Wednesday, February 08, 2012
Text Size :Small | Medium |Large


  Money Insight  



หุ้นอินเดียเข้าตา มาร์ค โมเบียส เติบโตแซงหน้าหุ้นตลาดเกิดใหม่

Posted on Wednesday, March 03, 2010
หุ้นอินเดียเข้าตา มาร์ค โมเบียส เติบโตแซงหน้าหุ้นตลาดเกิดใหม่

มาร์ค โมเบียส ประธานกรรมการบริหารบริษัท เทมเพิลตัน แอสเส็ท เมเนจเมนท์ คาดว่า ตลาดหุ้นอินเดียจะได้รับความนิยมมากกว่าตลาดหุ้นในประเทศตลาดเกิดใหม่ด้วยกัน เนื่องจากแนวโน้มการขยายตัวของเศรษฐกิจอินเดียออกมาดีขึ้นกว่าที่หลายฝ่ายประเมินไว้

อินเดีย บราซิล จีน และรัสเซีย หรือ ประเทศในกลุ่ม BRIC ล้วนเป็นประเทศที่มีโอกาสในการลงทุนอย่างเนื่อง โดยดัชนีตลาดหุ้นอินเดียอ่อนตัวลง 4.7% นับตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาในปีนี้ หลังจากที่ดีดตัวขึ้นไปถึง 81% เมื่อปี 2552

กูรูด้านการลงทุนชื่อดังท่านนี้ บอกว่า ซึ่งปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจระดับมหภาคของอินเดียนั้นดีขึ้นมาก รัฐบาลทำงานได้ดีในด้านของการบริหารเศรษฐกิจในช่วงวิกฤต ทำให้บริษัทอินเดียขยายตัวแตกต่างจากบริษัทเอกชนในสหรัฐและยุโรป โดยบริษัทส่วนใหญ่ของอินเดียมีงบดุลที่ดีและยังมีกระแสเงินสดหมุนเวียนที่แข็งแกร่ง

อินเดียสามารถเอาตัวรอดจากวิกฤตเศรษฐกิจโลกมาได้ และการขยายตัวของเศรษฐกิจอินเดียปีนี้อาจจะสูงถึง 10% ก็เป็นได้ในอนาคตอันใกล้นี้ ควบคู่ไปกับความพยายามนโยบายลดยอดขาดดุลถือเป็นการส่งสัญญาณที่ถูกต้องแก่นักลงทุนเกี่ยวกับความตั้งใจของรัฐบาลที่จะลดหนี้สินลง


ตัวเลขเศรษฐกิจหนุนแรงซื้อในตลาดหุ้น – น้ำมัน

สภาวะการลงทุนในตลาดหุ้น รวมถึงราคาน้ำมัน ยังอยู่ในทิศทางขาขึ้น จากแรงหนุนของตัวเลขเศรษฐกิจ โดยล่าสุดมีสัญญาณการขยายตัวมาจากความต้องการของประเทศตลาดเกิดใหม่รายใหญ่ อย่าง อินเดีย ที่รายงานตัวเลขส่งออกพุ่งขึ้นเป็นเดือนที่ 3 ในเดือนมกราคม เช่นเดียวกับการผลิตภาคอุตสาหกรรมที่ทำสถิติปรับตัวขึ้นอย่างมาก ขณะที่ปัจจัยความกังวลเรื่องหนี้ในยุโรป ที่มีต้นตอมาจากทางประเทศกรีซเริ่มคลี่คลายลง

หุ้นกลุ่มธนาคารของสหรัฐฯ ปรับตัวขึ้นเมื่อคืนนี้ หลังมีนักวิเคราะห์ประเมินสถานการณ์ทางธุรกิจว่าเริ่มกลับมามีเสถียรภาพได้อีกครั้ง ถึงขนาดมีการคาดการณ์ว่าบัญชีงบดุลหรือ balance sheet ของทั้งอุตสาหกรรมธนาคารกำลังแสดงศักยภาพในการหารายได้ที่เพิ่มขึ้น และดีกว่าในรอบหลายๆ ทศวรรษเลยทีเดียว

แรงซื้อในตลาดหุ้นอเมริกาเมื่อคืนนี้ถูกนำขึ้นโดยหุ้นแบงก์ขนาดกลาง อย่างเช่น SunTrust Banks และ Fifth Third Bancorp ขณะที่หุ้นในกลุ่มพลังงานก็ได้แรงหนุนจากราคาน้ำมัน ที่บวกขึ้นไปกว่า 1% จนสามารถยืนอยู่เหนือระดับ 80 เหรียญต่อบาร์เรลได้อีกครั้ง

