Wednesday, February 08, 2012
Text Size :Small | Medium |Large


  Money Insight  



ฮ่องกงออก 4 มาตรการลดความเสี่ยงตลาดที่อยู่อาศัย หวังป้องกันฟองสบู่ภาคอสังหาฯ

Posted on Thursday, February 25, 2010
ฮ่องกงใช้ 4 มาตรการคุมตลาดอสังหาริมทรัพย์

ฮ่องกงเตรียมใช้มาตรการลดความเสี่ยงในตลาดที่อยู่อาศัย ตั้งเป้าป้องกันภาวะฟองสบู่ในภาคอสังหาริมทรัพย์

นายจอห์น ซัง รัฐมนตรีคลังฮ่องกง ได้กล่าวในระหว่างการแถลงงบประมาณประจำปีต่อสภานิติบัญญัติว่า กระทรวงฯจะกำหนด 4 มาตรการสำคัญเพื่อควบคุมดูแลภาคอสังหาริมทรัพย์ ได้แก่
- การเพิ่มโครงการก่อสร้างห้องชุด
- การขึ้นอัตราอากรแสตมป์สำหรับการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์
- การสร้างหลักประกันด้านการทำธุรกรรมในตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่โปร่งใส
- การควบคุมอัตราการขยายตัวอย่างร้อนแรงของยอดปล่อยกู้จำนอง

จำนวนที่อยู่อาศัยที่สร้างแล้วเสร็จจะพุ่งขึ้นแตะที่ 14,300 ยูนิตในปีนี้ และในอีก 3-4 ปีต่อจากนี้ คาดว่า จำนวนที่อยู่อาศัยจะขยายตัวแตะ 53,000 ยูนิต

ทั้งนี้ รัฐบาลได้ร่างรายละเอียดของมาตรการกำกับดูแลตลาดอสังหาริมทรัพย์ประจำปี 2553-2554

อย่างไรก็ตาม การใช้มาตรการเหล่านี้ต้องขึ้นอยู่กับปัจจัยแวดล้อมของตลาด ซึ่งรัฐบาลจะเริ่มนำโครงการที่อยู่อาศัยในเมืองหลายๆแห่งออกมาขายทอดตลาดในช่วง 2 ปีหน้า

ขณะเดียวกัน รมว.คลังกล่าวว่า "เสนอให้มีการขึ้นอัตราอากรแสตมป์สำหรับการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ที่มีมูลค่าเกิน 20 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง จาก 3.75% เป็น 4.25% ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายนนี้เป็นต้นไป และผู้ซื้อไม่สามารถยืดเวลาจ่ายอากรแสตมป์สำหรับการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ดังกล่าวได้อีกต่อไป ซึ่งทั้งหมดนี้มีเป้าหมายที่จะสร้างความแข็งแกร่งและกระตุ้นการขยายตัวในตลาดอสังหาริมทรัพย์อย่างมีเสถียรภาพ"

นอกจากนี้ จอห์น ซัง ยังได้ย้ำถึงความสำคัญในการรักษาสมดุลของตลาดอสังหาริมทรัพย์ในยามที่ฮ่องกงยังต้องเผชิญกับความไม่แน่นอนจากปัจจัยภายนอก ซึ่งทางรัฐบาลจะจับตาสถานการณ์ต่างๆอย่างใกล้ชิดและจะออกมาตรการใหม่ๆเมื่อถึงคราวจำเป็น

ขณะเดียวกันรัฐบาลก็จะจับตาดูการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์มูลค่าไม่เกิน 20 ล้านดอลลาร์ฮ่องกงอย่างใกล้ชิดเช่นกัน

นายซังกล่าวทิ้งท้ายว่า "หากมีการเก็งกำไรอสังหาริมทรัพย์ประเภทดังกล่าวมากเกินไป เราก็จะพิจารณาใช้มาตรการควบคุมการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ดังกล่าวเช่นกัน"


