หน้าแรก การรับชม Money Channel ผังรายการ ข้อมูลย้อนหลัง แผนผังเว็บไซต์ เกี่ยวกับสถานี ติดต่อเรา  
+  ตลาดหลักทรัพย์ฯ ขอเชิญผู้สนใจร่วมกิจกรรม Stock Day ประจำเดือน ก.ย. หัวข้อ “หุ้นไทย...โค้งสุดท้ายปี 53” โดย บล.เกียรตินาคิน วันที่ 15 ก.ย. นี้ 13.00-16.30 น.ชั้น 20 อาคาร K ทาวเวอร์ A ถ. อโศก สำรองที่นั่ง 0 2229 2222 และ www.set.or.th  +  จับทิศตลาดหุ้นจะเข้าลงทุนช่วงไหน? จะสร้างโอกาสทำกำไรด้วย SET50 Futures ได้อย่างไร พบคำตอบได้ในสัมมนา TFEX Special Day:รวมสุดยอดเทคนิคเทรด SET50 Futures เสาร์ 18 ก.ย. นี้ 12.30-17.30 น. ศูนย์สิริกิติ์ฯ ห้อง Meeting Room 3-4 ลงทะเบียน 0-2240-3700 ต่อ 1119   +  ครั้งแรกเพื่อคนฝั่งธนกับการลงทุนในกองทุนรวมในงาน ตลาดนัดกองทุนรวม : Mutual Fund Fair @ The Mall บางแค พบกับ บลจ. ชั้นนำที่จะให้คำปรึกษาด้านการลงทุน 16-18 ก.ย. นี้ 10.00-20.00 น. The Mall บางแค ชั้น G สอบถามโทร. 0 2229 2222 หรือ www.thaimutualfundnews.com  +  เชิญชวนเยาวชนระดับประถม-อุดมศึกษา (อายุไม่เกิน 25 ปี) ร่วมพิสูจน์ความสามารถทางดนตรี ทั้งการขับร้องหรือเล่นเครื่องดนตรีทุกชนิดที่ไม่ใช้ไฟฟ้า ในเวทีการประกวดเซ็ทเทรดเยาวชนดนตรีฯ ครั้งที่ 14 รับสมัครตั้งแต่วันนี้-15 ต.ค. 53 สอบถาม 0-2800-2525 ต่อ 107-108   - Thursday, August 26, 2010 +  Wealth Society ตอน “เกษียณบนกองเงิน” พบกับดร.สุวรรณ วลัยเสถียร และคุณประจบ วงษ์นิ่ม (ป.ดัชนี) ที่จะมาแนะแนวการวางแผนการเพื่อการวัยเกษียณ อาทิตย์ 26 ก.ย. 53 เวลา 09.30-15.30 น. ณ สภาคริสตจักรในประเทศไทย (ใกล้สะพานหัวช้าง) สนใจดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ www.tsi-thailand.orgหรือ 0-2229-2222   +  เชิญผู้ประกอบการร่วมกิจกรรม Crisis Watch โฉมใหม่ ฟังเสวนาเจาะลึกประเด็นเด่น...จับตาประเด็นร้อน เพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจ ในหัวข้อ “เจาะลึกโอกาส AFTA การค้าและการลงทุน” 15 ก.ย. นี้ 9.30-12.00 น. ณ ห้องประชุม 1101 อาคารตลท. ฟรี! สอบถาม 0-2229-2222  +  Wealth Society by TSI ตอน“เกษียณบนกองเงิน” แนะแนวการวางแผนการเงินเพื่อวัยเกษียณพร้อมแนะนำวิธีการดูกราฟเทคนิคเพื่อประกอบการตัดสินใจลงทุน อาทิตย์ 26 ก.ย. 53 ดูรายละเอียดที่ www.tsi-thailand.org สอบถาม 0-2229-2222   +  เทรดอนุพันธ์กับ บล.ไทยพาณิชย์ ตั้งแต่วันนี้ – 30 ธ.ค. 53 ลุ้นรับ รถนิสสัน มาร์ช สำหรับผู้สะสมคะแนนสูงสุดและไม่ต่ำกว่า 15,000 คะแนนในระยะเวลาตามเงื่อนไขที่กำหนด ผู้สะสมคะแนนตามเกณฑ์รองลงมาจะได้รับรางวัลถัดไป รวมทั้งสิ้น 85 รางวัล มูลค่ากว่า 1.6 ล้านบาท ดูรายละเอียดเพิ่มเติม www.scbs.com โทร.02-515-2013-5   +  ขอเชิญผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มเข้าร่วมงาน The Future of Food 2010 Insightful Business Trends on The Food & Beverage Industry วันที่ 2-4 พ.ย. 53 ตั้งแต่เวลา 9.00 น. ณ โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ ฯ เซ็นทรัลเวิลด์ ลงทะเบียนติดต่อ โทร 0-2716-1722 ต่อ 800 ดูรายละเอียดเพิ่มเติม   +  ตลาดอนุพันธ์ประกาศรับสมัครสมาชิกผู้ค้าทองรายใหม่ เพื่อร่วมพัฒนาตลาดโกลด์ฟิวเจอร์ส เปิดรับสมัครตั้งแต่บัดนี้ ถึง 30 ธ.ค.2553 ผู้สนใจสามารถศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับการรับสมาชิกของ TFEX ได้ทาง www.tfex.co.th หรือสอบถาม 0-2229-2757 
Friday, September 10, 2010
Text Size :Small | Medium |Large


