก.ค.) โดย สมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์แห่งชาติสหรัฐฯ


จับตาตลาดบ้านสหรัฐฯ จ่อกดดันเศรษฐกิจรอบสอง

นักลงทุนกำลังจับตาสถานการณ์ของตลาดบ้านในอเมริกาอย่างใกล้ชิด หลังจากที่เคยเป็นตัวช่วยหลักในการผลักดันให้เศรษฐกิจของประเทศหลุดพ้นออกจากความถดถอย ก่อนที่เครื่องชี้ในอุตสาหกรรมบ้านล่าสุดเปลี่ยนมาเป็นความกังวลว่าอาจฉุดให้เศรษฐกิจแย่ลงอีกครั้งด้วยเช่นกัน

ผลสำรวจของ Bloomberg ระบุว่า รายงานยอดขายบ้านที่สร้างเสร็จจากสมาคมอสังหาริมทรัพย์ที่จะออกมาในคืนวันนี้ (อังคาร 24 ส.ค.) อาจดิ่งลงถึงเกือบ 13% ในเดือนกรกฎาคมเมื่อเทียบกับเดือนมิถุนายน และจ่อทำสถิติอัตราการลดลงที่มากที่สุดในปีนี้เลยทีเดียว

ประเด็นหลักๆ ที่เกี่ยวกับเรื่องนี้ก็คือ การที่สิทธิประโยชน์ทางภาษีได้หมดอายุลงในเดือนเมษายนที่ผ่านมา ก่อนที่การขยายตัวของภาคการผลิตและธุรกิจอื่นที่เริ่มฟื้นดีขึ้นมาตั้งแต่ครึ่งหลังของปี 2552 กำลังอ่อนแรงลง ไม่ว่าจะเป็นจำนวนผู้ขอรับสิทธิสวัสดิการว่างงานที่ขยับสูงขึ้น รวมถึงยอดคำสั่งซื้อภาคโรงงานที่ลดลง

นักเศรษฐศาสตร์ของ Moody’s Analytics มองว่า หากตัวเลขการยึดจำนองบ้านกลับมาเร่งตัวขึ้นอีกครั้ง จนส่งผลกดดันราคาบ้าน นั่นก็หมายถึงโอกาสที่จะทำให้เศรษฐกิจหล่นกลับไปสู่สภาวะถดถอยได้อีกครั้ง

หน่วยงานวิจัยของ Moody’s แห่งนี้รายงานว่า ตัวเลขการใช้จ่ายในการก่อสร้างบ้าน รวมถึงสินค้าที่เกี่ยวข้องอย่างเช่น เฟอร์นิเจอร์ กินสัดส่วนราวๆ 15% ของจีดีพีสหรัฐฯ ในไตรมาสสอง ซึ่งภาคอสังหาริมทรัพย์ยังมีส่วนในการส่งผลกระทบทางอ้อมต่อการใช้จ่ายของผู้บริโภคด้วยเช่นกัน

ตัวอย่างเรื่องนี้เคยเกิดขึ้นมาแล้วในราวปี 2548 ที่คนนิยมใช้ประโยชน์จากมูลค่าบ้านที่เพิ่มขึ้นไปใช้เพื่อการซื้อรถยนต์ หรือแม้แต่ซื้อทริปท่องเที่ยวทั้งหลาย ซึ่งในทางกลับกัน หากราคาบ้านปรับตัวลง เจ้าของบ้านที่สูญเสียหลักประกันดังกล่าวจึงต้องหันไปลดค่าใช้จ่ายอื่นๆ ลงตาม

นอกจากรายงานยอดขายแบบ existing home sales แล้ว นักเศรษฐศาสตร์ก็คาดว่าตัวเลขยอดขายบ้านใหม่ของเดือนกรกฎาคมที่กระทรวงพาณิชย์จะประกาศในวันพุธนี้ น่าจะออกมาอยู่แถวๆ ระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ด้วยเช่นกัน


M&A คึกคักในธุรกิจเทคโนฯ-อุตสาหกรรมปุ๋ย

HP ได้ยื่นข้อเสนอซื้อหุ้น 3Par ผู้ผลิตอุปกรณ์และซอฟท์แวร์สำหรับจัดเก็บข้อมูล ในราคา $24 ต่อหุ้น หรือ 1,600 ล้านดอลลาร์

หลังจากที่ Dell ได้ยื่นข้อเสนอซื้อไปเมื่อสัปดาห์ที่แล้วที่ราคา $18 ต่อหุ้น หรือ 1,150 ล้านดอลลาร์ โดยการเสนอราคาของ HP นั้นสูงกว่าของเดลล์ถึง 33% ซึ่งทั้งสองบริษัทต่างมีเป้าหมายที่จะขยายฐานตลาดออกจากตลาดคอมพิวเตอร์ PC ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาเพื่อเพิ่มผลกำไรของบริษัท

