Wednesday, February 08, 2012
Text Size :Small | Medium |Large


  Money Insight  



ความเชื่อมั่นธุรกิจเยอรมนีเดือน ก.พ. สะดุด หลังเจออากาศไม่เป็นใจ

Posted on Wednesday, February 24, 2010
ความเชื่อมั่นธุรกิจเยอรมนีเดือน ก.พ. สะดุด หลังเจออากาศไม่เป็นใจ

เศรษฐกิจยักษ์ใหญ่ของยุโรป อย่าง เยอรมนี เปิดเผยตัวเลขความเชื่อมั่นทางธุรกิจเดือนกุมภาพันธ์ออกมาร่วงลงผิดไปจากที่ตลาดคาดการณ์และเป็นการปรับตัวลงครั้งแรกในรอบ 11 เดือน สาเหตุเป็นเพราะภูมิอากาศที่หนาวจัดในรอบ 14 ปี ที่พัดเข้ามาปกคลุมประเทศจนทำให้ยอดขายปลีก ไปจนถึงสภาวะการก่อสร้างต้องหยุดชะงักไปโดยปริยาย

สถาบัน Ifo จากมิวนิค รายงานดัชนีบรรยากาศภาคธุรกิจ หรือที่เรียกว่า business climate index ที่อิงกับความเห็นของผู้บริหารกว่า 7,000 ราย ออกมาปรับตัวลง ขณะที่นักเศรษฐศาสตร์ก่อนหน้านี้คาดว่าตัวเลขจะขยับตัวดีขึ้น

รายงานดังกล่าวยังตอกย้ำถึงทิศทางเศรษฐกิจของเยอรมันที่ตัวเลขล่าสุดระบุว่า การฟื้นตัวของประเทศได้หยุดชะงักในไตรมาสสุดท้ายของปีที่แล้ว เมื่อการใช้จ่ายผู้บริโภคอ่อนแรงลง ก่อนที่ปัจจัยภูมิอากาศที่ต่ำกว่าปกติ ไปจนถึงพายุหิมะ ทำให้ผู้ประกอบการต้องหยุดรอดูสถานการณ์อยู่เฉยๆ และไม่กล้าจ้างงานเพิ่ม ซึ่งทั้งหมดนี้ก็ล้วนแต่เป็นตัวบั่นทอนกำลังซื้อของภาคครัวเรือน

อย่างไรก็ดี นักเศรษฐศาสตร์จากหลายค่าย ซึ่งก็รวมถึง ING Group ที่กรุงบรัสเซลส์ ยังแสดงความเชื่อมั่นว่า แม้หนทางการฟื้นตัวของเศรษฐกิจเยอรมันยังดูมีขวากหนามอยู่อีกมาก แต่เมื่อดูปัจจัยพื้นฐานต่างๆ ประกอบแล้ว กลับมีสัญญาณที่บ่งบอกถึงแนวโน้มการฟื้นตัวที่ดูแข็งแกร่ง

หนึ่งในนั้นเป็นเพราะอานิสงส์ของเศรษฐกิจโลกที่เริ่มจะประคองตัวขึ้นมาได้ และเป็นผลดีต่อภาคการส่งออกของเยอรมัน ส่วนในอีกด้านหนึ่ง ค่าเงินยูโรที่ถูกวิกฤติของประเทศกรีซเล่นงานจนทำให้ร่วงลงไปตกต่ำในรอบ 9 เดือน กลับเป็นตัวช่วยที่สำคัญต่อสินค้าส่งออกของประเทศไปโดยอัตโนมัติ

โจทย์เศรษฐกิจที่รัฐบาลผสมภายใต้การนำของ Angela Merkel กำลังต้องหาทางแก้โดยด่วน เหมือนกับที่ประเทศอื่นๆ ก็คือ แนวโน้มการเพิ่มขึ้นของอัตราการว่างงาน ที่มีส่วนบั่นทอนความเชื่อมั่นผู้บริโภคอยู่ในตอนนี้ รวมถึงเสียงสนับสนุนรัฐบาลที่กำลังลดลงเรื่อยๆ เช่นกัน

