หน้าแรก การรับชม Money Channel ผังรายการ ข้อมูลย้อนหลัง แผนผังเว็บไซต์ เกี่ยวกับสถานี ติดต่อเรา  
+  ตลาดหลักทรัพย์ฯ ขอเชิญผู้สนใจร่วมกิจกรรม Stock Day ประจำเดือน ก.ย. หัวข้อ “หุ้นไทย...โค้งสุดท้ายปี 53” โดย บล.เกียรตินาคิน วันที่ 15 ก.ย. นี้ 13.00-16.30 น.ชั้น 20 อาคาร K ทาวเวอร์ A ถ. อโศก สำรองที่นั่ง 0 2229 2222 และ www.set.or.th  +  จับทิศตลาดหุ้นจะเข้าลงทุนช่วงไหน? จะสร้างโอกาสทำกำไรด้วย SET50 Futures ได้อย่างไร พบคำตอบได้ในสัมมนา TFEX Special Day:รวมสุดยอดเทคนิคเทรด SET50 Futures เสาร์ 18 ก.ย. นี้ 12.30-17.30 น. ศูนย์สิริกิติ์ฯ ห้อง Meeting Room 3-4 ลงทะเบียน 0-2240-3700 ต่อ 1119   +  ครั้งแรกเพื่อคนฝั่งธนกับการลงทุนในกองทุนรวมในงาน ตลาดนัดกองทุนรวม : Mutual Fund Fair @ The Mall บางแค พบกับ บลจ. ชั้นนำที่จะให้คำปรึกษาด้านการลงทุน 16-18 ก.ย. นี้ 10.00-20.00 น. The Mall บางแค ชั้น G สอบถามโทร. 0 2229 2222 หรือ www.thaimutualfundnews.com  +  เชิญชวนเยาวชนระดับประถม-อุดมศึกษา (อายุไม่เกิน 25 ปี) ร่วมพิสูจน์ความสามารถทางดนตรี ทั้งการขับร้องหรือเล่นเครื่องดนตรีทุกชนิดที่ไม่ใช้ไฟฟ้า ในเวทีการประกวดเซ็ทเทรดเยาวชนดนตรีฯ ครั้งที่ 14 รับสมัครตั้งแต่วันนี้-15 ต.ค. 53 สอบถาม 0-2800-2525 ต่อ 107-108   - Thursday, August 26, 2010 +  Wealth Society ตอน “เกษียณบนกองเงิน” พบกับดร.สุวรรณ วลัยเสถียร และคุณประจบ วงษ์นิ่ม (ป.ดัชนี) ที่จะมาแนะแนวการวางแผนการเพื่อการวัยเกษียณ อาทิตย์ 26 ก.ย. 53 เวลา 09.30-15.30 น. ณ สภาคริสตจักรในประเทศไทย (ใกล้สะพานหัวช้าง) สนใจดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ www.tsi-thailand.orgหรือ 0-2229-2222   +  เชิญผู้ประกอบการร่วมกิจกรรม Crisis Watch โฉมใหม่ ฟังเสวนาเจาะลึกประเด็นเด่น...จับตาประเด็นร้อน เพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจ ในหัวข้อ “เจาะลึกโอกาส AFTA การค้าและการลงทุน” 15 ก.ย. นี้ 9.30-12.00 น. ณ ห้องประชุม 1101 อาคารตลท. ฟรี! สอบถาม 0-2229-2222  +  Wealth Society by TSI ตอน“เกษียณบนกองเงิน” แนะแนวการวางแผนการเงินเพื่อวัยเกษียณพร้อมแนะนำวิธีการดูกราฟเทคนิคเพื่อประกอบการตัดสินใจลงทุน อาทิตย์ 26 ก.ย. 53 ดูรายละเอียดที่ www.tsi-thailand.org สอบถาม 0-2229-2222   +  เทรดอนุพันธ์กับ บล.ไทยพาณิชย์ ตั้งแต่วันนี้ – 30 ธ.ค. 53 ลุ้นรับ รถนิสสัน มาร์ช สำหรับผู้สะสมคะแนนสูงสุดและไม่ต่ำกว่า 15,000 คะแนนในระยะเวลาตามเงื่อนไขที่กำหนด ผู้สะสมคะแนนตามเกณฑ์รองลงมาจะได้รับรางวัลถัดไป รวมทั้งสิ้น 85 รางวัล มูลค่ากว่า 1.6 ล้านบาท ดูรายละเอียดเพิ่มเติม www.scbs.com โทร.02-515-2013-5   +  ขอเชิญผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มเข้าร่วมงาน The Future of Food 2010 Insightful Business Trends on The Food & Beverage Industry วันที่ 2-4 พ.ย. 53 ตั้งแต่เวลา 9.00 น. ณ โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ ฯ เซ็นทรัลเวิลด์ ลงทะเบียนติดต่อ โทร 0-2716-1722 ต่อ 800 ดูรายละเอียดเพิ่มเติม   +  ตลาดอนุพันธ์ประกาศรับสมัครสมาชิกผู้ค้าทองรายใหม่ เพื่อร่วมพัฒนาตลาดโกลด์ฟิวเจอร์ส เปิดรับสมัครตั้งแต่บัดนี้ ถึง 30 ธ.ค.2553 ผู้สนใจสามารถศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับการรับสมาชิกของ TFEX ได้ทาง www.tfex.co.th หรือสอบถาม 0-2229-2757 
Friday, September 10, 2010
Text Size :Small | Medium |Large


