|
|
Thursday, March 11, 2010
|
|
|
|
|
หุ้นจีนอาจดีดตัวหลังหยุดยาวช่วงตรุษจีน ส่วนตลาดอสังหาฯ ฮ่องกงจะเข้าสู่ระยะพักฐานเร็ว ๆ นี้
Posted on Tuesday, February 09, 2010 |
คาดตลาดอสังหาฯ ฮ่องกงจะเข้าสู่ระยะพักฐานเร็ว ๆ นี้
จัสติน จิว ผู้อำนวยการบริหารบริษัท เฉิงกง (โฮลดิ้งส์) กล่าวแสดงความคิดเห็นว่า ตลาดอสังหาริมทรัพย์ฮ่องกงขยายตัวรวดเร็วเกินไป และคาดว่าตลาดจะเข้าสู่ระยะพักฐานในไม่ช้านี้ พร้อมกับเตือนให้ผู้ซื้อตระหนักถึงภาวะฟองสบู่ที่อาจเกิดขึ้นในวันข้างหน้า
นายจิวกล่าวว่า อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ซื้อบ้านที่อยู่ในระดับต่ำและคำสั่งซื้อจำนวนมากจากนักลงทุนจีน ส่งผลให้ราคาบ้านในฮ่องกงพุ่งขึ้น 29% ในปีที่แล้ว และทำให้ฮ่องกงมีความเสี่ยงสูงที่จะเผชิญกับภาวะฟองสบู่ ทั้งนี้ นายจิวแนะนำให้ผู้ซื้อระมัดระวังก่อนที่จะตัดสินใจซื้ออสังหาริมทรัพย์
ก่อนหน้านี้ เฉิงกง ซึ่งมีนายลี กา-ชิง เป็นประธาน คาดการณ์ว่าราคาบ้านระดับหรูหราในฮ่องกงจะพุ่งขึ้น 15% ในปีนี้ และคาดว่าราคาที่พักอาศัยโดยทั่วโลกจะทะยานขึ้น 15-20%
บริษัท ไนท์แฟรงค์ ซึ่งเป็นบริษัทที่ปรึกษาด้านอสังหาริมทรัพย์ชื่อดังระดับโลกและมีสำนักงานอยู่ในกรุงลอนดอนประเทศอังกฤษ เปิดเผยในรายงานว่า ราคาบ้านในฮ่องกงทะยานขึ้นสูงสุดในปีที่แล้วเมื่อเทียบกับบรรดาตลาดอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ทั่วโลก ซึ่งเป็นสัญญาณที่ชัดเจนมากขึ้นว่าฮ่องกงอาจเผชิญกับภาวะฟองสบู่ด้านอสังหาริมทรัพย์
ไนท์แฟรงค์ เปิดเผยดัชนีราคาอสังหาริมทรัพย์ทั่วโลก โดยระบุว่าราคาบ้านโดยเฉลี่ยในฮ่องกงพุ่งขึ้น 33% แซงหน้าราคาบ้านในอิสราเอลที่เพิ่มขึ้น 22% และเกือบ 16% ในนอร์เวย์
ปัจจัยที่ทำให้ราคาบ้านในฮ่องกงทะยานขึ้นเหนือประเทศอื่นๆมาจากอัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับต่ำ และจากการที่รัฐบาลใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพื่อสกัดกั้นการร่วงลงของราคาอสังหาริมทรัพย์ทั่วโลก จนส่งผลให้ราคาบ้านในฮ่องกงพุ่งขึ้นอย่างร้อนแรง และทำให้กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ต้องออกรายงานเตือนรัฐบาลฮ่องกงให้ใช้นโยบายชะลอความร้อนแรงของตลาดอสังหาริมทรัพย์
ตลาดคาดหุ้นจีนดีดตัวหลังการเฉลิมฉลองที่ยิ่งใหญ่ช่วงตรุษจีน