นักเศรษฐศาสตร์จาก Deutsche Bank ในแฟรงเฟิร์ต ที่กลับมีมุมมองในด้านบวกได้ให้ความเห็นว่า ปัจจัยการอ่อนค่าของเงินยูโรน่าจะกลับมาเป็นตัวจุดประกายความคาดหวังของภาคธุรกิจ รวมถึงดีมานด์ที่จะมาจากประเทศเศรษฐกิจตลาดเกิดใหม่ สหรัฐฯ และญี่ปุ่น จนสามารถเข้ามาช่วยกระตุ้นภาคส่งออกให้ดีขึ้น ซึ่งทั้งหมดก็เป็นเหมือนสิ่งยืนยันความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของยุโรปแห่งนี้


EU-IMF เตรียมพบกรีซเพื่อแก้วิกฤติในประเทศ

ทีมผู้ตรวจสอบบัญชีของคณะกรรมาธิการยุโรป ธนาคารกลางยุโรป และกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) เข้าพบกับเจ้าหน้าที่ของทางการกรีซเป็นครั้งแรกในเช้าวันอังคารตามเวลาท้องถิ่น

โดยประเด็นหลักที่มีการปรึกษาหารือกันที่กระทรวงการคลังของกรีซประกอบด้วย การติดตามการใช้มาตรการ Stability and Growth Program ของกรีซซึ่งมีเป้าหมายที่จะทำให้เศรษฐกิจของประเทศเข้าที่เข้าทาง เนื่องจากหลายฝ่ายวิตกว่าภาวะเศรษฐกิจซบเซาอาจหนักกว่าที่เคยคาดไว้

นอกจากนั้นทีมผู้ตรวจสอบบัญชีเข้าพบกับเจ้าหน้าที่กระทรวงแรงงานเพื่อพูดคุยเกี่ยวกับการปรับปรุงระบบประกันสังคม ซึ่งกำลังเผชิญกับภาวะขาดแคลนเงินทุนอย่างหนัก

สื่อในกรีซรายงานว่ารัฐบาลกรีซกำลังพิจารณาใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมจากมาตรการเดิม และอาจนำประเด็นดังกล่าวมาพูดคุยกับเจ้าหน้าที่จากอียูก่อนที่จะมีการใช้มาตรการดังกล่าว โดยสื่อคาดว่าน่าจะมีการสรุปผลระหว่างการพบกับ ออลลี่ เรห์น สมาชิกคณะกรรมาธิการยุโรป ที่กรุงเอเธนส์ภายใน 2 สัปดาห์ ทั้งนี้ รัฐบาลกรีซกำลังเดินหน้าขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่มและภาษีเชื้อเพลิง รวมถึงภาษีสินค้าหรูและภาษีรถยนต์

สมาชิกสหภาพการค้าชุมนุมปิดล้อมตลาดหลักทรัพย์เอเธนส์ในประเทศกรีซ เพื่อประท้วงรัฐบาลที่ใช้มาตรการเข้มงวดในการจัดการกับวิกฤตหนี้สินของประเทศ

อย่างไรก็ดี ตลาดหุ้นสามารถเปิดทำการได้ตามปกติผ่านระบบการซื้อขายออนไลน์ และเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ไม่ได้เข้าสลายการชุมนุมแต่อย่างใด

ทั้งนี้ กลุ่มผู้ชุมนุมซึ่งได้รับการสนับสนุนจากพรรคคอมมิวนิสต์กล่าวว่าจะชุมนุมตลอดทั้งวันนี้ โดยการปิดล้อมตลาดหุ้นครั้งนี้เกิดขึ้นก่อนการชุมนุมของสหภาพหลักหลายกลุ่มในประเทศ ซึ่งได้นัดแนะกันว่าจะดำเนินการปิดระบบขนส่งสาธารณะรวมถึงสนามบิน


เศรษฐกิจอังกฤษเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่หลังเศรษฐกิจถดถอย

บริษัท บีดีโอ และศูนย์วิจัยเศรษฐกิจของอังกฤษ คาดการณ์ว่า ในอีก 5 ปีข้างหน้านี้ เศรษฐกิจอังกฤษจะเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง ซึ่งเป็นผลมาจากภาวะเศรษฐกิจถดถอยและอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจชะลอตัวลง

รายงานในหัวข้อ "Transitions" ซึ่งนำเสนอโดยบีดีโอและศูนย์วิจัยเศรษฐกิจของอังกฤษ ระบุว่า ภาคธุรกิจในอังกฤษจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งภาคเอกชนไม่ควรคาดหวังว่าธุรกิจจะกลับมารุ่งเรืองได้เหมือนเมื่อก่อน อีกทั้งระบุว่าผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงด้านโครงสร้างเศรษฐกิจในครั้งนี้จะค่อนข้างรุนแรงและถาวร

ปีเตอร์ เฮมิงตัน ผู้บริหารคนหนึ่งของบีดีโอกล่าวว่า "ภาวะถดถอยที่เกิดขึ้นในอังกฤษจะนำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงในวงกว้าง โดยจะเปลี่ยนแปลงตั้งแต่โครงสร้างทางอุตสาหกรรมไปจนถึงยุคดิจิตอลและเครือข่ายแห่งอนาคต พวกเราอยู่ในช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนแปลงอย่างแท้จริง ซึ่งหลายองค์กรจะต้องตัดสินใจว่าจะเลือกเปลี่ยนแปลงตัวเอง หรือหายไปจากสารบบ"

รายงานฉบับดังกล่าวยังระบุด้วยว่า เศรษฐกิจจีนและอินเดียขยายตัวแข็งแกร่งมาตลอดระยะเวลา 10 ปี ทำให้อินเดียและจีนผนึกกำลังก้าวขึ้นเป็นยักษ์ใหญ่เศรษฐกิจโลก ส่งผลให้เศรษฐกิจของกลุ่มชาติตะวันออกต้องเผชิญกับภาวะไร้ดุลยภาพ

นอกจากนี้ การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยียังส่งผลให้รูปแบบทางเศรษฐกิจดั้งเดิมที่มีอยู่ต้องเปลี่ยนแปลงตามไปด้วย

รายงานยังระบุด้วยว่า ธุรกิจในอังกฤษจะเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่เพื่อให้สามารถปรับตัวกับการจัดระเบียบโลกใหม่ได้

ขณะที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดว่าโอกาสที่เศรษฐกิจอังกฤษจะเผชิญกับภาวะถดถอยรุนแรงขึ้นเป็นสองเท่านั้น มีสูงมาก ซึ่งสถานการณ์ดังกล่าวจะส่งผลให้เกิดปัญหาต่างๆตามมา รวมถึงราคาน้ำมันและสินค้าโภคภัณฑ์ประเภทอื่นๆที่แพงขึ้น ซึ่งจะยิ่งส่งผลกระทบต่อรายได้และตัวเลขการใช้จ่ายผู้บริโภค


ค่ายรถยนต์ในญี่ปุ่นมียอดขาย-ผลิตเพิ่มขึ้น

ผู้ผลิตรถยนต์ส่วนใหญ่ของญี่ปุ่นเพิ่มปริมาณการผลิตทั่วโลกในเดือนม.ค. รวมทั้งมียอดขายและยอดส่งออกเพิ่มขึ้นในเดือนดังกล่าวด้วย โดยเจ็ดในแปดค่ายรถยต์ยักษ์ใหญ่ของญี่ปุ่นมีการผลิตรถยนต์ทั่วโลกมากขึ้น รวมถึงโตโยต้า มอเตอร์ คอร์ป ที่เพิ่มการผลิต 55.8% จากปีที่แล้ว แตะที่ระดับ 643,925 คัน

ขณะที่มาสด้า มอเตอร์ คอร์ป มีปริมาณการผลิตเพิ่มขึ้นสูงสุด 114.6% ตามด้วยนิสสัน มอเตอร์ มีปริมาณการผลิตเพิ่มขึ้น 96.8% และมิตซูบิชิ มอเตอร์ เพิ่มขึ้น 69.3%

ส่วนในด้านการผลิตภายในประเทศนั้น มาสด้ามีการผลิตเพิ่มขึ้นสูงสุด 122.6% ตามด้วยมิตซูบิชิเพิ่มขึ้น 84.0% นิสสันเพิ่มขึ้น 83.1% และฟูจิ เฮฟวี่ อินดัสทรีส์ เพิ่มขึ้น 38.4%