  Money Wake Up  



มูดีส์ขู่หั่นเครดิตกรีซใน 2-3 เดือน หากลดงบประมาณไม่สำเร็จ

Posted on Friday, February 26, 2010
มูดี้ส์ขู่หั่นเครดิตกรีซใน 2-3 เดือน หากลดงบประมาณไม่สำเร็จ

มูดี้ส์ อินเวสเตอร์ เซอร์วิส เตือนว่า มูดี้ส์อาจปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือของกรีซภายในช่วง 2-3 เดือนนี้ นอกเสียจากว่ากรีซจะสามารถดำเนินการตามแผนการลดยอดขาดดุลงบประมาณ

นายปิแอร์ เคลเลตู กรรมการผู้จัดการด้านความเสี่ยงในการให้อันดับสินเชื่อของมูดี้ส์ กล่าวว่า ในระยะเวลา 2-3 เดือนนี้ การดำเนินการตามแผนลดยอดขาดดุลงบประมาณถือเป็นสิ่งสำคัญที่กรีซพึงปฏิบัติ ซึ่งหากกรีซไม่สามารถทำได้ มูดี้ส์ก็อาจปรับลดอันดับเครดิตของกรีซลง 2 ขั้น

แต่ในขณะเดียวกัน หากกรีซสามารถดำเนินการได้สำเสร็จ มูดี้ส์ก็จะปรับเพิ่มอันดับเครดิตของกรีซซึ่งปัจจุบันอยู่ที่ A2 อย่างไรก็ตาม นับตั้งแต่เดือนธ.ค.เป็นต้นมา สถานการณ์ด้านการคลังของกรีซยังไม่มีการเปลี่ยนแปลง

คำเตือนเรื่องการปรับลดอันดับเครดิตของมูดีส์มีขึ้นหลังจากสแตนดาร์ด แอนด์ พัวร์ (S&P) เปิดเผยว่า S&P อาจปรับลดอันดับเครดิตกรีซลง 1-2 ขั้นภายในเดือนมี.ค.นี้ โดยสาเหตุที่ทำให้ S&P ปรับลดอันดับเครดิต กรีซ เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจที่อ่อนแอและกระแสต่อต้านทางการเมืองที่กำลังส่งผลบั่นทอนความสามารถของกรีซในการลดยอดขาดดุลงบประมาณที่อยู่ในระดับสูงสุดในกลุ่มสหภาพยุโรป (EU)

