Profile



ดร. กอบศักดิ์ ภูตระกูล
kobsakp@gmail.com
รายการ : Money Insight





 Photo







 Blog Link



  • Blog
  • Photo
  • VDO Clips
There are no categories in this blog.
Location: BlogsKobsak    
Posted by: kobsak 3/16/2009 1:25 PM


ผู้นำของประเทศในกลุ่ม G20 เช่น สหรัฐ ยุโรป และประเทศกำลังพัฒนาเช่น จีน บราซิล รัสเซีย ซึ่งนายกรัฐมนตรีของเราก็จะไปเข้าประชุมด้วยในฐานะผู้แทนของอาเซียน จะมีการประชุมกันในวันที่ 2 เมษายนที่จะถึงนี้
เมื่อวันศุกร์-เสาร์ที่ผ่านมา ก็ได้มีการประชุมหารือระหว่างรัฐมนตรีว่าการการทรวงการคลังและผู้ว่าการธนาคารกลางของ G20 เพื่อตกลงในประเด็นสำคัญๆ ทางเศรษฐกิจและการเงินที่จะช่วยแก้ไขวิกฤตที่กำลังลุกลามอยู่ในขณะนี้

นับว่าเป็นการประชุมที่ทุกคนจับตามองว่าจะนำไปสู่การแก้ไขวิกฤต และการวางกรอบโครงสร้างของระบบการเงินโลกใหม่ตามที่คุณ Gordon Brown นายกรัฐมนตรีอังกฤษ ได้ออกมาพูดว่าจะเป็น Global New Deal หรือไม่


ผลของการประชุมมีอะไรบ้าง

• สาระสำคัญของการประชุมมีหลายเรื่อง ซึ่งวันนี้ อยากจะขอใช้เวลาเล่าโดยละเอียด เพื่อปูพื้นสำหรับการประชุมวันที่ 2 เมษายน และการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ที่กำลังจะเกิดขึ้นต่อระบบการเงินโลกในอนาคต

o เรื่องแรก คือการติดตามผลความคืบหน้าของการดำเนินการเพื่อวางรากฐานใหม่ให้กับระบบการเงินโลก ที่ผู้นำของ G20 ตกลงกันเมื่อการประชุมครั้งที่แล้วที่สหรัฐเมื่อปลายปีที่ผ่านมา ซึ่งเรียกกันว่าแผนปฏิบัติการวอชิงตันหรือ Washington Action Plan ซึ่งมีทั้งหมด 44 ข้อ 5 ด้านสำคัญครอบคุลมประเด็นต่างๆ ตั้งแต่เรื่อง

ด้านแรก - การเพิ่มความโปร่งใสให้กับระบบบัญชีของสถาบันการเงิน โดยเฉพาะเกณฑ์เกี่ยวกับการประเมินราคาสินทรัพย์ในช่วงที่เศรษฐกิจมีปัญหา ประเด็นเรื่อง Off-balance sheet investment items การเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับธุรกรรมที่มีความซับซ้อน รวมทั้งการที่จะให้สถาบันการเงินที่สำคัญต่อระบบเข้ามาอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของทางการโดยใกล้ชิด ฯลฯ

ด้านที่ 2 - การปรับปรุงเรื่องการกำกับดูแลสถาบันการเงิน เช่น การปรับปรุงกฎเกณฑ์การกำกับดูแลสถาบันการเงินไม่ให้เป็นตัวที่ทำให้เศรษฐกิจมีความผันผวนมากขึ้น การปรับปรุงเกณฑ์เกี่ยวกับสถาบันจัดอันดับ Credit Rating Agencies เกณฑ์เรื่องเงินทุนที่ต้องสำรองไว้สำหรับธุรกรรมที่ซับซ้อนเช่น Structured Credit and Securitization และการจัดตั้ง Central Counter Party สำหรับธุรกรรมที่มีความสำคัญ เช่น Credit Default Swap CDS ฯลฯ

