Profile



ดร. กอบศักดิ์ ภูตระกูล
kobsakp@gmail.com
รายการ : Money Insight





 Photo







 Blog Link



  • Blog
  • Photo
  • VDO Clips
There are no categories in this blog.
Location: BlogsKobsak    
Posted by: kobsak 3/30/2009 11:03 AM
• หนึ่งในประเด็นที่มีผู้จับตามองอย่างยิ่ง สำหรับการประชุม G20 ที่จะมีขึ้นในวันที่ 2 เมษายน ก็คือ ประเด็นเกี่ยวกับการกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งหลายคนอยากรู้ว่า

o แล้วจะมีแผนกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมหรือไม่

o ระหว่างสหรัฐที่เรียกร้องให้ทุกประเทศช่วยกันกระตุ้นเศรษฐกิจให้มากขึ้น กับ EU ที่เรียกร้องให้แก้ปัญหาแบงก์ก่อน ใครจะชนะ
ภาพรวมของการกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศต่างๆ เท่าที่มีการประกาศในช่วงที่ผ่านมาเป็นอย่างไร

• ความจริงทาง IMF ได้เคยพูดเรื่องการกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศต่างๆ อย่างต่อเนื่อง โดยบอกว่า

o การที่ประเทศต่างๆ จะออกจากวิกฤตครั้งนี้ได้นั้น จะต้องทำงานร่วมกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในการช่วยกันกระตุ้นเศรษฐกิจของตนเอง

o ซึ่งทาง IMF มองว่าแต่ละประเทศควรที่จะมีการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างน้อยประมาณ 2.0% ของ GDP เพื่อให้ได้แรงกระตุ้นที่พอเพียง ที่จะช่วยให้เศรษฐกิจโลกสามารถที่จะฟื้นขึ้นได้

• ซึ่งเมื่อกลางเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ในการประชุมของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังและผู้ว่าการธนาคารกลางของประเทศในกลุ่ม G-20 ทาง IMF ก็ได้ทำสรุป เรื่องของแผนการกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศต่างๆ ไว้เพื่อเป็นประเด็นประกอบการหารือ โดยพบว่า

o โดยรวมแล้ว จากเท่าที่ประกาศมา ในกลุ่มประเทศที่พัฒนาแล้ว สหรัฐได้มีการประกาศแผนการกระตุ้นเศรษฐกิจมากที่สุด ที่ประมาณ 2.0 % ของ GDP ในปี 2009 และ 1.8%ในปี 2010 ในขณะที่ประเทศอื่นๆ เช่น ญี่ปุ่น จะมีการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ประมาณ 1.4% ของ GDP ในปี 2009 เป็นต้น






o ประเด็นที่น่าสนใจในภาพนี้ ก็คือ

ประเด็นแรก - ในปี 2009 กลุ่มประเทศในยุโรป ออกแรงน้อยที่สุด มีการกระตุ้นเศรษฐกิจเพียง 1.0% ของ GDP เท่านั้น ซึ่งต่ำกว่าเป้าที่ทาง IMF เสนอเอาไว้ที่ประมาณ ร้อยละ 2.0%

ประเด็นที่ 2 - แรงกระตุ้นเศรษฐกิจจะอยู่ที่ปี 2009 เป็นสำคัญ พอไปถึงปี 2010 แรงกระตุ้นเศรษฐกิจจะหายไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งในบางประเทศเช่นที่ ญี่ปุ่นและที่ยุโรป ที่เร่งลดการกระตุ้นเศรษฐกิจลง

ทั้ง 2 ประเด็นนี้ จึงเป็นจุดที่ทำให้หลายๆประเทศคิดว่าในการประชุม G20 ที่จะถึงนี้ สหรัฐจะใช้เป็นที่ที่จะกดดันให้ยุโรปออกแผนการกระตุ้นเศรษฐกิจให้มากขึ้น และทาง IMF ออกมาบอกว่า (1) ที่สำคัญก็คือปี 2010 จะต้องไม่เร่งลดการกระตุ้นเศรษฐกิจก่อนเวลาอันเหมาะสม จะต้องทำอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ เป็นที่น่าสังเกตว่า บางประเทศ เช่นประเทศจีน ได้ลงขันไว้มากพอสมควร ที่ 3.2% ของ GDP ในปี 2009 และ 2.7% ในปี 2010