หุ้นสหรัฐฯบวกหลังประธานเฟดชี้ยังคงดอกเบี้ยต่ำ

หุ้นสหรัฐฯ บวก หลังจาก ประธานธนาคารกลางสหรัฐ เบน เบอร์นันกี้ ได้เข้าแถลงต่อรัฐสภาสหรัฐฯ และ เปิดเผยว่าจะยังคงรักษาอัตราดอกเบี้ยต่ำต่อไป เพื่อให้แน่ใจว่าเศรษฐกิจฟื้นตัวอย่างจริงจัง

ตัวเลขยอดขายบ้านใหม่ที่ออกมาเป็นระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ทำให้เกิดความสงสัยในความแข็งแกร่งของการฟื้นตัว

ขณะเดียวกันตลาดได้รับแรงหนุนจากการที่วุฒิสภาผ่านร่างกฎหมายที่จะให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีแก่บริษัทเอกชนที่มีการจ้างงานเพิ่ม

ร่างกฎหมายดังกล่าว ผ่านวุฒิสภาได้ด้วยคะแนนเสียง 70-28 เสียง ซึ่งขั้นตอนต่อไปจะถูกส่งต่อไปยัง รัฐสภาสหรัฐฯ เพื่อให้ลงมติเห็นชอบโดยอาจจะไม่มีการแก้ไขเพิ่ม หรือ อาจจะนำร่างกฎหมายดังกล่าวไปผนวกรวมกับ ร่างกฎหมายแรงงานที่รัฐสภาอนุมัติไปเมื่อ ธันวาคมปีที่แล้ว

นักวิเคราะห์บอกว่าตลาดค่อนข้างมีความสุขกับ ถ้อยแถลงของเบอร์นันกี้ ซึ่งจะยังไม่ถอนมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในเร็วๆ นี้ เพราะเศรษฐกิจยังคงมีความเปราะบางอยู่

หุ้นทั้ง 10 กลุ่ม ในดัชนี S&P 500 นั้นปรับขึ้น นำโดยหุ้นการเงิน และ เทคโนฯ

ส่วนตลาดหุ้นยุโรปปรับขึ้น หลัง ประธานเฟดแถลง และยังได้รับแรงหนุนจาก ผลประกอบการภาคเอกชนที่ดีเกินคาดการณ์ของตลาดด้วย

สำหรับความเคลื่อนไหวในตลาดเงินนั้น ดอลลาร์อินเด็กซ์ มีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยหลังจากที่ปรับแข็งค่าขึ้นไปมากที่สุดเมื่อคืนก่อนหน้า

ขณะที่ความกังวลจากปัญหาของประเทศกรีซยังคงกดดันบรรยากาศการลงทุนของยุโรปบางส่วน


โตโยต้า ยูเอสเอ ยืนยันจะพัฒนารถที่มีความปลอดภัยมากขึ้น

จิม เลนทซ์ ประธานบริษัท โตโยต้า มอเตอร์ เซลส์ ยูเอสเอ เปิดเผยว่า ระบบควบคุมวาล์วอิเล็กทรอนิกของบริษัทไม่ได้เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดปัญหาคันเร่งค้าง และให้คำมั่นว่าจะพัฒนารถที่มีความปลอดภัยมากขึ้นในขณะที่กล่าวชี้แจงข้อมูลต่อคณะกรรมการด้านพลังงานและพาณิชย์ของสภาคองเกรสสหรัฐเป็นครั้งแรก

ทั้งนี้ เป็นที่คาดหมายกันว่า ระบบควบคุมวาล์วอิเล็กทรอนิกของโตโยต้าจะเป็นหนึ่งในประเด็นสำคัญของการซักถามข้อมูลในสภา เนื่องจากมีบางฝ่ายตั้งข้อสงสัยว่า ระบบดังกล่าวมีความผิดพลาดเกิดขึ้น

สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า เลนทซ์ได้ยอมรับความผิดพลาดว่า บริษัทดำเนินการตอบสนองปัญหาร้องเรียนจากผู้ใช้รถล่าช้า และกล่าวว่า วิธีการแก้ปัญหาที่บริษัทคิดค้นขึ้นมานี้มีประสิทธิภาพและสามารถใช้งานได้นานต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม สมาชิกของคณะกรรมการบางส่วนยังไม่พอใจกับคำอธิบายของนายเลนทซ์

