|
|
Tuesday, February 07, 2012
|
|
|
|
ผจก.กองทุน Templeton Global Bond ระบุเม็ดเงินไหลเข้าตลาดเกิดใหม่อาจทำให้เกิดฟองสบู่
Posted on Wednesday, August 25, 2010 |
บลจ.ธนชาต จัดสัมมนามุมมองเศรษฐกิจการลงทุนของ Michael Hasenstab ผู้จัดการกองทุน Templeton Global Bond Fund
ได้รับความสนใจจากบรรดาผู้ถือหน่วยลงทุนในวงกว้างสำหรับการสัมมนาว่ากันด้วยเรื่องมุมมองเศรษฐกิจการลงทุนของ Michael Hasenstab ผู้จัดการกองทุน Templeton Global Bond Fund พ่วงตำแหน่ง Fund Manager of the Year ปี 2551 ด้วย
งานนี้บลจ.ธนชาต จัดขึ้นเพื่อให้ลูกค้าได้ฟังมุมมองจากการวิเคราะห์เจาะลึกแนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกและทิศทางการลงทุนในกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ท่ามกลางการเคลื่อนย้ายเงินลงทุนออกมาสู่ภูมิภาคเอเชีย
Michael Hasenstab ประเมินว่า เศรษฐกิจของประเทศพัฒนาแล้วกับประเทศกำลังพัฒนาจะฟื้นตัวด้วยอัตราช้าเร็วต่างกัน การฟื้นตัวที่ไม่พร้อมกันนี้จะเป็นปัจจัยบวกและส่งผลดีต่อประเทศเกิดใหม่ (Emerging Market) เนื่องจากปัญหาหนี้จำนวนมหาศาลของประเทศพัฒนาแล้ว ถือเป็นประเด็นที่มีความกังวลมากและยังเป็นแรงกดดันต่อการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในกลุ่มประเทศที่พัฒนาด้วย
ขณะที่ประเทศในกลุ่มตลาดเกิดใหม่ได้ผ่านวิกฤตมาแล้ว และยังมีประสบการณ์ในการลดภาระหนี้สินจำนวนมากของประเทศได้จนทำให้สัดส่วนหนี้สินของประเทศต่อ GDP ลดต่ำลงกว่าประเทศพัฒนาแล้วที่มีปัญหาวิกฤติการเงิน ส่งผลให้ประเทศเกิดใหม่ที่มีหนี้สินไม่มากและมีศักยภาพทางเศรษฐกิจกลายเป็นเป้าหมายในการลงทุนแม้วิกฤติการเงินได้ทำให้การเติบโตลดลงทั่วโลก แต่ประเทศกำลังพัฒนาในกลุ่มตลาดเกิดใหม่ก็น่าจะได้รับผลกระทบน้อยกว่าในระยะยาว อันเป็นผลพวงจากความต้องการบริโภคภายในประเทศที่เพิ่มขึ้นอย่างแข็งแกร่งจะเป็นแรงหนุนที่ช่วยชดเชยการส่งออกที่ลดลงได้
Michael Hasenstab ระบุด้วยว่าสิ่งที่ต้องจับตามอง คือ เม็ดเงินที่ไหลเข้ามาลงทุนในกลุ่มประเทศเกิดใหม่ จะทำให้เกิดภาวะฟองสบู่กับราคาสินทรัพย์ต่างๆที่จะปรับสูงขึ้นมากหรือไม่ หากบรรดาประเทศเกิดใหม่เหล่านี้ยังคงใช้นโยบายการเงินที่ผ่อนคลายเกินไป
ด้านความกังวลต่อปัญหาในยุโรปและจีนนั้น แม้ว่ายุโรปจะมีการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ช้าลงไปอีกนานพอสมควร แต่ปัญหาการขาดสภาพคล่องที่เคยเป็นความกังวลใหญ่ก็ได้ผ่อนคลายลงเมื่อธนาคารกลางยุโรปได้มีมาตรการและกลไกป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาการขาดสภาพคล่องระหว่างสถาบันการเงินออกมารองรับขณะที่จีนเองก็เล็งเห็นถึงความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นหากปล่อยให้เศรษฐกิจเติบโตอย่างร้อนแรง ทำให้ปัญหาทั้งในยุโรปและจีนจึงไม่น่าจะนำไปสู่วิกฤตเศรษฐกิจโลกรอบใหม่ แต่กลับจะทำให้บรรยากาศเศรษฐกิจโลกมีความเสี่ยงลดลง จากการดำเนินความพยายามเพื่อคลี่คลายปัญหาแม้ว่าค่าเงินสกุลหลักของโลก ทั้งดอลลาร์สหรัฐ สกุลเงินยูโรและเงินเยนของญี่ปุ่นจะมีแนวโน้มอ่อนค่าลงเมื่อเทียบสกุลเงินของกลุ่มประเทศเกิดใหม่ แต่หากประเมินในกลุ่มประเทศพัฒนาด้วยกันแล้วค่าเงินดอลลาร์สหรัฐจะอ่อนค่าเมื่อเทียบเงินสกุลอื่ แต่ยังมีทิศทางแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบสกุลเงินยูโรและเงินเยน
