AIG เตรียมรับเงิน 1.5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐจากข้อตกลงกับ MetLife
หลายฝ่ายกำลังจับตาดูการขายกิจการในเอเชียของบริษัทประกัน AIG ให้แก่ MetLife หลังฝ่ายผู้ขายอนุมัติดีลนี้อย่างเป็นทางการไปแล้ว ขณะที่ผู้ซื้อยังอยู่ระหว่างการถกรอบสุดท้าย
สื่อรายงานโดยอ้างแหล่งข่าวที่ใกล้ชิดกับทาง AIG ว่า บริษัทประกันชั้นนำแห่งนี้ใกล้จะได้ข้อสรุปเกี่ยวกับการขายกิจการในเอเชีย ให้แก่ MetLife ในราคา 1.5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งจะมาในรูปของทั้งเงินสดและหุ้นราว 20% ของคู่แข่งจากนิวยอร์กแห่งนี้
รายงานข่าวบอกว่า ผู้บริหารของ MetLife ได้นั่งลงถกรายละเอียดทั้งหมดในวันอาทิตย์ที่ผ่านมา หลังจากที่ทาง AIG ประชุมเสร็จแล้วตั้งแต่วันศุกร์ และมีการอนุมัติแผนขายธุรกิจในเอเชียไปเรียบร้อยแล้ว
MetLife หวังอย่างมากว่า จะใช้ดีลนี้ เป็นทางผ่านเพื่อขยายกิจการของตนเข้าไปในตลาดต่างชาติ ซึ่งรวมทั้ง ญี่ปุ่น ได้มากขึ้น หลังจากได้ชื่อว่าเป็นบริษัทประกันชีวิตขนาดใหญ่ที่สุดของอเมริกาที่นำหุ้นเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์มาแล้ว
RBS ส่งสัญญาณมีปัญหาเรื่องระดมเงินทุน
ธนาคาร RBS ของอังกฤษ อาจติดปัญหาไม่สามารถขายสาขาจำนวนหลายร้อยแห่งของตนได้ง่ายนัก เมื่อมีข่าวว่า ผู้ที่คิดจะซื้อต้องเตรียมหาเงินก้อนโตมาเพื่อพยุงกิจการด้วย
หนังสือพิมพ์ the Sunday Times รายงานว่า ความพยายามของธนาคาร Royal Bank of Scotland ที่จะขายสาขาจำนวน 320 แห่งของตนออก อาจติดปัญหาเรื่องเม็ดเงินที่นำมาใช้พยุงกิจการ ซึ่งปัจจุบันยังเป็นส่วนที่ขอรับความช่วยเหลือจากธนาคารกลางอังกฤษ
รายงานข่าวบอกว่า หากมีการขายสาขาออกไปจริง ทางฝ่ายผู้ซื้อจะต้องเป็นผู้รับภาระหนักนี้ รวมทั้งยังจะต้องหาเงินมาสำรองไว้อีกกว่า 2 พันล้านปอนด์เพื่อใช้ในการสนับสนุนการปล่อยสินเชื่ออีกด้วย จึงมีผู้ออกความเห็นว่า คนที่จะยอมเสนอตัวมาซื้อกิจการนั้น น่าจะมีจำนวนน้อยลงกว่าที่ทางธนาคารได้คาดไว้ ขณะเดียวกัน ก็อาจนำปัญหาทั้งสองนี้มาเป็นเหตุเจรจาต่อรองลดราคาลงไปอีกด้วย
Toyota อาจต้องเลื่อนแผนเปิดตัวรถใหม่ในยุโรป
ปัญหาระบบคันเร่งค้างที่ทำให้ Toyota ต้องเรียกรถกว่า 8 ล้านคันกลับมาเมื่อไม่นานนี้ กลายเป็นจุดที่ทำให้บริษัทต้องขอเลื่อนการเปิดตัวรถใหม่ในยุโรปไปอีกสักพัก
หนังสือพิมพ์ Sunday Telegraph ระบุว่า Toyota Motor ที่ดูแลตลาดยุโรป อาจต้องเลื่อนแผนการเปิดตัวรถใหม่ในปีนี้ เนื่องจากผลกระทบของปัญหาเรื่องคันเร่งในสหรัฐฯและญี่ปุ่น
