Profile



ดร. กอบศักดิ์ ภูตระกูล
kobsakp@gmail.com
รายการ : Money Insight





 Photo







 Blog Link



  • Blog
  • Photo
  • VDO Clips
There are no categories in this blog.
Location: BlogsKobsak    
Posted by: kobsak 3/23/2009 10:52 AM


ผมเข้าใจความรู้สึกของข้าราชการ ที่เงินต้นหายไป 5% เพราะผมเองก็เลือกที่จะลงทุนสำหรับการเกษียณอายุเช่นกัน โดยลงไปใน LTF หรือในกองทุนรวมหุ้นระยะยาว ต้องสารภาพว่า ทั้งปี เสียหายไป 38% เพราะซื้อตอนปลายปี 50 ตอนที่ดัชนีอยู่ที่ประมาณ 850 จุด ตอนนี้ เหลือเพียง 430-440 จุด

เรียกว่า พอคิดแล้วก็ต้อง ถอนหายใจ น้ำตาตกเล็กน้อย และคิดว่าหลายคนที่ลงทุนไปคงไม่แตกต่างกัน รวมถึงนักลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ของเราเช่นกัน ที่ปีที่แล้วเงินต้นหายไปเยอะ ทำให้เวลาได้ยินข่าว ก็เข้าใจความรู้สึกของข้าราชการที่เป็นสมาชิกของ กบข. ได้ดี เพราะคงไม่มีใครอยากให้เงินต้นหายไปไหน

กรณีของ กบข. ที่กำลังเป็นข่าว นั้น เท่าที่ได้ยินมา คิดว่าข้าราชการมีประเด็นข้อข้องใจเพิ่มเติมอีก 2-3 ประเด็น

o ประเด็นแรก ไม่แน่ใจว่าเสียหายเท่าไร เพราะข่าวตอนแรกๆ ดูสับสนไปหมด ตอนแรกก็บอกว่าเสียหายไป 70,000 กว่าล้าน หลังจากนั้นก็มีการบอกว่าเสียหายไป 50,000 กว่าล้าน ไม่แน่ใจว่าตกลงเสียหายไปเท่าไร

o ประเด็นที่ 2 คับข้องใจว่าลงทุนอย่างไร เงินต้นจึงหายไปได้ ความจริงข้าราชการลึกๆ คงอยากรู้มานานแล้วว่า เงินที่จ่ายไปนั้น กบข. ลงทุนอย่างไร แต่ในปีที่ได้ผลตอบแทนที่ดี ก็ไม่เป็นไร แต่พอผลตอบแทนไม่ดี

o ประเด็นที่ 3 แล้วมีอะไรลับลมคมในหรือไม่ ทำไมมีข่าวว่าไปซื้อหุ้นที่ถูกขึ้นบัญชี เช่น ยานภัณฑ์ หรือหุ้นที่ราคาตก หลังจากตกไปแล้ว เช่น หุ้นแบงก์

o ทั้งหมดนี้ ถูกซ้ำเติมจากการที่ผลตอบแทนไม่เคยเป็นไปตามที่ได้เคยโฆษณาไว้ในช่วงที่มีการจัดตั้ง กบข. และให้ข้าราชการเข้าเป็นสมาชิก ว่าจะได้ผลตอบแทนเฉลี่ยปีละประมาณ 9% บวกกับเงินเดือนที่จะขึ้นปีละ 8% แต่ก็ไม่จริงทั้ง 2 เรื่องจากการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของเศรษฐกิจไทยหลังวิกฤตปี 40 พอเงินต้นหายไป ก็เลยปะทุ กลายเป็นปัญหาขึ้นมา