นักวิเคราะห์มองว่า การเตือนเรื่องการปรับลดอันดับเครดิตครั้งนี้อาจส่งผลกระทบต่อสถานะของกรีซในตลาดการเงิน หลังจากในเดือนธ.ค.ที่ผ่านมา S&P ประกาศลดอันดับความน่าเชื่อถือของกรีซลงหนึ่งขั้น สู่ระดับ BBB+ จากเดิมที่ระดับ A-

และเตือนว่าจะลดอันดับเครดิตลงอีกหากนายจอร์จ ปาปันเดรอู นายกรัฐมนตรีของกรีซไม่สามารถปรับลดยอดขาดดุลงบประมาณที่พุ่งขึ้นสูงสุดในบรรดาชาติสมาชิก EU

ขณะที่ฟิทช์ เรทติ้งส์ ประกาศลดอันดับเครดิตของกรีซลงสู่ระดับ BBB+ ไปก่อนหน้านั้นเพียงวันเดียว พร้อมกับเตือนให้นายปาปันเดรอูเร่งลดยอดขาดดุลงบประมาณโดยเร็ว

สหภาพแรงงานหลายกลุ่มได้ก่อเหตุประท้วงทั่วประเทศกรีซเป็นครั้งที่ 2 เมื่อกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา ส่งผลให้สนามบินกรีซต้องยกเลิกเที่ยวบินขาเข้าและขาออกทั้งหมด โดยผู้ประท้วงไม่พอใจที่รัฐบาลใช้มาตรการที่เข้มงวดในการลดปริมาณหนี้สาธารณะ


มูดี้ส์ เตือนอันดับน่าเชื่อถือญี่ปุ่นอาจถูกลด

บริษัทมูดี้ส์ อินเวสเตอร์ เซอร์วิส แถลงวานนี้ว่า อันดับความน่าเชื่อถือ ตราสารหนี้ของญี่ปุ่น อาจเผชิญแรงกดดัน ถ้าหากเศรษฐกิจญี่ปุ่น ประสบภาวะย่ำแย่ และรัฐบาลญี่ปุ่น ไม่สามารถร่างแผนการทางการคลังที่น่าเชื่อถือ

ในเดือนพ.ค.ปี 2552 มูดี้ส์ ได้ปรับเพิ่มอันดับความน่าเชื่อถือตราสาร หนี้ในประเทศของญี่ปุ่นสู่ Aa2 จาก Aa3 โดยให้เหตุผลว่าตลาดภายในประเทศ ของญี่ปุ่นสามารถดูดซับหนี้ใหม่จากรัฐบาลญี่ปุ่น ซึ่งเป็นรัฐบาลประเทศอุตสาหกรรม ที่ติดหนี้มากที่สุดในโลก ในเวลาเดียวกัน มูดี้ส์ก็ได้ปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือหนี้สกุลเงิน ต่างประเทศของญี่ปุ่นสู่ Aa2 จาก AAA

ขณะที่ เศรษฐกิจญี่ปุ่น ประสบปัญหาภาวะเงินฝืดเรื้อรัง โดยหนี้สินของรัฐบาลญี่ปุ่นขณะนี้อยู่ที่ราว 200 % ของมูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวม ภายในประเทศ ( GDP ) ซึ่งถือว่าสูงที่สุดในบรรดาประเทศพัฒนาแล้ว

หุ้นสหรัฐฯ ร่วงจากความกังวลปัญหากรีซ

ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดติดลบ แม้จะมีแรงซื้อกลับเข้ามาในช่วงท้ายของการซื้อขาย แต่ก็ยังไม่แรงพอที่จะทำให้ดัชนีสามารถปิดบวกได้

หุ้นชื่อดังหลายตัวปรับลดลง ไม่ว่าจะเป็น แอ็ปเปิ้ล ดูปองท์ โบอิ้ง อเมริกัน เอ็กเพรสและ โคคา-โคลา