ผู้เชี่ยวชาญคาดดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตตลาดหุ้นจีนอาจดีดตัวขึ้นหลังผ่านพ้นเทศกาลตรุษจีน หลังจากที่ดัชนีร่วงลงไป 11% นับตั้งแต่ต้นปี เนื่องจากรัฐบาลจะผ่อนคลายการใช้นโนบายคุมเข้มทางการเงินในเชิงรุก
เจ้าหน้าที่จากบริษัทหลักทรัพย์ซิติก ซีเคียวริตี้ส์คาดการณ์ว่า รัฐบาลจะเริ่มผ่อนคลายความเข้มงวดในการใช้นโยบายคุมเข้มทางการเงิน เนื่องจากเศรษฐกิจอาจอ่อนแอกว่าที่คาดการณ์ไว้ ซึ่งความเคลื่อนไหวดังกล่าวอาจทำให้นักลงทุนอาจเข้ามาซื้อขายในตลาดหุ้นมากขึ้น
ขณะที่รัฐบาลอาจเพิ่มการออกเงินกู้เพื่อให้ความช่วยเหลือภาคอุตสาหกรรมบางกลุ่ม โดยเฉพาะภาคอสังหาริมทรัพย์ หลังจากที่การขยายตัวทางเศรษฐกิจเริ่มอ่อนแรงลงในช่วงไตรมาส 2 ของปีนี้
ทั้งนี้ ตลาดหุ้นที่ซบเซาในระยะนี้มีสาเหตุจากการใช้มาตรการควบคุมการขยายตัวด้านเงินกู้ของรัฐบาลและการใช้มาตรการป้องกันภาวะฟองสบู่ด้านสินทรัพย์
เมื่อเดือนที่ผ่านมา จีนได้เริ่มดำเนินนโยบายการเงินแบบเข้มงวด จากกรณีที่ธนาคารกลางจีนประกาศเพิ่มสัดส่วนการกันสำรองเงินฝากของธนาคารพาณิชย์เพื่อควบคุมการขยายตัวของสินเชื่อ ซึ่งหนุนให้ราคาอสังหาริมทรัพย์เดือนธ.ค. พุ่งสูงสุดในรอบ 18 เดือน ขณะที่ภาวะฟองสบู่ในสินทรัพย์ก็เป็นปัญหาที่น่าวิตกกังวลสำหรับเศรษฐกิจจีน
อย่างไรก็ตาม รัฐบาลจีนจะเปิดเผยข้อมูลราคาบ้าน อัตราเงินเฟ้อ ตัวเลขการค้า ปริมาณเงินหมุนเวียน และเงินกู้ภาคธนาคารประจำเดือนม.ค.ในสัปดาห์นี้ โดยคาดว่า ดัชนีราคาผู้บริโภคในเดือนม.ค.จะเพิ่มขึ้น 2.1% และดัชนีราคาผู้ผลิตจะขยายตัว 3.5% ส่วนการส่งออกในเดือนที่ผ่านมาจะทะยานขึ้น 29.5% จากปีก่อนหน้านี้
สำหรับเทศกาลตรุษจีน ก็จะพิธีการเฉลิมฉลองที่ยิ่งใหญ่ ชาวจีนทั่วประเทศต่างเตรียมตัวฉลองเทศกาลตรุษจีนอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะแรงงานอพยพในกรุงปักกิ่ง ต่างนับถอยหลังเข้าสู่ช่วงวันหยุดยาวที่จะเริ่มตั้งแต่วันที่ 14 กุมภาพันธ์เป็นต้นไป
กระทรวงการรถไฟของจีนคาดการณ์ในเดือน ม.ค.ว่า ระบบการคมนาคมขนส่งทางรถไฟของจีนจะมีผู้โดยสารใช้บริการ 210 ล้านคน ในระหว่างวันที่ 30 ม.ค.-10 มี.ค. 2553 ซึ่งเป็นช่วงก่อนและหลังเทศกาลตรุษจีน เพิ่มขึ้น 10% จากเมื่อปีที่แล้ว