ถ้าแยกเป็นรายประเทศละเอียดขึ้นจะเป็นอย่างไร

o ถ้าแบ่งย่อยออกเป็นรายประเทศ จะพบว่า หลายๆ ประเทศ ใน G-20 ได้มีแผนการกระตุ้นเศรษฐกิจที่มากพอสมควรในปี 2009 แล้วเช่นที่ อังกฤษ แคนาดา เยอรมัน รัสเซีย ญี่ปุ่น เป็นต้น แต่จะมีบางประเทศที่ยังไม่ออกแรงเท่าที่ควร คือ สเปนที่ 1.1% ฝรั่งเศส ที่ 0.7% และที่อิตาลีที่ 0.2%

o ซึ่งประเด็นนี้ น่าจะเป็นจุดที่จะใช้การประชุม G20 สร้างแรงกดดันกลุ่มในการที่จะผลักดันให้ประเทศเหล่านี้ออกแผนกระตุ้นเศรษฐกิจให้มากขึ้น

o อย่างไรก็ตาม จากข้อมูลพบว่าขนาดของแผนการกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศต่างๆ ขึ้นอยู่กับขนาดของปัญหาที่เกิดขึ้นกับระบบเศรษฐกิจ

o นอกจากนี้ยังขึ้นอยู่กับขนาดของหนี้ภาครัฐที่มีอยู่แล้ว ทำให้บางประเทศ เช่น อิตาลี มีข้อจำกัดเรื่องหนี้ภาครัฐที่มีอยู่มากแล้ว ทำให้ มีข้อจำกัดในการที่จะออกมากระตุ้นเศรษฐกิจให้ได้เช่นประเทศอื่นๆ


แล้วประเด็นถกเถียงระหว่างสหรัฐและยุโรปคืออะไร

• ในช่วงที่ผ่านมา สหรัฐพยายามอย่างยิ่งที่จะกดดันให้ทุกประเทศ โดยเฉพาะยุโรป เพิ่มการกระตุ้นเศรษฐกิจ เพื่อที่จะได้ส่งผลดีกับผู้ส่งออกของสหรัฐ ซึ่งปีนี้ได้รับผลกระทบจากวิกฤตด้วย ไม่เหมือนเมืองไทยเมื่อ 10 ปีที่แล้ว

• แต่เยอรมันออกมาบอกว่า

o เยอรมันทำมาเยอะแล้ว และอยากจะดูผลของแผนที่ประกาศไปแล้วก่อน

o ไม่อยู่ในฐานะที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจได้ เพราะต้องระวังเรื่อง Sustainability ของการกระตุ้นเศรษฐกิจ เพราะว่าปัญหาครั้งที่แล้วคือเงินในระบบเยอะเกินไป ทำให้มีการใช้จ่ายอย่างฟุ่มเฟือย ครั้งนี้ก็เช่นกันถ้ารัฐบาลใช้จ่ายมาก ก็จะทำให้หนี้ภาครัฐเพิ่มขึ้นท้ายที่สุดก็จะกลายเป็นปัญหาที่ต้องแก้ไข และทำให้การฟื้นตัวไม่ยั่งยืน

o นอกจากนี้ยังไม่มีเงินสำรองมากเท่าจีน ความจริงที่เยอรมันเงินสำรองติดลบด้วยซ้ำไป

o และยิ่งไปกว่านั้น สหรัฐก็ต้องแก้ปัญหาแบงก์ให้จบก่อน ค่อยกระตุ้นเศรษฐกิจ ตรงนี้เราก็ได้เคยพูดมาหลายครั้งแล้วว่า กรณีของญี่ปุ่น กระตุ้นเศรษฐกิจไปถึง 13 แผนแต่เศรษฐกิจก็ไม่ฟื้น เพราะไม่แก้ปัญหาแบงก์ให้จบลงก่อน

• ในส่วนของอังกฤษ ผู้ว่าการธนาคารกลางก็ออกมาบอกว่าไม่ควรขาดดุลเพิ่มขึ้น เพราะจะทำให้การฟื้นตัวไม่ยั่งยืน