เดิมที รถที่ทาง Toyota วางแผนว่าจะเปิดตัวนั้น มีอยู่ 3 รุ่น ซึ่งก็คือ RAV4 และ Auris ปี 2010 รวมถึง Auris Hybrid ซึ่งมีกำหนดเดิมจะออกสู่ตลาดภายในสิ้นปีนี้
ในรายงานข่าวระบุว่า ในเวลานี้ ผู้บริหาร Toyota ประจำภาคพื้นยุโรปต่างไม่แน่ใจว่าสำนักงานใหญ่ในญี่ปุ่นจะสามารถแก้ปัญหาที่ทำให้เกิดการเรียกรถคืนหลายล้านคันจากทั่วโลกได้ดีเพียงใด ก่อนที่จะบอกกับผู้สื่อข่าวถึงแผนการเลื่อนเปิดตัวรถออกไปอีกสักพัก
ยอดขาย Ford แซงหน้า GM ขึ้นแท่นผู้นำอุตสาหกรรม
ในช่วงที่อุตสาหกรรมรถของสหรัฐฯยังไม่ฟื้นตัวจากภาวะถดถอยดีนัก นักวิเคราะห์ประเมินว่า มีความเป็นไปได้สูงที่ Ford Motor ซึ่งเป็นอันดับ 2 ของตลาด จะชิงตำแหน่งผู้นำธุรกิจจาก General Motors ให้ได้
นักวิเคราะห์ให้ความเห็นว่า การที่ยอดขายในเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาของ Ford Motor ออกมาสูงกว่าของ General Motors อาจเป็นเหมือนสัญญาณความสำเร็จของ บริษัทรถอันดับ 2 ของสหรัฐฯที่กำลังพยายามแซงหน้าผู้นำอุตสาหกรรม ทั้งในด้านความหลากหลายของกลุ่มผลิตภัณฑ์และคุณภาพ
ภายใต้การคุมบังเหียนของ Alan Mulally ซีอีโอคนปัจจุบัน Ford Motor สามารถเดินหน้าประคองธุรกิจให้ฝ่าฟันมรสุมวิกฤติเศรษฐกิจครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 มาได้ โดยไม่ต้องพึ่งพาเงินช่วยเหลือจากรัฐบาลสหรัฐเลย ขณะที่แผนการปรับลดต้นทุนการดำเนินงานและปรับปรุงกลุ่มผลิตภัณฑ์รถก็เดินหน้าไปอย่างน่าพอใจ
ทั้งนี้ ตัวเลขยอดขายในเดือนที่แล้ว ที่ขยายตัวถึง 43% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2552 ทำให้ Ford ทำลายสถิติขึ้นแซงหน้า General Motors ได้เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2541 โดยยอดขายของ GM นั้นเพิ่มขึ้นเพียง 12% เท่านั้น ส่วน Chrysler ที่ยังได้ชื่อว่าเป็นอันดับ 3 ของอุตสาหกรรมก็ต้องรับสภาพกับยอดขายคงที่ไม่เปลี่ยนแปลง
นักวิเคราะห์บอกว่า สิ่งที่เกิดขึ้นนี้ อาจจะกลายมาเป็นเรื่องปกติสำหรับวงการรถสหรัฐฯ ในอนาคต เพราะ GM ยังอยู่ในช่วงปรับตัวให้ฟื้นจากผลกระทบของปัญหาวิกฤติการเงิน ขณะที่ Ford ล้ำหน้าไปแล้วไม่ต่ำกว่า 6 ก้าว ด้วยชื่อเสียงที่ค่อนข้างแข็งแกร่ง ทั้งในด้านตัวเลือกของแบบรถ คุณภาพ และทีมงานของบริษัท
