Profile



ดร. กอบศักดิ์ ภูตระกูล
kobsakp@gmail.com
รายการ : Money Insight





 Photo







 Blog Link



  • Blog
  • Photo
  • VDO Clips
There are no categories in this blog.
Location: BlogsKobsak    
Posted by: kobsak 3/11/2009 10:46 AM


ช่วงนี้ ประเด็นหนึ่งที่คนชอบยกขึ้นมาถามกันบ่อยมากขึ้น ก็คือ สหรัฐจะมีปัญหาเดียวกับญี่ปุ่นที่เคยเกิด Lost Decade หรือไม่ การฟื้นตัวจะใช้เวลานานแค่ไหน และบทเรียนจากญี่ปุ่นคืออะไร วันนี้เราจะย้อนเวลา กลับไปดูปัญหาเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นที่ญี่ปุ่นเมื่อ 20 ปีที่แล้ว และ บทเรียนของวิกฤตดังกล่าวสำหรับสหรัฐ

ทำไมถึงเรียกว่า Lost Decade ปัญหาคืออะไร

• ณ จุดนี้ เศรษฐกิจสหรัฐอเมริกากำลังอยู่บนทาง 3 แพร่ง

o แก้ไขดี ฟื้นเร็ว เป็น V shape

o แก้ไขไม่เด็ดขาด ค่อยๆ ซึม ฟื้นแต่ไม่แข็งแรง เป็น U หรือรูปตัว L shape

o แก้ไขไม่ได้ ดิ่งเหว เป็นรูปตัว I และกลายเป็น Great Depression

• ตอนนี้ ความเชื่อมั่นว่าเศรษฐกิจจะไปได้ ฟื้นเร็ว เริ่มหมดไป แต่คนจะพูดถึงกรณีแพร่งที่ 2 กันมากขึ้น ว่าอาจจะจบลงในลักษณะของญี่ปุ่นที่วิกฤตแล้ว ผ่านมาแต่ซึมๆ วิฤตใช้เวลานานกว่าจะแข็งแรงอีกครั้งหนึ่ง กลายเป็นสิ่งที่คนเรียกกันว่าเป็น Lost Decade หรือทศวรรษที่สูญหายไปทางเศรษฐกิจ คือ

o GDP ไม่ไปไหนเป็นเวลานับ 10 ปี เรียกว่าเศรษฐกิจไม่มีความคืบหน้า จึงเรียกกันว่า Lost Decade

o ราคาหุ้น และบ้านที่ตกลงเป็นจำนวนมากและยังไม่เคยกลับไปที่เดิม ตอนนี้ราคาหุ้นอยู่ที่ 25% ของเมื่อปี 1989 ก่อนฟองสบู่แตก และราคาที่ดินก็ยังตกลงมาอยู่อย่างต่อเนื่อง

o ที่สำคัญหนี้ภาครัฐเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จากแผนกระตุ้นเศรษฐกิจนับ 10 กว่าขนานในช่วงเวลาดังกล่าว ทำให้หนี้ภาครัฐเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว กลายเป็นปัญหา

• ที่คนอเมริกันกลัวกันก็คือภาพเหล่านี้นั้นเอง กระตุ้นเท่าไรก็ไม่ขึ้น และได้สร้างหนี้ให้กับลูกหลานเป็นจำนวนมาก

• เรียกง่ายๆ ว่า นี่คือฝันร้ายของอเมริกา ที่คนอเมริกันกำลังกลัวกันอยู่


ทำไมญี่ปุ่นถึงกระตุ้นเศรษฐกิจแล้วไม่ยอมฟื้นซักที่ เกิดอะไรขึ้น

• ปัญหาทั้งหมด เกิดจากการที่ญี่ปุ่นไม่เอาจริงเรื่องแบงก์ ไม่ยอมปิดกิจการแบงก์ที่มีปัญหาเลี้ยงไข้ไว้ ตรงนี้นักวิเคราะห์บอกว่าทำให้เกิด Zombie Banks หรือ แบงก์ผีดิบ เป็นจำนวนมาก ที่ไม่ตาย แต่ก็ไม่ช่วยฟื้นเศรษฐกิจ

