นิศารัตน์ รัตนศักดิ์โสภณะ
ศิรัถยาแซ่ซิว
พชรปัญญายงค์
เฉลิมพร ตันติกาญจนากุล
ปาริชาตพรหมโยธี
เรขาพงศ์อักษร
ทำไมถึงเรียกว่า Lost Decade ปัญหาคืออะไร• ณ จุดนี้ เศรษฐกิจสหรัฐอเมริกากำลังอยู่บนทาง 3 แพร่งo แก้ไขดี ฟื้นเร็ว เป็น V shapeo แก้ไขไม่เด็ดขาด ค่อยๆ ซึม ฟื้นแต่ไม่แข็งแรง เป็น U หรือรูปตัว L shape o แก้ไขไม่ได้ ดิ่งเหว เป็นรูปตัว I และกลายเป็น Great Depression• ตอนนี้ ความเชื่อมั่นว่าเศรษฐกิจจะไปได้ ฟื้นเร็ว เริ่มหมดไป แต่คนจะพูดถึงกรณีแพร่งที่ 2 กันมากขึ้น ว่าอาจจะจบลงในลักษณะของญี่ปุ่นที่วิกฤตแล้ว ผ่านมาแต่ซึมๆ วิฤตใช้เวลานานกว่าจะแข็งแรงอีกครั้งหนึ่ง กลายเป็นสิ่งที่คนเรียกกันว่าเป็น Lost Decade หรือทศวรรษที่สูญหายไปทางเศรษฐกิจ คือo GDP ไม่ไปไหนเป็นเวลานับ 10 ปี เรียกว่าเศรษฐกิจไม่มีความคืบหน้า จึงเรียกกันว่า Lost Decadeo ราคาหุ้น และบ้านที่ตกลงเป็นจำนวนมากและยังไม่เคยกลับไปที่เดิม ตอนนี้ราคาหุ้นอยู่ที่ 25% ของเมื่อปี 1989 ก่อนฟองสบู่แตก และราคาที่ดินก็ยังตกลงมาอยู่อย่างต่อเนื่องo ที่สำคัญหนี้ภาครัฐเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จากแผนกระตุ้นเศรษฐกิจนับ 10 กว่าขนานในช่วงเวลาดังกล่าว ทำให้หนี้ภาครัฐเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว กลายเป็นปัญหา• ที่คนอเมริกันกลัวกันก็คือภาพเหล่านี้นั้นเอง กระตุ้นเท่าไรก็ไม่ขึ้น และได้สร้างหนี้ให้กับลูกหลานเป็นจำนวนมาก• เรียกง่ายๆ ว่า นี่คือฝันร้ายของอเมริกา ที่คนอเมริกันกำลังกลัวกันอยู่
ทำไมญี่ปุ่นถึงกระตุ้นเศรษฐกิจแล้วไม่ยอมฟื้นซักที่ เกิดอะไรขึ้น • ปัญหาทั้งหมด เกิดจากการที่ญี่ปุ่นไม่เอาจริงเรื่องแบงก์ ไม่ยอมปิดกิจการแบงก์ที่มีปัญหาเลี้ยงไข้ไว้ ตรงนี้นักวิเคราะห์บอกว่าทำให้เกิด Zombie Banks หรือ แบงก์ผีดิบ เป็นจำนวนมาก ที่ไม่ตาย แต่ก็ไม่ช่วยฟื้นเศรษฐกิจ• ความจริงเมื่อเร็วๆ นี้คุณ Eric Rosengren ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ที่สาขา Boston ออกมากล่าวสุนทรพจน์ถึงประเด็นนี้ว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นในญี่ปุ่น ในช่วง Lost Decade ก็คือ o แบงก์ที่มีเงินทุนน้อยจะทำตัวต่างจากแบงก์ที่มีเงินทุนแข็งแกร่ง อย่างเช่นกรณีของสหรัฐที่แบงก์ที่มีเงินทุนน้อย ฐานะไม่ดี เมื่อเพิ่มทุนไม่ได้ ก็จะลดสินทรัพย์ สินเชื่อลงเพื่อทำให้เงินทุนต่อสินทรัพย์และสินเชื่อกลับเพิ่มขึ้น กลายเป็นปัญหาเป็นตัวถ่วงให้กับระบบทำให้ระบบไม่สามารถปล่อยสินเชื่อได้อีกรอบหนึ่ง เพื่อช่วยฟื้นเศรษฐกิจ กรณีของแบงก์ญี่ปุ่นก็จะหันไปลดสินเชื่อในตลาดต่างประเทศที่ดี แล้วกลับมาดูสินเชื่อที่เสียหายในประเทศแทนo กฎเกณฑ์บางอย่างในการกำกับดูแลแบงก์ เช่นการตั้งสำรองหนี้สูญทำให้กินทุนแบงก์มากขึ้น และกลายเป็นตัวซ้ำเติมที่ทำให้วิกฤตแย่ลงo ที่สำคัญ แบงก์ที่ยังมีหนี้เสียอยู่ในนั้น ก็จะใช้เวลาในการดูแลไม่ให้หนี้เสียเสียไปมากกว่านั้นอีก ทำให้ยากต่อการปล่อยสินเชื่อใหม่ได้ ต้องแยกเอาออกมาให้เร็ว โดยเฉพาะในกลุ่มแบงก์ที่ปริ่มน้ำ เพราะความสนใจจะไปอยู่ที่ตรงการดูแลหนี้เสีย เมื่อเป็นเช่นนี้ เศรษฐกิจยากจะฟื้นตัว และเมื่อแยกออกมาแล้ว ต้องรีบเอาออกจากมือรัฐบาล