  Money Wake Up  



โพลล์นักเศรษฐศาสตร์ชี้ธนาคารกลางสหรัฐจะขึ้นดอกเบี้ยภายใน 6 เดือน

Posted on Tuesday, March 09, 2010
นักเศรษฐศาสตร์คาด เฟดขึ้นดอกเบี้ยภายใน 6 เดือน

ผลสำรวจจากสมาคมนักเศรษฐศาสตร์ (NABE) ที่จัดทำขึ้นโดยการสำรวจความคิดเห็นนักเศรษฐศาสตร์จำนวน 203 ราย ระหว่างวันที่ 4-22 ก.พ. ที่ผ่านมา และมีการเผยแพร่รายงานออกมาเมื่อวันจันทร์ โดยระบุว่า นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่ นั้นเชื่อว่า เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยภายในระยะเวลา 6 เดือน ในอัตราประมาณ 0.25-0.50%

นักเศรษฐศาสตร์ประมาณ 42% ของโพลล์ ประเมินว่า หลังจากที่เฟดยุติโครงการซื้อหลักทรัพย์ที่มีอสังหาริมทรัพย์ค้ำประกัน หรือ MBS มูลค่า 1.25 ล้านล้านดอลลาร์ในช่วงปลายเดือนนี้ จะเป็นการเปิดโอกาสให้มีการขึ้นดอกเบี้ยหลังจากนั้นได้ ทั้งนี้โครงการเข้าซื้อ MBS ของเฟดเกิดขึ้นหลังจากที่ดอกเบี้ยนโยบายถูกหั่นลงเหลือ 0%

นอกจากนี้ ในผลสำรวจยังระบุว่า นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่เห็นด้วยกับการที่เฟดปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงมาใกล้ระดับ 0%

แต่อย่างไรก็ดี มีนักเศรษฐศาสตร์จำนวนมากขึ้นที่เชื่อว่าการดำเนินนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐฯ นั้น กระตุ้นเศรษฐกิจมากเกินไป

Lynn Reaser ประธานของสมาคม NABE กล่าวว่า นักเศรษฐศาสตร์ส่วนมากมองว่าการขึ้นดอกเบี้ยเป็นสิ่งที่เหมาะสมสำหรับสถานการในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้านี้

