|
 |
Fannie Mae ร้องขอความช่วยเหลืออีก 8.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
Posted on Tuesday, May 11, 2010 |
Fannie Mae ร้องขอความช่วยเหลืออีก 8.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
ผู้ให้บริการสินเชื่อที่อยู่อาศัยรายใหญ่ที่สุดของสหรัฐฯอย่าง Fannie Mae หันไปหาความช่วยเหลือทางการเงินจากรัฐบาลอีกครั้ง หลังบริษัทประสบปัญหาการขาดทุนหนักกว่า 1.3 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐในไตรมาส 1/53
Fannie Mae ผู้ให้บริการสินเชื่อที่อยู่อาศัยรายใหญ่ที่สุดของสหรัฐฯ ร้องขอความช่วยเหลือทางการเงินจากรัฐบาลกรุงวอชิงตันอีก เป็นจำนวน 8.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หลังขาดทุนหนักถึง 1.31 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐในไตรมาส 1/53
ซึ่งหากคิดรวมเงินก้อนนี้เข้ามาด้วย Fannie Mae ได้รับเงินช่วยเหลือมาแล้วกว่า 8.46 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ นับตั้งแต่รัฐบาลสหรัฐฯ เข้าอุ้มกิจการเพื่อไม่ให้ล้มตามวิกฤติสินเชื่อซัพไพรม์ในปี 2551 ขณะที่บริษัทเองก็ยอมรับว่า มีโอกาสที่ตนจะต้องร้องขอเงินช่วยเหลืออีกในอนาคต
เมื่อสัปดาห์ก่อน ผู้ให้บริการสินเชื่อที่อยู่อาศัยรายย่อยที่ประสบชะตากรรมเดียวกันอย่าง Freddie Mac ก็เพิ่งออกมายอมรับว่า บริษัทต้องการเงินอีก 1.06 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ในการประคองกิจการ ที่ขาดทุนมากถึง 8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
RBS ประกาศลดพนักงาน 2,600 คน
Royal Bank of Scotland ประกาศเลิกจ้างพนักงานกว่า 2,000 คน หลังจากต้องลดจำนวนพนักงานออกไปแล้วนับหมื่นหลังวิกฤติการเงินโลกปะทุขึ้น
Royal Bank of Scotland เดินหน้าลดต้นทุนธุรกิจประกันและส่วนงานธนาคารสำหรับลูกค้ารายย่อย ด้วยการปลดพนักงานออกอีก 2,600 คน
ทั้งนี้ นับตั้งแต่วิกฤติการเงินโลกปะทุขึ้นมาเมื่อเกือบ 2 ปีก่อน RBS ได้เลิกจ้างงานไปแล้วถึง 20,000 คน
ทั้งนี้ RBS ได้ถูกหน่วยงานกำกับกิจการภายในยุโรปเองกดดันมาโดยตลอด ด้วยการให้ขายสินทรัพย์ออกไปอีก โดยเฉพาะในส่วนธุรกิจประกัน หลังจากรับเงินช่วยเหลือจากรัฐบาลอังกฤษมาเป็นจำนวนหลายหมื่นล้านปอนด์เพื่อพยุงกิจการ
ที่ผ่านมา RBS ก็เริ่มขายสาขาจำนวน 318 แห่ง ตามเงื่อนไขของอียู พร้อม ๆ กับปลดพนักงาน 600 คนที่สำนักงานใหญ่ออกด้วยเช่นกัน
เที่ยวบินยุโรปถูกยกเลิกหลังเถ้าภูเขาไฟไอซแลนด์ปะทุรอบใหม่
การปะทุของภูเขาไฟในไอซแลนด์ ที่พ่นเถ้าควันรอบใหม่ออกมา ส่งผลให้สายการบินหลายแห่งต้องประกาศยกเลิกแผนการบินอีกครั้ง เนื่องจากเกรงปัญหาด้านความปลอดภัย