ข้อเท็จจริงคืออะไร

• ผมขอไปที่ละประเด็น เท่าที่ตอบได้

o ประเด็นแรก เรื่องการขาดทุน ตอนแรกภาพยังไม่ชัดว่าตกลงว่าขาดทุนเท่าไร เพราะมีข่าวมาหลายกระแส และความสับสนเป็นผลจากการที่ กบข. เป็นผู้บริหารเงินอยู่ 2 กอง กองแรกคือเงินออมของสมาชิก กบข. ประมาณ 3 แสนล้านบาท และเงินออมของรัฐบาล ที่รัฐบาลขอให้ กบข. ช่วยบริหารสำหรับการจ่ายบำนาญในอนาคต อีก 80,000 ล้านบาท

o แต่หลังจากฝุ่นหายตลบแล้ว ถ้าดูเฉพาะกองที่เป็นของสมาชิก กบข. เท่านั้น ยอดการขาดทุนสำหรับสมาชิก กบข. ปีนี้ ประมาณ 16,000 กว่าล้านบาท หรือติดลบประมาณ -5%

o ที่ขาดทุนมาจากไหน คำตอบคือ มาจากการลงทุนใน หุ้นทั้งในประเทศ และในต่างประเทศ ซึ่งปีที่แล้ว ทั้ง 2 ตลาดขาดทุนมากเป็นประวัติการณ์ ตรงนี้นักลงทุนคงทราบดี เพราะอย่างที่บอกไปแล้ว ปีที่แล้วต้องถอนใจ เพราะทุกคนลำบากหมด เพราะเป็นปีที่ปราบเซียน แม้กระทั่งที่ว่าเก่งแล้วคือคุณ Warren Buffet นักลงทุนหุ้นคุณค่าชื่อดังก็ขาดทุนเช่นกัน

o ในส่วนของไทย ก็น้ำตาตกไปตามๆ กัน เท่าที่ผมทราบมา

ถ้าลงทุนใน RMF ประเภทกองทุนหุ้น ติดลบเฉลี่ย 41% กองทุนผสมติดลบ 26% จะมีดีก็แต่พวกที่ลงทุนในตราสารหนี้

ถ้าลงทุนใน LTF ก็จะมีแตกต่างกันไป โดยส่วนมากติดลบตั้งแต่ 26 - 48%

สำหรับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ก็ขาดทุนติดลบตั้งแต่ 4 - 10%

• เรียกว่าถ้าลงทุนในหุ้น ก็จะมีความเสียหายเกิดขึ้น

ทำไม กบข. ต้องลงทุนในหุ้นด้วย ลงเฉพาะตราสารหนี้ได้หรือไม่

• ความจริง ลงทุนได้ทั้งนั้น แต่คำถาม คือ เราเก็บออมไว้เพื่ออะไร ซึ่งวัตถุประสงค์หลักของการเข้าเป็นสมาชิกของ กบข. ก็คือการเก็บออมเพื่อให้พอเพียงสำหรับการยังชีพในวัยเกษียณ

o ตรงนี้ผมอยากจะเล่าให้ฟังถึงผลการศึกษา 2 ฉบับ ฉบับแรก เป็นของที่ผมเคยทำร่วมกับคุณอนรรฆ เสรีเชษฐพงษ์ ฝ่ายเศรษฐกิจในประเทศที่ธนาคารแห่งประเทศไทย ซึ่งพบว่า ครัวเรือนไทยที่มีผู้สูงอายุกว่าครึ่ง มีสินทรัพย์ในรูปแบบต่างๆ สะสมไว้พอแค่ที่จะทดแทนรายได้/รายจ่ายเพียง 5 ปีเท่านั้น

o แต่ปัญหาก็คือ คนไทยเกินครึ่งจะมีชีวิตมากกว่า 20 ปีหลังเกษียณอายุ (เรียกว่าเป็นโชคร้ายในโชคดี คือจะแก่แต่ไม่ยอมตาย) ถ้าเป็นเช่นนี้ อนาคตของหลายคนก็จะไม่สดใส มีความเสี่ยงที่จะตกชะตากรรมลำบากในบั้นปลายชีวิต จึงไม่น่าแปลกใจว่า พอถามว่า ออมพอยัง คนส่วนมากบอกว่าไม่พอ (ตรงนี้ ผมเคยถามตนเองเสมอว่าออมพอยัง เข้าใจว่ายังไม่พอ) และพอถามว่าจะเลิกทำงานเมื่อไร คนที่ตอบคำถามส่วนใหญ่บอกว่า จะทำงานจนหมดแรง