• ความจริงเมื่อเร็วๆ นี้คุณ Eric Rosengren ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ที่สาขา Boston ออกมากล่าวสุนทรพจน์ถึงประเด็นนี้ว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นในญี่ปุ่น ในช่วง Lost Decade ก็คือ

o แบงก์ที่มีเงินทุนน้อยจะทำตัวต่างจากแบงก์ที่มีเงินทุนแข็งแกร่ง อย่างเช่นกรณีของสหรัฐที่แบงก์ที่มีเงินทุนน้อย
ฐานะไม่ดี เมื่อเพิ่มทุนไม่ได้ ก็จะลดสินทรัพย์ สินเชื่อลงเพื่อทำให้เงินทุนต่อสินทรัพย์และสินเชื่อกลับเพิ่มขึ้น กลายเป็นปัญหาเป็นตัวถ่วงให้กับระบบ
ทำให้ระบบไม่สามารถปล่อยสินเชื่อได้อีกรอบหนึ่ง เพื่อช่วยฟื้นเศรษฐกิจ กรณีของแบงก์ญี่ปุ่นก็จะหันไปลดสินเชื่อในตลาดต่างประเทศที่ดี แล้วกลับมาดูสินเชื่อที่เสียหายในประเทศแทน

o กฎเกณฑ์บางอย่างในการกำกับดูแลแบงก์ เช่นการตั้งสำรองหนี้สูญทำให้กินทุนแบงก์มากขึ้น และกลายเป็นตัวซ้ำเติมที่ทำให้วิกฤตแย่ลง

o ที่สำคัญ แบงก์ที่ยังมีหนี้เสียอยู่ในนั้น ก็จะใช้เวลาในการดูแลไม่ให้หนี้เสียเสียไปมากกว่านั้นอีก ทำให้ยากต่อการปล่อยสินเชื่อใหม่ได้ ต้องแยกเอาออกมาให้เร็ว โดยเฉพาะในกลุ่มแบงก์ที่ปริ่มน้ำ เพราะความสนใจจะไปอยู่ที่ตรงการดูแลหนี้เสีย เมื่อเป็นเช่นนี้ เศรษฐกิจยากจะฟื้นตัว และเมื่อแยกออกมาแล้ว ต้องรีบเอาออกจากมือรัฐบาล


แล้วอย่างนี้ วิกฤตครั้งนี้ อเมริกาถ้าเทียบแล้วจะแย่กว่าหรือดีกว่าญี่ปุ่น

• ที่น่าสนใจตรงนี้ก็คือ สมัยก่อนคนจะใช้กรณีญี่ปุ่นยกขึ้นมา บอกว่าญี่ปุ่นบริหารจัดการไม่ดี ไม่เก่ง แต่ตอนนี้ที่น่าสนใจก็คือ คนจำนวนมากเริ่มบอกว่า เริ่มเข้าใจแล้วว่าทำไมญี่ปุ่นถึงทำเช่นนั้น และทำไมอเมริกากำลังเดินตามรอยเท้าญี่ปุ่นเข้าไปทุกที แม้กระทั่ง Paul Krugman นักเศรษฐศาสตร์ชื่อดังก็ออกมาบอกว่า พอหันกลับไปมองญี่ปุ่น และเทียบกับอเมริกาในปัจจุบัน ก็เริ่มเห็นแล้วว่าญี่ปุ่นไม่ได้แย่มาก แต่หวังว่าอเมริกาจะไม่เป็นแบบนั้น

• ส่วนที่คิดว่าจะไม่จบอย่างญี่ปุ่น ก็บอกว่า มีบทเรียนจากญี่ปุ่นแล้ว จะไม่ซ้ำรอย

• แต่ส่วนที่คิดว่าอาจจะมากกว่าญี่ปุ่นเพราะว่า

o เห็นว่า ที่ผ่านมา สหรัฐพูดอย่างเดียว ขึงขังว่าจะเอาจริง แต่มาตรการคือไม่เด็ดขาดไม่เอาจริงและจะเลี้ยงไข้ ไม่น่าจะต่างกับกรณีญี่ปุ่น

