Hilight
News Update

more

ข่าวบริษัทจดทะเบียน

more

Advertisement



Text Size :Small | Medium |Large


  Global Money  



จีนโชว์ศักยภาพประเทศผู้นำโลกผ่านงาน Expo 2010

Posted on Wednesday, May 12, 2010

จีนโชว์ศักยภาพประเทศผู้นำโลกผ่านงาน Expo 2010

งาน Expo 2010 ที่นครเซี่ยงไฮ้ที่เริ่มต้นมาได้เกือบ 2 สัปดาห์แล้วนั้น ถือได้ว่าเป็นงานใหญ่ที่ใช้เป็นโอกาสแสดงศักยภาพของประเทศ เพื่อให้โลกได้รับรู้ถึงความพร้อมในการก้าวขึ้นมาอยู่ในแถวหน้า เหมือนยักษ์ใหญ่อย่างสหรัฐฯ

คงปฏิเสธไม่ได้ว่างาน Expo 2010 คือนิทรรศการที่คนทั่วโลกตั้งหน้าตั้งตาคอย เพราะแม้หลายประเทศจะเพิ่งฝ่าวิกฤติเศรษฐกิจรอบล่าสุดมาได้ แต่ก็ไม่มีใครที่จะยอมแพ้ในการสร้างความประทับใจให้แก่ผู้ที่มาเยี่ยมชมศาลาจัดแสดงหรือ Pavilion ของตนแม้แต่น้อย

ส่วนประเทศเจ้าภาพอย่างจีนเอง ก็ถือว่าเป็นโอกาสแสดงศักยภาพให้แก่ทั่วโลกได้ชม จนเป็นที่ประจักษ์กันไปแล้วตั้งแต่วันเริ่มงาน ที่เมืองที่มีจำนวนประชากรมากที่สุดในโลก ซึ่งก็คือนครเซี่ยงไฮ้ เมื่อวันที่ 30 เมษายน

จุดแรกที่ดึงดูดความสนใจของผู้ชมงานในปีนี้คงหนีไม่พ้น ศาลาจัดแสดงที่มีขนาดแบบที่เรียกว่า super size ซึ่งมีรูปทรงเหมือนปิระมิดสีแดงกลับหัว และมีพื้นที่เท่า ๆ กับสนามฟุตบอล 35 สนาม หรือใหญ่กว่า Pavilion ของสหรัฐฯที่อยู่ในงานเดียวกันถึง 30 เท่า

นักวิเคราะห์บอกว่า สิ่งที่รัฐบาลจีนต้องการสื่อไปสู่ประชาคมโลกนั้นชัดเจนที่สุด ก็คือ ความจริงที่ว่าประเทศที่มีประชากรมากที่สุดแห่งนี้ มีความพร้อมที่จะกลายมาเป็นยักษ์ใหญ่ในเวทีสากลอย่างแน่นอนแล้ว แต่ไม่ใช่ว่าทุกอย่างจะราบรื่นไปหมดกว่าจะถึงวันนี้ ยกตัวอย่างแค่เรื่องของตัวศาลาจัดแสดงของสหรัฐฯ ที่เคยมีข่าวว่าทางจีนไม่ชอบไอเดียเท่าใดนัก  เพราะกว่าจะได้มาเป็นรูปเป็นร่างก็เกือบจะล่มไปแล้วครั้งหนึ่ง เมื่อทีมงานที่รับผิดชอบหาทุน 61 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เกือบหานายทุนมาช่วยควักเงินสร้างไม่ได้

ทางเจ้าหน้าที่รับผิดชอบของสหรัฐฯเองก็ยอมรับว่า การที่ต้องพึ่งภาคธุรกิจเอกชนให้เป็นสปอนเซอร์ในการจัดงาน เป็นอุปสรรคทำให้การดำเนินโครงการของประเทศออกมายากขึ้น โดยเฉพาะเมื่อรัฐบาลหลายประเทศตัดสินใจควักเงินตั้งทีมงานจัดหาทุนเพื่อร่วมงาน Expo 2010 ของตนเอง