• ส่วนสเปนก็เช่นกัน รัฐมนตรีคลังยังเห็นว่าไม่มี Room ที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจ


จะเกิดอะไรขึ้นที่การประชุม G20 ข้อสรุปคืออะไร ของการถกเถียงครั้งนี้

• สหรัฐเริ่มเสียงอ่อนเรื่องการกระตุ้นเศรษฐกิจ และขอมาเน้นเรื่องการกำกับดูแลและการปฏิรูประบบการเงินแทน สำหรับ IMF บอกว่า เน้นแก้แบงก์ก่อน แล้วปีหน้าค่อยไปพูดถึงเรื่องการกระตุ้นเศรษฐกิจใหม่ ซึ่ง ปี 2010 คิดว่ายังต้องเพิ่มการขาดดุลอีก

• นอกจากนี้ ยังต้อง creative เรื่องการขาดดุล

• ซึ่งน่าติดตาม ว่า G20 จะเลือกจ่ายยามากน้อยแค่ไหน และมีกระสายยาผสมอย่างไร

ติดตามการวิเคราะห์ประเด็นที่น่าสนใจทางเศรษฐกิจกับดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล ได้เป็นประจำในรายการ Morning Brief ทุกวันจันทร์ - ศุกร์ เวลา 8.00 น. ทาง Money Channel

ช่องทางการรับชม Money Channel: True Visions ช่อง 80 - เคเบิลทีวีท้องถิ่นทั่วประเทศ ช่อง 30 - จานดาวเทียม Samart DTH และ DTV ช่อง 08

Your name:
Comment:
Add Comment   Cancel 

  
1
1. US Debt Ceiling (05/23/11)


เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว จำนวนยอดหนี้ของรัฐบาลสหรัฐได้เพิ่มขึ้นทะลุเพดานหนี้ที่รัฐสภาสหรัฐกำหนดไว้ ที่ 14.3 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ทำให้ Timothy Geithner รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของสหรัฐได้ออกมาเตือนว่า ถ้าไม่ทำอะไร ไม่มีการเปลี่ยนแปลงเรื่องเพดานหนี้ ภายใน 2 สิงหาคม ก็จะเกิดผลกระทบอย่างกว้างขวาง วันนี้เราจะมาพูดคุยกันถึงเรื่องที่มา ทางออก และผลกระทบในเรื่องนี้

2. การปรับตัวของราคาสินค้า Commodities (05/09/11)


เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ในตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ได้มีการปรับตัวลดลงอย่างรวดเร็ว ทำให้หลายคนกังวลใจถึงผลกระทบต่างๆ ที่จะเกิดขึ้น ต่อตลาด

3. Greece Debt Restructuring - วิกฤตกรีซ (ภาค 2) (04/25/11)


เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ข่าวที่น่าสนใจที่สุดข่าวหนึ่งก็คือ ข่าวลือเรื่องการปรับโครงสร้างหนี้ของรัฐบาลกรีซ ซึ่งได้ส่งผลให้เกิดความผันผวนขึ้นในตลาด

4. จับกระแสกดดันเงินเฟ้อโลก (04/18/11)


เมื่อ 2- 3 เดือนที่แล้ว เราได้เคยพูดถึงปัญหาเงินเฟ้อว่าปีนี้จะเป็นปัญหาสำคัญของระบบเศรษฐกิจโลก ซึ่งเราก็ได้เห็นกันแล้วจากปัญหาราคาอาหาร ปัญหาราคาสินค้าโภคภัณฑ์ ปัญหาราคาน้ำมัน ซึ่งต่างมาซ้ำเติมทำให้ปัญหาข้าวยากหมากแพงปีนี้

5. จับทิศทางนโยบาย ECB (04/11/11)


เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ธนาคารกลางของสหภาพยุโรป ได้ประกาศขึ้นอัตราดอกเบี้ย ซึ่งนับเป็นการขึ้นดอกเบี้ยเป็นครั้งแรกในรอบ 3 ปี และเป็นประเทศแรกในกลุ่มประเทศหลักของเศรษฐกิจโลกที่มีการปรับขึ้นดอกเบี้ย ซึ่งหลายคนมองว่าเป็นจุดเริ่มต้นของการสิ้นสุดของยุคดอกเบี้ยต่ำของโลก