o ซึ่งที่น่ากังวลใจก็คือ เราพบว่า ครัวเรือนไทยมากกว่าครึ่งไม่มีเงินออม

o ตรงนี้จึงมีความจำเป็นต้องหาทางให้คนไทยออม หรือบังคับออม เช่น กรณี กบข. เป็นต้น

o แต่ปัญหาสำคัญ ก็คือ จากผลการศึกษาที่ 2 โดยคุณวิธาน นักวิเคราะห์อาวุโส สายงานวิจัยและข้อมูลสารสนเทศ ตลาดหลักทรัพย์ พบว่าถ้าเก็บออมแต่ฝากแบงก์อย่างเดียว เงินที่เก็บออมไว้จะอยู่ได้แค่ 9 ปีเท่านั้น แต่ถ้าฝากแบงก์ครึ่งลงทุนในหุ้นครึ่ง แม้ว่าหุ้นจะผันผวน แต่ระยะยาวผลตอบแทนจะดีกว่า ก็จะทำให้ สามารถเลี้ยงตนเองได้ 21 ปี ถึงจะไม่พอก็ดีกว่าฝากแบงก์อย่างเดียว

o ตรงนี้จึงกลายเป็นประเด็นที่ต้องเลือก จะทำอย่างไรดี เพราะถ้าปลอดภัยก็จะมีเงินสะสมไว้ไม่พอ แต่ถ้าอยากได้ผลตอบแทนที่ดี แต่ต้องเสี่ยง เพราะบางปีหุ้นจะมีความผันผวน ก็คงไม่มีทางเลือกมาก เพราะในโลกนี้ ไม่มีการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนสูงโดยไม่เสี่ยง

• ตรงนี้ก็ต้องเลือกเอา

ถ้าเป็นเช่นนี้ ทางออกคืออะไร

• ทางออกคงไม่ใช่การยุบ กบข. แต่ต้องตอบปัญหาใน 2 ด้าน คือ ระยะสั้น กับ ระยะยาว

ปัญหาระยะสั้น ตอบข้อข้องใจของข้าราชการว่า “ทำไมเงินต้นหาย” ในประเด็นนี้ การจะตอบข้อข้องใจได้ คงต้องจัดตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบ ซึ่งต้องมีคุณสมบัติสำคัญ 3 ด้าน

o เป็นกลาง / เป็นที่เชื่อถือของทุกฝ่าย / เข้าใจเรื่องการลงทุนอย่างดี

o ที่จำเป็นต้องมี คุณสมบัติข้อที่ 3 คือ เข้าใจเรื่องการลงทุนเป็นอย่างดี ก็เพราะว่า “ความเป็นกลางและความเป็นผู้ใหญ่ที่เชื่อถือของสังคม” จะช่วยให้ผลที่ออกมาได้รับความยอมรับ และยุติข้อถกเถียงระหว่าง 2 ฝ่าย แต่หัวใจสำคัญของเรื่องการตรวจสอบ ก็คือ ตกลงว่าลงทุนถูกหรือไม่ ทั้งในส่วนของ สัดส่วนการกระจายการลงทุนระหว่างตราสารหนี้ และหุ้น รวมทั้งหุ้นในและต่างประเทศ ตรงนี้ ต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญเข้ามาช่วยวิเคราะห์ข้อมูลและให้ข้อคิดเห็น เพราะเป็นเรื่องซับซ้อน