ด้านที่ 3- การปรับปรุงระบบบริหารความเสี่ยงของสถาบันการเงิน เช่น การเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบระบบบริหารความเสี่ยงของแต่ละสถาบันการเงิน รวมทั้งประเด็นเรื่องการดูแลเรื่องความเสี่ยงด้านสภาพคล่องหรือ Liquidity Risk และการเตรียมเงินสภาพคล่องไว้ให้พอเพียงหากมีคนมาถอนเงิน การดูแลเรื่อง การกระจุกตัวของความเสี่ยง (เล่ากรณีของ AIG) การปรับปรุงวิธีการบริหารความเสี่ยงเกี่ยวกับ Structured Products และ Securitization การปรับปรุงเรื่อง Stress Testing และการปรับปรุงเรื่องเกณฑ์การให้ผลตอบแทนแก่เจ้าหน้าที่เพื่อไม่ให้มีการเสี่ยงมากจนเกินไป


ประเด็นที่ผู้กำกับดูแลของประเทศต่างๆ และการปฏิรูประบบการเงินโลกมีประเด็นต้องทำร่วมกันมีอะไรบ้าง

ด้านที่ 4 - มาตรการการกำกับดูแลเพื่อเพิ่มความมั่นคงของระบบการเงิน เช่นการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดระหว่าง ผู้กำกับดูแลของประเทศต่างๆ ในการตรวจสอบสถาบันการเงิน การแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างผู้กำกับสถาบันการเงิน การป้องกันไม่ให้มีการโกง การตั้งผู้กำกับดูแลใหม่สำหรับสถาบันการเงินที่ทำงานข้ามพรมแดน และการวางกระบวนการใหม่ในการต่อสู้กับวิกฤตที่ลุกลามข้ามประเทศ

ด้านที่ 5 ด้านสุดท้าย คือ การปฏิรูประบบการเงินระหว่างประเทศ เช่น การเพิ่มบทบาทของประเทศกำลังพัฒนาใน Financial Stability Forum การทำงานร่วมกันระหว่าง IMF และ FSF การดูแลเรื่องเงินทุนที่พอเพียงของ IMF World Bank และธนาคารระหว่างประเทศต่างๆ รวมทั้งการดูแลให้ประเทศกำลังพัฒนาสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนในช่วงวิกฤตเช่นนี้


ในการประชุม มีอะไรที่ตกลงกันได้บ้าง

• ภายใต้กรอบดังกล่าว รัฐมนตรีคลังและผู้ว่าการแบงก์ชาติก็มีข้อสรุปที่น่าสนใจในหลายประเด็น เช่น

o ต่อไปนี้กองทุนเพื่อการเก็งกำไร (Hedge fund) และผู้บริหาร จะต้องจดทะเบียน และเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับความเสี่ยงต่างๆ ที่ส่งผลต่อระบบการเงินโดยรวม

o สถาบันการเงินและเครื่องมือทางการเงินที่สำคัญ (รวมถึง CDS) จะต้องถูกกำกับดูแล
ซึ่งในอดีตมีปัญหากับสหรัฐและอังกฤษที่ออกมาค้าน

o สถาบันจัดลำดับที่จะมีนัยต่อการบริหารความเสี่ยงของสถาบันการเงิน จะต้องจดทะเบียน และถูกกำกับดูแล

o สิ่งที่เคยซุกซ่อนอยู่นอกบัญชี ที่เรียกกันว่า Off-balance sheet items จะต้องมีความโปร่งใส มีการรายงานชัดเจน รวมถึงการปรับปรุงระบบบัญชีสำหรับสินทรัพย์ที่หาค่าลำบาก

o การยกระดับความสำคัญของ Financial Stability Forum จากปัจจุบันที่เป็นการรวมกลุ่มกันอย่างไม่เป็นทางการ ขึ้นเป็นองค์กรระหว่างประเทศที่ 3 เพื่อทำหน้าที่ดูแลระบบการเงินโลก โดยมีความสำคัญเท่ากับ IMF และ World Bank

o การเพิ่มความสำคัญของประเทศกำลังพัฒนา เช่น BRIC (บราซิล รัสเซีย อินเดีย และจีน) และประเทศกำลังพัฒนาอื่นๆ ในองค์กรระหว่างประเทศเหล่านี้

• เรียกง่ายๆ ว่าต่อไปนี้การกำกับดูแลระบบการเงินจะเข้มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ไม่มีการทำอะไรตามใจ ตามสบายอีกต่อไป เพราะทุกคนมองว่าเป็นเหตุของปัญหา นอกจากนี้ อย่างที่ได้เคยเล่าให้ฟังเกี่ยวกับประเทศที่เป็นแหล่งเลี่ยงภาษี หลายประเทศ เช่น Switzerland หรือ Liechtenstein ก็ได้ยอมที่จะผ่อนปรนเกณฑ์เรื่องการรักษษความลับของลูกค้าแล้ว