ในขณะที่เฟด ก็ได้กล่าวว่า อัตราการว่างงานที่ยังคงอยู่ในระดับสูง และเงินเฟ้อที่ต่ำ เป็นการสนับสนุนให้ยังคงอัตราดอกเบี้ยต่ำต่อไปได้อีกระยะหนึ่ง แต่ในรายการก็ยังระบุอีกว่า ในขณะที่เศรษฐกิจกำลังเริ่มฟื้นตัวเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ นั้น ผู้กำหนดนโยบายเชือว่าเฟดควรจะเตรียมตลาดให้พร้อมกับนโยบายการเงินที่เข้มงวดมากขึ้น

ส่วนเรื่องของการกำกับดูแลนั้น ผลสำรวจระบุว่า การกำกับดูแลที่ไม่เพียงพอเป็นสาเหตุที่ทำให้วิกฤติการเงินในครั้งนี้มีความรุนแรง และนักเศรษฐศาสตร์จำนวนมากมองว่า การที่รัฐจะเข้ามาลดอำนาจการดูแลของเฟดนั้น จะทำให้ให้ประสิทธิภาพในการกำกับดูแลตลาดเงินลดลง

นักเศรษฐศาสตร์จำนวนมากคิดว่า นโยบายการคลังในปัจจุบันเหมาะสมแล้ว โดยมีสัดส่วน 44% ซึ่งเป็นจำนวนเปอร์เซนต์สูงสุดนับตั้งแต่ปี 2550 แต่ส่วนใหญ่ระบุ ว่า มาตรการกระตุ้นทางการคลังอีกครั้งไม่มีความจำเป็น

นักเศรษฐศาสตร์เกือบ 80% ยังระบุว่า ยอดขาดดุลงบประมาณระยะยาว ของสหรัฐอาจทำลายความสามารถของสหรัฐในการกู้เงิน


Bursa Malaysia ส่อแววกำไรโตต่อปีนี้ รับอานิสงส์เศรษฐกิจฟื้น

บริษัทจัดการตลาดหุ้นของประเทศ เพื่อนบ้าน อย่างที่ มาเลเซีย หรือที่รู้จักกันในชื่อ Bursa Malaysia ออกมาคาดการณ์ว่ากำไรจะเพิ่มขึ้นเป็นปีที่ 2 ตามทิศทางการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ และเป็นผลมาจากการที่รัฐบาลมีนโยบายอ้าแขนรับเงินลงทุนจากต่างชาติมากขึ้น

นาย Yusli Mohamed Yusoff ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของตลาดหลักทรัพย์มาเลเซีย คาดว่าทิศทางการเติบโตของกำไรยังคงเป็นบวกในปีนี้ แม้มีความเป็นไปได้ที่สภาวะตลาดจะผันผวน แต่โดยภาพรวมก็ต้องถือว่ามีโอกาสที่จะเอื้อให้กำไรขยายตัวได้ต่อ

ในปี 2552 ที่ผ่านมา Bursa มีกำไรเพิ่มขึ้นถึง 70% มาอยู่ที่ 177.6 ล้านริงกิต หรือประมาณ 53.1 ล้านเหรียญ ซึ่งสาเหตุหลักๆ มาจากการเพิ่มขึ้นของปริมาณการซื้อขาย และค่าธรรมเนียมที่ได้จากการนำหุ้นเข้าจดทะเบียนในตลาด รวมถึงการขายหุ้นในบางธุรกิจ

การคาดการณ์ที่สดใสของซีอีโอของตลาดหุ้นเพื่อนบ้านไทย นี้ กลับสวนทางกับมุมมองของนักวิเคราะห์ในโพลล์ที่จัดทำโดยสำนักข่าว Bloomberg ที่ประเมินว่า ตลาดหุ้นมาเลเซียจะมีกำไรที่ลดลง มาอยู่ที่ 141 ล้านริงกิตในปีปัจจุบัน