ความคืบหน้าจากประเทศกรีซเริ่มทำให้นักลงทุนลดความกังวลลง เมื่อมีสื่อรายงานว่ารัฐบาลจากประเทศยุโรปแห่งนี้ มีแผนที่จะประกาศลดตัวเลขการขาดดุลงบประมาณลงอย่างมากถึง 4,800 ล้านยูโร หรือราว 6,500 ล้านเหรียญในคืนวันนี้ หลังจากได้รับแรงกดดันจากกลุ่มประเทศสหภาพยุโรปรวมถึงนักลงทุนต่างๆ ที่ต้องการเห็นตัวเลขติดลบลดลง
นอกจากนั้น ประเด็นในเรื่องการควบรวมกิจการก็กลับมาถูกจุดประกายขึ้นอีกครั้ง เมื่อตลาดเห็นดีลการขายกิจการในเอเชียของยักษ์ใหญ่ AIG มูลค่า 35,500 ล้านเหรียญไปเมื่อวันก่อน

ข้อมูลของสำนักข่าว Bloomberg แสดงให้เห็นว่า มูลค่าการเทคโอเวอร์ในสหรัฐฯ เท่าที่ผ่านมาในปีนี้ อยู่ที่ประมาณ 121,000 ล้านเหรียญ หรือเพิ่มขึ้นเกือบ 8% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว หลังจากต้องเผชิญความซบเซาจากเหตุวิกฤติการเงินจนมูลค่าโดยรวมของธุรกรรม M&A ทั่วโลก ปรับตัวลงมาอยู่ที่ 1.8 ล้านล้านเหรียญในปี 2552 ซึ่งถือเป็นจุดต่ำสุดเท่าที่เคยเกิดขึ้นหากนับย้อนไปจนถึงปี 2548


Lufthansa เผยยอดขาดทุนงวดปี 2552 ต่ำกว่าตลาดคาด

การคาดการณ์เศรษฐกิจฟื้นตัวกำลังมีส่วนช่วยทำให้บรรดาหุ้นของสายการบินต่างๆ กลับมาดูดีขึ้น โดยล่าสุดผลประกอบการของสายการบินยักษ์ใหญ่จากยุโรปก็ออกมายืนยันความเชื่อที่ว่านี้

Deutsche Lufthansa ที่เป็นสายการบินขนาดใหญ่อันดับสองของยุโรป เปิดเผยถึงยอดการขาดทุนที่ต่ำกว่านักวิเคราะห์คาดการณ์สำหรับผลประกอบการงวดปี 2009 ที่ผ่านมา ขณะเดียวกัน ก็ยังสามารถบันทึกกำไรจากการดำเนินงานได้เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้

สายการบินที่มีฐานที่มั่นจากเมืองโคโลญ ประเทศเยอรมนี แห่งนี้ ประกาศตัวเลขขาดทุนสุทธิที่ 112 ล้านยูโร หรือราวๆ 150 ล้านเหรียญ ซึ่งลดลงเมื่อเทียบกับยอดขาดทุนที่สูงถึง 540 ล้านเหรียญในปี 2551 และหนำซ้ำยังต่ำกว่าตัวเลขการขาดทุนที่นักวิเคราะห์เคยคาดไว้ว่าจะอยู่ที่ประมาณ 270 ล้านยูโร แม้ว่าในส่วนของ operating profit หรือกำไรจากการดำเนินงานจะยังร่วงลงถึง 90% มาที่ 130 ล้านยูโร ก็ตาม

Lufthansa ในตอนนี้ก็กำลังง่วนอยู่กับการผลักดันให้สายการบินที่ตนเองซื้อมาถึงสองแห่ง อย่าง BMI และ Austrian Airlines ขึ้นมาทำกำไรให้ได้ หลังจากได้รับส่วนแบ่งการตลาดที่เพิ่มขึ้นไปแล้วในปี 2552 โดยสายการบินจากเยอรมันแห่งนี้เคยบอกไว้เมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้วว่า เป้าหมายการพลิกกลับมาเป็นกำไรให้สำเร็จนั้น ขึ้นอยู่กับปัจจัยเสี่ยงที่ยังมีอยู่มาก โดยเฉพาะยอดการขาดทุนจากจำนวนผู้โดยสารที่มีไม่เพียงพอ ซึ่งในส่วนนี้ก็สะท้อนได้จากยอดรายได้ของ Lufthansa ที่ปรับตัวลง 10% มาอยู่ที่ 22,300 ล้านยูโรในปีที่แล้ว