6. จับตา QE 2 (04/04/11)


หลังธนาคารกลางสหรัฐอัดฉีดสภาพคล่องเข้ามาในระบบผ่านทางมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) 1 และ 2 โดยมาตรการ QE 2 จะสิ้นสุดลงในเดือนมิ.ย. 54 ซึ่งทั่วโลกกำลังจับตาว่า จะมีการต่ออายุมาตรการหรือไม่ และธนาคารกลางสหรัฐจะออกมาตรการอื่นใดเพิ่มเติม

7. วิกฤตโปรตุเกส (03/28/11)


เมื่อกลางสัปดาห์ที่แล้ว นายกรัฐมนตรีของโปรตุเกสได้ประกาศลาออกหลังจากรัฐสภาไม่เห็นชอบในแผนการล่าสุดในการรัดเข็มขัดของรัฐบาล ส่งผลให้สายตาของนักลงทุนเริ่มกลับไปจับจ้องที่ โปรตุเกสอีกครั้งหนึ่ง ว่าจะเหลือเวลาอีกนานแค่ไหน ก่อนที่โปรตุเกสจะต้องเข้ารับการช่วยเหลือจากสหภาพยุโรปและ IMF

8. ค่าเงินเยนและการแทรกแซงของ G-7 (03/21/11)


เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ค่าเงินเยนได้ปรับตัวอย่างรุนแรง หลังจากเกิดแผ่นดินไหว จนกระทั่งประเทศในกลุ่ม G-7 ต้องเข้าร่วมมือกันเข้าแทรกแซงตลาดอัตราแลกเปลี่ยนเป็นครั้งแรกในรอบ 10 ปี วันนี้ก็จะได้มาวิเคราะห์ให้ฟังถึงผลกระทบและประสิทธิผลของมาตรการดังกล่าว

9. ผลกระทบทางเศรษฐกิจจากปัญหาแผ่นดินไหวในญี่ปุ่น (03/14/11)


ณ ขณะนี้ แม้ว่าเราจะยังไม่เห็นถึงผลกระทบทั้งหมดของปัญหาภัยพิบัติจากแผ่นดินไหวและ Tsunami ในญี่ปุ่นเมื่อวันศุกร์ ซึ่งเป็น แต่ก็เริ่มเห็นภาพคร่าวๆ ถึงผลกระทบ

10. Warren Buffett’s Annual Report


สิ่งที่หลายคนสนใจและรอคอยทุกปี คือ “รายงานสำหรับผู้ถือหุ้น” ของบริษัท Berkshire Hathaway ที่ Buffett ทำหน้าที่เป็นกรรมการผู้จัดการใหญ่ ซึ่งจะออกมาช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ และประชุมกันในเดือนเมษายน ที่ทุกปีก็มีทั้งคำพูดเด็ดๆ ตลกเล็กน้อย และมุมมองที่ลึกซึ้งเกี่ยวกับการลงทุน และแนวโน้มล่าสุดของเศรษฐกิจ เรียกว่าน่าอ่านมาก วันนี้อยากจะนำเอาข้อคิด มุมมองของคุณ Buffett มาเล่าให้ฟัง

11. Commodity Prices Boom (02/21/11)


ช่วงนี้ นอกจากราคาอาหารโลกจะปรับตัวเพิ่มขึ้นสูงสุดเป็นประวัติการณ์แล้ว ราคา Commodities ก็ได้ปรับตัวสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์เช่นกัน ถือว่าเป็นโอกาสในการเก็งกำไรที่น่าสนใจยิ่งในช่วงที่ผ่านมา วันนี้ จะได้วิเคราะห์ให้ฟังเกี่ยวกับเรื่องราคาสินค้า Commodities และโอกาสในการลงทุน

12. วิกฤตค่าเงินดอง (02/14/11)


เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ธนาคารกลางของประเทศเวียดนามได้ประกาศลดค่าเงินลง 8.5% นับเป็นครั้งที่ 4 ในรอบ 15 ปี วันนี้เราจะได้มาวิเคราะห์กันว่าทำไมต้องลด พอหรือไม่ และนัยต่อประเทศไทย