o ยิ่งไปกว่านั้น ปัญหาในอเมริกาลึกซึ้งกว่า ในขณะที่ญี่ปุ่นกระทบจากหนี้เสียในกลุ่มบริษัทที่มีขนาดการกู้ยืมรวมกันเพียงร้อยละ 15 ของ GDP สหรัฐปัญหาอยู่ที่ภาคครัวเรือนที่กู้ยืมมากและขนาดการบริโภคของภาคครัวเรือนอยู่ที่ 72% ของ GDP ประมาณ 4 เท่าตัว ซึ่งในกรณีของญี่ปุ่นครัวเรือนญี่ปุ่นขึ้นชื่อเรื่องการออม ทำให้ปัญหาไม่ลามไปที่ภาคผู้บริโภคมากเท่ากับที่สหรัฐ

o นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของประธานาธิบดีสหรัฐฯก็จะไม่พอเพียง เพราะจะช่วยสร้างงานให้กับคน 3.5 ล้านคนใน 2 ปี แต่ตอนนี้ ตกงานไปแล้ว 4.4 ล้านคน และกำลังตกงานอีกเดือนละ 6 แสนคน พอถึงปลายปีก็ตกงานอีกประมาณ 3 ล้านคน ซึ่งจะแย่กว่ากรณีของญี่ปุ่นากที่การตกงานมี แต่ไม่มากนัก

o และตอนที่ญี่ปุ่นเกิดปัญหาก็ยังสามารถส่งออกได้ อเมริกาส่งออกไม่ได้ตอนนี้

o สรุปแล้วเท่าที่ดูก็คือ ด้านที่คิดว่าจะแย่กว่า ดูท่าจะมีเหตุผล และน้ำหนักสนับสนุนมากกว่ามากกว่า โดยเฉพาะในช่วงที่ยังไม่เห็นความชัดเจนเรื่องนโยบายแก้ไขปัญหาสภาบันการเงินจากสหรัฐเช่นนี้ คงต้องรอดูว่า Obama จะตัดใจได้เร็วแค่ไหน และมาตรการออกมาจะดูแลปัญหาแบงก์ได้เบ็ดเสร็จเด็ดขาดหรือไม่

บทเรียนคืออะไร

• บทเรียนที่สำคัญและเป็นหัวใจของปัญหา อยู่ที่การแก้ไขปัญหาแบงก์ ถ้าไม่แก้ปัญหาแบงก์อย่างเด็ดขาด การกระตุ้นเศรษฐกิจช่วยบ้างแต่จะฟื้นขึ้นมาแบบซึมๆ และสหรัฐก็จะมีความเสี่ยงของการที่จะเกิด Lost Decade ซึ่งถ้าสหรัฐมี Lost Decade ประเทศอื่นๆ ก็จะลำบากไปด้วยเพราะสหรัฐเป็นแกนของเศรษฐกิจโลก ตรงนี้ต้องบอกว่า ยังไม่ได้พูดถึงยุโรปที่อยู่ในฐานะเดียวกับสหรัฐ ซึ่งถ้าสหรัฐ ยุโรป มีปัญหาเช่นเดียวกัน ฝันร้ายของอเมริกาและยุโรป ก็จะกลายเป็นฝันร้ายของโลก ทุกคนก็จะลำบากไปด้วย ก็ต้องเอาใจช่วยให้คุณหมอ Obama และคณะมีความกล้าหาญ กล้าจัดการกับปัญหาเพื่ออนาคตของทุกคนครับ

ติดตามการวิเคราะห์ประเด็นที่น่าสนใจทางเศรษฐกิจกับดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล ได้เป็นประจำในรายการ Morning Brief ทุกวันจันทร์ - ศุกร์ เวลา 8.00 น. ทาง Money Channel

ช่องทางการรับชม Money Channel: True Visions ช่อง 80 - เคเบิลทีวีท้องถิ่นทั่วประเทศ ช่อง 30 - จานดาวเทียม Samart DTH และ DTV ช่อง 08


Your name:
Comment:
Add Comment   Cancel 

  
1
1. US Debt Ceiling (05/23/11)


เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว จำนวนยอดหนี้ของรัฐบาลสหรัฐได้เพิ่มขึ้นทะลุเพดานหนี้ที่รัฐสภาสหรัฐกำหนดไว้ ที่ 14.3 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ทำให้ Timothy Geithner รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของสหรัฐได้ออกมาเตือนว่า ถ้าไม่ทำอะไร ไม่มีการเปลี่ยนแปลงเรื่องเพดานหนี้ ภายใน 2 สิงหาคม ก็จะเกิดผลกระทบอย่างกว้างขวาง วันนี้เราจะมาพูดคุยกันถึงเรื่องที่มา ทางออก และผลกระทบในเรื่องนี้

2. การปรับตัวของราคาสินค้า Commodities (05/09/11)


เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ในตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ได้มีการปรับตัวลดลงอย่างรวดเร็ว ทำให้หลายคนกังวลใจถึงผลกระทบต่างๆ ที่จะเกิดขึ้น ต่อตลาด

3. Greece Debt Restructuring - วิกฤตกรีซ (ภาค 2) (04/25/11)


เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ข่าวที่น่าสนใจที่สุดข่าวหนึ่งก็คือ ข่าวลือเรื่องการปรับโครงสร้างหนี้ของรัฐบาลกรีซ ซึ่งได้ส่งผลให้เกิดความผันผวนขึ้นในตลาด

4. จับกระแสกดดันเงินเฟ้อโลก (04/18/11)


เมื่อ 2- 3 เดือนที่แล้ว เราได้เคยพูดถึงปัญหาเงินเฟ้อว่าปีนี้จะเป็นปัญหาสำคัญของระบบเศรษฐกิจโลก ซึ่งเราก็ได้เห็นกันแล้วจากปัญหาราคาอาหาร ปัญหาราคาสินค้าโภคภัณฑ์ ปัญหาราคาน้ำมัน ซึ่งต่างมาซ้ำเติมทำให้ปัญหาข้าวยากหมากแพงปีนี้

5. จับทิศทางนโยบาย ECB (04/11/11)


เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ธนาคารกลางของสหภาพยุโรป ได้ประกาศขึ้นอัตราดอกเบี้ย ซึ่งนับเป็นการขึ้นดอกเบี้ยเป็นครั้งแรกในรอบ 3 ปี และเป็นประเทศแรกในกลุ่มประเทศหลักของเศรษฐกิจโลกที่มีการปรับขึ้นดอกเบี้ย ซึ่งหลายคนมองว่าเป็นจุดเริ่มต้นของการสิ้นสุดของยุคดอกเบี้ยต่ำของโลก

6. จับตา QE 2 (04/04/11)


หลังธนาคารกลางสหรัฐอัดฉีดสภาพคล่องเข้ามาในระบบผ่านทางมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) 1 และ 2 โดยมาตรการ QE 2 จะสิ้นสุดลงในเดือนมิ.ย. 54 ซึ่งทั่วโลกกำลังจับตาว่า จะมีการต่ออายุมาตรการหรือไม่ และธนาคารกลางสหรัฐจะออกมาตรการอื่นใดเพิ่มเติม

7. วิกฤตโปรตุเกส (03/28/11)


เมื่อกลางสัปดาห์ที่แล้ว นายกรัฐมนตรีของโปรตุเกสได้ประกาศลาออกหลังจากรัฐสภาไม่เห็นชอบในแผนการล่าสุดในการรัดเข็มขัดของรัฐบาล ส่งผลให้สายตาของนักลงทุนเริ่มกลับไปจับจ้องที่ โปรตุเกสอีกครั้งหนึ่ง ว่าจะเหลือเวลาอีกนานแค่ไหน ก่อนที่โปรตุเกสจะต้องเข้ารับการช่วยเหลือจากสหภาพยุโรปและ IMF

8. ค่าเงินเยนและการแทรกแซงของ G-7 (03/21/11)


เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ค่าเงินเยนได้ปรับตัวอย่างรุนแรง หลังจากเกิดแผ่นดินไหว จนกระทั่งประเทศในกลุ่ม G-7 ต้องเข้าร่วมมือกันเข้าแทรกแซงตลาดอัตราแลกเปลี่ยนเป็นครั้งแรกในรอบ 10 ปี วันนี้ก็จะได้มาวิเคราะห์ให้ฟังถึงผลกระทบและประสิทธิผลของมาตรการดังกล่าว

9. ผลกระทบทางเศรษฐกิจจากปัญหาแผ่นดินไหวในญี่ปุ่น (03/14/11)