แล้วปัญหาระยะยาวต้องแก้อย่างไร

• ส่วนปัญหาระยะยาว ต้องกลับมาคิดทบทวนอย่างน้อยใน 3 เรื่อง

o เรื่องแรก จะลงทุนอย่างไรดี ให้ถูกใจสมาชิก ตรงนี้ คงต้องกลับไปที่สมาชิก ว่าสมาชิกต้องการอะไรระหว่าง (1) การได้เงินออมที่พอเพียงสำหรับการยังชีพในอนาคต กับ (2) การลงทุนที่ปกป้องเงินต้น

• คงไม่มีการลงทุนไหนที่จะให้ผลตอบแทนที่สูงแต่ไม่เสี่ยง และ ถ้าเลือกการลงทุนแบบปกป้องเงินต้น ก็ต้องเก็บออมในแต่ละเดือนให้มากขึ้น ใช้จ่ายให้น้อยลง

• แต่ถ้ายอมที่จะเสี่ยงบ้าง ซึ่งหมายความว่า บางปีก็จะมีความเสียหายเกิดขึ้นได้

• คำถามคือจะรับกับเรื่อง ความเสี่ยงได้มากน้อยแค่ไหน และปรัชญาการลงทุนของ กบข. ในอนาคตคืออะไร

• เรื่องนี้นำไปสู่เรื่องที่ 2 คือ Employee Choice เพราะปัญหาที่เกิดขึ้นก็คือ นอกจากข้าราชการจะถูกบังคับออมแล้ว ยังถูกบังคับลงทุนอีก เรียกว่าไม่มีทางเลือก อย่างผมลงทุนไปใน LTF เมื่อปลายปี 2550 เสียหายปีที่แล้วไปประมาณ 38% น้ำตาตก แต่ก็รับสภาพเพราะเราเป็นคนเลือกเอง แต่ข้าราชการไม่ได้เลือก กบข. เลือกให้ จึงไม่น่าแปลกใจว่าทำไมพอเงินต้นหายไป จึงเกิดความคับข้องใจ ว่าไปลงทุนอะไรมา

o ตรงนี้ในอนาคต กบข. คงต้องคิดเรื่อง Employee Choice ที่จะช่วยให้ข้าราชการสามารถเลือกได้ว่าจะลงทุนอย่างไร และที่สำคัญไปกว่านั้น ภายใต้ระบบนี้ จะช่วยรองรับ (1) ความต้องการเสี่ยงของแต่ละคนที่แตกต่างกัน ที่บางคนชอบเสี่ยง ชอบอะไรที่ตื่นเต้น และ (2) ความต้องการเสี่ยงที่จะแตกต่างกันในแต่ละช่วงอายุ ซึ่งคนอายุน้อยเสี่ยงได้มาก และคนอายุมากคงต้องการการลงทุนแบบปกป้องเงินต้นมากขึ้นเรื่อยๆ

o เรื่องที่ 3 ไหนๆ ก็จะแก้แล้ว คงต้องตอบโจทย์ที่สำคัญมากกว่านั้นก็คือ จะช่วยให้ข้าราชการอยู่รอดโดยมีเงินที่จะเลี้ยงชีพอย่างพอเพียง จนถึงการเสียชีวิตได้อย่างไร เพราะในช่วงที่ผ่านมา โจทย์คือให้บังคับให้ทุกคนออม และลงทุนให้ แล้วพอเกษียณอายุ ก็จ่ายคืนเงินที่สะสมมาให้ แต่จะเอาไปทำอะไร ก็แล้วแต่ละคน ซึ่งทำให้หลายๆ คน เอาเงินที่ได้มา (1) ไปใช้หนี้ (2) ไปเที่ยว เหลือเท่าไรแล้วค่อยเอาไว้เป็นเงินออมสำหรับยังชีพ

