|
 |
หนังสือพิมพ์ยักษ์ใหญ่ในสหรัฐเจอปัญหายอดขายตกต่อเนื่อง
Posted on Friday, May 07, 2010 |
หนังสือพิมพ์ยักษ์ใหญ่ในสหรัฐเจอปัญหายอดขายตกต่อเนื่อง
ธุรกิจหนังสือพิมพ์ในสหรัฐอเมริกาดูเหมือนจะยังไม่รุ่ง อันเนื่องมาจากปัญหาเศรษฐกิจ และความนิยมที่พุ่งขึ้นอย่างต่อเนื่องของสื่อออนไลน์ รวมทั้งนโยบายของผู้พิมพ์ที่ส่งผลให้ยอดขายโดยรวมหดตัวอย่างชัดเจนในช่วงครึ่งปีที่ผ่านมา
แม้ว่าอุตสาหกรรมหลายประเภทจะเริ่มส่งสัญญาณการฟื้นตัวจากภาวะย่ำแย่เมื่อช่วงก่อนกันบ้างแล้ว แต่อาการธุรกิจซบเซาก็ยังมีให้เห็นอยู่เนืองๆ และล่าสุด บรรดาผู้ผลิตหนังสือพิมพ์ชั้นนำของสหรัฐก็เป็นรายล่าสุดที่ยังอยู่ภายใต้แรงกดดันของเศรษฐกิจ ด้วยยอดจำหน่ายรวมที่หดตัวไปแล้วอย่างเห็นได้ชัด
ตัวเลขการลดลงนี้ได้มาจากการเก็บสถิติจากแต่ละสำนักพิมพ์ ในช่วงระหว่างเดือนตุลาคมปี 2552 มาจนถึงเดือนมีนาคมปี 2553 ซึ่งระบุด้วยว่า ยอดจำหน่ายหนังสือพิมพ์ในวันอาทิตย์นั้น เฉลี่ยแล้วลดลง 6.5 % ขณะที่ยอดจำหน่ายในวันธรรมดาก็หดหายไปหนักถึง 8.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
ข้อมูลยังยืนยันว่า การปรับลดเกิดขึ้นอย่างถ้วนหน้า ไล่มาตั้งแต่หนังสือพิมพ์หัวใหญ่ ไปจนถึงเล็ก โดยยักษ์ใหญ่ในวงการที่เดือดร้อนหนักที่สุดก็คือ the San Francisco Chronicle ที่ต้องก้มหน้ารับสภาพด้วยยอดขายที่หายไปถึง 22.7% สำหรับหนังสือพิมพ์ที่ขายในช่วงวันธรรมดา
อันที่จริง ยอดจำหน่ายหนังสือพิมพ์ในสหรัฐนั้น ได้ลดลงมาอย่างต่อเนื่องหลายปีติดต่อกันแล้ว แต่อัตราการหดตัวเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วในปี 2550 ก่อนที่สถานการณ์จะแย่ลงไปอีกในช่วงวิกฤติเศรษฐกิจที่เพิ่งผ่านไป
หลายคนโทษความนิยมของอินเตอร์เน็ตว่าเป็นเหตุผลหลักของการเสื่อมถอยในธุรกิจหนังสือพิมพ์ แต่บางคนก็ให้ความเห็นว่า ส่วนหนึ่งนั้นเป็นการตัดสินใจของบริษัทผู้พิมพ์เองที่ต้องการจะควบคุมปริมาณให้สอดคล้องกับนักอ่านตัวจริงที่เป็นแฟนประจำหรือผู้อ่านในกลุ่มที่มีผลประโยชน์ทางธุรกิจที่ชัดเจนเท่านั้น