นักเดินทางในยุโรปจำนวนไม่น้อยต้องเดือดร้อนอีกครั้ง หลังเที่ยวบินนับร้อยต้องถูกยกเลิก เนื่องจากปัญหาเถ้าภูเขาไฟในไอซแลนด์ที่ปะทุขึ้นมาอีกครั้ง
สนามบินในฝรั่งเศส สวิสเซอร์แลนด์ อิตาลี สเปน โปรตุเกส และเยอรมนี จำต้องประกาศปิดการให้บริการชั่วคราว ซึ่งก็ทำให้ผู้โดยสารเดือดร้อนกันถ้วนหน้า โดยเฉพาะเมื่อมีหลายคนที่ไม่คาดคิดว่าปัญหาเดิมจะเกิดขึ้นมาซ้ำอีกในเวลาเพียงไม่ถึง 1 เดือน
ส่วนเที่ยวบินระหว่างสหรัฐฯและยุโรป บางสายการบินก็ประสบปัญหาการล่าช้า เนื่องจากนักบินต้องหาเส้นทางที่หลบกลุ่มควันภูเขาไฟที่ลอยอยู่ในชั้นบรรยากาศ
มีการประเมินกันว่า ปัญหาครั้งนี้คงจะดำเนินต่อไปอีกระยะหนึ่ง แม้ไม่น่าจะสร้างความเสียหายหนักเหมือนในเดือนเมษายน ที่อังกฤษและอียูต้องประกาศปิดน่านฟ้านานเกือบสัปดาห์
ธุรกิจสปาในบัลแกเรียส่งสัญญาณฟื้นตัว
ประเทศบัลแกเรียเร่งยกเครื่องธุรกิจสปาบำบัด ที่เคยมีชื่อเสียงไปทั่วโลก ด้วยความหวังที่จะใช้เป็นจุดขายในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว และช่วยทำเงินเข้าประเทศที่ได้ชื่อว่ายากจนที่สุดในอียูแห่งนี้
เมือง Hisar ของประเทศบัลแกเรีย หนึ่งในจุดขายที่เมืองรีสอร์ทเล็กๆ แห่งนี้ภูมิใจนำเสนอก็คือ ก้อนนิ่วจำนวนหลายร้อยก้อน ที่ได้มาจากกระบวนการรักษาบำบัดโรค ณ บ่อน้ำแร่ธรรมชาติจำนวน 22 แห่งในเขตนี้
แพทย์ผู้มีความชำนาญด้านโรคนี้บอกว่า การดื่มน้ำจากธรรมชาติที่มีปริมาณแร่ธาตุสูงจากที่นี่ จะส่งผลดีต่อสุขภาพของผู้ดื่มเป็นอย่างมาก เพียงแต่ต้องจำไว้ว่า ห้ามดื่มติดต่อกันเป็นเวลานานเท่านั้นเอง
นายแพทย์ Svetya Tuzharov บอกว่า การดื่มน้ำแร่ที่นี่ให้ได้ประโยชน์นั้น ต้องดื่มต่อเนื่องติดต่อกัน 20 วัน แล้วต้องหยุดดื่มเป็นเวลา 6 เดือน ถึงจะกลับมาดื่มได้อีก เพื่อให้ได้ผลในการรักษา ซึ่งที่ผ่านมาคนที่นี่ ไม่มีใครได้รับเชื้อไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่เหมือนที่อื่นเลย ซึ่งก็เพราะพวกเขาได้ดื่มน้ำแร่จากบ่อในเขตนี้นั่นเอง
เมือง Hisar เป็นเมืองที่ถูกคนพบโดยชาวโรมัน ซึ่งต่อมาได้สร้างกำแพงขึ้นล้อมรอบบ่อน้ำพุร้อนที่มีคุณสมบัติรักษาโรคทั้งหมดไว้ โดยเมืองนี้ยังเป็นหนึ่งในหลายๆ เมืองของบัลแกเรียที่กำลังเร่งยกเครื่องวิธีการบำบัดโรคด้วยการใช้น้ำแร่ เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวกระเป๋าหนักให้เข้ามาเยี่ยมชมให้ได้มากที่สุด