เรย์ ลาฮู้ด รัฐมนตรีกระทรวงคมนาคมสหรัฐกล่าวว่า สำนักงานความปลอดภัยด้านการจราจรบนทางหลวงแห่งชาติ (NHTSA) จะพิจารณาระบบอิเล็กทรอนิกของโตโยต้าอย่างละเอียดถี่ถ้วนอีกครั้ง และยังได้ปกป้องการทำหน้าที่ของรัฐบาลในการรับประกันความมั่นใจให้กับผู้ขับขี่รถชาวอเมริกัน โดยชี้ว่า NHTSA ได้ดำเนินการทันทีในการเรียกร้องให้โตโยต้าออกประกาศเรียกคืนรถเพื่อแก้ปัญหา

ขณะที่ค่ายรถยนต์จากเกาหลีใต้ อย่าง ฮุนได มอเตอร์ ก็เตรียมประกาศเรียกคืนรถรุ่นโซโนต้าในสหรัฐ เนื่องจากความผิดพลาดที่กลอนประตู ซึ่งการเรียกคืนรถแบบสมัครใจครั้งนี้ จะส่งผลกระทบต่อรถ 46,000 คันในเกาหลีใต้ที่ผลิตขึ้นก่อนวันที่ 6 ธ.ค. 2552

สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า ส่วนรถที่จะถูกเรียกคืนในสหรัฐประกอบด้วยรถจำนวน 1,300 คันที่ถูกขายก่อนวันที่ 16 ม.ค. และจะเริ่มเรียกคืนรถในเดือนมี.ค.นี้

ในการแถลงต่อรัฐสภาสหรัฐฯ อาคิโอะ โตโยดะ ประธานโตโยต้า ได้กล่าวว่า โตโยต้าไม่เคยวางหนีปัญหาและสัญญาว่าจะเรียกความเชื่อมั่นของลูกค้าให้กลับคืนมา โดยยอมรับว่าในช่วงที่ผ่านมา โตโยต้าเน้นการเติบโตในระดับเกินกว่าที่บริษัทจะพัฒนาคนและองค์กรได้ทัน ซึ่งเป็นประเด็นที่ทางโตโยต้าจะต้องคำนึงถึงอย่างจริงจัง

นอกจากนี้ โตโยดะยังรู้สึกเสียใจในประเด็นเรื่องของความปลอดภัยที่ได้กล่าวถึงในการเรียกรถคืน และเสียใจอย่างลึกซื้งกับอุบัติเหตุที่คนขับโตโยต้าได้ประสบ และจะทำทุกอย่างที่ทำได้ เพื่อให้มั่นใจได้ว่า โศกนาฏกรรมแบบนั้นจะไม่เกิดขึ้นอีก

พร้อมกันนี้ยังย้ำว่า โตโยต้าจะจัดการระบบที่ทำให้ข้อร้องเรียนของลูกค้าทั่วโลก สามารถเข้าถึงทีมบริหารได้อย่างรวดเร็ว ในแต่ละภูมิภาคจะสามารถตัดสินใจได้เองอย่างทันท่วงทีหากมีความจำเป็น


สหภาพกรีซก่อเหตุประท้วงทั่วประเทศ

สหภาพแรงงานหลายกลุ่มได้ก่อเหตุประท้วงทั่วประเทศกรีซเป็นครั้งที่ 2 ส่งผลให้สนามบินกรีซต้องยกเลิกเที่ยวบินขาเข้าและขาออกทั้งหมด โดยผู้ประท้วงไม่พอใจที่รัฐบาลใช้มาตรการที่เข้มงวดในการลดปริมาณหนี้สาธารณะ

โรงเรียนต้องปิดการเรียนการสอน ขณะที่รถไฟและเรือเฟอร์รี่ก็ไม่สามารถให้บริการได้ สำนักงานศุลกากรและภาษีต่างก็ปิดทำการ แม้แต่โรงพยาบาลเอกชนก็ต้องใช้พนักงานฉุกเฉิน ส่วนผู้สื่อข่าวเองก็ร่วมประท้วงรัฐบาลเป็นเวลา 24 ชั่วโมง