ตั้งแต่ Mulally ย้ายจาก Boeing มารับตำแหน่งที่ Ford เมื่อกว่า 3 ปีที่แล้ว เขาก็ได้การยอมรับอย่างกว้างขวาง จากการปรับปรุงรูปลักษณ์ของรถรุ่น Taurus การปรับลดพนักงานในอเมริกาเหนือลง 47% ตั้งแต่ปี 2549 และประคองบริษัทไม่ให้ประสบปัญหาล้มละลายไปเหมือน GM นอกจากนั้น ในการสำรวจความนิยมของผู้บริโภคเมื่อปีที่แล้ว Ford ทะยานขึ้นจากอันดับ 23 ในปี 2544 มายืนอยู่ที่อันดับ 8 เรียบร้อยแล้ว
เมื่อหันไปดูที่ General Motors บริษัทรถแห่งนี้ประกาศแผนเลิกผลิตและจำหน่ายแบรนด์รถที่ตนมีอยู่ลงถึงครึ่งหนึ่งระหว่างช่วงที่ทำเรื่องขอยกเลิกการคุ้มครองล้มละลายจากศาลเมื่อปีที่แล้ว ซึ่งการตัดสินใจดังกล่าวก็เป็นปัจจัยหลักอันหนึ่งที่ทำให้ยอดขายในเดือนกุมภาพันธ์ไม่ขยายตัวเหมือนอย่างเคย
ในส่วนของตลาดนั้น ปัจจุบัน Ford ถือครองสัดส่วนผู้ใช้ในสหรัฐอยู่ที่ 18.2% ซึ่งเริ่มแซงหน้า GM ที่มีส่วนแบ่งการตลาดอยู่ที่ 18.1% ไปเรียบร้อยแล้ว
อย่างไรก็ดี ผู้บริหารของ Ford ก็ยังถ่อมตัว และบอกว่า สิ่งที่บริษัทกำลังพยายามทำอยู่ก็คือการแข่งกับตัวเอง ไม่ใช่กับบริษัทรถอื่น ๆ เพื่อให้ผู้บริโภคได้ประโยชน์สูงสุดจริง ๆ แต่ไม่ว่าสิ่งที่บริษัทรถอันดับ 2 ของอเมริกานี้กำลังมุ่งหน้าไปจะเป็นอะไรก็ตาม สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือ ตำแหน่งผู้ผลิตรถอันดับหนึ่งของสหรัฐฯ กำลังเปิดกว้างให้เข้าไปยึดครองอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อคู่แข่งอย่าง Toyota Motor ซึ่งมียอดขายเป็นอันดับ 2 ในตลาดนี้มาตั้งแต่ปี 2544 ต้องเผชิญกับปัญหาหนัก จนทำให้ยอดขายหดหาย จากกรณีการเรียกรถคืนทั่วโลกหลายล้านคันในช่วงที่ผ่านมา
สำหรับ General Motors นั้น ทีมผู้บริหารใหม่ที่เข้ามาดูแลบริษัทตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว ก็พยายามทำทุกอย่างไม่ให้ต้องสูญเสียสัดส่วนการตลาดมากไปกว่านี้ พร้อมกับตั้งความหวังที่จะทำให้บริษัทพลิกกลับมามีกำไรให้ได้ในปีนี้
ในช่วงเวลาที่อุตสาหกรรมรถสหรัฐฯ ยังอยู่ในจุดที่พยายามประคองตัวกลับขึ้นมาและก้าวไปข้างหน้าอีกครั้ง นักวิเคราะห์เชื่อเหลือเกินว่า ทั้ง Ford, GM และ Toyota จะทำทุกอย่างที่เป็นไปได้ตลอดปีนี้ เพื่อช่วงชิงตำแหน่งอันดับหนึ่งของตลาดให้ได้ในที่สุด
ติดตาม Global Money ทุกวันจันทร์ - ศุกร์ ใน News Update เวลา 12.00 น. และ 17.00 น. ออกอากาศซ้ำใน Global Money Weekend ทุกวันเสาร์ เวลา 09.30 น. และ 18.00 น. และทุกวันอาทิตย์ เวลา 19.00 น. ทาง Money Channel