ส่วนความพร้อมของตัว Pavilion ของสหรัฐฯ ก็เรียกได้ว่า ล้าหลังเจ้าภาพอย่างมาก เพราะก่อนเปิดงานอย่างเป็นทางการ จีนได้เปิดให้ผู้ที่มีตั๋วล่วงหน้า สามารถเข้าชมศาลาจัดแสดงของตนไปเรียบร้อยแล้ว ขณะที่ทางสหรัฐฯยังคงวุ่นอยู่กับการต่อสายไฟ หรือแม้แต่แกะกล่องของที่จะนำมาจัดงาน ยิ่งไปกว่านั้น คำขวัญของศาลาจัดแสดงของสหรัฐฯ ที่ตั้งไว้สวยหรูว่า “Rising to the Challenge” ซึ่งแปลง่าย ๆ ว่า พร้อมทะยานเผชิญหน้าความท้าทาย ก็ดูไม่สมราคานัก เพราะภายใน Pavilion นั้น มีแต่บูธของสปอนเซอร์เต็มไปหมด ซึ่งชาวจีนที่ได้มีโอกาสเข้าไปชมแล้ว ส่วนใหญ่ก็ออกอาการไม่ปลื้มนัก และค่อนข้างจะผิดหวัง เพราะหลายคนต่างคาดว่าจะได้เห็นการแสดงแนวคิดบรรเจิดอลังการในแบบฉบับอเมริกัน ซึ่งกลับไม่มีให้เห็นเลยในปีนี้ เหตุการณ์เช่นนี้ทำให้หลายคนเห็นแล้วว่า ยักษ์ใหญ่อย่างอเมริกาเริ่มเสียศูนย์ และเปิดโอกาสให้จีนขึ้นมาเทียบเคียงในเวทีโลกได้มากขึ้น

ส่วนจีนเอง เรื่องเงินก็ไม่เคยเป็นปัญหา และได้ควักเงินถึง 4.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อมาสนับสนุนงานนิทรรศการที่มีระยะเวลาการจัดแสดงถึง 6 เดือน โดยงบประมาณนี้เป็นส่วนที่ใช้สำหรับตัวงานเท่านั้น และหากนับเงินที่ใช้ในการสร้างถนน ระบบรถไฟ และโครงการสาธารณูปโภคที่เกี่ยวข้องมารวมด้วย ตัวเลขรวมก็จะพุ่งขึ้นไปอีกกว่า 10 เท่า แต่หากจะถามว่า จีนได้ดำเนินการลดอะไรไปบ้างหรือไม่สำหรับงานนี้ มีสิ่งเดียวที่เห็นชัดเจนก็คือ การแสดงดอกไม้ไฟในพิธีเปิดที่งดงามสมชื่อเจ้าภาพ เพียงแต่ไม่อลังการอย่างที่หลายคนคาดไว้ ซึ่งเหตุผลในเรื่องนี้ก็คือ ทางรัฐบาลไม่ต้องการให้แสงสีจากงานแสดงพลุ สว่างไสวจนบดบังภาพลักษณ์ความเป็นเมืองใหญ่อลังการ อย่าง นครเซี่ยงไฮ้นั่นเอง

Sands China เล็งจับตลาดนักพนันญี่ปุ่น

ผู้บริหารธุรกิจคาสิโนชั้นนำอย่าง Sands China หวังขยายกิจการในญี่ปุ่นในอนาคต หลังจากรายได้ของบริษัทในไตรมาส 1/53 เพิ่มขึ้นถึง 4 เท่า เนื่องจากกิจการที่แข็งแกร่งในมาเก๊า

Sands China ผู้บริหารคาสิโนอันดับสองของโลก ยอมรับว่า บริษัทกำลังเล็งขยายธุรกิจไปในญี่ปุ่น พร้อมกับคาดด้วยว่า ญี่ปุ่นน่าจะกลายมาเป็นศูนย์กลางแหล่งพนัน ที่มีขนาดใหญ่ที่สุด หากรัฐบาลยอมให้การพนันเป็นสิ่งถูกกฎหมาย

ที่ผ่านมา ธุรกิจคาสิโนในญี่ปุ่นขยายตัวไม่มากนัก เนื่องจากรัฐบาลกลัวว่าจะก่อให้เกิดปัญหาทางสังคมตามมา แต่ Sand China ก็ยังมีความเชื่อมั่นในศักยภาพของตลาดนี้ โดยดูจากความนิยมการเล่นเกมส์ปาจิงโกะ ที่มีอยู่อย่างดาษดื่นทั่วประเทศ

ทั้งนี้ แผนการขยายธุรกิจออกนอกมาเก๊าคือสิ่งที่บริษัทแห่งนี้พยายามทำอยู่ เนื่องจากมีความกังวลเกี่ยวกับนโยบายของรัฐบาลกรุงปักกิ่ง ที่สั่งห้ามคนจีนแผ่นดินใหญ่ข้ามมาเล่นพนันที่มาเก๊า ขณะที่เมื่อเดือนที่แล้ว Las Vegas Sands ซึ่งเป็นบริษัทแม่ ก็เพิ่งเปิดตัวคาสิโนแห่งใหม่มูลค่า 5,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐในสิงคโปร์

Toyota ประเมินธุรกิจในปี 2553 จะยังซบเซาต่อเนื่อง

Toyota Motor ยอมรับว่า ธุรกิจในปีนี้อาจจะออกมาไม่ดีนัก โดยเฉพาะเมื่อหลายฝ่ายเชื่อว่า ผลกระทบจากการเรียกรถหลายล้านคันกลับคืนในช่วงที่ผ่านมา จะเริ่มชัดเจนขึ้นเร็ว ๆ นี้