กลุ่มแรงงานที่มีอิทธิพลในประเทศไม่เห็นด้วยกับมาตรการรัดเข็มขัดของรัฐบาลที่ได้มีการประกาศใช้ก่อนหน้านี้ เพื่อลดยอดขาดดุลงบประมาณและช่วยดึงประเทศให้หลุดพ้นจากวิกฤตการเงิน

เมื่อวันที่ 10 ก.พ. 53 ที่ผ่านมา ข้าราชการของกรีซก็ได้รวมตัวประท้วงรัฐบาลไปแล้วเป็นเวลา 1 วัน ข้าราชการเหล่านี้ก็ร่วมวงประท้วงด้วยเช่นกัน หลังจากที่รัฐบาลภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรีจอร์จ ปาปันเดรอู ที่เตรียมนำมาตรการจัดเก็บภาษีแบบใหม่มาใช้และลดงบประมาณลง หากรัฐบาลไม่สามารถลดยอดขาดดุลงบประมาณ


สินค้าแบรนด์หรู Burberry มั่นใจธุรกิจโตต่อเนื่อง

ความนิยมชมชอบของผู้ที่ไม่ยอมตกกระแสเสื้อผ้าและกระเป๋ารุ่นใหม่ก็ถึงกับทำให้หัวหน้าเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัทเจ้าของแบรนด์หรู Burberry สัญชาติอังกฤษแห่งนี้ ออกมาพูดอย่างมั่นอกมั่นใจว่า ความต้องการสินค้าระดับไฮเอนด์ของตน ยังไม่มีแนวโน้มอ่อนแรงลงแต่อย่างใด โดยเฉพาะที่ตลาดอังกฤษและฮ่องกง รืหะ

Angela Ahrendts ซีอีโอของ Burberry Group ให้สัมภาษณ์ในงานแฟชั่นโชว์ที่นำเสนอคอลเลคชั่นฤดูหนาวที่กรุงลอนดอนว่า สภาวะธุรกิจของตนมีแต่จะดีขึ้นเรื่อยๆ ทุกวันนี้ ซึ่งก็รวมถึงตลาดเอเชียที่มีความแข็งแกร่งอยู่มาก แม้แต่ในประเทศตลาดเกิดใหม่ก็ยังแสดงถึงโอกาสในการเติบโตได้ต่อ

สำหรับกลยุทธ์ของผู้ผลิตสินค้าแบรนด์เนมรายนี้ กำลังมุ่งเป้าไปที่การผลิตเสื้อโค้ทยาวในเวอร์ชั่นราคาที่ถูกลงมา รวมถึงการขยายไลน์สำหรับกระเป๋าถือและรองเท้าให้มีความหลายหลายมากยิ่งขึ้น ซึ่งทั้งหมดก็เพื่อต้องการเห็นอัตราการเติบโตของกำไรในตลาดโลก

และก็ไม่ใช่แค่เพียงแต่ความนิยมชมชอบของบรรดาสาวก Burberry เท่านั้น ราคาหุ้นของบริษัทก็ยังสร้างความมั่นใจต่อผู้ลงทุนสำหรับแนวโน้มผลงานที่ดูโดดเด่น ด้วยราคาหุ้นที่ปรับขึ้นมาแล้วในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมาถึงเกือบ 30%

Burberry ถือเป็นอันดับหนึ่งในกลุ่มธุรกิจที่ทาง Bloomberg ได้รวบรวมเฉพาะหุ้นที่เกี่ยวกับแฟชั่นมาทั้งหมด 13 บริษัท และ performance ของหุ้นก็สอดคล้องกับความเห็นนักวิเคราะห์ที่บอกว่ามองเห็นสัญญาณการเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง และการที่ผู้บริโภคค่อยๆ กลับมาให้ความสนใจในสินค้าแบรนด์หรูมากขึ้น

