Profile



ดร. กอบศักดิ์ ภูตระกูล
kobsakp@gmail.com
รายการ : Money Insight





 Photo







 Blog Link



  • Blog
  • Photo
  • VDO Clips
There are no categories in this blog.
Location: BlogsKobsak    
Posted by: kobsak 3/27/2009 2:57 PM


ช่วงนี้ อยากจะมาพูดคุยกันต่อ ในเรื่องที่คุณ Timothy Geithner รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯได้ไปชี้แจงที่คณะกรรมาธิการด้านการให้บริการทางการเงิน ของสภาผู้แทนราษฎร์สหรัฐ เกี่ยวกับแผนการปฏิรูประบบการเงิน ที่ต้องหยิบยกขึ้นมาเล่าให้ฟัง ก็เพราะเรื่องนี้มีความสำคัญใน 3 ประเด็น
ร่างพิมพ์ใหม่ - ข้อเสนอของคุณ Geithner จะเป็นร่างพิมพ์ของบ้านใหม่ของระบบการเงินสหรัฐ ที่จะใช้ไปในช่วงอีกหลายๆ สิบปีข้างหน้า เช่นเดียวกับช่วงที่เกิด Great Depression เมื่อ 80 ปี ที่แล้ว ที่ทำให้เกิดองค์กรสำคัญๆ ทางการเงินขึ้นมา เช่นสถาบันประกันเงินฝาก หรือ ระบบประกันสังคมเป็นต้น ซึ่งใช้มาจนถึงทุกวันนี้

G20 - เป็นข้อเสนอที่สหรัฐจะเอาไปใช้หารือกับกลุ่ม G20 ที่จะมีการหารือกันในวันที่ 2 เมษายน

ตัวอย่างในการปฏิรูปให้กับประเทศอื่นๆ ในช่วงต่อไป เพราะทุกคนเจอปัญหาเดียวกัน และกำลังแสวงหาคำตอบ

สหรัฐกำลังทำหน้าที่เป็นผู้นำในการตอบคำถาม ทำให้เราต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด เพื่อจะได้เข้าใจที่มาที่ไปของบ้านใหม่หลังนี้ที่เราจะอยู่ด้วยกันอีกเป็นเวลานาน


ที่คุณ Geithner เสนอจะแก้ไขมีอะไรบ้าง

• Geithner บอกว่า เมื่อทบทวนถึงปัญหาที่เกิดขึ้นแล้ว คงจะแก้แบบซ่อมเล็ก อุดปะในจุดต่างๆไม่ได้ จะต้องยกเครื่องครั้งใหญ่ เพื่อสร้างกฎเกณฑ์ใหม่ให้กับระบบ ที่ Geithner เรียกว่า New Rules of the Road ที่จะมาทดแทนกฎหมายและระบบต่างๆ ที่เขียนขึ้นและใช้มาแล้วเกือบ 80 ปีตั้งแต่การเกิด Great Depression ซึ่งไม่ทันกับการเปลี่ยนแปลงของนวัตกรรมทางกรเงินใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วในโลก

• ข้อเสนอประกอบด้วยประเด็นสำคัญ 4 ด้าน

o ด้านแรก – การดูแลแก้ไขปัญหาความเสี่ยงของระบบการเงินทั้งระบบ ที่ในอดีต เคยคิดกันว่าเพียงดูแลให้สถาบันการเงินแต่ละแห่งมีความเข็มแข็ง มีเงินทุนพอที่จะยืนหยัดอยู่ได้ ก็น่าจะพอแล้ว แต่ตัวอย่างจากกรณี Lehman และ AIG ที่ชี้ชัดว่า เวลาสถาบันการเงินหนึ่งล้ม จะสร้างปัญหาให้กับระบบการเงินทั้งระบบ ด้วยเหตุนี้จะต้องมองความเสี่ยงจากองค์รวม

o ด้านที่สอง – การปกป้องผู้บริโภคและนักลงทุน เช่นในกรณีของสินเชื่อ Subprime ที่ถูกหลอกให้กู้ หรือกรณีของ Bernard Madoff ที่ถูกหลอกให้ลงทุน