อะไรที่ตกลงกันไม่ได้

• เรื่องสำคัญอื่นๆ ที่เหลือ เช่น

o สหรัฐต้องการให้ทุกประเทศกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มขึ้น แต่ยุโรปมองว่า ไม่มีประโยชน์ถ้ายังไม่แก้ปัญหาสถาบันการเงินก่อน อย่างไรก็ตาม ในคำแถลงของที่ประชุมมีการตกลงกันในกรอบเกี่ยวกับแนวทางการดูแลสินทรัพย์ที่เป็น Toxic Asset และสหรัฐตกลงว่าจะประกาศแผนที่จะมาดูแล Toxic Asset ก่อนที่จะมีการประชุม G20 ซึ่งทางผู้จัดการใหญ่ของ IMF ออกมาเตือนว่าตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่จะคุยกันว่าจะล้างบัญชีของสถาบันการเงินเหล่านี้ แต่ถึงเวลาที่ต้องทำแล้ว

o นอกจากนี้ยังมีประเด็นเรื่องเงินกองทุนของ IMF ที่จะเพิ่มขึ้นว่าจะเป็นเท่าไร

• เรียกว่าเราต้องจับตาดูอย่างใกล้ชิด ในช่วงต่อไป ซึ่งนักวิเคราะห์ นักวิจารณ์ นักลงทุน ต่างก็มีความคาดหวังกับการประชุมนี้เป็นอย่างมาก ว่าจะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของวิกฤตครั้งนี้

ติดตามการวิเคราะห์ประเด็นที่น่าสนใจทางเศรษฐกิจกับดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล ได้เป็นประจำในรายการ Morning Brief ทุกวันจันทร์ - ศุกร์ เวลา 8.00 น. ทาง Money Channel

ช่องทางการรับชม Money Channel: True Visions ช่อง 80 - เคเบิลทีวีท้องถิ่นทั่วประเทศ ช่อง 30 - จานดาวเทียม Samart DTH และ DTV ช่อง 08



Your name:
Comment:
Add Comment   Cancel 

  
1
1. US Debt Ceiling (05/23/11)


เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว จำนวนยอดหนี้ของรัฐบาลสหรัฐได้เพิ่มขึ้นทะลุเพดานหนี้ที่รัฐสภาสหรัฐกำหนดไว้ ที่ 14.3 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ทำให้ Timothy Geithner รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของสหรัฐได้ออกมาเตือนว่า ถ้าไม่ทำอะไร ไม่มีการเปลี่ยนแปลงเรื่องเพดานหนี้ ภายใน 2 สิงหาคม ก็จะเกิดผลกระทบอย่างกว้างขวาง วันนี้เราจะมาพูดคุยกันถึงเรื่องที่มา ทางออก และผลกระทบในเรื่องนี้

2. การปรับตัวของราคาสินค้า Commodities (05/09/11)


เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ในตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ได้มีการปรับตัวลดลงอย่างรวดเร็ว ทำให้หลายคนกังวลใจถึงผลกระทบต่างๆ ที่จะเกิดขึ้น ต่อตลาด

3. Greece Debt Restructuring - วิกฤตกรีซ (ภาค 2) (04/25/11)


เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ข่าวที่น่าสนใจที่สุดข่าวหนึ่งก็คือ ข่าวลือเรื่องการปรับโครงสร้างหนี้ของรัฐบาลกรีซ ซึ่งได้ส่งผลให้เกิดความผันผวนขึ้นในตลาด

4. จับกระแสกดดันเงินเฟ้อโลก (04/18/11)


เมื่อ 2- 3 เดือนที่แล้ว เราได้เคยพูดถึงปัญหาเงินเฟ้อว่าปีนี้จะเป็นปัญหาสำคัญของระบบเศรษฐกิจโลก ซึ่งเราก็ได้เห็นกันแล้วจากปัญหาราคาอาหาร ปัญหาราคาสินค้าโภคภัณฑ์ ปัญหาราคาน้ำมัน ซึ่งต่างมาซ้ำเติมทำให้ปัญหาข้าวยากหมากแพงปีนี้

5. จับทิศทางนโยบาย ECB (04/11/11)


เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ธนาคารกลางของสหภาพยุโรป ได้ประกาศขึ้นอัตราดอกเบี้ย ซึ่งนับเป็นการขึ้นดอกเบี้ยเป็นครั้งแรกในรอบ 3 ปี และเป็นประเทศแรกในกลุ่มประเทศหลักของเศรษฐกิจโลกที่มีการปรับขึ้นดอกเบี้ย ซึ่งหลายคนมองว่าเป็นจุดเริ่มต้นของการสิ้นสุดของยุคดอกเบี้ยต่ำของโลก

6. จับตา QE 2 (04/04/11)


หลังธนาคารกลางสหรัฐอัดฉีดสภาพคล่องเข้ามาในระบบผ่านทางมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) 1 และ 2 โดยมาตรการ QE 2 จะสิ้นสุดลงในเดือนมิ.ย. 54 ซึ่งทั่วโลกกำลังจับตาว่า จะมีการต่ออายุมาตรการหรือไม่ และธนาคารกลางสหรัฐจะออกมาตรการอื่นใดเพิ่มเติม

7. วิกฤตโปรตุเกส (03/28/11)


เมื่อกลางสัปดาห์ที่แล้ว นายกรัฐมนตรีของโปรตุเกสได้ประกาศลาออกหลังจากรัฐสภาไม่เห็นชอบในแผนการล่าสุดในการรัดเข็มขัดของรัฐบาล ส่งผลให้สายตาของนักลงทุนเริ่มกลับไปจับจ้องที่ โปรตุเกสอีกครั้งหนึ่ง ว่าจะเหลือเวลาอีกนานแค่ไหน ก่อนที่โปรตุเกสจะต้องเข้ารับการช่วยเหลือจากสหภาพยุโรปและ IMF

8. ค่าเงินเยนและการแทรกแซงของ G-7 (03/21/11)


เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ค่าเงินเยนได้ปรับตัวอย่างรุนแรง หลังจากเกิดแผ่นดินไหว จนกระทั่งประเทศในกลุ่ม G-7 ต้องเข้าร่วมมือกันเข้าแทรกแซงตลาดอัตราแลกเปลี่ยนเป็นครั้งแรกในรอบ 10 ปี วันนี้ก็จะได้มาวิเคราะห์ให้ฟังถึงผลกระทบและประสิทธิผลของมาตรการดังกล่าว

9. ผลกระทบทางเศรษฐกิจจากปัญหาแผ่นดินไหวในญี่ปุ่น (03/14/11)


ณ ขณะนี้ แม้ว่าเราจะยังไม่เห็นถึงผลกระทบทั้งหมดของปัญหาภัยพิบัติจากแผ่นดินไหวและ Tsunami ในญี่ปุ่นเมื่อวันศุกร์ ซึ่งเป็น แต่ก็เริ่มเห็นภาพคร่าวๆ ถึงผลกระทบ

10. Warren Buffett’s Annual Report


สิ่งที่หลายคนสนใจและรอคอยทุกปี คือ “รายงานสำหรับผู้ถือหุ้น” ของบริษัท Berkshire Hathaway ที่ Buffett ทำหน้าที่เป็นกรรมการผู้จัดการใหญ่ ซึ่งจะออกมาช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ และประชุมกันในเดือนเมษายน ที่ทุกปีก็มีทั้งคำพูดเด็ดๆ ตลกเล็กน้อย และมุมมองที่ลึกซึ้งเกี่ยวกับการลงทุน และแนวโน้มล่าสุดของเศรษฐกิจ เรียกว่าน่าอ่านมาก วันนี้อยากจะนำเอาข้อคิด มุมมองของคุณ Buffett มาเล่าให้ฟัง

11. Commodity Prices Boom (02/21/11)


ช่วงนี้ นอกจากราคาอาหารโลกจะปรับตัวเพิ่มขึ้นสูงสุดเป็นประวัติการณ์แล้ว ราคา Commodities ก็ได้ปรับตัวสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์เช่นกัน ถือว่าเป็นโอกาสในการเก็งกำไรที่น่าสนใจยิ่งในช่วงที่ผ่านมา วันนี้ จะได้วิเคราะห์ให้ฟังเกี่ยวกับเรื่องราคาสินค้า Commodities และโอกาสในการลงทุน

12. วิกฤตค่าเงินดอง (02/14/11)


เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ธนาคารกลางของประเทศเวียดนามได้ประกาศลดค่าเงินลง 8.5% นับเป็นครั้งที่ 4 ในรอบ 15 ปี วันนี้เราจะได้มาวิเคราะห์กันว่าทำไมต้องลด พอหรือไม่ และนัยต่อประเทศไทย

13. วิกฤตอาหารโลก (02/07/11)


ช่วงนี้ ประเด็นเรื่องราคาอาหารโลกที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ได้กลายเป็นชนวนที่ทำให้เกิดการประท้วงและความไม่สงบในประเทศต่างๆ เช่นที่ Tunisia อียิปต์ ที่ส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันและตลาดหลักทรัพย์ทั่วโลกในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา วันนี้ จะได้วิเคราะห์ให้ฟังเกี่ยวกับเรื่องวิกฤตอาหารโลก

14. รายงานการประชุมของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (01/31/11)


ล่าสุด เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ธนาคารแห่งประเทศไทยได้ออกเผยแพร่รายงานการประชุมของคณะกรรมการนโยบายการเงินฉบับแรกออกมา วันนี้เราจะมาพูดถึงนัยที่ซ่อนอยู่ภายในรายงานฉบับดังกล่าว

15. ดอกเบี้ยยุคขาขึ้น (01/17/11)


ในช่วงต้นปีที่ผ่านมา ธนาคารกลางหลายแห่งได้ปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย หรือปรับขึ้น Reserve Requirement เช่น เกาหลี จีน เป็นต้น ประเทศไทยก็เช่นกัน เมื่อกลางสัปดาห์ที่แล้ว แบงก์ชาติได้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายอีก 0.25% ได้นำไปสู่กระบวนการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารพาณิชย์อีกครั้ง วันนี้เราจะได้มาคุยกันเรื่องทิศทางดอกเบี้ยของประเทศในช่วงต่อไป

16. ปัญหาแรกหลังปีใหม่ - Crisis in Portugal (01/10/11)


หลังจากเริ่มปีใหม่ได้ 1 สัปดาห์ ความสนใจของทุกคนและ spotlight ของนักลงทุนได้กลับไปที่โปรตุเกสอีกรอบ จากปัญหาความไม่เชื่อมั่นในตัวรัฐบาลของโปรตุเกสในการที่จะแก้ไขปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจที่กำลังเกิดขึ้น

17. แนวโน้มเศรษฐกิจไทยปี 54 (12/27/10)


เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เราได้พูดคุยกันถึงแนวโน้มของเศรษฐกิจโลกปี 54 วันนี้เราจะย้อนกลับมาดูประเทศไทยบ้างในปีหน้าว่าจะเป็นอย่างไร ปัจจัยเสี่ยงมีอะไรบ้าง และสิ่งที่เราต้องเตรียมการ คืออะไร

18. US Stimulus II (12/13/10)


เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว สิ่งที่เป็นข่าวใหญ่ในระบบเศรษฐกิจโลก ก็คือ การประกาศข้อตกลงระหว่างประธานาธิบดี Obama กับสมาชิกของพรรค Republican เกี่ยวกับมาตรการลดภาษีของสหรัฐซึ่งจะมีส่วนสำคัญในการช่วยในการกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงต่อไป

19. Crisis in Europe (11/29/10)


หลังไอร์แลนด์รับความช่วยเหลือจาก EU และ IMF หลายคนคิดว่า วิกฤติเศรษฐกิจในยุโรปน่าจะยุติลงแล้ว แต่ความกังวลยังคงกระจายตัวไปในวงกว้าง โดยเฉพาะกับโปรตุเกส ที่หลายคนกำลังเป็นห่วง

20. Crisis in Ireland (11/22/10)


ช่วง 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา ข่าววิกฤตของ Ireland ได้ส่งผลให้ตลาดการเงินโลกเกิดความผันผวนขึ้นอย่างต่อเนื่อง และนำมาซึ่งความกังวลใจว่าจะลุกลามกลายเป็นวิกฤต และการที่ทาง IMF และ EU ส่งเจ้าหน้าที่เข้าช่วยดูแลปัญหานับแต่วันพฤหัสที่ผ่านมา วันนี้จะได้มาวิเคราะห์สถานการณ์ล่าสุดใน Ireland และนัยให้ทุกท่านฟัง



1

 Blog Archive





 Web Link






 
Copyright © 2006 Family Know-how Co.,Ltd. All right Reserved.