ซีอีโอหญิงคนเก่ง Ahrendts ยังบอกว่า กำลังมีแผนหาทางขยับขยายพื้นที่ขายบนเกาะอังกฤษเพิ่มมากขึ้น นอกเหนือไปจากสาขาจำนวน 5 แห่งที่มีอยู่ในตอนนี้ ซึ่งก็รวมถึงร้านแบบ standalone ภายใต้ยี่ห้อ Brit ที่เจาะจงขายแต่เสื้อผ้าคอลเลคชั่นแบบลำลองเท่านั้น และสำหรับความต้องการที่จะขยายการลงทุนในตลาดหลัก อย่างที่ ลอนดอน ส่วนหนึ่งก็เพื่อเตรียมรองรับโอลิมปิคเกมที่จะมาจัดขึ้นที่นี่ในปี 2555

อย่างไรก็ดี หนทางสำหรับ Burberry ก่อนที่จะสามารถประกาศยอดขายที่เพิ่มขึ้นเหนือความคาดหมายในไตรมาสล่าสุด ส่วนหนึ่งก็เพราะแผนการปรับลดต้นทุน ซึ่งยังเดินหน้าอย่างต่อเนื่อง โดยเมื่อสัปดาห์ที่แล้วบริษัทได้ประกาศปิดแผนกดีไซน์เสื้อผ้าที่ประเทศสเปน รวมถึงการปลดพนักงานกว่า 300 ตำแหน่งในฝ่ายงานที่ไม่ทำกำไรให้กับบริษัท ส่วนเรื่องโอกาสของการควบรวมหรือไปซื้อกิจการของผู้ผลิตรายอื่นนั้น Ahrendts บอกว่า ยังไม่มีความสนใจในตอนนี้


ฮ่องกงเผยมาตรการช่วยประชาชนและหนุนการฟื้นตัวเศรษฐกิจ

รัฐบาลฮ่องกงเปิดตัวมาตรการแบ่งเบาภาระประชาชนและส่งเสริมการฟื้นตัวของเศรษฐกิจชุดใหม่มูลค่า 19,000 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง หรือ 2,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เนื่องจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจยังไม่แข็งแกร่ง

มาตรการดังกล่าวรวมถึงการจ่ายค่าเช่าเป็นเวลา 2 เดือนให้กับประชาชนที่ต้องเช่าที่อยู่อาศัยสาธารณะประมาณ 700,000 ราย การจัดหาเงินพิเศษให้กับผู้รับความช่วยเหลือทางสังคม และการลดภาษีเงินเดือนถึง 75%

สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า นับตั้งแต่ปี 2552 เป็นต้นมา รัฐบาลฮ่องกงได้นำมาตรการทางการเงินและการสร้างงานมาใช้ รวมมูลค่าถึง 87,600 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง ซึ่งหากนับรวมมาตรการใหม่นี้เข้าไปด้วยแล้ว มูลค่าอาจจะเพิ่มขึ้นถึงเกือบ 110,000ล้านดอลลาร์ฮ่องกง

จอห์น ซัง รมว.คลังฮ่องกงกล่าวว่า มาตรการเหล่านี้มีประสิทธิภาพในการกระตุ้นเศรษฐกิจและปกป้องความมั่นคงทางสังคม รวมทั้งชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนในช่วงที่เผชิญกับมรสุมทางการเงิน

อย่างไรก็ดี ฮ่องกงคงจะไม่ใช้มาตรการพิเศษนี้เป็นเวลานาน เพราะอาจจะส่งผลกระทบต่อสถานภาพของการเงินภาคสาธารณะและความก้าวหน้าทางเศรษฐกิจ


ญี่ปุ่นเผยค่าแรงเฉลี่ยปี 52 ร่วง 1.5%

กระทรวงแรงงานญี่ปุ่นเปิดเผยว่า ค่าแรงรายเดือนโดยเฉลี่ยของพนักงานประจำของญี่ปุ่นลดลง 1.5% ในปี 2552 เมื่อเทียบกับปี 2551 แตะ 294,500 เยน ซึ่งถือเป็นสถิติที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง 4 ปี และยังเป็นสถิติที่ร่วงลงมากที่สุดนับตั้งแต่ปี 2519 ซึ่งมีการรวบรวมข้อมูลนี้เป็นครั้งแรก