o ด้านที่ 3 – การกำจัดช่องโหว่ในการกำกับดูแลสถาบันการเงิน ที่ปัจจุบัน สหรัฐมีองค์กรกำกับดูแลหลายแห่งมาก เช่น Fed กลต. ประกันภัย สถาบันประกันเงินฝาก รวมทั้งผู้กำกับดูแลระดับมลรัฐต่างๆ ซึ่งหลายครั้ง จะเกี่ยงกันว่าเป็นเรื่องของใคร ทำให้หลุดและมีช่องโหว่เกิดขึ้นได้ เช่น กรณีของ AIG กับ CDS ที่ทำไปโดยไม่ได้รับการกำกับดูแลจากทางการ จนกลายเป็นปัญหาที่แก้ไม่หลุด

o ด้านสุดท้าย – การทำงานร่วมกันระหว่างประเทศ ต้องให้ประเทศอื่นๆ มีเกณฑ์การกำกับดูแลที่มีคุณภาพสูงเช่นเดียวกับที่สหรัฐใช้บังคับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องเกณฑ์การกำกับสถาบันการเงิน การหลบเลี่ยงภาษี และการฟอกเงิน ในประเทศที่มีความหย่อนยานในเรื่องสถาบันการเงินของตน ไม่ว่าจะเป็นไปจากความไม่สามารถ หรือจากความตั้งใจที่จะเป็นแรงจูงใจให้มาตั้งในประเทศของตนเอง เพราะตรงนี้ หลายประเทศมองว่าเป็นจุดบอด ของระบบที่มองไม่เห็น

• ซึ่งถ้าจะกล่าวไปแล้ว ข้อเสนอเหล่านี้คือการล้อมคอก เพื่อไม่ให้วัวหายอีกครั้ง ปัญหาทั้ง 4 ด้านเป็นสิ่งที่สหรัฐมีบทเรียนราคาแพง (เรียกว่าหลายล้านล้านดอลลาร์) ได้รับความเจ็บช้ำ มามาก ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา และจะต้องดูแลให้ไม่เกิดซ้ำขึ้นอีกครั้ง หลังเศรษฐกิจฟื้นตัวแล้ว และครั้งนี้เป็นโอกาสในวิกฤตที่จะเปลี่ยนแปลง

• สำหรับเมื่อคืนนี้ คุณ Geithner หารือกับรัฐสภาสหรัฐเฉพาะประเด็นการปฏิรูปในด้านแรกเท่านั้น เพราะเห็นว่าเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด และจะเอาเป็นกรอบไปหารือกับ G20 ส่วนอีก 3 เรื่อง บอกว่าจะค่อยๆ ทยอยออกรายละเอียดมาในช่วงสัปดาห์ต่อๆ ไป


สำหรับรายละเอียดในการปฏิรูปด้านแรก คือ การดูแลแก้ไขความเสี่ยงทั้งระบบ จะทำอะไรบ้าง

• สำหรับบ้านใหม่ด้านแรกนั้น จะประกอบไปด้วยสิ่งต่างๆ เหล่านี้

o การจัดตั้งองค์กรการกำกับดูแลแบบรวมศูนย์ ที่เรียกว่า Single Independent Regulatorที่จะรับผิดชอบดูแลเรื่องความเสี่ยงของทั้งระบบ สำหรับสถาบันการเงินขนาดใหญ่ และระบบการชำระเงินของประเทศ องค์กรนี้จะเรียกว่า Systemic Risk Regulator

o การเพิ่มความเข้มงวดในเรื่องเงินกองทุนและระบบบริหารความเสี่ยงของสถาบันการเงินที่มีความสำคัญต่อระบบ

o การบังคับจดทะเบียนและรายงานข้อมูลสำหรับ กองทุน Hedge Funds

o การวางกรอบการกำกับดูแล และบังคับเปิดเผยข้อมูล เกี่ยวกับตราสารและธุรกรรมที่สถาบันการเงินทำระหว่างกัน ในส่วนของตลาด OTC ซึ่งหลายครั้งไม่เห็นชัดเจนว่าเกิดอะไรขึ้นและสถาบันการเงินกำลังทำอะไรอยู่ แต่มีนัยสำคัญต่อระดับความเสี่ยงของสถาบันการเงินนั้นๆ และต่อความเสี่ยงของระบบ เช่นกรณีของ CDS รวมถึงการบังคับให้มีการชำระบัญชีผ่าน Central Counterparties

