Tuesday, February 07, 2012
Text Size :Small | Medium |Large
เอกสารแนบ


  Hard Topic  



ส่งออกผวาบาทแข็ง หันมาเน้นการสร้างมูลค่าเพิ่มมากกว่าปริมาณ

Posted on Monday, August 23, 2010
กอบสุข เอี่ยมสุรีย์ นายกสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย กล่าวว่า ราคาผลิตผลทางการเกษตรที่เพิ่มขึ้นในช่วงต้นปีจากปัญหาภัยแล้ง ทำให้โรงสี ผู้ส่งออกข้าว กักตุนข้าวเอาไว้ เพื่อเก็บสินค้าไว้ขายในช่วงที่ราคาดี แต่ในความเป็นจริงแล้ว เศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวทำให้กำลังซื้อลดลง ผู้ประกอบการจึงจำเป็นต้องยอมขาดทุนสต๊อกนำสินค้าที่กักตุนไว้ออกมาขาย ทำให้ราคาข้าวปรับลดลงอย่างรวดเร็ว จึงเป็นที่มาของความผันผวนของราคาข้าว

อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่ปลายเดือนก.ค.เป็นต้นมา ราคาข้าวกลับมาสูงขึ้นอีกครั้งเนื่องจากเงินบาทแข็งค่า เวียดนามซึ่งเป็นคู่แข่งสำคัญด้านการส่งออกข้าวปรับลดค่าเงิน และปริมาณข้าวที่ออกสู่ตลาดน้อยลง

สำหรับเป้าของการส่งออกข้าวของไทยในปีนี้ได้ปรับลดเป้าลงจาก 9 ล้านตันเหลือ 8.5 ล้านตัน โดยนายกสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทยชื่นชมนโยบายที่รัฐใช้วิธีประกันรายได้เกษตรกรแทนการรับจำนำผลผลิต ซึ่งจะส่งผลดีต่กลไกการค้าเสรีมากกว่า พร้อมกันนี้อยากเห็นกระทรวงพาณิชย์กำหนดเป็นทิศทางที่ชัดเจนว่า ต้องการเน้นการส่งออกข้าวในรูปแบบใด เน้นปริมาณหรือเรื่องมูลค่าเป็นหลัก เพราะแม้ประเทศไทยมีแนวโน้มจะส่งออกข้าวลดลงในปีนี้ แต่มูลค่ายังเพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว 12%


สุกิจ อุดมศิริกุล ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายกลยุทธ์การลงทุนลูกค้าบุคคล ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า การส่งออกของประเทศดีกว่าที่คาดการณ์กันไว้ อันจะนำมาซึ่งการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยตามเศรษฐกิจที่ขยายตัวในไม่ช้า โดยสุกิจมองว่า ในไตรมาส 3/53 GDP ของไทยอาจขยายตัวได้ 6-7% แต่ไม่ได้หมายความว่าเศรษฐกิจไทยจะเฟื่องฟูอย่างที่มองเห็นกัน เพราะการขยายตัวของ GDP อาจลดลงเหลือ 1-2% ในไตรมาส 4/53 เพราะฐานที่สูงอยู่แล้วในไตรมาส 4/52

สิ่งสำคัญคือการต้องติดตามดูการขยายตัวของ GDP ในปี 2554 ซึ่งจะทำให้มองเห็นภาพที่แท้จริงของภาวะเศรษฐกิจในประเทศ โดยหาก GDP ในปีหน้าสามารถขยายตัวได้ถึงระดับ 4-5% ก็นับว่าเติบโตได้ดีพอสมควร

เช่นเดียวกับดัชนีตลาดหุ้นไทยที่หากปรับเพิ่มขึ้นไปถึง 1,000 จุดได้ในปีนี้ สุกิจมองว่าเป็นเรื่องที่เร็วจนเกินไป และกลายเป็นเหมือนกับการนำกำไรในปีหน้ามาลงทุนในปีนี้แทน ควรต้องรอไปจนถึงปีหน้าปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจจึงจะแข็งแรงพอที่จะรองรับกับดัชนีระดับ 1,000 จุด

สำหรับอัตราแลกเปลี่ยนถือเป็นความเสี่ยงที่มีส่วนสำคัญต่อการกำหนดราคาสินค้าในการส่งออก นอกเหนือไปจากการแข็งค่าของเงินบาทที่ส่งผลดีให้เงินทุนต่างชาติไหลเข้ามาในตลาดหุ้น สุกิจเชื่อว่า ผู้ประกอบการเรียนรู้และฝึกฝนกับการบริหารจัดการค่าเงินมาระยะหนึ่งแล้ว โดยมีธนาคารแห่งประเทศไทยค่อยช่วยให้การเปลี่ยนแปลงของค่าเงินเกิดขึ้นแบบค่อยเป็นค่อยไป จึงไม่เห็นผู้ส่งออกแสดงอาการตกใจหรือได้รับผลกระทบจากการแข็งค่าของเงินบาทเท่าใดนัก

ทั้งนี้ ค่าเงินบาทก็แข็งค่าไปในทิศทางเดียวกับค่าเงินในภูมิภาค การแข่งขันในการผลิตจึงอยู่ที่ว่าใครจะสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าและผลิตภัณฑ์ได้มากกว่ากัน สินค้าที่ใช้เทคโนโลยีต่ำ ก็จะทำกำไรได้ไม่สูงและไม่สามารถแข่งขันได้

ติดตาม Hard Topic ทุกวันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 13.00 น. ออกอากาศซ้ำ เวลา 19.00 น. ทุกวันเสาร์ - อาทิตย์ เวลา 12.00 น. ทาง Money Channel

Posted on Monday, August 23, 2010 (Archive on Monday, August 30, 2010)
Posted by host  Contributed by suchitra
ดูรายการย้อนหลัง | อ่านข่าวทั้งหมด


      แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม




ส่งความคิดเห็น

50.00%0
40.00%0
30.00%0
20.00%0
10.00%0

จำนวนของความคิดเห็น 0 ,
คะแนนเฉลี่ย
  View Comments



  Advertisement