o ตรงนี้เป็นปัญหาใหญ่มาก ถ้าครั้งนี้จะนำไปสู่การปรับ กบข. เมื่อปรับแล้ว คงต้องช่วยกันคิดว่า พอข้าราชการได้เงินจาก กบข. หลังเกษียณแล้ว จะทำอย่างไร ในประเด็นนี้ ในต่างประเทศเขาจะมีสินค้าตัวหนึ่งเรียกว่า Annuity หรือ “กรมธรรมบำนาญ” ที่ออกโดยบริษัทประกัน พอเอาเงินไปซื้อแล้ว บริษัทก็จะจ่ายเงินให้ทุกเดือนจนหมดชีวิต ทำให้สามารถหลุดจากหล่มของความยากจนในช่วงเกษียณอายุได้

o ก็ขอเอาใจช่วย ให้เราทุกคนสามารถพลิกวิกฤต กบข. ครั้งนี้ ให้เป็นโอกาส นำไปสู่ระบบการออมสำหรับข้าราชการที่ตอบสนองความต้องการของทุกคน และช่วยตอบโจทย์สำหรับปัญหาสังคมชราภาพของประเทศที่กำลังจะมาถึงโดยเร็ว ซึ่งถ้าเรามีคำตอบที่ดี กบข. ก็จะเป็นตัวอย่างให้กับกองทุนการออมอื่นๆ ก็ขอเอาใจช่วยครับ

ติดตามการวิเคราะห์ประเด็นที่น่าสนใจทางเศรษฐกิจกับดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล ได้เป็นประจำในรายการ Morning Brief ทุกวันจันทร์ - ศุกร์ เวลา 8.00 น. ทาง Money Channel

ช่องทางการรับชม Money Channel: True Visions ช่อง 80 - เคเบิลทีวีท้องถิ่นทั่วประเทศ ช่อง 30 - จานดาวเทียม Samart DTH และ DTV ช่อง 08


Comments (7)   Add Comment
Re: มุมมองเกี่ยวกับ กบข.    By pornchai on 3/25/2009 10:57 AM
Even Dr. like you lose? 555

Re: มุมมองเกี่ยวกับ กบข.    By Odd on 3/25/2009 10:56 AM
ดีครับ บางครั้งไม่มีโอกาสดูการวิเคราะห์ของ ดร.กอบศักดิ์ ทางทีวี ก็ได้อ่านทางเน็ตแทน

Re: มุมมองเกี่ยวกับ กบข.    By KFC on 3/27/2009 2:56 PM
เป็นแฟนรายการค่ะ ทึ่งมาก ๆ ค่ะ รู้ลึกซึ้งขนาดนี้น่าจะอยู่ตลาดทุนนะคะ

Re: มุมมองเกี่ยวกับ กบข.    By kewell on 3/27/2009 2:56 PM
ข้าราชการส่วนมาก ผมคิดว่าประมาณ 90 เปอร์เซ็นจะไม่รู้เรื่องการลงทุนมากนัก ทำให้มุมมองหรือแนวความคิดในเรื่องการลงทุนแคบ แต่เมื่อเกิดเหตุขึ้นมาทำให้ข้าราชการไม่เข้าใจ อาจจะคิดผู้บริหารกองทุนโกงรึเปล่า

ในส่วนของผู้บริหารกองทุนอาจจะไม่ได้บอกข้อเสียของกองทุนพูดแต่ข้อดี เมื่อแจ้งไปแล้วเมื่อผลกำไรไม่เป็นไปตามคาดและติดลบอีก ทำให้เกิดแนวคิดข้างต้น

Re: มุมมองเกี่ยวกับ กบข.    By กอบศักดิ์ on 4/8/2009 12:32 AM
ํเรียนคุณ พรชัย

ครับเป็น ดร. ก็ขาดทุนได้เหมือนกัน ความจริงไม่แน่ว่า ดร. จะขาดทุนมากกว่าคนธรรมดาด้วยบางครั้ง =) น่าเศร้าใจ แต่ไม่รู้จะทำอย่างไร ก็คงได้แต่ทำใจว่าปีที่แล้วหายไป 38% เฮ้อ.....