นักวิเคราะห์กล่าวว่า ประเด็นที่ยังคงเป็นห่วงอยู่ก็คือเรื่องของการจ้างงาน โดยยอดผู้ขอรับสวัสดิการการว่างงานครั้งแรกในรอบสัปดาห์ล่าสุด ตัวเลขออกมามากกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ ขณะที่ตลาดหุ้นยุโรปปรับลดลง จากความกังวลเกี่ยวกับประเทศกรีซ

มูดี้ส์ อาจปรับลดอันดับเครดิตของกรีซหากไม่สามารถจัดการปัญหาการขาดดุลงบประมาณได้ ประกอบกับดัชนีความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจที่ออกมาไม่ค่อยดี ก็ส่งผลให้ตลาดรู้สึกไม่มั่นใจต่อการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ

ปัจจัยบวกของยุโรปพอมีบ้าง เป็นเรื่องของผลประกอบการ อย่าง RBS และ France Telecom ซึ่งผลประกอบการดีกว่าคาดการณ์ของตลาด

ส่วนตลาดหุ้นเอเชีย เมื่อวานนี้ปรับลดลง หลังจีนประกาศเพิ่มมาตรการชะลอความร้อนแรงทางเศรษฐกิจ


ยักษ์ประกัน Allianz โชว์กำไรหรู พร้อมจ่ายปันผลเพิ่ม

ทันทีที่ประกาศผลการดำเนินงานไตรมาส 4 ออกมาพลาดไปจากที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้เพียงเล็กน้อย ยักษ์ใหญ่ธุรกิจประกันในยุโรป Allianz ก็เปิดเผยถึงแผนการปรับขึ้นตัวเลขเงินปันผลกว่า 17% ด้วยกำไรสุทธิที่ทำได้ 1,100 ล้านยูโร จากการดำเนินงานปกติ และไม่รวมเงินที่ได้จากการขายธนาคาร Dresdner เมื่อปีที่แล้ว

สถานการณ์พลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือ เพราะในช่วงเดียวกันปีที่ผ่านมา บริษัทประกันจากเมืองมิวนิคแห่งนี้เพิ่งจะประสบกับยอดขาดทุนราว 145 ล้านยูโร ซึ่งผลงานดังกล่าวก็ต้องยกความดีความชอบส่วนหนึ่งให้กับซีอีโอ Michael Diekmann ที่สามารถดึงผลประกอบการขึ้นมาจากตัวเลขติดลบ ด้วยการล้างขาดทุนและกำจัดธนาคารที่มีฐานที่มั่นในเมืองแฟรงเฟิร์ต อย่าง Dresdner ไปให้กับธนาคาร Commerzbank ได้สำเร็จ แม้จะมาพร้อมกับยอดขาดทุน 2,400 ล้านยูโรสำหรับดีลนี้ในปี 2551 ก็ตาม

ตัวเลขขาดทุนดังกล่าวได้รวมถึงผลกระทบจากการยุติการดำเนินงานในส่วนปฏิบัติการธนาคาร ซึ่งทำให้เกิดค่าปรับตามมาเป็นจำนวน 395 ล้านยูโรในไตรมาสแรกปี 2009 อีกด้วย

Diekmann ยังลังเลและขอไม่ให้มุมมองเกี่ยวกับการคาดการณ์ใดๆ สำหรับผลกำไรในปีนี้ แม้ว่าไตรมาสแรกของปีงบประมาณปัจจุบัน บริษัทจะทำผลงานได้เข้าตาก็ตาม เหตุผลหนึ่งก็เพราะสภาวะตลาดที่ยังผันผวน จนอาจทำให้การคาดการณ์เป็นเรื่องที่เปล่าประโยชน์ แต่ที่แน่ๆ เขาเชื่อว่า อย่างน้อยตัวเลขผลดำเนินงานหลักๆ ของบริษัทจะยังยืนอยู่เท่าระดับเดิมของปีที่แล้ว