นอกจากนี้การตั้งเป้าหมายในการขยายกิจการของทั้งสองบริษัทนั้นก็เพื่อเป็นการท้าทายคู่แข่งรายสำคัญอย่าง IBM เพื่อที่จะเจาะเข้าไปในตลาดคอมพิวเตอร์ และบริการทางเทคโนโลยีที่มีความซับซ้อนมากขึ้น เพราะตลาดดังกล่าวน่าจะเป็นโอกาสที่สามารถสร้างผลกำไรที่สูงขึ้นได้มากกว่าตลาดโน๊ตบุ๊คและคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล ซึ่งข่าวดังกล่าวก็ส่งผลให้ราคาห้นของ 3Par ปรับตัวสูงขึ้น

ขณะที่ความเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นในมุมของการซื้อขายควบรวมกิจการนั้นยังเกิดขึ้นจากทางธุรกิจผปุ๋ยด้วย หลังจากที่ แหล่งข่าวเผยว่า Potash Corp. อาจจะหันหน้าเจรจากับ SinoChem ของจีน และ Vale ของบลาซิล หลังจากบริษัทกำลังหาทางหลีกเลี่ยงการเข้าซื้อกิจการจาก BHP โดย BHP ได้เสนอซื้อที่ราคา 39,000 ล้านดอลลาร์ หรือ 130 ดอลลาร์ต่อหุ้น

ซีอีโอของโปแตช คอร์ป กล่าวว่า เขามั่นใจเต็มที่ว่าจะสามารถแข่งขันกับบีเอชพีได้ ทั้งนี้ ทั้ง 2 บริษัทต่างแข่งกันขึ้นเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมปุ๋ยที่ได้ประโยชน์จากดีมานด์ในเอเชีย บราซิล และอเมริกาเหนือ ขยายตัวขึ้นถึง 85% ในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา

การที่ SinoChem แสดงความสนใจที่จะเข้าซื้อ Potash Corp นั้น นักวิเคราะห์กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวอาจจะเป็นการบ่งชี้ว่าจีนต้องการจะหยุดยั้งและไม่ให้ BHP เข้ามามีส่วนสำคัญในการกำหนดอุปทานสินค้าโภคภัณฑ์ในตลาดโลก ขณะที่จีนนั้นก็เป็นผู้บริโภคสินค้าโภคภัณฑ์รายใหญ่


นายกรัฐมนตรีหญิงของออสเตรเลียเตรียมเจรจาส.ส.อิสระ-พรรคกรีนเพื่อจัดตั้งรัฐบาลผสม

จูเลีย กิลลาร์ด นายกรัฐมนตรีหญิงของออสเตรเลียเปิดเผยว่า เธอและนายเวย์น สวอน รองนายกรัฐมนตรี จะเจรจากับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรคกรีน และส.ส.อิสระ ในอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้ เพื่อจัดตั้งรัฐบาล

กิลลาร์ดกล่าวว่า รัฐบาลที่มีเสถียรภาพถือเป็นภารกิจลำดับแรกของพรรคแรงงานในขณะนี้ แต่เธอปฏิเสธที่จะตอบคำถามของผู้สื่อข่าวว่าเธอ หรือ นายโทนี แอ็บบ็อต ผู้นำพรรคฝ่ายค้าน มีความสัมพันธ์ที่ดีกว่ากับส.ส.อิสระและส.ส.พรรคกรีน

นางกิลลาร์ดกล่าวแต่เพียงว่า พรรคแรงงานสามารถจัดตั้งรัฐบาลที่มีเสถียรภาพเพื่อชาวออสเตรเลียได้

สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า กิลลาร์ดกล่าวให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวเกียวกับความคืบหน้าในการเจรจาเพื่อจัดตั้งรัฐบาล หลังจากเธอเดินทางออกจากกรุงเมลเบร์นเพื่อมุ่งหน้าสู่กรุงแคนเบอร์รา เมืองหลวงของออสเตรเลีย เมื่อวานนี้


เกาหลีใต้ประกาศแผนปฏิรูปภาษีฉบับใหม่

เกาหลีใต้เตรียมเดินหน้าแผนปฏิรูปภาษีประจำปี 2553 ซึ่งรวมถึงการริเริ่มโครงการลดหย่อนภาษีนิติบุคคลเพื่อกระตุ้นการสร้างงานใหม่ๆ มากขึ้น ขณะเดียวกันก็จะยกเลิกเครดิตภาษีการลงทุนชั่วคราวเพื่อเพิ่มรายได้ของรัฐบาล