อย่างไรก็ดี สำหรับตัวเลขเท่าที่ผ่านมาของปีนี้ ดูเหมือนจะเป็นเหตุผลที่สร้างความมั่นใจให้แก่ผู้บริหาร เมื่อปริมาณการซื้อขายเฉลี่ยรายวันเพิ่มขึ้นมากกว่า 2 เท่า มาอยู่ที่ 1,020 ล้านหุ้น เทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2552 ที่เคยอยู่แค่เพียง 400 ล้านหุ้นเท่านั้น ขณะที่มูลค่าการซื้อขายก็กระโดดขึ้นมาอยู่ที่ 1,360 ล้านริงกิตต่อวัน จาก 602 ล้านริงกิต ซึ่งทั้งหมดก็เป็นไปตามภาวะการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกและสะท้อนถึงผลที่รัฐบาลเร่งใช้จ่ายเพื่อให้แน่ใจว่าเศรษฐกิจจะเดินหน้าเติบโตต่อ

นักวิเคราะห์ของ Standard & Poor’s ประจำภาคพื้นเอเชีย ประเมินมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยรายวันของ Bursa Malaysia อาจปรับตัวขึ้น 17% ในปีนี้ อันเป็นผลมาจากการเข็นหุ้นเข้าจดทะเบียนใหม่และการเพิ่มขึ้นของปริมาณเทรดสินค้าอนุพันธ์อีกด้วย

ซีอีโอ Bursa Malaysia ได้แย้มออกมาด้วยว่า ในเดือนนี้ รัฐบาลอาจจะประกาศมาตรการที่เกี่ยวข้องกับการปล่อยเสรีและปฏิรูปกฏเกณฑ์ต่างๆ มากยิ่งขึ้น แม้เขาจะไม่ได้พูดลงในรายละเอียดมากนักก็ตาม แต่มีสิ่งหนึ่งที่เขาอยากจะเห็นความคืบหน้าจากงานนี้ ก็คือ การขยายโอกาสให้กับนักลงทุนรายย่อยให้เข้าถึงตลาดได้มากขึ้น รวมถึงการปล่อยให้โบรกเกอร์ต่างชาติเข้ามาให้บริการในตลาดหุ้นของตนมากขึ้นด้วยเช่นกัน


IMF ชื่นชมการขายพันธบัตรล่าสุดของกรีซ

นายโดมินิก สเตราส์-คาห์น ผู้อำนวยการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) กล่าวชื่นชมการขายพันธบัตรครั้งล่าสุดของรัฐบาลกรีซเมื่อเร็ว ๆ นี้ แต่กล่าวว่ายังเร็วเกินไปที่จะชี้ชัดว่ากรีซซึ่งเป็นประเทศที่มียอดขาดดุลงบประมาณสูงสุดในยุโรปจะสามารถรีไฟแนนซ์หนี้สินที่เหลืออยู่ได้ในปีนี้หรือไม่

ผอ. IMF แสดงความหวังว่า การขายพันธบัตรครั้งนี้จะช่วยให้รัฐบาลกรีซลดยอดขาดดุลงบประมาณได้ ซึ่งก็ต้องติดตามดูว่าในอีก 2-3 สัปดาห์ข้างหน้านี้ตลาดจะมีปฏิกริยาอย่างไรเกี่ยวกับเรื่องนี้ และดูว่ากรีซจะสามารถระดมทุนในตลาดได้ทั้งหมดที่ต้องการหรือไม่

นายจอร์จ ปาปันเดรอู นายกรัฐมนตรีของกรีซ ประกาศใช้มาตรการลดตัวเลขขาดดุลลง 5 พันล้านยูโร (6,800 ล้านดอลลาร์) ซึ่งความเคลื่อนไหวดังกล่าวช่วยให้นักลงทุนคลายความกังวลเกี่ยวกับวิกฤตการณ์ด้านการเงินของกรีซ

อย่างไรก็ตาม รัฐบาลกรีซยังต้องระดมทุนให้ได้กว่า 2 หมื่นล้านยูโรเพื่อใช้ในการไถ่ถอนพันธบัตรในเดือนเม.ย.และพ.ค.นี้ ทั้งนี้ ผู้อำนวยการ IMF ยังได้กล่าวว่า รัฐบาลกรีซมีนโยบายการคลังที่แข็งแกร่ง พร้อมกับย้ำว่ารัฐบาลยุโรปจำเป็นต้องจัดการปัญหาดังกล่าวด้วยตนเอง ขณะที่ IMF จะให้ความช่วยเหลือทางเทคนิคแก่ยุโรป