หากพิจารณาด้านยอดขายภายในประเทศ โตโยต้าทำยอดขายเพิ่มขึ้นมากที่สุด 45.3% แตะที่ 121,043 คัน ตามด้วยฮอนด้า มอเตอร์ มียอดขายเพิ่มขึ้น 40.0% และมาสด้าเพิ่มขึ้น 23.7% ส่วนไดฮัทสุ มอเตอร์ เป็นบริษัทรถยนต์เพียงแห่งเดียวที่มีการผลิตและยอดขายลดลงทั้งภายในและต่างประเทศ

ยอดส่งออกรถยนต์ในเดือนม.ค. โตโยต้าส่งออกเพิ่มขึ้น 43.5% แตะที่ 130,928 คัน ซึ่งนับเป็นครั้งแรกในรอบ 16 เดือนที่ยอดส่งออกปรับตัวเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบเป็นรายปี ขณะที่ยอดส่งออกของฮอนด้าลดลง 48.4% แตะที่ 16,990 คัน ซึ่งเป็นการปรับตัวลงติดต่อกัน 16 เดือน

ขณะที่ค่ายรถอีกหกค่ายล้วนแต่มียอดส่งออกเพิ่มขึ้นในเดือนม.ค. รวมถึงมาสด้าที่มียอดส่งออกขยายตัวสูงสุด 170.5% ตามด้วยมิตซูบิชิเพิ่มขึ้น 143.2% และซูซูกิ มอเตอร์ คอร์ป เพิ่มขึ้น 47.7%


อินเดียสภาล่มหลังฝ่ายค้านประท้วงเรื่องอาหารราคาแพง

ฝ่ายค้านอินเดียประท้วงปัญหาราคาอาหารพุ่งสูงทำให้ต้องปิดการประชุมรัฐสภาอินเดียวานนี้ เป็นการส่งสัญญาณถึงแรงกดดันทางการเมืองที่เพิ่มขึ้นให้รัฐบาลควบคุมปัญหาเงินเฟ้อ และอาจเป็นอุปสรรคต่อการปฏิรูปการเงินของรัฐบาล

เหตุวุ่นวายครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อสมาชิกฝ่ายค้านกรูไปกลางที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรแล้วชูแผ่นป้าย หลังจากรัฐบาลปฏิเสธข้อเรียกร้องให้อภิปราย และลงมติเรื่องการขึ้นราคาสินค้า ส่งผลให้ประธานสภาผู้แทนราษฎรต้องสั่งเลื่อนการประชุมออกไปเป็นวันนี้

อินเดีย ซึ่งมีเศรษฐกิจใหญ่อันดับ 3 ของเอเชียกำลังฟื้นตัวจากภาวะเศรษฐกิจโลกตกต่ำเร็วกว่าอัตราที่คาดไว้ แต่ราคาอาหารกำลังทะยานสูงขึ้นรวดเร็วที่สุดในรอบ 11 ปี ทำให้รัฐบาลเกรงว่าจะเกิดปฏิกิริยาสะท้อนกลับจากประชาชนหลายล้านคนในเขตชนบทที่เป็นฐานเสียงหลักของรัฐบาล

ปัญหาเงินเฟ้อกลายเป็นอาวุธที่ฝ่ายค้านอินเดียใช้ในการโจมตีรัฐบาล ซึ่งตกอยู่ภายใต้แรงกดดันให้หาทางแก้ปัญหานี้โดยไม่ส่งผลกระทบต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจ

นอกจากนี้ การเน้นให้ความสำคัญที่ปัญหาเงินเฟ้อ อาจเป็นอุปสรรคต่อรัฐบาลในการผลักดันการปฏิรูปต่างๆ เช่น การเปิดเสรีภาคเกษตร และการปล่อยราคาน้ำมันให้เป็นไปตามกลไกตลาด ซึ่งอาจช่วยลดการขาดดุลงบประมาณ ซึ่งคาดว่าจะพุ่งสูงสุดในรอบ 16 ปีที่ 6.8% ของ GDP ในปีงบประมาณ 2552/2553