บรรดาคนงานต่างมีความเห็นตรงกันว่า บรรยากาศช่วงเทศกาลตรุษจีนปีนี้คึกคักกว่าปีที่แล้ว ซึ่งเป็นช่วงที่จีนได้รับผลกระทบจากวิกฤติเศรษฐกิจและการเงินโลก
ขณะเดียวกัน มีการคาดกันว่าเศรษฐกิจจีนปีนี้จะขยายตัวถึงร้อยละ 10 จากแรงขับเคลื่อนของการขยายตัวด้านการลงทุนและการบริโภคภายในประเทศ ด้านกระทรวงรถไฟจีน คาดจะมีผู้โดยสารใช้บริการขนส่งสาธารณะทั้งทางรถไฟ รถโดยสาร และเครื่องบิน ราว 200 ล้านคน ในช่วงเทศกาลวันหยุดที่ยาวนานถึง 40 วัน
ในฝั่งของการลงทุน ตลาดหุ้นจีนจะหยุดเทรด ตั้งแต่วันที่ 15-19 ก.พ. นี้
กังวลขาดดุลยุโรปยังถ่วงหุ้น ขณะราคาโภคภัณฑ์ดีดกลับ
ดัชนี MSCI World Index ยังติดลบก่อนเปิดตลาดเอเชียเช้าวันนี้ แม้นักลงทุนบางส่วนจะหวนกลับเข้าช้อนซื้อหุ้นในหมวดอาหารไปจนถึงธุรกิจเหมือง จนส่งผลให้ตลาดหุ้นยุโรปสามารถปิดบวกขึ้นได้เป็นครั้งแรก หลังจากที่เพิ่งทำสถิติการลดลงรายสัปดาห์ที่แรงที่สุดในเกือบปีไปเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว รวมถึงการที่มีตัวชี้วัดทางเทคนิคที่ส่งสัญญาณว่าหุ้นอาจเข้าข่ายการถูกขายมากเกินไปในขณะนี้
ในขณะเดียวกัน ราคาสินค้าโภคภัณฑ์หลายประเภทก็ดีดตัวกลับขึ้นมา ไม่ว่าจะเป็นราคาน้ำมัน ทองแดง อลูมินั่ม สังกะสี รวมไปถึงทองคำ
อย่างไรก็ดี ที่ตลาดหุ้นนิวยอร์ก ความวิตกในเรื่องการขาดดุลการคลังของรัฐบาลยุโรปบางประเทศยังคงปกคลุมบรรยากาศการลงทุน และกดดันให้ดัชนี Dow Jones ร่วงลงต่ำกว่าระดับ 10,000 จุดเป็นวันที่สามติดต่อกันแล้ว นำโดยแรงขายหุ้นในกลุ่มธนาคาร ที่รวมถึง Bank of America
และแม้ว่ารัฐมนตรีคลังรวมถึงนายธนาคารกลางของยุโรปจะยังแสดงความเชื่อมั่นว่ากรีซจะสามารถแก้ปัญหาการคลังของตัวเองได้ แต่นักลงทุนในตลาดดูเหมือนจะไม่คิดเช่นนั้น เมื่อดูจากมุมมองผู้บริหารของกองทุนพันธบัตรยักษ์ใหญ่ อย่าง Pacific Investment Management หรือ PIMCO ที่บอกว่า กรีซมีความจำเป็นที่ต้องพึ่งพิงความช่วยเหลือจากภายนอกสำหรับการแก้ปัญหาการขาดดุลที่มากที่สุดในบรรดาประเทศสหภาพยุโรป ขณะที่ผู้บริหารส่วนงานวิจัยของ Roubini Global Economics ที่ลอนดอน ระบุว่า ปัญหากำลังลุกลามไปยังตลาดอื่น ถ้าหากยังไม่สามารถหาวิธีที่จะหยุดยั้งสถานการณ์ได้
ถ้าไปดูอัตราค่าความเสี่ยงของภาคธุรกิจ หรือ corporate credit risk ในตอนนี้จะพบว่า ตัวเลขได้ไต่ขึ้นไปอยู่ในระดับที่สูงสุดในรอบมากกว่าสองเดือนแล้ว ซึ่งเป็นการตอกย้ำถึงความวิตกของนักลงทุนในเรื่องผลกระทบที่อาจจะขยายวงกว้างออกไปสู่สินทรัพย์ประเภทอื่นๆ