และจากผลการดำเนินงานที่ขาดทุนเป็นปีแรกนับตั้งแต่ปี 2548 ก็ส่งผลให้ บริษัทตัดสินใจประกาศงดการจ่ายเงินปันผลสำหรับงวดปี 2552 ขณะที่ตัวเลขการจ่ายปันผลของปี 2551 นั้น อยู่ที่ 70 เซนต์ต่อหุ้น

สถานการณ์ของบริษัทเริ่มกลับมาดูดีขึ้นในเดือนมกราคม เมื่อตัวเลข traffic หรือ จำนวนผู้โดยสารคูณด้วยระยะทางบิน ออกมาขยับเพิ่มขึ้นกว่า 3% หลังจากในปีที่แล้ว traffic ร่วงลงไป 2.4%

ด้านสมาคมผู้ประกอบการขนส่งทางอากาศ (IATA) ออกมาระบุเมื่อวานนี้ว่า แม้จะเห็นแนวโน้มการเดินทางของผู้คนทั่วโลกที่ดีขึ้น แต่อุตสาหกรรมสายการบินโดยรวมยังอาจต้องผจญกับตัวเลขที่ติดลบอีกครั้งในปีนี้ โดยได้ประเมินว่า ยอดการขาดทุนของทั้งอุตสาหกรรมในปีที่แล้วอยู่ที่ประมาณ 11,000 ล้านเหรียญ


เรียกคืนรถแก้ระบบพวงมาลัย - Toyota เดินสายเรียกความเชื่อมั่น

เจนเนอรัล มอเตอร์ส (GM) วางแผนที่จะเรียกคืนรถ 1.3 ล้านคันในอเมริกาเหนือ เพื่อนำมาปรับปรุงเรื่องระบบพวงมาลัย หลังจากที่รัฐบาลสหรัฐได้ตรวจสอบข้อร้องเรียนจากลูกค้า

ล่าสุด จีเอ็มได้ยื่น “แผนการเรียกคืนรถ” ให้กับสำนักงานความปลอดภัยด้านการจราจรบนทางหลวงแห่งชาติ (NHTSA) แล้วเมื่อวานนี้ ทั้งนี้ จีเอ็มจะเปลี่ยนมอเตอร์ในระบบพวงมาลัยของรถเชฟโรเล็ต โคบอลท์ และรถรุ่นปอนเทียค 3 รุ่น หลังจากที่มีการร้องเรียนมามากกว่า 1,100 รายการ ซึ่งความบกพร่องที่เกิดขึ้นนั้นเกี่ยวข้องกับเหตุรถชนที่เกิดขึ้นถึง 14 ครั้ง

เจมี เรสโค รองประธานฝ่ายคุณภาพของจีเอ็ม กล่าวในแถลงการณ์ว่า การเรียกคืนรกดังกล่าวเป็นสิ่งที่ถูกต้องนอกจากนี้ ปัญหาพวงมาลัยก็มีโอกาสที่จะเกิดกับรถรุ่นที่เก่ากว่านี้ และ การรับประกันหมดอายุ

ขณะที่ โตโยต้า มอเตอร์ ยังคงเดินหน้ารักษาภาพลักษณ์ของบริษัทต่อไป ล่าสุด บริษัทได้ออกแถลงการณ์ขอโทษลูกค้าของบริษัทในยุโรปเกี่ยวกับประเด็นเรื่องความปลอดภัยและประเด็นต่างๆที่ทำให้ลูกค้าวิตกกังวล และสัญญาว่าจะพิจารณาขบวน การออกแบบ การผลิต การขาย และการให้บริการ ของบริษัทใหม่อีกครั้ง

ย้อนไปเมื่อวันจันทร์ นายอาคิโอะ โตโยดะ ประธานบริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ได้เดินทางเยือนจีน และพบกับสื่อมวลชนเพื่อพูดคุยเกี่ยวกับปัญหาการเรียกคืนรถของบริษัท ด้วยเป้าหมายที่จะคลายความกังวลเกี่ยวกับเรื่องคุณภาพของรถโตโยต้าเพราะจีนถือว่าเป็นตลาดรถยนต์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุด ส่วนอาทิตย์ที่แล้วก็ได้ชี้แจงประเด็นดังกล่าวต่อสภาคองเกรสของสหรัฐ