ก่อนหน้านี้ นายกรัฐมนตรีปาปันเดรอูกล่าวว่า กรีซอาจจำเป็นต้องขอความช่วยเหลือทางการเงินจาก IMF หากจำเป็น แต่นายฌอง-คล้อด ทริเชต์ ประธานธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) ได้ออกมาขัดขวางข้อเสนอดังกล่าว พร้อมกับเรียกร้องให้ประเทศอื่นๆในยุโรปร่วมมือกันช่วยกรีซในการลดยอดขาดดุลงบประมาณ

ขณะที่ นายจอร์จ โปรโวปูลอส ผู้ว่าการธนาคารกลางกรีซ กล่าวให้ สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์ไฟแนนเชียล ไทม์ ดอยช์แลนด์ (FTD) ของเยอรมนีว่า กรีซจะไม่ต้องการความช่วยเหลือจากต่างประเทศเพื่อจัดการกับปัญหาหนี้สิน

ผู้ว่าการธนาคารกลางกรีซ กล่าวว่า การประมูลพันธบัตรรัฐบาลกรีซอายุ 10 ปี ซึ่งได้รับผลตอบรับหนาแน่น เมื่อวันพฤหัสบดีที่แล้วนั้น แสดงให้เห็นว่ากรีซสามารถระดมทุนได้ตามที่ ต้องการในตลาดการเงิน ยอดจองพันธบัตรปิดสูงกว่า 1.6 หมื่นล้านยูโร โดยมีนักลงทุน มากกว่า 400 คน

นายโปรโวปูลอสกล่าวว่า กรีซต้องจ่าย "ราคาค่อนข้างสูง" เพื่อเปลี่ยนพันธบัตร แต่เขาก็มั่นใจว่า ต้นทุนการออกพันธบัตรจะลดลง โดยเขากล่าวว่า "ตั้งแต่นี้ไป แรงกดดันจะลดลง" เขาคาดว่ากรีซจะฟื้นตัวจากวิกฤติหนี้ครั้งนี้ด้วยตนเอง

ก่อนหน้านี้ มูดี้ส์ได้จัดอันดับความน่าเชื่อถือของกรีซไว้ที่ A2 โดยมีแนวโน้มเชิงลบ และระบุว่า กรีซต้องดำเนินตามแผนรัดเข็มขัด อย่างสมบูรณ์แบบ มิฉะนั้นอาจจะถูกลดอันดับความน่าเชื่อถือลง


รมต.คลังเกาหลีใต้เตือนเศรษฐกิจเปราะบาง แนะไม่ควรรีบขึ้นดอกเบี้ย

รัฐมนตรีคลังเกาหลีใต้ออกโรงเตือนว่า การฟื้นตัวทางเศรษฐกิจในประเทศยังคงเปราะบางเกินกว่าที่จะรับมือกับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย

เมื่อพิจารณาจากตัวเลขผลผลิตมวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ที่เริ่มขยายตัวช้าลงในช่วงไตรมาส 4 ของปี 2552 ที่อัตรา 0.2% หลังจากที่เคยขยายตัวได้ 3.2% ในไตรมาสก่อนหน้านี้

ยูน จึง ฮยอน รัฐมนตรีกระทรวงกลยุทธ์และการคลังของเกาหลีใต้แสดงความเห็นในมุมของรัฐบาลว่า ขณะนี้ยังไม่ถึงเวลาที่จะปรับขึ้นดอกเบี้ย โดยอ้างถึงความกังวลต่อ (1) ภาวะการพึ่งพาภาคเอกชนในการกระตุ้นให้เศรษฐกิจภายในประเทศขยายตัวได้อย่างยั่งยืน (2) ขณะที่อัตราว่างงานพุ่งสูงขึ้น และ (3) ระดับหนี้สินภาคครัวเรือนยังมีอยู่เป็นจำนวนมหาศาล