และนั่นยังไม่รวมถึงการเลือกที่จะขึ้นราคาขายพร้อมกับจำกัดการให้ส่วนลด หรือแม้กระทั่งจำกัดพื้นที่การจัดส่งให้ถึงผู้อ่านโดยตรงด้วย
อย่างไรก็ดี ผู้เชี่ยวชาญบอกว่า ยังมีสัญญาณบวกที่ให้ความหวังว่า การลดลงของยอดจำหน่ายหนังสือพิมพ์ในสหรัฐเริ่มทรงตัว และไม่ปรับลงไปมากเหมือนกับที่ผ่านมา โดยยกตัวอย่างยอดขายของ the New York Times ซึ่งมียอดจำหน่ายเฉลี่ยสำหรับวันธรรมดาในช่วง 6 เดือนล่าสุด ปรับขึ้นเล็กน้อย เมื่อเทียบกับช่วงเดือนเมษายนถึงเดือนกันยายนปี 2552 เช่นเดียวกับตัวเลขยอดขายของหนังสือพิมพ์ the Arizona Republic
ยิ่งไปกว่านั้น หนังสือพิมพ์ธุรกิจชั้นนำอย่าง the Wall Street Journal ซึ่งเป็นหนึ่งเดียวใน 25 หนังสือพิมพ์ยักษ์ใหญ่ ก็บันทึกยอดขายที่ปรับตัวขึ้น 0.5% ในช่วงวันธรรมดาเช่นกัน ด้วยยอดผู้สมัครสมาชิกตอบรับบริการทางอินเตอร์เน็ตที่เพิ่มขึ้น
แนวโน้มที่ดีขึ้นนี้ยังทำให้ the Wall Street Journal ก้าวขึ้นมานำ USA Today ในฐานะหนังสือพิมพ์ที่มียอดจำหน่ายสูงสุด ด้วยตัวเลข 2.1 ล้านฉบับ เมื่อเทียบกับสถิติ 1.8 ล้านฉบับในช่วงก่อน
เหตุผลหนึ่งที่ทำให้ USA Today ต้องเสียตำแหน่งแชมป์ไปก็เป็นเพราะยอดจำหน่ายที่หดตัวไปถึงกว่า 13% เพราะธุรกิจโรงแรมในอเมริกาที่ซบเซา จนยอดสั่งซื้อลดลงไปไม่น้อย
สำหรับผู้ที่มียอดจำหน่ายฉบับวันอาทิตย์เพิ่มขึ้นนั้น ยักษ์ใหญ่รายเดียวที่ประสบความสำเร็จก็คือ the St. Petersburg Times ซึ่งยังคงมอบส่วนลดก้อนโตสำหรับผู้สมัครสมาชิกใหม่มาตลอด อย่างไรก็ตาม กลยุทธ์นี้กลับไม่สามารถพลิกฟื้นยอดขายสำหรับวันธรรมดาได้อยู่ดี
ความหวังอาจจะยังพอมีอยู่บ้างสำหรับธุรกิจสื่อแบบดั้งเดิมประเภทนี้ หากผู้ประกอบการเกิดไอเดียที่สามารถไปผูกมัดความต้องการของผู้บริโภคเฉพาะกลุ่มไว้ได้ อย่างน้อยก็ช่วยฉุดรั้งลูกค้าเดิม ที่กำลังหนีหายหันไปพึ่งเว็บสังคมออนไลน์ ที่กำลังมาแรงขึ้นทุกขณะแล้วในตอนนี้
British Airways เผยจำนวนผู้โดยสารร่วงหนักในเดือนเม.ย.