กระทรวงยุทธศาสตร์และการคลังของเกาหลีใต้เปิดเผยแผนปฏิรูปภาษีประจำปี 2553 ซึ่งระบุถึงสาระสำคัญในการทบทวนระบบภาษีนิติบุคคลที่บังคับใช้อยู่ในปัจจุบัน ภายใต้แผนปฏิรูปครั้งนี้ รัฐบาลจะระงับการใช้นโยบายให้เครดิตภาษีการลงทุนแบบชั่วคราวแก่บริษัทที่ไม่มีการจ้างพนักงานใหม่ แต่จะกำหนดมาตรการลดภาษีระยะ 2 ปี เพื่อสนับสนุนบริษัทที่จ้างพนักงานเพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้านี้ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในแผนการของรัฐบาลที่ต้องการให้มีการจ้างงานเพิ่มขึ้น 50,000 ตำแหน่ง

นอกจากนี้ แผนการดังกล่าวยังเรียกร้องให้มีการลดภาษีขั้นพื้นฐานสำหรับภาคครัวเรือนที่มีบุตรตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป ซึ่งถือเป็นหนึ่งในความพยายามของรัฐบาลที่จะควบคุมอัตราการเกิดซึ่งปรับตัวลดลงอย่างรวดเร็ว

สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า การทบทวนนโยบายภาษีประจำปีนี้อาจทำให้รัฐบาลมีรายได้จากการจัดเก็บภาษีเพิ่มเติม 1.9 ล้านล้านวอน (1.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) ซึ่งลดลงจากที่เคยเพิ่มขึ้นถึง 10.5 ล้านล้านวอน (8.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) ในแผนปฏิรูปภาษีเมื่อปีที่แล้ว

ทั้งนี้ แผนปฏิรูปภาษีฉบับใหม่จะต้องผ่านความเห็นชอบจากรัฐสภาของเกาหลีใต้ก่อนที่จะมีผลบังคับใช้


นายกฯ-รมว.คลังญี่ปุ่น ถกมาตรการใหม่หวังกระตุ้นเศรษฐกิจที่ซบเซา

นายนาโอโตะ คัง นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น และนายโยชิฮิโกะ โนดะ รัฐมนตรีคลังญี่ปุ่น ได้พบปะพูดคุยและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันเรื่องนโยบายใหม่ๆ สำหรับกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศที่กำลังซบเซา

ทั้งคู่พบกันที่สำนักนายกรัฐมนตรีในเย็นวานนี้ หลังจากที่นายคังได้โทรศัพท์ติดต่อนายมาซาอากิ ชิรากาวะ ผู้ว่าการธนาคารกลางญี่ปุ่นเมื่อช่วงเช้าวานนี้ เพื่อพูดคุยถึงผลกระทบของเงินเยนที่แข็งค่าที่มีต่อเศรษฐกิจประเทศ

ในรายการโทรทัศน์ซึ่งออกอากาศเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา นายโคอิจิโร่ เก็มบะ หัวหน้าฝ่ายนโยบายของพรรคดีพีเจซึ่งเป็นพรรครัฐบาล กล่าวว่า รัฐบาลอาจใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจมูลค่ากว่า 1.7 ล้านล้านเยน ซึ่งได้มาจากเงินกองทุนสำรองของปีงบประมาณ 2553 มูลค่า 9.2 แสนล้านเยน และงบประมาณเกินดุลจากปีงบประมาณ 2552 จำนวน 8 แสนล้านเยน

นายเก็มบะกล่าวว่ารัฐบาลน่าจะใช้มาตรการดังกล่าวในช่วงต้นเดือนกันยายน แต่หากใช้เงินเกิน 1.7 ล้านล้านเยน รัฐบาลก็จำเป็นต้องออกพันธบัตรรัฐบาลเพิ่มเพื่อระดมทุน

นอกจากนี้ นายโยชิฮิโกะ โนดะ รัฐมนตรีคลังญี่ปุ่น กล่าวว่า นายกรัฐมนตรี นาโอโตะ คัง ได้สั่งการให้จับตาดูความเคลื่อนไหวของอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศอย่างใกล้ชิด ในขณะที่เงินเยนแข็งค่าขึ้นอย่างมากจนอาจส่งผลกระทบต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจญี่ปุ่น

นายโนดะเปิดเผยกับผู้สื่อข่าวถึงเรื่องดังกล่าวหลังจากที่เขาได้พูดคุยกับนายคัง พร้อมกับกล่าวด้วยว่า เขาได้รายงานนายกฯเกี่ยวกับสถานการณ์ทางเศรษฐกิจในช่วงนี้ ซึ่งรวมถึงความเคลื่อนไหวของอัตราแลกเปลี่ยน

อย่างไรก็ตามประเด็นที่แหล่งข่าวกล่าวว่า นายกญี่ปุ่นและรมว.คลังได้หารือกันเรื่องมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจนั้น รมว.คลังญี่ปุ่นปฏิเสธว่า ตนและนายกฯไม่ได้หารือกันเรื่องมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบใหม่ แต่ก็ไม่ปฏิเสธว่า เขาจะปรึกษาหารือกับนายคังถึงเรื่องนี้อย่างละเอียดอีกครั้งหนึ่ง