o เกณฑ์ใหม่สำหรับกองทุนรวมที่ลงทุนในตลาดเงินสั้นๆ หรือ Money market mutual fund ที่สามารถถูกผู้ลงทุนแห่ถอนเงินได้ เช่น ในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งจากกรณีของ Lehman ที่ส่งผลให้การลงทุนในตราสารชนิดนี้ที่เคยคิดว่าปลอดภัยกลับเสียเงินต้นไปบางส่วน ทำให้เกิดการแห่ถอนเงินจากตราสารชนิดนี้ครั้งใหญ่เมื่อปลายปีที่แล้ว

o กลไกในการป้องกันไม่ให้เกิดการล้มลงของสถาบันการเงินที่มีความซับซ้อน โดยเฉพาะสถาบันการเงินที่ไม่ใช้ธนาคาร เช่น ธุรกิจวาณิชธนกิจ ธุรกิจการให้สินเชื่อ GM Financial หรือ AMEX เป็นต้นที่เข้าไปช่วยได้ยากมาก


รัฐสภาสหรัฐ นักวิเคราะห์และผมคิดว่าข้อเสนอเหล่านี้เป็นอย่างไร

ในส่วนรัฐสภาสหรัฐ

o เมื่อคืนนี้หลายๆ คนก็เห็นด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่ม สส. ที่มาจากพรรค Democrat เช่น คุณ Robert Frank ประธานกรรมาธิการด้านการให้บริการทางการเงิน บอกว่า เราต้องเขียนกฎเกณฑ์ใหม่ทางการเงินขึ้นมาเพื่อให้ได้รับประโยชน์สูงสุดจากนวัตกรรมต่างๆ เหล่านี้ โดยให้มีการนำไปใช้อย่างผิดๆ น้อยที่สุด รวมถึงคุณ Al Green ที่ออกมาสนับสนุนว่า จะต้องรีบล้อมคอกก่อนที่จะวัวจะหายอีกรอบ เช่นเดียวกับที่เกิดขึ้นในกรณีของ AIG

o แต่ สส. พรรค Republican มองว่า เป็นข้อเสนอที่แหวกแนว หรือ Radical มาก เพราะจะเป็นการที่เข้าไปควบคุณการดำเนินธุรกิจของภาคเอกชน รวมถึงการให้อำนาจผู้กำกับดูแลของทางการมากเกินไป ซึ่งอาจจะทำให้เกิดผลเสียแทนผลดี รวมถึงเสนอให้มีการห้ามไม่ให้ออก product บางตัวเช่น CDS เป็นต้น

ในส่วนของผู้วิจารณ์ บอกว่า ก็หวังว่า

o ที่พูดเสนอมาอย่างกว้างขวางนั้น จะทำตามที่พูด โดยที่ทำอย่างไรที่ภาคการเงินจะสามารถที่จะสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ ให้กับระบบได้ภายใต้กฎเกณฑ์ใหม่นี้

o จะทำอย่างไรที่ผู้กำกับดูแลสถาบันการเงิน หลายๆ องค์กรจะทำงานร่วมกันได้โดยไม่มีความขัดแย้ง และเป็นตรงกัน เพราะในช่วงที่ผ่านมา Fed กับสถาบันประกันเงินฝากก็เริ่มมีข้อขัดแย้งกันมากขึ้น และถ้ามีอีกแห่งจะทำอย่างไรให้เกิดการร่วมมือกันอย่างเป็นน้ำหนึ่งเดียวกันได้

o แต่ที่สำคัญไปกว่านั้น ผู้กำกับดูแลก็พลาดได้เช่นกัน

สำหรับผมคิดว่า ในอนาคต คงห้ามวิกฤตไม่ได้ ทั้งในส่วนของความฉลาดแกมโกงของคนที่จะพยายามหาหนทางที่จะใช้ช่องโหว่ที่มี เพื่อสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ และไม่มีประโยชน์อะไรที่จะไปห้ามไม่ให้ทำ product บางอย่างเช่น CDS เพราะมีความต้องการจากตลาดเรื่องนี้จริง และโอกาสในการทำกำไร แต่หัวใจสำคัญอยู่ที่การติดตาม กำกับดูแลให้เป็นไปอย่างมีระเบียบไม่สร้างความเสี่ยงจนเกินไป นอกจากนี้ ปัญหาที่ที่สำคัญไปกว่านั้น คือ ทำอย่างไรให้ Regulator ตามให้ทันตลาดเพราะในช่วงที่ผ่านมา เรื่องคน เรื่องบุคคลากร ที่ตลาดจะไปเร็ว
กว่าภาครัฐมาก

