บิ๊กซี ซุปเปอร์เซ็นเตอร์ แถลงผลดำเนินงานไตรมาส 2/53 เพิ่มขึ้นเกือบ 3%
โชว์ผลดำเนินงานได้อย่างแข็งแกร่งแม้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบทางการเมือง งานนี้บมจ. บิ๊กซี ซุปเปอร์เซ็นเตอร์ ได้แถลงผลดำเนินงานไตรมาส 2/53 ว่า สามารถทำยอดขายได้สูงถึง 1.84 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้นเกือบ 3% พร้อมกับทำกำไรสุทธิไปได้รวม 686 ล้านบาท ทะยานขึ้นเกือบ 16.8% จากช่วงเดียวกันปีก่อน อันเป็นผลมาจากการเติบโตของยอดขายของสาขาเดิม ซึ่งปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะสาขาต่างจังหวัด แม้ว่าสาขาราชดำริต้องปิดปรับปรุงจากความเสียหายเพลิงใหม้ที่เกิดขึ้นจากเหตุการณ์ความไม่สงบทางการเมืองในช่วงที่ผ่านมา แต่ทาง”บิ๊กซี”ก็เชื่อมั่นว่าจะได้รับการชดเชยจากการทำประกันภัยเต็มจำนวนโดย ได้บันทึกรายได้จากการชดเชยความเสียหายทั้งหมดนี้ไว้ในงบการเงินสำหรับรอบระยะเวลาบัญชีเดียวกันไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
นอกจากนี้ บิ๊กซีฯบยังได้วางแผนครึ่งปีด้วยการใช้นโยบายตลาดเชิงรุกผ่านกลยุทธ์การตลาด 4 ด้านจากเน้นของราคาถูกทั้ง“ถูกสุดๆ”“เช็คไพรส์ ถูกชัวร์” การเพิ่มจำนวนสินค้าเฮ้าส์แบรนด์ในทุกหมวดหมู่ภายใต้บิ๊กซีแบรนด์ให้ครอบคลุมความต้องการจากการเน้นรสชาติ คุณภาพ ราคาประหยัดโดยมีบัตรบิ๊กการ์ดร่วมเต็มเติมการสมนาคุณด้วยการคืนเงินทันที ไม่ต้องรอสะสมแต้ม
นอกจากนี้ ค่ายบิ๊กซีฯยังมีแผนขยายฐานผ่าน ร้านค้าปลีกขนาดย่อม (Small Format) ในพื้นที่ต่างๆให้เข้าถึงลูกค้าในวงกว้างเพื่อรองรับการเติบโตที่มั่นคงและต่อเนื่องด้วย
บางจากฯ จับมือ สพฐ. จัดโครงการ ประกวดสุดยอดเยาวชนพลังงานทดแทนครั้งที่ 4
เดินหน้าจัดทำโครงการส่งเสริมให้เยาวชนเห็นความสำคัญของพลังงานทดแทนเป็นปีที่ 4 แล้ว งานนี้ บมจ.บางจากปิโตรเลียม ยังคงร่วมมือกับทาง สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กระทรวงศึกษาธิการ จัดการประกวดสุดยอดเยาวชนพลังงานทดแทน ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Thailand Go Green” เพื่อเฟ้นหาเยาวชนอัจฉริยะด้านการพัฒนาพลังงานสะอาด ควบคู่ไปกับการสนับสนุนให้เยาวชนสร้างเครือข่ายเพื่อช่วยกันรณรงค์ให้คนไทยได้หันมาใช้พลังงานทดแทนที่สะอาดและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
การประกวดในปีนี้ได้เปิดโอกาสให้ทีมนักเรียนและอาจารย์ที่ปรึกษา ช่วยกันประดิษฐ์และพัฒนานวัตกรรมพลังงานสะอาดเพื่อคนไทยได้ทั้ง 2 ประเภทการแข่งขัน คือ การจัดทำโครงงานนวัตกรรมพลังงานทดแทน ทุกรูปแบบไม่ว่าจะเป็น พลังงานจากแสงอาทิตย์ พลังงานลม พลังงานคลื่น น้ำมันไบโอดีเซลจากสาหร่าย รวมถึงพลังงานก๊าซชีวภาพชีวมวล โดยพลังงานทดแทนเหล่านี้ นอกจากจะสามารถทดแทนเชื้อเพลิงจากฟอสซิลได้แล้ว ยังมีส่วนช่วยลดก๊าซเรือนกระจก ที่ก่อให้เกิดปัญหาสภาวะโลกร้อนและภัยภิบัติทางธรรมชาติที่นับวันจะปรากฎให้เห็นรุนแรงมากขึ้นได้อีกด้วย
นอกจากนี้ ยังเปิดพื้นที่ให้เยาวชนได้โชว์ไอเดียการจัดกิจกรรมรณรงค์รูปแบบต่าง ๆ เช่น การจัดขบวนพาเหรด รวมถึงการสร้างสรรค์สื่อออนไลน์ผ่านเว็ปไซต์ Social Network เพื่อร่วมชิงทุนการศึกษารวมกว่า 2 ล้านบาท พร้อมๆไปกับการเปิดโลกทัศน์จากการได้ไปศึกษาดูงานด้านพลังงานทดแทนที่ต่างประเทศด้วย