Allianz รายงานกำไรจากการดำเนินงาน เพิ่มขึ้นมากกว่าสองเท่า มาอยู่ที่ 2,050 ล้านยูโรในไตรมาส 4 ทำให้ตัวเลขกำไรของทั้งปีขยับขึ้นมาอยู่ที่ 7,180 ล้านยูโรเรียบร้อยแล้ว และนี่ก็สูงกว่าการคาดการณ์ของนักวิเคราห์ที่เคยประเมินว่าตัวเลขน่าจะอยู่แถว 6,000 ล้านปลายๆ เท่านั้น

ยักษ์ประกันสัญชาติเยอรมันรายนี้ มีแผนที่จะปรับเพิ่มเงินปันผลสำหรับงวดปี 2009 มาอยู่ที่ 4.1 ยูโรต่อหุ้น จากที่เคยจ่าย 3.5 ยูโรในปี 2551 ซึ่งบริษัทยังคงยืนอัตราการจ่ายเงินปันผลไว้ที่ 40% เหมือนเดิม

Allianz เคยทำสถิติจ่ายเงินปันผลไว้สูงสุดเมื่อปี 2007 ที่จ่ายไป 5.5 ยูโรต่อหุ้น ซึ่งเป็นยุครุ่งโรจน์จนสามารถบันทึกกำไรได้สูงสุดเป็นประวัติการณ์ถึง 7,970 ล้านยูโร


สหรัฐเล็งเก็บค่าธรรมเนียมธนาคารรายใหญ่ 50 แห่ง

สภาผู้แทนราษฎรของสหรัฐอาจพิจารณาแก้ไขข้อเสนอของประธานาธิบดีบารัค โอบามาของสหรัฐ เรื่องการจัดเก็บค่าธรรมเนียมมูลค่า 9 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐจากสถาบันการเงินและธนาคารรายใหญ่ 50 แห่ง ก่อนที่นโยบายดังกล่าวจะเริ่มมีผลบังคับใช้ในสิ้นเดือนมิ.ย.นี้เป็นต้นไป

โฆษกคณะกรรมาธิการด้านภาษีและสวัสดิการแห่งรัฐกล่าวว่า การหารือเรื่องการปรับนโยบายดังกล่าวจะพิจารณาบนพื้นฐานของค่าธรรมเนียมรายได้ มากกว่าการคำนวณงบประมาณที่นายโอบามาเสนอขึ้นเมื่อช่วงกลางเดือนมกราคมที่ผ่านมา โดยคาดว่าคณะกรรมาธิการจะหารือถึงวิธีการที่จะทำให้ประชาชนผู้เสียภาษีมั่นใจได้ว่า เงินทุกบาททุกสตางค์ที่พวกเขาได้จ่ายไปนั้นได้ถูกนำไปใช้เพื่อช่วยกู้วิกฤตสถาบันการเงินเมื่อช่วงที่ผ่านมาจริง

นอกจากนี้ ประเด็นเรื่องภาษีเงินได้จะเป็นอีกหัวข้อหนึ่งที่ถูกนำมาหารือกันในที่ประชุม รวมไปถึงเรื่องการจ่ายโบนัสของผู้บริหารที่จะมีการประเมินในส่วนของค่าธรรมเนียมที่จะเรียกเก็บจากธนาคารต่างๆด้วย

ทั้งนี้ สถาบันการเงินที่มีสินทรัพย์มากกว่า 5 หมื่นล้านดอลลาร์ขึ้นไปจะถูกเรียกเก็บค่าธรรมเนียม ซึ่งอัตราการจัดเก็บค่าธรรมเนียมดังกล่าวอาจพุ่งสูงขึ้น 9 หมื่นล้านดอลลาร์ในรอบกว่า 10 ปี โดยค่าธรรมเนียมแต่ละที่จะขึ้นอยู่กับตัวเลขหนี้สินที่แต่ละธนาคารมีอยู่


ความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจยุโรปลดลง หลังเศรษฐกิจ Q4/52 ชะลอตัว

ดัชนีความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจในยุโรปเดือนก.พ. 2553 ร่วงลงมาอยู่ที่ระดับ 95.9 จุด จากระดับที่ 96 จุดในเดือนม.ค. เนื่องจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในภูมิภาคที่ใช้สกุลเงินยูโรจำนวน 16 ประเทศขยับขึ้นเพียง 0.1% ในไตรมาส 4 ปีที่แล้ว หลังจากที่บริษัทต่างๆยังคงลดจำนวนพนักงาน ส่งผลให้การใช้จ่ายของผู้บริโภคหดตัวลง

การฟื้นตัวของเศรษฐกิจในยุโรปได้รับปัจจัยลบ เนื่องจากรัฐบาลหลายประเทศเริ่มถอนมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ขณะที่อัตราว่างงานพุ่งขึ้นและค่าใช้จ่ายด้านพลังงานดีดตัวขึ้น ส่งผลกระทบต่อความต้องการในการใช้จ่ายของภาคครัวเรือน

การขยายตัวของธุรกิจบริการในยุโรปนั้น อ่อนตัวลงเมื่อเดือนก.พ. และผู้บริโภคก็มีมุมมองที่เป็นลบมากขึ้น โดยในฝรั่งเศสนั้น ความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนก.พ.นั้นร่วงลงสวนทางกับคาดการณ์ ทั้งนี้ รัฐบาลของประเทศต่าง ๆ ในยุโรปกำลังพยายามที่จะกระตุ้นการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ

ขณะเดียวกันก็พยายามที่จะคลี่คลายความกังวลของนักลงทุนเกี่ยวกับยอดขาดดุลงบประมาณในกรีซ ซึ่งปัจจัยเหล่านี้กำลังทำให้ค่าเงินยูโรอ่อนตัวลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์

กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) คาดการณ์ว่า เศรษฐกิจยุโรปอาจจะขยายตัว 1.6% ในปีนี้ ซึ่งต่ำกว่าการคาดการณ์การขยายตัวของเศรษฐกิจโลกที่ 3.9% ขณะที่เศรษฐกิจสหรัฐ คาดว่าจะขยายตัว 2.4%


แควนตัส เตรียมเพิ่มเที่ยวบินไปญี่ปุ่น หลังดีมานด์เพิ่มขึ้น

นายอลัน จอยซ์ ซีอีโอแควนตัส แอร์เวย์ส สายการบินแห่งชาติของออสเตรเลีย เปิดเผยในวันนี้ว่า แควนตัสจะเพิ่มเที่ยวบินไปยังญี่ปุ่นตั้งแต่เดือนก.ค.ปีนี้เป็นต้นไป เนื่องจากผู้โดยสารต้องการเดินทางไปยังญี่ปุ่นมากขึ้น

ปัจจุบันแควนตัสให้บริการเที่ยวบินระหว่างกรุงซิดนีย์และกรุงโตเกียว โดยใช้เครื่องบินแอร์บัส เอ330-300 อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่วันที่ 5 ก.ค.นี้ แควนตัสจะเริ่มให้บริการด้วยเครื่องบินโบอิ้ง 747-400 ซึ่งมีขนาดใหญ่กว่า โดยจะให้บริการสัปดาห์ละ 6 เที่ยว และเพิ่มที่นั่งอีก 115 ที่นั่งต่อเที่ยว

นายจอยซ์กล่าวว่า ปัจจัยที่ทำให้ดีมานด์เที่ยวบินไปยังญี่ปุ่นเพิ่มขึ้นมาจากการที่ชาวออสเตรเลียต้องการเดินทางไปท่องเที่ยวพักผ่อนในญี่ปุ่นมากขึ้น รวมทั้งต้องการเดินทางไปเยี่ยมครอบครัวและเพื่อนๆในญี่ปุ่นด้วย

นายจอยซ์กล่าวว่า "ญี่ปุ่นเป็นประตูที่สำคัญสู่เส้นเอเชียตะวันออกเฉียงเหนือ โดยเฉพาะเกาหลีใต้ ดังนั้นการเพิ่มเที่ยวบินไปยังญี่ปุ่นจะช่วยให้กิจการของแควนตัสขยายตัวในตลาดแห่งนี้ด้วย"