นอกจากนี้ รัฐบาลเกาหลีใต้แสดงความกังวลว่า ขณะนี้ยังเร็วเกินไปที่ธนาคารกลางเกาหลีใต้จะยุติการใช้มาตรการควบคุมอัตราดอกเบี้ยในระดับต่ำ

ทั้งนี้ ธนาคารกลางตัดสินใจคงอัตราดอกเบี้ยเอาไว้ที่ 2% นับตั้งแต่เดือนมี.ค.2552 หลังจากที่ธนาคารเริ่มปรับลดดอกเบี้ยตั้งแต่ปลายปี 2551 เพื่อรับมือกับผลกระทบของวิกฤตการเงินที่ปะทุขึ้นภายหลังจากที่เลห์แมน บราเธอร์ส โฮลดิ้งประสบภาวะล้มละลายเมื่อเดือนก.ย. 2551

ในเดือนม.ค.ที่ผ่านมา ทางกระทรวงการคลังของเกาหลีใต้ได้ส่งเจ้าหน้าที่ระดับสูงเข้าร่วมประชุมในฐานะผู้สังเกตุการณ์เกี่ยวกับการกำหนดนโยบายการเงินของธนาคารกลางเป็นครั้งแรกในรอบ 10 ปี ซึ่งทางกระทรวงฯแสดงความเคารพต่อการตัดสินใจของธนาคาร

ขณะเดียวกันก็ย้ำถึงความจำเป็นที่รัฐบาลและธนาคารต้องกำหนดนโยบายการเงินให้สอดคล้องกันในช่วงที่เผชิญกับวิกฤตเศรษฐกิจ

อย่างไรก็ตาม นับตั้งแต่ปลายปี 2551-2552 รัฐบาลเกาหลีใต้ได้อัดฉีดเงินเกือบ 50 ล้านล้านวอน (44,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) เพื่อกระตุ้นการขยายตัวของเศรษฐกิจ ในรูปของการใช้เงินภาษีพิเศษและการลดหย่อนภาษีเช่นเดียวกับรัฐบาลในประเทศอื่นๆทั่วโลกที่ใช้มาตรการในลักษณะเดียวกันนี้เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจ


รองผู้ว่าฯแบงก์ชาติจีนชี้หยวนจะแข็งค่าขึ้นในระยะยาว

ซู หนิง รองผู้ว่าการธนาคารกลางจีนกล่าวว่า เงินหยวนของจีนจะแข็งค่าขึ้นอย่างช้าๆในระยะยาว โดยในระยะสั้นนี้ อัตราแลกเปลี่ยนเงินหยวนจะผันผวนตามการเปลี่ยนแปลงของสภาพเศรษฐกิจ แต่ในระยะยาวแล้วนั้น การแข็งค่าของเงินหยวนจะเป็นผลดีต่อจีน

สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า รองผู้ว่าการแบงค์ชาติจีนกล่าวว่า แรงกดดันที่ต้องการให้จีนขึ้นค่าเงินหยวนนั้นมีมานานแล้ว แต่การแข็งค่าของเงินหยวนไม่ได้เป็นปัจจัยที่จะช่วยบรรเทายอดเกินดุลการค้าจำนวนมหาศาลของจีน โดยหากต้องการที่จะลดแรงกดดันเรื่องการขึ้นค่าเงินหยวน จีนก็ควรมุ่งเน้นไปที่การกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศ

รองผู้ว่าการแบงค์ชาติจีนกล่าวด้วยว่า การกำหนดยอดการปล่อยเงินกู้ครั้งใหม่ในปีนี้ไว้ที่ 7.5 ล้านล้านหยวนนั้น ควรจะช่วยเร่งโครงการที่ยังอยู่ในระหว่างดำเนินการให้เสร็จสมบูรณ์ มากกว่าที่จะนำไปใช้สนับสนุนโครงการใหม่ๆ และจีนควรจะควบคุมระดับราคาด้วยการชะลอปริมาณเงินของประเทศ