13. วิกฤตอาหารโลก (02/07/11)


ช่วงนี้ ประเด็นเรื่องราคาอาหารโลกที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ได้กลายเป็นชนวนที่ทำให้เกิดการประท้วงและความไม่สงบในประเทศต่างๆ เช่นที่ Tunisia อียิปต์ ที่ส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันและตลาดหลักทรัพย์ทั่วโลกในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา วันนี้ จะได้วิเคราะห์ให้ฟังเกี่ยวกับเรื่องวิกฤตอาหารโลก

14. รายงานการประชุมของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (01/31/11)


ล่าสุด เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ธนาคารแห่งประเทศไทยได้ออกเผยแพร่รายงานการประชุมของคณะกรรมการนโยบายการเงินฉบับแรกออกมา วันนี้เราจะมาพูดถึงนัยที่ซ่อนอยู่ภายในรายงานฉบับดังกล่าว

15. ดอกเบี้ยยุคขาขึ้น (01/17/11)


ในช่วงต้นปีที่ผ่านมา ธนาคารกลางหลายแห่งได้ปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย หรือปรับขึ้น Reserve Requirement เช่น เกาหลี จีน เป็นต้น ประเทศไทยก็เช่นกัน เมื่อกลางสัปดาห์ที่แล้ว แบงก์ชาติได้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายอีก 0.25% ได้นำไปสู่กระบวนการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารพาณิชย์อีกครั้ง วันนี้เราจะได้มาคุยกันเรื่องทิศทางดอกเบี้ยของประเทศในช่วงต่อไป

16. ปัญหาแรกหลังปีใหม่ - Crisis in Portugal (01/10/11)


หลังจากเริ่มปีใหม่ได้ 1 สัปดาห์ ความสนใจของทุกคนและ spotlight ของนักลงทุนได้กลับไปที่โปรตุเกสอีกรอบ จากปัญหาความไม่เชื่อมั่นในตัวรัฐบาลของโปรตุเกสในการที่จะแก้ไขปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจที่กำลังเกิดขึ้น

17. แนวโน้มเศรษฐกิจไทยปี 54 (12/27/10)


เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เราได้พูดคุยกันถึงแนวโน้มของเศรษฐกิจโลกปี 54 วันนี้เราจะย้อนกลับมาดูประเทศไทยบ้างในปีหน้าว่าจะเป็นอย่างไร ปัจจัยเสี่ยงมีอะไรบ้าง และสิ่งที่เราต้องเตรียมการ คืออะไร

18. US Stimulus II (12/13/10)


เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว สิ่งที่เป็นข่าวใหญ่ในระบบเศรษฐกิจโลก ก็คือ การประกาศข้อตกลงระหว่างประธานาธิบดี Obama กับสมาชิกของพรรค Republican เกี่ยวกับมาตรการลดภาษีของสหรัฐซึ่งจะมีส่วนสำคัญในการช่วยในการกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงต่อไป

19. Crisis in Europe (11/29/10)


หลังไอร์แลนด์รับความช่วยเหลือจาก EU และ IMF หลายคนคิดว่า วิกฤติเศรษฐกิจในยุโรปน่าจะยุติลงแล้ว แต่ความกังวลยังคงกระจายตัวไปในวงกว้าง โดยเฉพาะกับโปรตุเกส ที่หลายคนกำลังเป็นห่วง

20. Crisis in Ireland (11/22/10)


ช่วง 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา ข่าววิกฤตของ Ireland ได้ส่งผลให้ตลาดการเงินโลกเกิดความผันผวนขึ้นอย่างต่อเนื่อง และนำมาซึ่งความกังวลใจว่าจะลุกลามกลายเป็นวิกฤต และการที่ทาง IMF และ EU ส่งเจ้าหน้าที่เข้าช่วยดูแลปัญหานับแต่วันพฤหัสที่ผ่านมา วันนี้จะได้มาวิเคราะห์สถานการณ์ล่าสุดใน Ireland และนัยให้ทุกท่านฟัง



1

 Blog Archive





 Web Link






 
Copyright © 2006 Family Know-how Co.,Ltd. All right Reserved.