นอกจากนี้ยังเตรียมอัดแคมเปญดึงยอดขายในสหรัฐฯ กลับคืนมา หลังจากเกิดวิกฤติศรัทธาในคุณภาพของรถยนต?โตโยต้า โดยตลอดทั้ง เดือนมี.ค. โตโยต้า จะเสนอข้อตกลงรูปแบบใหม่ ไม่ว่าจะเป็นการให้ผ่อนในอัตราดอกเบี้ย 0% เป็นระยะเวลา 5 ปี สำหรับรถยนต์ในรุ่นปี 2010 รวมทั้ง ฟรีค่าซ่อมบำรุงเป็นระยะเวลา 2 ปี และอาจจะมีการเสนอคืนส่วนลดเป็นเงินสดอีก 500 – 3000 ดอลลาร์ แล้วแต่รุ่นของรถด้วย (แต่โปรโมชั่นดังกล่าวยังไม่รับการแถลงจากโตโยต้าอย่างเป็นทางการ)


ธนาคารกลางออสเตรเลียประกาศเพิ่มดอกเบี้ยอีก 0.25 %

ธนาคารกลางออสเตรเลียได้ปรับเพิ่มอัตราดอกเบี้ยพื้นฐานอีก 0.25% เป็น 4.0% นับเป็นการปรับขึ้นดอกเบี้ยครั้งที่ 4 ในการประชุม 5 ครั้ง พร้อมเตือนว่า อาจจะปรับเพิ่มดอกเบี้ยอีกในอนาคต เนื่องจากคณะกรรมการบริหารของธนาคารกลางออสเตรเลีย มีความเห็นว่า อัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจออสเตรเลีย อยู่ในทิศทางที่เหมาะสมแล้วในขณะนี้

เนื่องจากแผนกระตุ้นการใช้จ่ายได้ผล ประกอบกับ ความต้องการสินค้าจำนวนมาจากเอเชีย ช่วยให้เศรษฐกิจของออสเตรเลียเข้าสู่ภาวะปกติ หลังจากเผชิญวิกฤติเศรษฐกิจ ขณะเดียวกัน อัตราเงินเฟ้อ และอัตราการว่างของออสเตรเลีย ก็อยู่ในทิศทางที่ดีขึ้น เข้าใกล้เป้าหมายที่วางไว้ด้วย

เมื่อวันที่ 19 ก.พ. 53 นายเกลน สตีเฟ่น ผู้ว่าการธนาคารกลางออสเตรเลียกล่าวในที่ประชุมคณะกรรมการกำหนดนโยบายของธนาคารกลางว่า การขยายทางเศรษฐกิจของออสเตรเลียอาจถูกกดดันจากเงินเฟ้อมากกว่าแต่ก่อน ซึ่งการกำหนดนโยบายจำเป็นต้องระมัดระวังมากเป็นพิเศษ

สตีเฟ่นยังกล่าวด้วยว่า "หากเศรษฐกิจออสเตรเลียเผชิญกับความเสี่ยงตามคาดการณ์ ธ.กลาง ก็จำเป็นต้องปรับนโยบายการเงินเพื่อคุมตัวเลขเงินเฟ้อให้อยู่ในระดับเป้าหมายที่ 2-3% ได้

นอกจากนี้ ยังมองว่าอัตราดอกเบี้ยในประเทศยังอยู่ในระดับต่ำกว่าปกติ ขณะที่อัตราเงินเฟ้ออยู่ที่ระดับน้อยกว่า 6% ซึ่งต่ำกว่าที่ธนาคารกลางประเมินไว้

สำนักงานสถิติแห่งชาติออสเตรเลียรายงานในวันนี้ว่า ยอดค้าปลีกเดือนม.ค. 2553 ขยายตัวขึ้น 1.2% หลังจากร่วงลง 0.9% ในเดือนธ.ค. 2552 ซึ่งเป็นสถิติที่ร่วงลงหนักสุดในรอบ 10 เดือน ซึ่งตัวเลขดังกล่าวเป็นสัญญาณบ่งชี้ถึงการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจอาจเป็นแรงแระตุ้นที่ทำให้ธนาคารกลางออสเตรเลียตัดสินใจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย


จีนออกนโยบายหนุนการลงทุนจากต่างชาติ

กระทรวงอุตสาหกรรมและการค้าของจีนเปิดเผยว่า จีนจะขยายระยะเวลาในการลงทุนให้กับนักลงทุนต่างชาติ โดยนโนบายดังกล่าวมีวัตถุประสงค์ เพื่อช่วยให้นักลงทุนเหล่านี้สามารถผ่านพ้นวิกฤตการเงินไปได้ด้วยดี