งานนี้คุณบุญชัย เกียรติธนาวิทย์ กรรมการผู้จัดการ บลจ.ธนชาต และคุณตระกูลจิตร จิตตไสยะพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการลงทุน บลจ.ธนชาต ได้เติมเต็มมุมมองว่า การที่เศรษฐกิจไทยได้ฟื้นตัวดีกว่าที่คาดจะทำให้ธนาคารแห่งประเทศไทยไม่มีความจำเป็นต้องใช้นโยบายอัตราดอกเบี้ยต่ำ เนื่องจากอัตราเงินเฟ้อได้ขยายตัวตามการเติบโตของเศรษฐกิจทำให้การใช้นโยบายดอกเบี้ยต่ำเป็นเวลานานย่อมไม่เป็นผลดีต่อการออม จึงเป็นไปได้ที่ดอกเบี้ยนโยบายจะขยับขึ้นไปเป็น 2% ภายในสิ้นปีนี้
ซึ่งก็เป็นผลดีตรงที่เป็นการยืนยันการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ..ด้วยการดูแลการขยายตัวของอัตราเงินเฟ้ออย่างเป็นระบบสอดรับกับการเติบโตของเศรษฐกิจที่ได้รับอานิสงค์จากการเคลื่อนย้ายเงินลงทุนเข้ามาสู่ภูมิภาคนี้อย่างต่อเนื่องทำให้ตลาดหุ้นไทยในระยะกลางยังอยู่ในช่วงขาขึ้นบนพื้นฐานเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง
ธารารมย์ จับมือพันธมิตร จัดแคมเปญ “ธารารมย์ Last Call 2010”
มอบสิทธิประโยชน์ให้กับลูกค้าผ่านโปรโมชั่นสุดพิเศษทุกๆครึ่งหลังของปีอย่างเต็มที่กันเลยทีเดียว งานนี้บมจ. ธารารมย์ เอ็นเตอร์ไพร์ส ได้ร่วมกับพันธมิตรชั้นนำทั้ง ธนาคารไทยพาณิชย์ ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารกรุงเทพ และยักษ์ใหญ่ในวงการเครื่องไฟฟ้าและสินค้าไอที อย่าง ไทยซัมซุงอิเล็กทรอนิคส์จัดโปรโมชั่น“ธารารมย์ Last Call 2010 ลดสูงสุด 1.5 ล้าน”ให้กับลูกค้าที่จองและทำสัญญาซื้อบ้าน ทาวน์เฮ้าส์ และคอนโดมิเนียม ทั้ง 9 แบรนด์ของธารารมย์ ภายใต้เงื่อนไขในระยะเวลาที่กำหนด ซึ่งมีสิทธิประโยชน์ให้ทั้งในรูปแบบ ส่วนลด การลุ้น การแลก รวมถึงการรับของพรีเมี่ยมที่เป็นผลิตภัณฑ์คุณภาพของซัมซุงด้วย
นอกจากนี้ ลูกค้าที่ใช้บริการผ่านแคมเปญนี้ยังจะได้รับสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยอัตราดอกเบี้ยพิเศษสุดพร้อมของกำนัลผ่านโปรโมชั่นที่ทั้ง 3 ธนาคารร่วมกันมอบให้พ่วงไปด้วย
งานนี้คุณวสันต์ เคียงศิริ กรรมการผู้จัดการ บมจ. ธารารมย์ เอ็นเตอร์ไพรส์ ประเมินว่าแคมเปญ ธารารมย์ Last Call 2010 ที่จะมีต่อเนื่องไปจนถึง 30 ธันวาคมนี้จะสามารถทำรายได้ส่งท้ายครึ่งปีหลังได้ไม่ต่ำกว่า 500 ล้านบาท ขณะที่สถาบันการเงินที่เข้าร่วมแคมเปญต่างก็มองว่านี่จะเป็นโอกาสทองของผู้ที่ต้องการกู้เงินซื้อบ้านในช่วงที่ดอกเบี้ยกำลังอยู่ในช่วงขาขึ้น
ติดตาม M Society ทุกวันจันทร์ - ศุกร์ ใน News Update เวลา 12.00 น. และ 17.00 น. ทาง Money Channel | Posted on Wednesday, August 25, 2010 (Archive on Wednesday, September 01, 2010) Posted by host Contributed by wasittee
| | ดูรายการย้อนหลัง | อ่านข่าวทั้งหมด |
|
|
|