แล้วอย่างนี้ วิกฤตครั้งนี้ อเมริกาถ้าเทียบแล้วจะแย่กว่าหรือดีกว่าญี่ปุ่น• ที่น่าสนใจตรงนี้ก็คือ สมัยก่อนคนจะใช้กรณีญี่ปุ่นยกขึ้นมา บอกว่าญี่ปุ่นบริหารจัดการไม่ดี ไม่เก่ง แต่ตอนนี้ที่น่าสนใจก็คือ คนจำนวนมากเริ่มบอกว่า เริ่มเข้าใจแล้วว่าทำไมญี่ปุ่นถึงทำเช่นนั้น และทำไมอเมริกากำลังเดินตามรอยเท้าญี่ปุ่นเข้าไปทุกที แม้กระทั่ง Paul Krugman นักเศรษฐศาสตร์ชื่อดังก็ออกมาบอกว่า พอหันกลับไปมองญี่ปุ่น และเทียบกับอเมริกาในปัจจุบัน ก็เริ่มเห็นแล้วว่าญี่ปุ่นไม่ได้แย่มาก แต่หวังว่าอเมริกาจะไม่เป็นแบบนั้น • ส่วนที่คิดว่าจะไม่จบอย่างญี่ปุ่น ก็บอกว่า มีบทเรียนจากญี่ปุ่นแล้ว จะไม่ซ้ำรอย • แต่ส่วนที่คิดว่าอาจจะมากกว่าญี่ปุ่นเพราะว่า o เห็นว่า ที่ผ่านมา สหรัฐพูดอย่างเดียว ขึงขังว่าจะเอาจริง แต่มาตรการคือไม่เด็ดขาดไม่เอาจริงและจะเลี้ยงไข้ ไม่น่าจะต่างกับกรณีญี่ปุ่นo ยิ่งไปกว่านั้น ปัญหาในอเมริกาลึกซึ้งกว่า ในขณะที่ญี่ปุ่นกระทบจากหนี้เสียในกลุ่มบริษัทที่มีขนาดการกู้ยืมรวมกันเพียงร้อยละ 15 ของ GDP สหรัฐปัญหาอยู่ที่ภาคครัวเรือนที่กู้ยืมมากและขนาดการบริโภคของภาคครัวเรือนอยู่ที่ 72% ของ GDP ประมาณ 4 เท่าตัว ซึ่งในกรณีของญี่ปุ่นครัวเรือนญี่ปุ่นขึ้นชื่อเรื่องการออม ทำให้ปัญหาไม่ลามไปที่ภาคผู้บริโภคมากเท่ากับที่สหรัฐo นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของประธานาธิบดีสหรัฐฯก็จะไม่พอเพียง เพราะจะช่วยสร้างงานให้กับคน 3.5 ล้านคนใน 2 ปี แต่ตอนนี้ ตกงานไปแล้ว 4.4 ล้านคน และกำลังตกงานอีกเดือนละ 6 แสนคน พอถึงปลายปีก็ตกงานอีกประมาณ 3 ล้านคน ซึ่งจะแย่กว่ากรณีของญี่ปุ่นากที่การตกงานมี แต่ไม่มากนักo และตอนที่ญี่ปุ่นเกิดปัญหาก็ยังสามารถส่งออกได้ อเมริกาส่งออกไม่ได้ตอนนี้o สรุปแล้วเท่าที่ดูก็คือ ด้านที่คิดว่าจะแย่กว่า ดูท่าจะมีเหตุผล และน้ำหนักสนับสนุนมากกว่ามากกว่า โดยเฉพาะในช่วงที่ยังไม่เห็นความชัดเจนเรื่องนโยบายแก้ไขปัญหาสภาบันการเงินจากสหรัฐเช่นนี้ คงต้องรอดูว่า Obama จะตัดใจได้เร็วแค่ไหน และมาตรการออกมาจะดูแลปัญหาแบงก์ได้เบ็ดเสร็จเด็ดขาดหรือไม่ บทเรียนคืออะไร• บทเรียนที่สำคัญและเป็นหัวใจของปัญหา อยู่ที่การแก้ไขปัญหาแบงก์ ถ้าไม่แก้ปัญหาแบงก์อย่างเด็ดขาด การกระตุ้นเศรษฐกิจช่วยบ้างแต่จะฟื้นขึ้นมาแบบซึมๆ และสหรัฐก็จะมีความเสี่ยงของการที่จะเกิด Lost Decade ซึ่งถ้าสหรัฐมี Lost Decade ประเทศอื่นๆ ก็จะลำบากไปด้วยเพราะสหรัฐเป็นแกนของเศรษฐกิจโลก ตรงนี้ต้องบอกว่า ยังไม่ได้พูดถึงยุโรปที่อยู่ในฐานะเดียวกับสหรัฐ ซึ่งถ้าสหรัฐ ยุโรป มีปัญหาเช่นเดียวกัน ฝันร้ายของอเมริกาและยุโรป ก็จะกลายเป็นฝันร้ายของโลก ทุกคนก็จะลำบากไปด้วย ก็ต้องเอาใจช่วยให้คุณหมอ Obama และคณะมีความกล้าหาญ กล้าจัดการกับปัญหาเพื่ออนาคตของทุกคนครับติดตามการวิเคราะห์ประเด็นที่น่าสนใจทางเศรษฐกิจกับดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล ได้เป็นประจำในรายการ Morning Brief ทุกวันจันทร์ - ศุกร์ เวลา 8.00 น. ทาง Money Channelช่องทางการรับชม Money Channel: True Visions ช่อง 80 - เคเบิลทีวีท้องถิ่นทั่วประเทศ ช่อง 30 - จานดาวเทียม Samart DTH และ DTV ช่อง 08