จดหมายเวียนที่ทางกระทรวงเผยแพร่มีรายละเอียดว่า หากบริษัทต่างชาติบริษัทใดที่เสร็จสิ้นการลงทุนเฟสแรกและเริ่มดำเนินการตามกฎหมายเป็นที่เรียบร้อย แต่ไม่สามารถทำการลงทุนส่วนที่เหลือทั้งหมดได้ตามกำหนดซึ่งระบุไว้ว่าหลังวันที่ 1 กรกฎาคม 2551 บริษัทนั้นสามารถยื่นเรื่องต่อสำนักงานอุตสาหกรรมและการค้าในท้องถิ่นเพื่อขอขยายเวลาการลงทุนไปเป็นภายในสิ้นปีนี้ได้

นอกจากนั้นหากบริษัทต่างชาติใดไม่เริ่มดำเนินงานภายใน 6 เดือนนับตั้งแต่เริ่มก่อตั้ง หรือบริษัทต่างชาติใดเลื่อนการเปิดดำเนินการนานกว่า 6 เดือน เนื่องมาจากวิกฤตการเงินโลกที่เกิดขึ้น สำนักงานอุตสาหกรรมและการค้าในท้องถิ่นจะขยายเวลาการลงทุนให้เป็นภายในสิ้นปีนี้เช่นกัน

ทั้งนี้ หลังเกิดวิกฤตการเงินโลกทางกระทรวงอุตสาหกรรมและการค้าจีนก็ได้ใช้มาตรการมากมายเพื่อช่วยให้นักลงทุนต่างชาติผ่านพ้นวิกฤตไปได้ โดยก่อนหน้านี้ก็เพิ่งมีการขยายเวลาการลงทุนจนถึงสิ้นสุดปี 2552


ญี่ปุ่นเล็งขยายเงินช่วยเหลือการลงทุนขนาดใหญ่ใน ตปท.

คัตสึยะ โอคาดะ รัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศญี่ปุ่น เผยรัฐบาลอยู่ในระหว่างการพิจารณาให้ความช่วยเหลือด้านการเงินแก่บริษัทญี่ปุ่นที่มีโครงการลงทุนขนาดใหญ่ในต่างประเทศ โดยพุ่งเป้าไปที่โครงการที่เกี่ยวกับการทำสัญญาที่ดิน ซึ่งรวมถึงโครงการก่อสร้างโรงงานพลังงานนิวเคลียร์ในประเทศเวียดนาม

ญี่ปุ่นวางแผนที่จะขยายวงเงินช่วยเหลือ ด้วยการจัดระบบการลงทุนและการปล่อยกู้ผ่านทางธนาคารเพื่อความร่วมมือระหว่างประเทศของญี่ปุ่นหรือเจบิค และสำนักงานความร่วมมือสากลญี่ปุ่น หลังจากที่เกาหลีใต้ประสบความสำเร็จในการคว้างานสร้างโรงงานผลิตพลังงานนิวเคลียร์ในประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซึ่งเป็นความร่วมมือกันระหว่างภาคเอกชนและประชาชน

นายยูคิโอะ ฮาโตยามะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น กล่าวว่า ตนเองจะติดต่อนายกรัฐมนตรีเหงียน ตัน ดุง ของเวียดนาม เพื่อให้ทางเวียดนามพิจารณาเทคโนโลยีของญี่ปุ่นในช่วงคัดเลือกผู้ดำเนินโครงการโรงงานพลังงานนิวเคลียร์

ตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯที่จะประกาศออกมาวันนี้ (พุธที่ 24 ก.พ. 2553)
• ยอดขายบ้านใหม่ (ม.ค.) โดย กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ
• ตัวเลขสต็อกน้ำมันสำรองประจำสัปดาห์ โดย EIA

ติดตาม Money Wake up ทุกวันจันทร์ - ศุกร์ เวลา 6.00 น. ออกอากาศซ้ำเวลา 11.00 น. ทาง Money Channel


Posted on Wednesday, March 03, 2010 (Archive on Wednesday, March 10, 2010)
Posted by host  Contributed by suchitra
ดูรายการย้อนหลัง | อ่านข่าวทั้งหมด


      แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม




ส่งความคิดเห็น

50.00%0
40.00%0
30.00%0
20.00%0
10.00%0

จำนวนของความคิดเห็น 0 ,
คะแนนเฉลี่ย
  View Comments



  Advertisement