British Airways รายงานตัวเลขผู้โดยสารที่หดหายไปถึงเกือบ 1 ใน 4 ในเดือนเมษายนที่ผ่านมา เนื่องจากคำสั่งห้ามบินในระหว่างที่มีปัญหาเถ้าควันภูเขาไฟจากไอซแลนด์
British Airways รายงานว่า ในเดือนเมษายนที่เพิ่งผ่านไป ตัวเลขผู้โดยสารของตนหดตัวลงถึง 22% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักมาจากปัญหาเถ้าควันภูเขาไฟในไอซแลนด์ที่ส่งผลให้มีการปิดน่านฟ้าในยุโรป นานถึงเกือบ 1 สัปดาห์
สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า สายการบินต้นทุนต่ำ อย่าง Ryanair ก็ประสบปัญหาคล้าย ๆ กัน โดยตัวเลขผู้โดยสารในเดือนที่แล้วลดลงไปกว่า 17% ขณะที่คู่แข่งอย่าง Air Berlin ก็เปิดเผยจำนวนผู้โดยสารที่หดตัวลง 16.5% เช่นกัน
สถานการณ์ดังกล่าว ทำให้ British Airways ต้องสูญเสียรายได้กว่า 100 ล้านปอนด์ และทำให้สายการบินแห่งนี้ออกมาเรียกร้องให้อียูและรัฐบาลที่ตัดสินใจสั่งห้ามบิน เข้ามาช่วยชดเชยค่าเสียหายแก่บริษัทสายการบินทุกแห่งที่เดือดร้อนแล้ว
ธนาคารยุโรปรายงานผลกำไรดีเกินคาด
ธนาคารชั้นนำในยุโรปยังคงรายงานตัวเลขกำไรในไตรมาสแรกของปีที่ออกมาสูงเกินคาด แม้ส่วนใหญ่จะยังคงมีความเสี่ยงจากปัญหาหนี้สินของกรีซอยู่ก็ตาม
Commerzbank ซึ่งเป็นธนาคารที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2 ของเยอรมนี คือสถาบันการเงินชั้นนำรายล่าสุดที่รายงานกำไรไตรมาสแรกสูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ ที่ตัวเลข 708 ล้านยูโร
ก่อนหน้านี้ นักวิเคราะห์ประเมินว่า Commerzbank น่าจะมีกำไรสุทธิในไตรมาสล่าสุดที่ 473 ล้านยูโร แต่ด้วยการทำธุรกรรมทางการเงินที่แข็งแกร่ง รวมทั้งการตั้งสำรองเพื่อรับความเสี่ยง ที่ต่ำลงกว่าเมื่อก่อน สามารถช่วยกระตุ้นตัวเลขกำไรของธนาคารได้ดีกว่าที่หลายคนคาด
ขณะเดียวกัน ธนาคาร BNP Paribas ของฝรั่งเศสก็รายงานผลประกอบการในไตรมาสแรกด้วยกำไร 2,300 ล้านยูโร ซึ่งถือว่าสูงกว่าตัวเลขที่มีการประเมินไว้เช่นกัน
Sotheby's มั่นใจธุรกิจประมูลงานศิลป์เริ่มฟื้นตัว
สถาบันประมูลชั้นนำอย่าง Sotheby’s มั่นใจว่า ธุรกิจประมูลงานศิลป์ในตลาดโลกจะเริ่มฟื้นตัวและกลับมาทำกำไรได้เป็นกอบเป็นกำ โดยได้อานิสงส์จากความต้องการในตลาดเกิดใหม่
สำนักประมูล Sotheby's ให้ความเห็นว่า จากนี้ไปแนวโน้มของการประมูลงานศิลป์ในตลาดโลก น่าจะถึงเวลาฟื้นตัวดีขึ้นเรื่อย ๆ แล้ว
Sotheby’s เองเพิ่งทำยอดขายงานศิลปะในกลุ่ม Impressionist และ modern art ที่เพิ่งจบไปได้สูงถึง 195 ล้านดอลลาร์ โดยตัวเลขดังกล่าวสูงกว่างานเดียวกันที่จัดขึ้นในปีที่แล้วถึง 3 เท่าเลยทีเดียว
ผู้บริหารของสำนักประมูลชั้นนำแห่งนี้ยังบอกด้วยว่า ตลาดเกิดใหม่ในเอเชียและตะวันออกกลางเริ่มคึกคักและเผยถึงศักยภาพที่สูงขึ้นเรื่อยๆ สำหรับธุรกิจซื้อขายชิ้นงานเก่าๆ แบบเดียวกันนี้
ติดตาม Global Money ทุกวันจันทร์ - ศุกร์ ใน News Update เวลา 12.00 น. และ 17.00 น. และใน Money Wake up เวลา 06.00 น. และ 11.00 น. ทาง Money Channel
| Posted on Friday, May 07, 2010 (Archive on Monday, May 17, 2010) Posted by suchitra Contributed by suchitra
| | ดูรายการย้อนหลัง | อ่านข่าวทั้งหมด |
|
Wednesday, February 08, 2012
|
 |
นิตยสาร M&W |
 |
ข่าวเด่นประเด็นร้อน |
 |
นานาสาระลงทุน |
|