จากปัจจัยดังกล่าวทำให้หุ้นกลุ่มธนาคารร่วงลงหนักเมื่อเทียบกับกลุ่มอื่น และยังคงกดดันดัชนี S&P 500 ที่ได้ปรับตัวลดลงมาแล้วเป็นสัปดาห์ที่สี่ติดต่อกัน ซึ่งปัจจัยลบก็ยังรวมไปถึงความเป็นห่วงในเรื่องสถานะทางเครดิตของประเทศหรือการที่จีนออกมาตรการชะลอเศรษฐกิจในช่วงที่ผ่านมา
อดีตผู้บริหารเมอร์ริลลินช์เข้ารับตำแหน่งซีอีโอ CIT Group
อดีตประธานเจ้าหน้าที่ผู้บริหารของ Merrill Lynch นั่นคือ นาย John Thain ที่สวมบทแมวเก้าชีวิตกลับมารั้งตำแหน่งผู้คุมบังเหียนของสถาบันการเงิน ที่เป็นผู้ปล่อยกู้ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ อย่าง CIT Group
ขาใหญ่แห่งแวดวงการเงินอสังหาฯ รายนี้ เพิ่งผงาดกลับขึ้นมาได้จากสภาวะการคุ้มครองล้มละลายเมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา และใช้ความพยายามอยู่ถึงเกือบ 4 เดือนก่อนที่จะสามารถหาตัวผู้ที่สมควรขึ้นมานั่งแท่นตำแหน่งแทนผู้นำคนเก่าได้
CIT ระบุผ่านแถลงการณ์ว่า Thain ได้เข้ามานั่งดำรงตำแหน่งซีอีโอ หรือ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ซึ่งจะมีผลในทันที แทนตำแหน่งที่ถูกรักษาการโดยสมาชิกคณะกรรมการบริษัท คือ นาย Peter Tobin หลังจากการลาออกของซีอีโอคนก่อน ที่เป็นลูกหม้อของ Merrill Lynch เช่นกัน ซึ่งก็คือ นาย Jeffrey Peek ที่นั่งแท่นผู้นำมาตั้งแต่เดือนกรกฎาคม ปี 2004 ก่อนมาถึงทางตันด้วยการจมอยู่กับสินทรัพย์ subprime ที่นำไปสู่การล้มละลายเหมือนกับสถาบันการเงินหลายแห่ง
Thain ถูกนาย Kenneth Lewis ที่ต่อมากลายมาเป็นซีอีโอของ Bank of America บีบให้ลาออกภายหลังจากดีลการเทคโอเวอร์ Merrill Lynch จบสิ้นลง และคราวนี้เขากำลังกลับเข้ามารับบทหนักอีกครั้ง ในการนำพาสถาบันการเงินที่ยังมีสถานะทางการเงินอยู่บนเส้นด้าย และกำลังพึ่งพาแค่เพียงเงินช่วยเหลือที่ได้มาจากรัฐเมื่อปี 2551 เท่านั้น แถมยังปิดประตูไม่ได้เข้าไปมีส่วนร่วมเลยแม้แต่ในตลาดตราสารภาคเอกชน หรือ commercial paper ที่ถือว่าเป็นแหล่งระดมทุนแบบดั้งเดิมที่เคยใช้กันมาตลอด