นักวิเคราะห์กล่าวว่า บริษัทต่างๆยังคงลดต้นทุนด้านบุคลากรลงท่ามกลางภาวะถดถอยทางเศรษฐกิจ ซึ่งแนวโน้มดังกล่าวมีแนวโน้มว่าจะส่งผลกระทบต่อผลการเจรจาต่อรองระหว่างพนักงานและฝ่ายบริหารในช่วงเดือนก.ค.นี้

สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า เมื่อเปรียบเทียบเป็นรายธุรกิจแล้ว ธุรกิจบริการไปรษณีย์และขนส่งถูกลดเงินเดือนลงมากที่สุดถึง 7.5% รองลงมาคือ ธุรกิจค้าส่งและค้าปลีกที่ 3.1% ส่วนธุรกิจภาคการผลิตนั้น ลดลงเพียง 1.8% โดยค่าจ้างรายเดือนโดยเฉลี่ยของพนักงานชายอยู่ที่ 326,800 เยน ลดลง 2.1% ส่วนเงินเดือนพนักงานหญิงเพิ่มขึ้น 0.8% แตะ 228,000 เยน เพิ่มขึ้นติดต่อกันเป็นปีที่ 4


WTO เผยการค้าโลกร่วงลง 12% ในปีที่แล้ว

ปาสกาล ลามี ผู้อำนวยการองค์การการค้าโลก (WTO) เปิดเผยว่า การค้าโลกร่วงลง 12% ในปีที่แล้ว เนื่องจากวิกฤตเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นการร่วงลงหนักที่สุดในรอบกว่า 60 ปี หรือนับตั้งแต่สิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่สอง

สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า ผอ. WTO กล่าวในระหว่างการประชุมซึ่งจัดโดยยูโรเปียน โพลิซี เซ็นเตอร์ ซึ่งเป็นคณะวิจัยในกรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม โดยตัวเลขดังกล่าวเป็นไปตามการคาดการณ์ของ WTO ที่ประเมินไว้ก่อนหน้านี้ว่า การค้าทั่วโลกจะลดลงมากกว่า 10% ในปี 2552 เนื่องจากวิกฤตการเงินและเศรษฐกิจได้ส่งผลต่อดีมานด์ทั่วโลก

กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ได้เปิดเผยเมื่อเดือนที่แล้วว่า การค้าโลกหดตัว 12.3% ในปี 2552 แต่เชื่อว่าจะกลับมาขยายตัวได้ 5.8% ในปีนี้


ตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯที่ประกาศออกมาเมื่อวานนี้ (พุธที่ 24 ก.พ. 2553)
• ยอดขายบ้านใหม่ (ม.ค.) อยู่ที่ระดับ 309,000 ยูนิต (น้อยกว่าคาดการณ์และเดือนก่อนหน้า )
• ตัวเลขสต็อกน้ำมันสำรองประจำสัปดาห์ เพิ่มขึ้น 3 ล้านบาร์เรล

ตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯที่จะประกาศออกมาวันนี้ (พฤหัสบดีที่ 25 ก.พ. 2553)
• ตัวเลขผู้ขอรับสวัสดิการการว่างงานรายสัปดาห์ โดยกระทรวงแรงงานสหรัฐฯ
• ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทน (ม.ค.) โดย กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ

ติดตาม Money Wake up ทุกวันจันทร์ - ศุกร์ เวลา 6.00 น. ออกอากาศซ้ำเวลา 11.00 น. ทาง Money Channel



Posted on Thursday, February 25, 2010 (Archive on Thursday, March 04, 2010)
Posted by host  Contributed by suchitra
ดูรายการย้อนหลัง | อ่านข่าวทั้งหมด


      แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม




ส่งความคิดเห็น

50.00%0
40.00%0
30.00%0
20.00%0
10.00%0

จำนวนของความคิดเห็น 0 ,
คะแนนเฉลี่ย
  View Comments



  Advertisement