ทางการญี่ปุ่นวอนโตโยต้าจริงใจในการให้ปากคำต่อรัฐสภาสหรัฐ

นายเซอิจิ มาเอฮาระ รัฐมนตรีคมนาคมญี่ปุ่น แสดงความเห็นว่า โตโยต้าต้องเผชิญหน้ากับการสอบปากคำของรัฐสภาสหรัฐอย่างจริงใจและจริงจัง เพื่อรักษาความน่าเชื่อถือของบริษัทฯ เพราะโตโยต้าไม่ใช่เป็นเพียงบริษัทของญี่ปุ่นเท่านั้น แต่ยังเป็นบริษัทที่มีอยู่ในท้องถิ่นสหรัฐด้วย

ถ้อยแถลงของรัฐมนตรีคมนาคมญี่ปุ่น มีขึ้นหลังจากที่นายอากิโอะ โตโยดะ ประธานบริษัทโตโยต้า เตรียมเข้าให้ปากคำต่อรัฐสภาสหรัฐในวันนี้ เกี่ยวกับปัญหาที่เกิดขึ้นกับระบบคันเร่งของรถยนต์โตโยต้า ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้ชาวอเมริกันเสียชีวิตอย่างน้อย 5 คน และอีก 29 คน อยู่ระหว่างตรวจสอบสาเหตุการเสียชีวิต


จีนเดินหน้าปราบปรามการใช้ที่ดินผิดกฎหมาย

กระทรวงที่ดินและทรัพยากรของจีนกำลังทำงานร่วมกับกระทรวงการควบคุมดูแลเพื่อแก้ปัญหาการใช้ที่ดินโดยผิดกฎหมาย

สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า สองกระทรวงได้ออกหนังสือเวียนร่วมกันซึ่งระบุว่า จีนได้ตรวจพบการใช้ที่ดินผิดกฎหมายทั่วประเทศ จำนวน 132 กรณี ซึ่งในจำนวนนี้รวมถึงการใช้ที่ดินขนาดใหญ่กว่า 766.6 เฮกตาร์ด้วย

ทั้งสองกระทรวงได้จัดตั้งทีมสืบสวนมากกว่า 10 กลุ่มเพื่อจัดการกับคดีเหล่านี้ โดยการใช้ที่ดินผิดกฎหมายได้เริ่มแพร่หลายมากขึ้น เนื่องจากภาคอสังหาริมทรัพย์ของจีนร้อนแรงเกินไป

การใช้ที่ดินอย่างผิดกฎหมาย ซึ่งรวมถึงการใช้ที่ดินโดยไม่ได้รับอนุญาต การก่อสร้างโดยไม่ได้รับอนุญาต และการใช้ที่ดินทางการเกษตรผิดวัตถุประสงค์ กำลังกลายเป็นปัญหาใหญ่ขึ้น โดยในปี 2552 ได้มีการตรวจสอบการใช้ที่ดินผิดกฎหมายทั้งสิ้น 42,000 คดี ครอบคลุมที่ดินรวม 138,66 เฮกตาร์


ตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯที่ประกาศออกมาเมื่อวานนี้ (อังคารที่ 23 ก.พ. 2553)
• ดัชนีราคาบ้าน S&P Case-Shiller (ธ.ค.) อยู่ที่ระดับ 145.9 จุด (ลดลงจากเดือนก่อนหน้า)
• ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค (ก.พ.) อยู่ที่ระดับ 46 จุด (ลดลงจากเดือนก่อนหน้า)

ตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯที่จะประกาศออกมาวันนี้ (พุธที่ 24 ก.พ. 2553)
• ยอดขายบ้านใหม่ (ม.ค.) โดย กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ
• ตัวเลขสต็อกน้ำมันสำรองประจำสัปดาห์ โดย EIA

ติดตาม Money Wake up ทุกวันจันทร์ - ศุกร์ เวลา 6.00 น. ออกอากาศซ้ำเวลา 11.00 น. ทาง Money Channel


Posted on Wednesday, February 24, 2010 (Archive on Wednesday, March 03, 2010)
Posted by host  Contributed by suchitra
ดูรายการย้อนหลัง | อ่านข่าวทั้งหมด


      แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม




ส่งความคิดเห็น

50.00%0
40.00%0
30.00%0
20.00%0
10.00%0

จำนวนของความคิดเห็น 0 ,
คะแนนเฉลี่ย
  View Comments



  Advertisement