แม้จะรายงานตัวเลขผลประกอบการไตรมาส 4/52 ออกมาดีเกินคาดที่ 159 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่ Toyota Motor ก็ยังไม่มั่นใจในอนาคตของธุรกิจ พร้อมกับประเมินว่า ในช่วง 12 เดือนจากนี้ สถานการณ์จะยังไม่ดีจนน่าพอใจนัก

ผู้ผลิตรถอันดับหนึ่งของโลกรายนี้ ฟันธงด้วยว่า กำไรของบริษัทตลอดปี 2553 นี้ จะหดตัวลง แม้ Toyota จะผ่านพ้นวิกฤติที่ร้ายแรงที่สุดครั้งหนึ่งของตนมาได้แล้วก็ตาม

อย่างไรก็ดี นักวิเคราะห์มองว่า นโยบายของบริษัทในการเรียกรถจำนวนกว่า 8 ล้านคันกลับคืน อันเนื่องมาจากปัญหาด้านความปลอดภัยในการขับขี่ในช่วงที่ผ่านมา จะเริ่มส่งผลกระทบอย่างชัดเจนต่อผลประกอบการของ Toyota เร็ว ๆ นี้ โดยหลายฝ่ายกำลังจับตาดูผลงานในไตรมาสแรกอย่างใกล้ชิด

นักกฎหมายบางคนยังให้ความเห็นด้วยว่า สิ่งที่เกิดขึ้นกับรถของ Toyota น่าจะนำมาสู่คดีความทางแพ่งในสหรัฐ ที่จะเรียกค่าเสียหายจากบริษัทไม่น้อยกว่า 1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ในไม่ช้านี้ด้วย

Harrods มีแผนขยายธุรกิจเข้าไปในจีน

ภาพของห้างหรูที่เป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ของกรุงลอนดอน อย่าง Harrods อาจกลายมาเป็นสิ่งที่คุ้นตาของนักช็อปในจีนในไม่ช้า หลังผู้บริหารชุดใหม่ของห้าง เล็งขยายกิจการเข้าไปในตลาดยักษ์ใหญ่แห่งนี้

บริษัท Qatar Holding ที่เข้าซื้อกิจการห้าง Harrods ต่อจากครอบครัวของ Mohamnmed Al Fayed ที่เคยเป็นเจ้าของมานานถึง 25 ปี กำลังมีแผนทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงในอีกระดับสำหรับห้างแห่งนี้ ด้วยการเปิดสาขาแห่งแรกนอกประเทศอังกฤษ คือ นครเซี่ยงไฮ้ของจีน

เมื่อเอ่ยถึงชื่อห้างสรรพสินค้าหรู Harrods ในกรุงลอนดอน หลายคนน่าจะนึกถึงภาพความอลังการของสถานที่ ที่มีสินค้าเกือบทุกอย่างใน 330 แผนก บนพื้นที่กว่า 1 ล้านตารางฟุต พร้อมกับภาพนักช็อปทุกระดับ ไล่ตั้งแต่คนธรรมดา ไปจนถึงมหาเศรษฐี และสมาชิกราชวงศ์ต่าง ๆ ซึ่งทั้งหมดนี้ก็เป็นเสมือนจุดขายที่สำคัญที่กลายเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ของเมืองหลวงแห่งนี้ไปแล้ว

แนวคิดการเปิดสาขาที่ต่างประเทศของห้างนี้ ได้ก่อให้เกิดกระแสต่างๆ ตามมาอย่างรวดเร็วเหมือนกับที่หลายคนคาด และส่วนหนึ่งก็เป็นเสียงต่อต้าน โดยเฉพาะนักช็อปท้องถิ่น ที่ระบุว่า ห้างเก่าแก่แห่งนี้ ควรจะดำรงอยู่ในฐานะสัญลักษณ์ของกรุงลอนดอนเท่านั้น

ติดตาม Global Money ทุกวันจันทร์ - ศุกร์ ใน News Update เวลา 12.00 น. และ 17.00 น. ออกอากาศซ้ำใน Global Money Weekend ทุกวันเสาร์ เวลา 09.30 น. และ 18.00 น. และทุกวันอาทิตย์ เวลา 19.00 น. ทาง Money Channel


Posted on Wednesday, May 12, 2010 (Archive on Saturday, May 22, 2010)
Posted by host  Contributed by wasittee
ดูรายการย้อนหลัง | อ่านข่าวทั้งหมด


      แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม




ส่งความคิดเห็น

50.00%0
40.00%0
30.00%0
20.00%0
10.00%0

จำนวนของความคิดเห็น 0 ,
คะแนนเฉลี่ย
  View Comments
Recommended Program








Wednesday, February 08, 2012   
นิตยสาร M&W
 
ข่าวเด่นประเด็นร้อน

นานาสาระลงทุน