ด้วยสถานะในปัจจุบันของ CIT ที่มีฐานที่มั่นในนิวยอร์ก ได้ปล่อยสินเชื่อให้แก่ภาคธุรกิจกว่า 3,000 บริษัท และถือว่าเป็นยักษ์ใหญ่เบอร์ 3 ของวงการปล่อยลีสซิ่งรถไฟ ไปจนถึงเครื่องบิน ที่ตลาดสหรัฐฯ ซึ่งเขาเองก็จะมีพนักงานภายใต้บังคับบัญชาถึงกว่า 4,000 คน แม้ว่าจะเป็นตัวเลขเพียงแค่เศษเสี้ยวของจำนวนพนักงานราว 64,000 จากสถาบันการเงินที่เขาได้ก้าวขาออกมา อย่าง Merrill Lynch ก็ตาม
ต่อจากนี้งานหินของ John Thain ที่ต้องทำก็คือ การหาวิธีการระดมทุนแบบต้นทุนต่ำ การยกเลิกกฏข้อบังคับในฝ่ายงานที่ทำธุรกิจธนาคาร รวมถึงการสร้างความมั่นใจให้กับผู้ดูแลนโยบายจากรัฐ ที่กำลังเป็นห่วงถึงเงินช่วยเหลือในส่วนของกระทรวงการคลังที่ถูกละลายหายไปแล้วราว 2,300 ล้านเหรียญ
ออสเตรเลียปรับนโยบายผู้อพยพ ดูดแรงงานทักษะสูง
คริส อีแวนส์ รัฐมนตรีกระทรวงการอพยพเข้าเมืองของออสเตรเลีย ประกาศเปลี่ยนแปลงนโยบายเพื่อดึงดูดให้แรงงานที่มีทักษะสูงเข้าประเทศมากขึ้น โดยออสเตรเลียจะยกเลิกมาตรการบังคับให้แรงงานต้องมีทักษะ 106 อย่าง และจะพิจารณาเกณฑ์การวัดผลคะแนนของผู้อพยพเข้าประเทศใหม่อีกครั้ง นอกจากนั้นจะเน้นรับผู้ที่มีความรู้ด้านสุขภาพเข้าประเทศมากขึ้น ซึ่งรวมถึงหมอและพยาบาล
อีแวนส์ กล่าวว่า "ตอนนี้มีนักเรียนหลายหมื่นคนที่ต้องเรียนทำอาหาร ทำผม และทำบัญชี เพียงเพื่อให้ได้อาศัยอยู่ในออสเตรเลียเป็นการถาวร เพราะทักษะดังกล่าวอยู่ในรายชื่อทักษะที่ผู้อพยพต้องมี"
ขณะเดียวกันข้อเสนอดังกล่าวก็ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากอุตสาหกรรมเหมืองแร่ เนื่องจากบริษัทใหญ่อย่าง บีเอชพี บิลลิตัน และ ริโอ ทินโต กำลังต้องการแรงงานหลายหมื่นอัตราเพื่อรองรับดีมานด์จากจีน
ทั้งนี้ สำนักงานสถิติแห่งชาติของออสเตรเลียรายงานว่าในออสเตรเลียมีชาวต่างชาติอาศัยอยู่ถึง 4.4 ล้านคน และเมื่อปีที่แล้วมีผู้อพยพที่ยื่นเรื่องขออาศัยและทำงานในออสเตรเลียเป็นการถาวรราว 170,000 คน แต่มีงานว่างเพียง 108,100 อัตรา
อินเดียคาดเศรษฐกิจประเทศขยายตัว 7.2%
รัฐบาลอินเดียออกแถลงการณ์คาดการณ์ในวานนี้ว่า เศรษฐกิจอินเดียมีแนวโน้มขยายตัว 7.2% ในปีงบประมาณ 2552 ซึ่งจะสิ้นสุดในเดือนมีนาคมนี้ เพิ่มขึ้นจากระดับ 6.7% ในปีงบประมาณ 2551 ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าเศรษฐกิจขยายตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่ง
เหล่านี้เป็นสัญญาณบ่งชี้ที่อาจทำให้รัฐบาลอินเดียตัดสินใจถอนมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในระหว่างการแถลงงบประมาณฉบับใหม่ในเดือนนี้