• แต่ถ้าห้ามวิกฤตไม่ได้ บทบาทของทางการ คือต้องพยายามลดโอกาสที่จะเกิดวิกฤตลงให้น้อยที่สุด โดยสร้างระบบที่ดีที่ไม่สะสมความเสี่ยงไว้มากจนเกินไป ซึ่งความพยายามของคุณ Geithner ครั้งนี้เป็นจุดเริ่มต้นที่ดี และจะเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของระบบการเงินโลก เป็นสิ่งที่ต้องทำ และตรงจุด ได้คะแนนพอสมควร ดีมาก จะเป็นโลกใหม่ของทุกคน

• เรียกว่าอาทิตย์นี้ Geithner ตีตื้นขึ้นมาเยอะมาก ในสายตาของหลายคน ก็ต้องเอาใจช่วยครับ

ติดตามการวิเคราะห์ประเด็นที่น่าสนใจทางเศรษฐกิจกับดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล ได้เป็นประจำในรายการ Morning Brief ทุกวันจันทร์ - ศุกร์ เวลา 8.00 น. ทาง Money Channel

ช่องทางการรับชม Money Channel: True Visions ช่อง 80 - เคเบิลทีวีท้องถิ่นทั่วประเทศ ช่อง 30 - จานดาวเทียม Samart DTH และ DTV ช่อง 08


Comments (2)   Add Comment
Re: New Rules of the Road - จะต้องยกเครื่องกันครั้งใหญ่    By Jao on 3/27/2009 7:23 PM
อาจารย์ขยันจังครบ

พูดและเขียนเรื่องยากได้เข้าใจง่าย น่าติดตามเหมือนกัน

ติดตามงานเสมอครับ

Re: New Rules of the Road - จะต้องยกเครื่องกันครั้งใหญ่    By กอบ on 4/8/2009 12:07 AM
ขอบคุณครับ อยากได้ยินเรื่องอะไรก็บอกมาได้นะครับ แล้วจะพยายามวิเคราะห์ให้ฟัง

กอบ


Your name:
Comment:
Add Comment   Cancel 

  
1
1. US Debt Ceiling (05/23/11)


เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว จำนวนยอดหนี้ของรัฐบาลสหรัฐได้เพิ่มขึ้นทะลุเพดานหนี้ที่รัฐสภาสหรัฐกำหนดไว้ ที่ 14.3 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ทำให้ Timothy Geithner รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของสหรัฐได้ออกมาเตือนว่า ถ้าไม่ทำอะไร ไม่มีการเปลี่ยนแปลงเรื่องเพดานหนี้ ภายใน 2 สิงหาคม ก็จะเกิดผลกระทบอย่างกว้างขวาง วันนี้เราจะมาพูดคุยกันถึงเรื่องที่มา ทางออก และผลกระทบในเรื่องนี้

2. การปรับตัวของราคาสินค้า Commodities (05/09/11)


เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ในตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ได้มีการปรับตัวลดลงอย่างรวดเร็ว ทำให้หลายคนกังวลใจถึงผลกระทบต่างๆ ที่จะเกิดขึ้น ต่อตลาด

3. Greece Debt Restructuring - วิกฤตกรีซ (ภาค 2) (04/25/11)


เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ข่าวที่น่าสนใจที่สุดข่าวหนึ่งก็คือ ข่าวลือเรื่องการปรับโครงสร้างหนี้ของรัฐบาลกรีซ ซึ่งได้ส่งผลให้เกิดความผันผวนขึ้นในตลาด

4. จับกระแสกดดันเงินเฟ้อโลก (04/18/11)


เมื่อ 2- 3 เดือนที่แล้ว เราได้เคยพูดถึงปัญหาเงินเฟ้อว่าปีนี้จะเป็นปัญหาสำคัญของระบบเศรษฐกิจโลก ซึ่งเราก็ได้เห็นกันแล้วจากปัญหาราคาอาหาร ปัญหาราคาสินค้าโภคภัณฑ์ ปัญหาราคาน้ำมัน ซึ่งต่างมาซ้ำเติมทำให้ปัญหาข้าวยากหมากแพงปีนี้

5. จับทิศทางนโยบาย ECB (04/11/11)


เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ธนาคารกลางของสหภาพยุโรป ได้ประกาศขึ้นอัตราดอกเบี้ย ซึ่งนับเป็นการขึ้นดอกเบี้ยเป็นครั้งแรกในรอบ 3 ปี และเป็นประเทศแรกในกลุ่มประเทศหลักของเศรษฐกิจโลกที่มีการปรับขึ้นดอกเบี้ย ซึ่งหลายคนมองว่าเป็นจุดเริ่มต้นของการสิ้นสุดของยุคดอกเบี้ยต่ำของโลก

6. จับตา QE 2 (04/04/11)


หลังธนาคารกลางสหรัฐอัดฉีดสภาพคล่องเข้ามาในระบบผ่านทางมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) 1 และ 2 โดยมาตรการ QE 2 จะสิ้นสุดลงในเดือนมิ.ย. 54 ซึ่งทั่วโลกกำลังจับตาว่า จะมีการต่ออายุมาตรการหรือไม่ และธนาคารกลางสหรัฐจะออกมาตรการอื่นใดเพิ่มเติม

7. วิกฤตโปรตุเกส (03/28/11)


เมื่อกลางสัปดาห์ที่แล้ว นายกรัฐมนตรีของโปรตุเกสได้ประกาศลาออกหลังจากรัฐสภาไม่เห็นชอบในแผนการล่าสุดในการรัดเข็มขัดของรัฐบาล ส่งผลให้สายตาของนักลงทุนเริ่มกลับไปจับจ้องที่ โปรตุเกสอีกครั้งหนึ่ง ว่าจะเหลือเวลาอีกนานแค่ไหน ก่อนที่โปรตุเกสจะต้องเข้ารับการช่วยเหลือจากสหภาพยุโรปและ IMF

8. ค่าเงินเยนและการแทรกแซงของ G-7 (03/21/11)


เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ค่าเงินเยนได้ปรับตัวอย่างรุนแรง หลังจากเกิดแผ่นดินไหว จนกระทั่งประเทศในกลุ่ม G-7 ต้องเข้าร่วมมือกันเข้าแทรกแซงตลาดอัตราแลกเปลี่ยนเป็นครั้งแรกในรอบ 10 ปี วันนี้ก็จะได้มาวิเคราะห์ให้ฟังถึงผลกระทบและประสิทธิผลของมาตรการดังกล่าว

9. ผลกระทบทางเศรษฐกิจจากปัญหาแผ่นดินไหวในญี่ปุ่น (03/14/11)


ณ ขณะนี้ แม้ว่าเราจะยังไม่เห็นถึงผลกระทบทั้งหมดของปัญหาภัยพิบัติจากแผ่นดินไหวและ Tsunami ในญี่ปุ่นเมื่อวันศุกร์ ซึ่งเป็น แต่ก็เริ่มเห็นภาพคร่าวๆ ถึงผลกระทบ

10. Warren Buffett’s Annual Report


สิ่งที่หลายคนสนใจและรอคอยทุกปี คือ “รายงานสำหรับผู้ถือหุ้น” ของบริษัท Berkshire Hathaway ที่ Buffett ทำหน้าที่เป็นกรรมการผู้จัดการใหญ่ ซึ่งจะออกมาช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ และประชุมกันในเดือนเมษายน ที่ทุกปีก็มีทั้งคำพูดเด็ดๆ ตลกเล็กน้อย และมุมมองที่ลึกซึ้งเกี่ยวกับการลงทุน และแนวโน้มล่าสุดของเศรษฐกิจ เรียกว่าน่าอ่านมาก วันนี้อยากจะนำเอาข้อคิด มุมมองของคุณ Buffett มาเล่าให้ฟัง

11. Commodity Prices Boom (02/21/11)


ช่วงนี้ นอกจากราคาอาหารโลกจะปรับตัวเพิ่มขึ้นสูงสุดเป็นประวัติการณ์แล้ว ราคา Commodities ก็ได้ปรับตัวสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์เช่นกัน ถือว่าเป็นโอกาสในการเก็งกำไรที่น่าสนใจยิ่งในช่วงที่ผ่านมา วันนี้ จะได้วิเคราะห์ให้ฟังเกี่ยวกับเรื่องราคาสินค้า Commodities และโอกาสในการลงทุน

12. วิกฤตค่าเงินดอง (02/14/11)


เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ธนาคารกลางของประเทศเวียดนามได้ประกาศลดค่าเงินลง 8.5% นับเป็นครั้งที่ 4 ในรอบ 15 ปี วันนี้เราจะได้มาวิเคราะห์กันว่าทำไมต้องลด พอหรือไม่ และนัยต่อประเทศไทย

13. วิกฤตอาหารโลก (02/07/11)


ช่วงนี้ ประเด็นเรื่องราคาอาหารโลกที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ได้กลายเป็นชนวนที่ทำให้เกิดการประท้วงและความไม่สงบในประเทศต่างๆ เช่นที่ Tunisia อียิปต์ ที่ส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันและตลาดหลักทรัพย์ทั่วโลกในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา วันนี้ จะได้วิเคราะห์ให้ฟังเกี่ยวกับเรื่องวิกฤตอาหารโลก

14. รายงานการประชุมของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (01/31/11)


ล่าสุด เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ธนาคารแห่งประเทศไทยได้ออกเผยแพร่รายงานการประชุมของคณะกรรมการนโยบายการเงินฉบับแรกออกมา วันนี้เราจะมาพูดถึงนัยที่ซ่อนอยู่ภายในรายงานฉบับดังกล่าว

15. ดอกเบี้ยยุคขาขึ้น (01/17/11)


ในช่วงต้นปีที่ผ่านมา ธนาคารกลางหลายแห่งได้ปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย หรือปรับขึ้น Reserve Requirement เช่น เกาหลี จีน เป็นต้น ประเทศไทยก็เช่นกัน เมื่อกลางสัปดาห์ที่แล้ว แบงก์ชาติได้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายอีก 0.25% ได้นำไปสู่กระบวนการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารพาณิชย์อีกครั้ง วันนี้เราจะได้มาคุยกันเรื่องทิศทางดอกเบี้ยของประเทศในช่วงต่อไป

16. ปัญหาแรกหลังปีใหม่ - Crisis in Portugal (01/10/11)


หลังจากเริ่มปีใหม่ได้ 1 สัปดาห์ ความสนใจของทุกคนและ spotlight ของนักลงทุนได้กลับไปที่โปรตุเกสอีกรอบ จากปัญหาความไม่เชื่อมั่นในตัวรัฐบาลของโปรตุเกสในการที่จะแก้ไขปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจที่กำลังเกิดขึ้น

17. แนวโน้มเศรษฐกิจไทยปี 54 (12/27/10)


เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เราได้พูดคุยกันถึงแนวโน้มของเศรษฐกิจโลกปี 54 วันนี้เราจะย้อนกลับมาดูประเทศไทยบ้างในปีหน้าว่าจะเป็นอย่างไร ปัจจัยเสี่ยงมีอะไรบ้าง และสิ่งที่เราต้องเตรียมการ คืออะไร

18. US Stimulus II (12/13/10)


เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว สิ่งที่เป็นข่าวใหญ่ในระบบเศรษฐกิจโลก ก็คือ การประกาศข้อตกลงระหว่างประธานาธิบดี Obama กับสมาชิกของพรรค Republican เกี่ยวกับมาตรการลดภาษีของสหรัฐซึ่งจะมีส่วนสำคัญในการช่วยในการกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงต่อไป

19. Crisis in Europe (11/29/10)


หลังไอร์แลนด์รับความช่วยเหลือจาก EU และ IMF หลายคนคิดว่า วิกฤติเศรษฐกิจในยุโรปน่าจะยุติลงแล้ว แต่ความกังวลยังคงกระจายตัวไปในวงกว้าง โดยเฉพาะกับโปรตุเกส ที่หลายคนกำลังเป็นห่วง

20. Crisis in Ireland (11/22/10)


ช่วง 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา ข่าววิกฤตของ Ireland ได้ส่งผลให้ตลาดการเงินโลกเกิดความผันผวนขึ้นอย่างต่อเนื่อง และนำมาซึ่งความกังวลใจว่าจะลุกลามกลายเป็นวิกฤต และการที่ทาง IMF และ EU ส่งเจ้าหน้าที่เข้าช่วยดูแลปัญหานับแต่วันพฤหัสที่ผ่านมา วันนี้จะได้มาวิเคราะห์สถานการณ์ล่าสุดใน Ireland และนัยให้ทุกท่านฟัง



1

 Blog Archive





 Web Link






 
Copyright © 2006 Family Know-how Co.,Ltd. All right Reserved.