ทั้งนี้ อาจารย์ที่ปรึกษาและนักเรียนระดับมัธยมศึกษาทั่วประเทศ ที่กำลังศึกษาอยู่ในโรงเรียนสังกัด สพฐ. ที่สนใจเข้าร่วมโครงการดีๆแบบนี้ สามารถจัดทีมเพื่อสมัครและผลงานมาได้ที่ บมจ. บางจากปิโตรเลียม ได้ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 15 พฤศจิกายน
งานนี้ดร. อนุสรณ์ แสงนิ่มนวล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ. บางจากปิโตรเลียมเชื่อมั่นว่า โครงการประกวดสุดยอดเยาวชนพลังงานทดแทนในครั้งที่ 4 นี้ จะทำให้นักเรียนระดับมัธยมทั่วประเทศได้มีความรู้เกี่ยวกับเรื่องพลังงานทดแทนเพิ่มขึ้นอีกถึง 6 แสนคนเลยทีเดียว
บล.กสิกรไทย ฉลองความสำเร็จโครงการ KS The Young Turk Investor
ประสบความสำเร็จอย่างงดงาม สำหรับโครงการ KS The Young Turk Investor รุ่นที่ 1 กับกิจกรรมบนความร่วมมือเพื่อขยายฐานผู้ลงทุนคุณภาพหน้าใหม่ งานนี้บล. กสิกรไทย และ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย พร้อมด้วยบรรดาพันธมิตรผู้ร่วมให้การสนับสนุนอย่างบมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น บริษัท ออนไลน์แอสเซ็ท จำกัดและบริษัท ไลฟ์ มีเดีย กรุ๊ป จำกัด ได้ร่วมกันจัดงานส่งท้ายกิจกรรมที่ใช้ชื่อว่า Farewell Party : KS The Young Turk Investor เพื่อแสดงความยินดีและต้อนรับนักลงทุนคุณภาพหน้าใหม่ที่ผ่านการคัดเลือกทั้ง 40 คนจากผู้สมัครเข้าร่วมโครงการฯกว่า 1,500 คนที่ได้ก้าวเข้ามาสู่สนามการลงทุนอย่างแท้จริง
หลังจากที่ 40 คนที่ได้รับการคัดเลือกผ่านการอบรมเกี่ยวกับการลงทุนในตลาดหุ้นอย่างเข้มข้น ภายใต้กิจกรรมต่างๆระหว่างวันที่ 1 มกราคม - 30 มิถุนายน ที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นการวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน การวิเคราะห์ทางเทคนิค การประเมินมูลค่าหุ้น การจัดพอร์ตการลงทุน ตลอดจนการเยี่ยมชมกิจการบริษัทจดทะเบียนโดยมีผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุนจากบล. กสิกรไทยอย่างคุณ เผดิมภพ สงเคราะห์ และ คุณกวี ชูกิจเกษม รวมถึงผู้ทรงคุณวุฒิในวงการตลาดหุ้น ให้เกียรติเข้ามาแลกเปลี่ยนมุมมองและแบ่งปันประสบการณ์ด้านการลงทุน ก่อนที่ทั้ง 40 ท่านจะได้รับบัญชีซื้อขายหุ้นและวงเงินลงทุน 30,000 บาท สำหรับใช้เป็นเงินลงทุนจริงในการแข่งขันลงทุนในหุ้น เพื่อค้นหาผู้ทำกำไรสูงสุด 3 อันดับแรก
สำหรับผู้ลงทุนหน้าใหม่ที่สามารถคว้ารางวัลชนะเลิศในโครงการ KS The Young Turk Investor ไปครองได้ คือ คุณศิฬาณี นุชิตประสิทธิ์ชัย ซึ่งทำกำไรได้สูงสุด 19.28% รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่คุณสุรีย์พัชร์ ประดิษฐผล ซึ่งทำกำไรจากพอร์ตการลงทุนได้ 13.01% ส่วนรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 เป็นของคุณกัลยรัตน์ สุภาวิมล ซึ่งกำไรได้ในอัตรา12.84%
งานนี้นอกจากนักลงทุนหน้าใหม่ได้สัมผัสประสบการณ์จริงจากการลงทุนในหุ้นบนแนวคิด “เงินเท่าไหร่ ก็ลงทุนได้”กันแล้ว ยังจะมีบทบาทในการเป็นแนวร่วมขยายฐานผู้ลงทุนคุณภาพหน้าใหม่ภายใต้ความร่วมมือระหว่างทางบล. กสิกรไทยและตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยด้วย
ติดตาม M Society ทุกวันจันทร์ - ศุกร์ ใน News Update เวลา 12.00 น. และ 17.00 น. ทาง Money Channel