อย่างไรก็ดี อย่างที่เกริ่นไว้ก่อนหน้านี้ ไม่ได้มีเพียงแต่นักท่องเที่ยวเท่านั้น ที่สนใจในการใช้น้ำแร่คุณสมบัติสูงเพื่อประโยชน์ด้านการรักษา แต่สำหรับในแง่ธุรกิจ โรงแรมหรูหลายแห่ง ที่ตั้งอยู่ทางภาคตะวันออกของประเทศที่อยู่ติดกับทะเลดำ ไปจนถึงภาคตะวันตกเฉียงเหนือ ก็กำลังมีชื่อเสียงมากขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งในหมู่นักท่องเที่ยวชาวบัลแกเรียและนักท่องเที่ยวต่างชาติ ที่ต้องการสัมผัสและรับการบำบัดด้วยน้ำแร่คุณภาพสูงนี้
อย่างไรก็ดี แม้ความพยายามในการกระตุ้นธุรกิจท่องเที่ยวด้วยการชูสปาบำบัดน้ำแร่อาจยังไม่มีผลดีต่อภาพรวมของเศรษฐกิจบัลแกเรียเท่าไรนัก แต่ก็ยังถือว่าดีกว่าที่ไม่ทำอะไรเลย เพราะประเทศนี้มีธุรกิจที่สามารถทำเงินจากนักท่องเที่ยวหรือผู้บริโภคต่างประเทศอยู่ไม่กี่ประเภทเท่านั้น
เหตุผลก็เพราะ ปัจจุบัน บัลแกเรียยังได้ชื่อว่าเป็นประเทศที่ยากจนที่สุดในสหภาพยุโรป และในปีที่แล้วจีดีพีของประเทศก็หดตัวไปแล้วถึง 5% ขณะที่นักวิเคราะห์คาดว่า ในปีนี้ เศรษฐกิจของที่นี่น่าจะซบเซาต่อเนื่อง ดังนั้น แม้การท่องเที่ยวจะทำเงินได้เพียง 8% ของจีดีพี การนำทรัพยากรท้องถิ่นออกมาดึงเงินจากนอกประเทศก็อาจจะพยุงเศรษฐกิจของคนในท้องถิ่นที่เกี่ยวข้องได้ไม่มากก็น้อย โดยเฉพาะ เมื่อธุรกิจท่องเที่ยวขาเข้าจากต่างประเทศทำเงินได้ดีถึง 2.6 พันล้านยูโร โดย 10% ของตัวเลขนี้ก็มาจากธุรกิจสปาเพียงอย่างเดียว
โดยรวมแล้ว ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา การท่องเที่ยวที่ผูกติดกับธุรกิจสปาของบัลแกเรียสามารถดึงเงินลงทุนเข้าประเทศได้แล้วถึงกว่า 5.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยผู้ลงทุนนั้นก็มาจากหลากหลายประเทศ ตั้งแต่ อิสราเอล ไปจนถึง รัสเซีย คูเวต กาตาร์ และโอมาน และด้วยสถิติที่ชี้ว่า ชาวยุโรปส่วนใหญ่กำลังเข้าสู่ช่วงสูงวัยมากขึ้น ความน่าจะเป็นที่ ความต้องการบริการด้านสปาบำบัดแบบในบัลแกเรียนี้ น่าจะพุ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง และทางการเองก็หวังไว้แล้วว่า ในอนาคต ธุรกิจสปาจะทำให้อุตสาหกรรมท่องเที่ยวของประเทศขยายตัวได้ถึงปีละ 10% ได้เร็ว ๆ นี้
ติดตาม Global Money ทุกวันจันทร์ - ศุกร์ ใน News Update เวลา 12.00 น. และ 17.00 น. ออกอากาศซ้ำใน Global Money Weekend ทุกวันเสาร์ เวลา 09.30 น. และ 18.00 น. และทุกวันอาทิตย์ เวลา 19.00 น. ทาง Money Channel | Posted on Tuesday, May 11, 2010 (Archive on Friday, May 21, 2010) Posted by host Contributed by wasittee
| | ดูรายการย้อนหลัง | อ่านข่าวทั้งหมด |
|
Wednesday, February 08, 2012
|
 |
นิตยสาร M&W |
 |
ข่าวเด่นประเด็นร้อน |
 |
นานาสาระลงทุน |
|