ขณะที่เมื่อวานนี้ ผู้โดยสารประมาณ 29,000 คนที่สนามบินฮาเนดะในกรุงโตเกียวต้องเผชิญกับปัญหาในการเดินทาง เนื่องจากสภาพอากาศที่ไม่เอื้ออำนวยมีหมอกลงปกคลุมหนาจัด ส่งผลให้เที่ยวบินกว่า 110 เที่ยวบินต้องถูกยกเลิก

กรมอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่นได้ออกประกาศเตือนเรื่องหมอกลงหนาในกรุงโตเกียว ซึ่งบริการเรือเฟอร์รี่ก็ได้รับผลกระทบจากสภาพหมอกลงหนานี้เช่นกัน บริษัท โตเกียววัน เฟอร์รี่ได้ยกเลิกบริการเดินเรือระหว่างท่าเรือคูริฮามะในจังหวัดคานากาวะกับท่าเรือคานายะที่จังหวัดชิบะ


ไป่ตู้-กูเกิล ครองส่วนแบ่งในตลาดจีนรวมกันกว่า 50%

ไป่ตู้ เสิร์ชเอนจิ้นยักษ์ใหญ่ของจีน และกูเกิล ผู้ให้บริการสืบค้นข้อมูลรายใหญ่ระดับโลกมีอัตราการครองส่วนแบ่งในตลาดออนไลน์แดนมังกรได้รวมกันมากกว่า 50%

เหริน หยางฮุ่ย นักวิเคราะห์จากบริษัทที่ปรึกษา Analysys International เปิดเผยรายงานซึ่งระบุว่า ในไตรมาส 4 ปี 2552 เว็บไซต์ไป่ตู้มีผู้เข้าใช้บริการ 31.1% ส่วนเว็บไซต์กูเกิลในเวอร์ชั่นภาษาจีนมีผู้เข้าชมหน้าเว็บ 19.7% ซึ่งตัวเลขดังกล่าวบ่งชี้ถึงสถานะการครองส่วนแบ่งในตลาดออนไลน์ที่สำคัญของเสิร์ชเอนจิ้นทั้งสองราย ขณะที่อัตราการใช้บริการสืบค้นข้อมูลต่อวันในไตรมาส 4 ปรับตัวเพิ่มขึ้น 6.7% ต่อไตรมาส แตะที่ 315 ล้านรายการ

นอกจากนี้ รายงานดังกล่าวยังระบุด้วยว่า ธุรกิจเสิร์ชเอนจิ้นในอนาคตจะมีความสำคัญต่อภาคอุตสาหกรรมมากยิ่งขึ้น และจะมีการให้บริการปลีกย่อยมากกว่าในปัจจุบัน


ตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯที่ประกาศออกมาเมื่อวานนี้ (พฤหัสบดีที่ 25 ก.พ. 2553)
• ตัวเลขผู้ขอรับสวัสดิการการว่างงานรายสัปดาห์ 496,000 ราย
• ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทน (ม.ค.) เพิ่มขึ้น 3.0% จากเดือนก่อนหน้า

ตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯที่จะประกาศออกมาวันนี้ (ศุกร์ที่ 26 ก.พ. 2553)
• GDP (Q4/2009) โดย กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ
• ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค (ก.พ.) โดย มหาวิทยาลัยมิชิแกน
• ยอดขายบ้านมือสอง (ม.ค.) โดย สมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์แห่งชาติสหรัฐฯ

ติดตาม Money Wake up ทุกวันจันทร์ - ศุกร์ เวลา 6.00 น. ออกอากาศซ้ำเวลา 11.00 น. ทาง Money Channel

Posted on Friday, February 26, 2010 (Archive on Friday, March 05, 2010)
Posted by host  Contributed by suchitra
อ่านข่าวทั้งหมด


      แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม




ส่งความคิดเห็น

50.00%0
40.00%0
30.00%0
20.00%0
10.00%0

จำนวนของความคิดเห็น 0 ,
คะแนนเฉลี่ย
  View Comments



  Advertisement