ขณะที่ นายเฉิน เต้อหมิง รัฐมนตรีกระทรวงพาณิชย์จีนชี้ยอดเกินดุลการค้าของจีนกำลังหดตัวลง และขอให้ทุกฝ่ายระมัดระวังเกี่ยวกับการยกเลิกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งยอดเกินดุลที่ลดลงนี้บ่งชี้ว่า เงินหยวนอาจจะยังไม่แข็งค่าขึ้นในเร็วๆนี้เมื่อเทียบกับเงินดอลลาร์สหรัฐ

ศาสตราจารย์นูเรียล รูบินี แห่งมหาวิทยาลัยนิวยอร์ก กล่าวว่า จีนจะจำกัดค่าเงินหยวนไม่ให้สูงเกิน 4% ในช่วง 12 เดือนข้างหน้านี้ เนื่องจากแนวโน้มเศรษฐกิจโลกที่ยังอยู่ในช่วงที่ต้องระมัดระวัง และธนาคารกลางจีนอาจจะยกเลิกการผูกติดค่าเงินหยวนกับเงินดอลลาร์อย่างเร็วสุดในไตรมาส 2


จีนสำรองธัญพืชในปริมาณสูงเพื่อความมั่นคงทางอาหาร

จีนซึ่งเป็นผู้บริโภคธัญพืชรายใหญ่สุดของโลก เตรียมสำรองธัญพืชในปริมาณสูงเพื่อความมั่นคงทางอาหาร พร้อมกันนั้นยังอาจนำเข้าถั่วเหลืองเพิ่มขึ้นด้วย

เป๋า เข่อซิน ประธานบริษัท ไชน่า เกรน รีเซิร์ฟส์ (China Grain Reserves Corp.) กล่าวว่า "การสำรองธัญพืชไว้ที่ระดับ 150-200 ล้านตันถือเป็นเรื่องที่จำเป็นมาก"

ทั้งนี้ จีนบริโภคธัญพืชราว 500 ล้านตันต่อปี และรัฐบาลจะสำรองธัญพืชในปริมาณ 40% ของดีมานด์ทั้งหมดเพื่อป้องกันซัพพลายและควบคุมราคาอาหาร

เมื่อสัปดาห์ที่แล้วนายกรัฐมนตรีเหวิน เจียเป่า กล่าวว่า รัฐบาลจะเพิ่มกำลังการผลิตธัญพืช เมล็ดพืชสำหรับทำน้ำมัน ฝ้าย และน้ำตาล พร้อมขึ้นราคาขั้นต่ำของธัญพืชและทำการสำรองสินค้าโภคภัณฑ์ทางการเกษตรต่อไป

ทั้งนี้ รัฐบาลจีนซื้อถั่วเหลือง ข้าวโพด ข้าวสาลี และข้าวจากเกษตรกร จากนั้นจึงนำมาสำรองไว้ในไซโลทั่วประเทศเผื่อไว้ใช้ในกรณีฉุกเฉินและเพื่อป้องกันมิให้ราคาพืชผลมีความผันผวนมากเกินไป และจีนเป็นประเทศที่มีการสำรองธัญพืชมากที่สุดในโลก

ติดตาม Money Wake up ทุกวันจันทร์ - ศุกร์ เวลา 6.00 น. ออกอากาศซ้ำเวลา 11.00 น. ทาง Money Channel

Posted on Tuesday, March 09, 2010 (Archive on Tuesday, March 16, 2010)
Posted by host  Contributed by suchitra
อ่านข่าวทั้งหมด


      แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม




ส่งความคิดเห็น

50.00%0
40.00%0
30.00%0
20.00%0
10.00%0

จำนวนของความคิดเห็น 0 ,
คะแนนเฉลี่ย
  View Comments



  Advertisement