|
|
Tuesday, February 07, 2012
|
|
|
|
| เอกสารแนบ |
 |
|
|
SET 1,000 จุดปีนี้ ฝันหรือของจริง?
Posted on Tuesday, August 24, 2010 |
วิศิษฐ์ องค์พิพัฒนกุล กรรมการบริหาร บล.ทรีนิตี้ กล่าวว่า นักลงทุนในสหรัฐฯส่วนใหญ่กังวลว่าจะเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอยระลอกที่ 2 (Double Dip Recession) ทำให้ถอยห่างจากสินทรัพย์เสี่ยงหันไปลงทุนในสินทรัพย์ที่ปลอดภัยแทน และกลายเป็นว่าทำให้เกิดภาวะฟองสบู่ในตลาดพันธบัตรของสหรัฐฯ ที่อัตราผลตอบแทนเริ่มลดลง แต่ราคาปรับเพิ่มขึ้น
ขณะเดียวกันเม็ดเงินที่ไหลเข้ามาลงทุนในเอเชียในปีนี้มีด้วยกันหลายระลอก รอบละประมาณ 2-3 เดือน โดยในช่วงแรกเข้ามาที่เอเชียตะวันออกคือตลาดหุ้น ฮ่องกง ไต้หวันและเกาหลี เป็นจำนวนถึง 2 หมื่นล้านดอลลาร์ จากนั้นจึงมาเป็นตลาดหุ้นอินโดนีเซีย ไทย และฟิลิปปินส์ คิดเป็นจำนวนประมาณ 4 พันล้านดอลลาร์
หากพิจารณาเฉพาะตลาดหุ้นไทยจะพบว่า นับตั้งแต่ปี 2546 เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบันนักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิหุ้นไทยไปเพียงแค่ 2.3 พันล้านดอลลาร์เท่านั้น และในการเข้าลงทุนตลาดหุ้นไทยรอบล่าสุดนี้เป็นเม็ดเงินใหม่ที่เพิ่งจะซื้อสุทธิเข้ามาเพียง 67 ล้านดอลลาร์
ทั้งนี้ การที่จะดูว่าดัชนีตลาดหุ้นไทยจะปรับเพิ่มขึ้นไปได้ดีเพียงได้ อาจต้องมีหลายปัจจัยประกอบกัน ซึ่งรวมถึงความสามารถในการทำกำไรของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหุ้นของไทยที่ปีนี้ทำได้ดีกว่าที่คาดไว้มาก และคาดว่าในปีหน้าจะทำกำไรเพิ่มขึ้นได้ราว 17% ในขณะที่ P/E ตลาดหุ้นไทยในขณะนี้อยู่ที่ประมาณ 11.3 เท่า ก็เท่ากับว่าดัชนีอาจปรับขึ้นไปถึงระดับ 910 – 911 จุดได้ในปีนี้ ซึ่งหากสภาพคล่องเข้ามาหนุนนำก็อาจทำให้ดัชนีแตะระดับ 1,033 จุดได้ โดยบริษัทจดทะเบียนจะต้องเติบโตถึง 25% ในอนาคตและไม่มีความเสี่ยงเข้ามากดดัน เช่น ปัญหาทางการเมือง
สำหรับหุ้นกลุ่มที่น่าลงทุนคือหุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์ที่จะได้รับผลดีจากเศรษฐกิจที่เติบโต และกลุ่มสื่อสาร จากข่าวการประมูลโทรศัพท์เคลื่อนที่ระบบ 3.9G
เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ โฆษกกระทรวงการคลัง กล่าวว่า เศรษฐกิจไทยในไตรมาส 2/53 เติบโตได้ดีถึง 9.1% ซึ่งสูงกว่าที่ทุกคนคาดไว้ โดยพื้นฐานของเศรษฐกิจเอเชียและไทยในขณะนี้อยู่ในระดับที่แข็งแกร่ง ทำให้มีเม็ดเงินไหลจากต่างชาติไหลเข้ามาแสวงหาผลตอบแทนจำนวนมาก แต่หากเศรษฐกิจโลกชะลอตัวอีกครั้ง หรือปัญหาหนี้สาธารณะในยุโรปปะทุขึ้นมาอีก ก็อาจทำให้เม็ดเงินไหลกลับไปหาสินทรัพย์ความเสี่ยงต่ำในฝั่งตะวันตกแทน เช่น ตลาดพันธบัตรในสหรัฐฯ แต่เสถียรภาพที่เข้มแข็งของเศรษฐกิจไทยพร้อมที่จะรองรับความผันผวนของเงินทุนที่ไหลเข้าออกได้
เอกนิติมองว่า ตลาดหุ้นและตลาดตราสารหนี้ของไทยควรพยายามทำให้มีขนาดที่ใหญ่และลึกขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน เพื่อให้เป็นที่สนใจของนักลงทุนต่างชาติ โดยในปัจจุบันสินทรัพย์ทางการเงิน 70-80% ของไทยยังคงอยู่ในตลาดเงินเป็นหลัก
ติดตาม Hard Topic ทุกวันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 13.00 น. ออกอากาศซ้ำ เวลา 19.00 น. ทุกวันเสาร์ - อาทิตย์ เวลา 12.00 น. ทาง Money Channel
| Posted on Tuesday, August 24, 2010 (Archive on Tuesday, August 31, 2010) Posted by host Contributed by suchitra
| | ดูรายการย้อนหลัง | อ่านข่าวทั้งหมด |
|
|
|