สำนักวางแผนเศรษฐกิจฟิลิปปินส์คาดจีดีพีไตรมาส 2 โต 5.9-6.9%

นายคาเยทาโน ปาเดรังกา เลขาธิการสำนักงานวางแผนเศรษฐกิจ-สังคมของฟิลิปปินส์ คาดว่า เศรษฐกิจของฟิลิปปินส์อาจขยายตัว 5.9-6.9% ในช่วงไตรมาสที่ 2 ของปีนี้ เนื่องจากได้รับแรงหนุนจากการฟื้นตัวของภาวะเศรษฐกิจโลกและการใช้จ่ายในระหว่างการเลือกตั้งภายในประเทศ

เขากล่าวว่า อัตราการเติบโตของเศรษฐกิจในไตรมาสที่ 2 จะได้รับอานิสงส์จากการฟื้นตัวของภาวะเศรษฐกิจโลกซึ่งทำให้การค้าขายกับต่างประเทศขยายตัวแข็งแกร่ง

นอกจากนี้ ความมั่นใจของผู้บริโภคและนักลงทุนที่เพิ่มขึ้น รวมทั้งการเลือกตั้งทั่วประเทศในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาซึ่งมีการใช้เงินในการหาเสียงค่อนข้างสูง ก็มีส่วนช่วยผลักดันจีดีพีของประเทศเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม ปรากฏการณ์เอลนินโญ่ ได้ทำให้เกิดภาวะแห้งแล้งทั่วทั้งประเทศ ส่งผลให้ผลผลิตทางการเกษตรลดลงและอาจจำกัดการขยายตัวของจีดีพี

นายปาเดรังกา กล่าวเสริมว่า ปัจจัยเหล่านี้อาจช่วยให้จีดีพีของฟิลิปปินส์เติบโตถึง 7% ในครึ่งปีแรก โดยในไตรมาสแรกของปี จีดีพีของฟิลิปปินส์ขยายตัวที่ 7.3%

ทั้งนี้ นายปาเดรังกา มองในแง่ดีว่า เศรษฐกิจของฟิลิปปินส์จะยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่องในอีก 2-3 เดือนข้างหน้า

พร้อมย้ำว่า การลงทุนและการส่งออกที่เพิ่มขึ้นจะช่วยผลักดันให้ของจีดีพีของปีนี้ขยายตัวสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ที่ 5-6%


จีนอาจยกเลิกโทษประหารชีวิตในคดีอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ

สำนักข่าวซินหัวของทางการจีนรายงานว่า แต่ละปีจีนมีการประหารชีวิตประชาชนจำนวนมากกว่าประเทศอื่น ๆ กำลังพิจารณายกเลิกโทษประหารชีวิตสำหรับคดีอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ

สำนักข่าวซินหัวระบุว่า ร่างแก้ไขบทลงโทษในคดีอาชญากรรมของประเทศเสนอให้ตัดรายการการกระทำผิดที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจหรือความผิดไม่รุนแรง 13 รายการ จากรายการการกระทำผิดทางอาชญากรรมทั้งหมด 68 ราย การที่มีบทลงโทษถึงขั้นประหารชีวิต และยังไม่เป็นที่ทราบว่าร่างบทลงโทษนี้จะกลายเป็นกฎหมายเมื่อใด ซึ่งร่างดังกล่าวต้องเสนอต่อคณะกรรมการประจำแห่งสมัชชาประชาชนแห่งชาติจีน และพิจารณาซ้ำอีกหลายครั้งก่อนมีมติเห็นชอบ

ทางด้านเว็บไซต์ของคณะกรรมการประจำแห่งสมัชชาประชาชนแห่งชาติจีนยืนยันว่า ร่างดังกล่าวกำลังอยู่ในระหว่างพิจารณา และสำนักข่าวซินหัวไม่ได้ระบุว่า คดีอาชญากรรมประเภทใดบ้างที่ถูกลบออกจากรายการโทษประหารชีวิต.


ติดตาม Money Wake up ทุกวันจันทร์ - ศุกร์ เวลา 6.00 น. ออกอากาศซ้ำเวลา 11.00 น. ทาง Money Channel


Posted on Tuesday, August 24, 2010 (Archive on Tuesday, August 31, 2010)
Posted by host  Contributed by suchitra
ดูรายการย้อนหลัง | อ่านข่าวทั้งหมด


      แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม




ส่งความคิดเห็น

50.00%0
40.00%0
30.00%0
20.00%0
10.00%0

จำนวนของความคิดเห็น 0 ,
คะแนนเฉลี่ย
  View Comments



  Advertisement