กอบ


Re: มุมมองเกี่ยวกับ กบข.    By pornchai on 4/9/2009 5:05 PM
Dear Ajarn,

Just kidding, are you angry? I am sorry. Should I clear my port?

Could you go back home?

Have a nice day. 555

Re: มุมมองเกี่ยวกับ กบข.    By kobsak on 4/9/2009 5:37 PM
Not angry at all krub.

But only resign to the fact that last year was a bad year for everyone.

ซึ่งทำให้เข้าใจว่าคนอื่นรู้สึกอย่างไรครับ เวลาที่ขาดทุน
กอบ

ปล - น่าจะกลับบ้านได้ครับ แต่ตอนนี้ยังอยู่ที่ทำงานอยู่ครับ


Your name:
Comment:
Add Comment   Cancel 

  
1
1. US Debt Ceiling (05/23/11)


เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว จำนวนยอดหนี้ของรัฐบาลสหรัฐได้เพิ่มขึ้นทะลุเพดานหนี้ที่รัฐสภาสหรัฐกำหนดไว้ ที่ 14.3 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ทำให้ Timothy Geithner รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของสหรัฐได้ออกมาเตือนว่า ถ้าไม่ทำอะไร ไม่มีการเปลี่ยนแปลงเรื่องเพดานหนี้ ภายใน 2 สิงหาคม ก็จะเกิดผลกระทบอย่างกว้างขวาง วันนี้เราจะมาพูดคุยกันถึงเรื่องที่มา ทางออก และผลกระทบในเรื่องนี้

2. การปรับตัวของราคาสินค้า Commodities (05/09/11)


เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ในตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ได้มีการปรับตัวลดลงอย่างรวดเร็ว ทำให้หลายคนกังวลใจถึงผลกระทบต่างๆ ที่จะเกิดขึ้น ต่อตลาด

3. Greece Debt Restructuring - วิกฤตกรีซ (ภาค 2) (04/25/11)


เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ข่าวที่น่าสนใจที่สุดข่าวหนึ่งก็คือ ข่าวลือเรื่องการปรับโครงสร้างหนี้ของรัฐบาลกรีซ ซึ่งได้ส่งผลให้เกิดความผันผวนขึ้นในตลาด

4. จับกระแสกดดันเงินเฟ้อโลก (04/18/11)


เมื่อ 2- 3 เดือนที่แล้ว เราได้เคยพูดถึงปัญหาเงินเฟ้อว่าปีนี้จะเป็นปัญหาสำคัญของระบบเศรษฐกิจโลก ซึ่งเราก็ได้เห็นกันแล้วจากปัญหาราคาอาหาร ปัญหาราคาสินค้าโภคภัณฑ์ ปัญหาราคาน้ำมัน ซึ่งต่างมาซ้ำเติมทำให้ปัญหาข้าวยากหมากแพงปีนี้

5. จับทิศทางนโยบาย ECB (04/11/11)


เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ธนาคารกลางของสหภาพยุโรป ได้ประกาศขึ้นอัตราดอกเบี้ย ซึ่งนับเป็นการขึ้นดอกเบี้ยเป็นครั้งแรกในรอบ 3 ปี และเป็นประเทศแรกในกลุ่มประเทศหลักของเศรษฐกิจโลกที่มีการปรับขึ้นดอกเบี้ย ซึ่งหลายคนมองว่าเป็นจุดเริ่มต้นของการสิ้นสุดของยุคดอกเบี้ยต่ำของโลก

6. จับตา QE 2 (04/04/11)


หลังธนาคารกลางสหรัฐอัดฉีดสภาพคล่องเข้ามาในระบบผ่านทางมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) 1 และ 2 โดยมาตรการ QE 2 จะสิ้นสุดลงในเดือนมิ.ย. 54 ซึ่งทั่วโลกกำลังจับตาว่า จะมีการต่ออายุมาตรการหรือไม่ และธนาคารกลางสหรัฐจะออกมาตรการอื่นใดเพิ่มเติม