อย่างไรก็ตาม ตัวเลขคาดการณ์ดังกล่าวยังต่ำกว่าที่ธนาคารกลางอินเดียคาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ว่าเศรษฐกิจจะขยายตัว 7.5% ซึ่งทำให้นักลงทุนผิดหวังและฉุดตลาดหุ้นอินเดียดิ่งลง
กระทรวงสถิติอินเดียเปิดเผยว่า ความแข็งแกร่งในภาคอุตสาหกรรมและภาคบริการได้ช่วยชดเชยภาวะหดตัวในภาคการเกษตรที่ได้รับผลกระทบจากภัยแล้ง
ส่วนภาคอุตสาหกรรมมีแนวโน้มขยายตัว 8.2% ในปีงบประมาณ 2552 และภาคบริการ รวมถึงการเงิน อสังหาริมทรัพย์ และโรงแรม มีแนวโน้มขยายตัว 8.7% นอกจากนี้ คาดว่ารายได้ประชาชาติต่อหัวจะเพิ่มขึ้น 5.4% แตะที่ 33,540 รูปี หรือ 716.66 ดอลลาร์สหรัฐ
จีนปิดเว็บไซต์สอนแฮกเกอร์ใหญ่ที่สุดในประเทศ
จีนปิดเว็บไซต์ที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นเว็บไซต์สอนแฮกเกอร์ใหญ่ที่สุดในประเทศ และจับกุมสมาชิกเว็บไซต์ 3 คน
หนังสือพิมพ์ท้องถิ่น รายงานอ้างตำรวจเมืองหวงกัง ทางตะวันตกของเมืองหวู่ฮั่น ว่า เว็บไซต์ “แบล็ค ฮอว์ก เซฟตี้ เน็ต” สอนเทคนิคการเจาะข้อมูล และให้บริการดาวน์โหลดซอฟต์แวร์สำหรับเจาะระบบโดยคิดค่าบริการ เว็บไซต์นี้ถูกปิดไปเมื่อปลายเดือน พ.ย.ปีก่อน ส่วนสมาชิก 3 คนถูกจับฐานต้องสงสัยก่ออาชญากรรม
การเจาะข้อมูลทางคอมพิวเตอร์ในจีนได้รับความสนใจจากทั่วโลก หลังจากเว็บไซต์กูเกิล ขู่จะปิดให้บริการในจีนเมื่อเดือนก่อน เพราะถูกแฮกเกอร์จากจีนโจมตีอย่างหนักทำให้ทรัพย์สินทางปัญญาบางอย่างถูกขโมยไป แต่ทางการจีนปฏิเสธมีส่วนเกี่ยวข้อง ขณะที่ นายเจมส์ มูลเวนอน ผู้เชี่ยวชาญด้านไซเบอร์ เคยให้การต่อรัฐสภาสหรัฐ เมื่อปี 2551 ว่า เมืองหวู่ฮั่น เป็นที่ตั้งขององค์กรฝึกฝนแฮกเกอร์ในจีน
ตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐฯที่จะประกาศออกมาวันนี้ (อังคารที่ 2 ก.พ. 2553) • ยอดทำสัญญาซื้อบ้านที่รอปิดการขาย (ธ.ค.) โดย สมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์แห่งชาติสหรัฐฯ
ติดตาม Money Wake up ทุกวันจันทร์ - ศุกร์ เวลา 6.00 น. ออกอากาศซ้ำเวลา 11.00 น. ทาง Money Channel
| Posted on Tuesday, February 09, 2010 (Archive on Tuesday, February 16, 2010) Posted by host Contributed by suchitra
| | อ่านข่าวทั้งหมด |
|
|
|