7. วิกฤตโปรตุเกส (03/28/11)


เมื่อกลางสัปดาห์ที่แล้ว นายกรัฐมนตรีของโปรตุเกสได้ประกาศลาออกหลังจากรัฐสภาไม่เห็นชอบในแผนการล่าสุดในการรัดเข็มขัดของรัฐบาล ส่งผลให้สายตาของนักลงทุนเริ่มกลับไปจับจ้องที่ โปรตุเกสอีกครั้งหนึ่ง ว่าจะเหลือเวลาอีกนานแค่ไหน ก่อนที่โปรตุเกสจะต้องเข้ารับการช่วยเหลือจากสหภาพยุโรปและ IMF

8. ค่าเงินเยนและการแทรกแซงของ G-7 (03/21/11)


เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ค่าเงินเยนได้ปรับตัวอย่างรุนแรง หลังจากเกิดแผ่นดินไหว จนกระทั่งประเทศในกลุ่ม G-7 ต้องเข้าร่วมมือกันเข้าแทรกแซงตลาดอัตราแลกเปลี่ยนเป็นครั้งแรกในรอบ 10 ปี วันนี้ก็จะได้มาวิเคราะห์ให้ฟังถึงผลกระทบและประสิทธิผลของมาตรการดังกล่าว

9. ผลกระทบทางเศรษฐกิจจากปัญหาแผ่นดินไหวในญี่ปุ่น (03/14/11)


ณ ขณะนี้ แม้ว่าเราจะยังไม่เห็นถึงผลกระทบทั้งหมดของปัญหาภัยพิบัติจากแผ่นดินไหวและ Tsunami ในญี่ปุ่นเมื่อวันศุกร์ ซึ่งเป็น แต่ก็เริ่มเห็นภาพคร่าวๆ ถึงผลกระทบ

10. Warren Buffett’s Annual Report


สิ่งที่หลายคนสนใจและรอคอยทุกปี คือ “รายงานสำหรับผู้ถือหุ้น” ของบริษัท Berkshire Hathaway ที่ Buffett ทำหน้าที่เป็นกรรมการผู้จัดการใหญ่ ซึ่งจะออกมาช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ และประชุมกันในเดือนเมษายน ที่ทุกปีก็มีทั้งคำพูดเด็ดๆ ตลกเล็กน้อย และมุมมองที่ลึกซึ้งเกี่ยวกับการลงทุน และแนวโน้มล่าสุดของเศรษฐกิจ เรียกว่าน่าอ่านมาก วันนี้อยากจะนำเอาข้อคิด มุมมองของคุณ Buffett มาเล่าให้ฟัง

11. Commodity Prices Boom (02/21/11)


ช่วงนี้ นอกจากราคาอาหารโลกจะปรับตัวเพิ่มขึ้นสูงสุดเป็นประวัติการณ์แล้ว ราคา Commodities ก็ได้ปรับตัวสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์เช่นกัน ถือว่าเป็นโอกาสในการเก็งกำไรที่น่าสนใจยิ่งในช่วงที่ผ่านมา วันนี้ จะได้วิเคราะห์ให้ฟังเกี่ยวกับเรื่องราคาสินค้า Commodities และโอกาสในการลงทุน

12. วิกฤตค่าเงินดอง (02/14/11)


เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ธนาคารกลางของประเทศเวียดนามได้ประกาศลดค่าเงินลง 8.5% นับเป็นครั้งที่ 4 ในรอบ 15 ปี วันนี้เราจะได้มาวิเคราะห์กันว่าทำไมต้องลด พอหรือไม่ และนัยต่อประเทศไทย

13. วิกฤตอาหารโลก (02/07/11)


ช่วงนี้ ประเด็นเรื่องราคาอาหารโลกที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ได้กลายเป็นชนวนที่ทำให้เกิดการประท้วงและความไม่สงบในประเทศต่างๆ เช่นที่ Tunisia อียิปต์ ที่ส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันและตลาดหลักทรัพย์ทั่วโลกในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา วันนี้ จะได้วิเคราะห์ให้ฟังเกี่ยวกับเรื่องวิกฤตอาหารโลก

14. รายงานการประชุมของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (01/31/11)


ล่าสุด เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ธนาคารแห่งประเทศไทยได้ออกเผยแพร่รายงานการประชุมของคณะกรรมการนโยบายการเงินฉบับแรกออกมา วันนี้เราจะมาพูดถึงนัยที่ซ่อนอยู่ภายในรายงานฉบับดังกล่าว

15. ดอกเบี้ยยุคขาขึ้น (01/17/11)


ในช่วงต้นปีที่ผ่านมา ธนาคารกลางหลายแห่งได้ปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย หรือปรับขึ้น Reserve Requirement เช่น เกาหลี จีน เป็นต้น ประเทศไทยก็เช่นกัน เมื่อกลางสัปดาห์ที่แล้ว แบงก์ชาติได้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายอีก 0.25% ได้นำไปสู่กระบวนการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารพาณิชย์อีกครั้ง วันนี้เราจะได้มาคุยกันเรื่องทิศทางดอกเบี้ยของประเทศในช่วงต่อไป

16. ปัญหาแรกหลังปีใหม่ - Crisis in Portugal (01/10/11)


หลังจากเริ่มปีใหม่ได้ 1 สัปดาห์ ความสนใจของทุกคนและ spotlight ของนักลงทุนได้กลับไปที่โปรตุเกสอีกรอบ จากปัญหาความไม่เชื่อมั่นในตัวรัฐบาลของโปรตุเกสในการที่จะแก้ไขปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจที่กำลังเกิดขึ้น

17. แนวโน้มเศรษฐกิจไทยปี 54 (12/27/10)


เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เราได้พูดคุยกันถึงแนวโน้มของเศรษฐกิจโลกปี 54 วันนี้เราจะย้อนกลับมาดูประเทศไทยบ้างในปีหน้าว่าจะเป็นอย่างไร ปัจจัยเสี่ยงมีอะไรบ้าง และสิ่งที่เราต้องเตรียมการ คืออะไร

18. US Stimulus II (12/13/10)


เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว สิ่งที่เป็นข่าวใหญ่ในระบบเศรษฐกิจโลก ก็คือ การประกาศข้อตกลงระหว่างประธานาธิบดี Obama กับสมาชิกของพรรค Republican เกี่ยวกับมาตรการลดภาษีของสหรัฐซึ่งจะมีส่วนสำคัญในการช่วยในการกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงต่อไป

19. Crisis in Europe (11/29/10)


หลังไอร์แลนด์รับความช่วยเหลือจาก EU และ IMF หลายคนคิดว่า วิกฤติเศรษฐกิจในยุโรปน่าจะยุติลงแล้ว แต่ความกังวลยังคงกระจายตัวไปในวงกว้าง โดยเฉพาะกับโปรตุเกส ที่หลายคนกำลังเป็นห่วง

20. Crisis in Ireland (11/22/10)


ช่วง 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา ข่าววิกฤตของ Ireland ได้ส่งผลให้ตลาดการเงินโลกเกิดความผันผวนขึ้นอย่างต่อเนื่อง และนำมาซึ่งความกังวลใจว่าจะลุกลามกลายเป็นวิกฤต และการที่ทาง IMF และ EU ส่งเจ้าหน้าที่เข้าช่วยดูแลปัญหานับแต่วันพฤหัสที่ผ่านมา วันนี้จะได้มาวิเคราะห์สถานการณ์ล่าสุดใน Ireland และนัยให้ทุกท่านฟัง



1

 Blog Archive





 Web Link






 
Copyright © 2006 Family Know-how Co.,Ltd. All right Reserved.