ณ ขณะนี้ แม้ว่าเราจะยังไม่เห็นถึงผลกระทบทั้งหมดของปัญหาภัยพิบัติจากแผ่นดินไหวและ Tsunami ในญี่ปุ่นเมื่อวันศุกร์ ซึ่งเป็น แต่ก็เริ่มเห็นภาพคร่าวๆ ถึงผลกระทบ

10. Warren Buffett’s Annual Report


สิ่งที่หลายคนสนใจและรอคอยทุกปี คือ “รายงานสำหรับผู้ถือหุ้น” ของบริษัท Berkshire Hathaway ที่ Buffett ทำหน้าที่เป็นกรรมการผู้จัดการใหญ่ ซึ่งจะออกมาช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ และประชุมกันในเดือนเมษายน ที่ทุกปีก็มีทั้งคำพูดเด็ดๆ ตลกเล็กน้อย และมุมมองที่ลึกซึ้งเกี่ยวกับการลงทุน และแนวโน้มล่าสุดของเศรษฐกิจ เรียกว่าน่าอ่านมาก วันนี้อยากจะนำเอาข้อคิด มุมมองของคุณ Buffett มาเล่าให้ฟัง

11. Commodity Prices Boom (02/21/11)


ช่วงนี้ นอกจากราคาอาหารโลกจะปรับตัวเพิ่มขึ้นสูงสุดเป็นประวัติการณ์แล้ว ราคา Commodities ก็ได้ปรับตัวสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์เช่นกัน ถือว่าเป็นโอกาสในการเก็งกำไรที่น่าสนใจยิ่งในช่วงที่ผ่านมา วันนี้ จะได้วิเคราะห์ให้ฟังเกี่ยวกับเรื่องราคาสินค้า Commodities และโอกาสในการลงทุน

12. วิกฤตค่าเงินดอง (02/14/11)


เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ธนาคารกลางของประเทศเวียดนามได้ประกาศลดค่าเงินลง 8.5% นับเป็นครั้งที่ 4 ในรอบ 15 ปี วันนี้เราจะได้มาวิเคราะห์กันว่าทำไมต้องลด พอหรือไม่ และนัยต่อประเทศไทย

13. วิกฤตอาหารโลก (02/07/11)


ช่วงนี้ ประเด็นเรื่องราคาอาหารโลกที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ได้กลายเป็นชนวนที่ทำให้เกิดการประท้วงและความไม่สงบในประเทศต่างๆ เช่นที่ Tunisia อียิปต์ ที่ส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันและตลาดหลักทรัพย์ทั่วโลกในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา วันนี้ จะได้วิเคราะห์ให้ฟังเกี่ยวกับเรื่องวิกฤตอาหารโลก

14. รายงานการประชุมของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (01/31/11)


ล่าสุด เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ธนาคารแห่งประเทศไทยได้ออกเผยแพร่รายงานการประชุมของคณะกรรมการนโยบายการเงินฉบับแรกออกมา วันนี้เราจะมาพูดถึงนัยที่ซ่อนอยู่ภายในรายงานฉบับดังกล่าว

15. ดอกเบี้ยยุคขาขึ้น (01/17/11)


ในช่วงต้นปีที่ผ่านมา ธนาคารกลางหลายแห่งได้ปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย หรือปรับขึ้น Reserve Requirement เช่น เกาหลี จีน เป็นต้น ประเทศไทยก็เช่นกัน เมื่อกลางสัปดาห์ที่แล้ว แบงก์ชาติได้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายอีก 0.25% ได้นำไปสู่กระบวนการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารพาณิชย์อีกครั้ง วันนี้เราจะได้มาคุยกันเรื่องทิศทางดอกเบี้ยของประเทศในช่วงต่อไป

16. ปัญหาแรกหลังปีใหม่ - Crisis in Portugal (01/10/11)


หลังจากเริ่มปีใหม่ได้ 1 สัปดาห์ ความสนใจของทุกคนและ spotlight ของนักลงทุนได้กลับไปที่โปรตุเกสอีกรอบ จากปัญหาความไม่เชื่อมั่นในตัวรัฐบาลของโปรตุเกสในการที่จะแก้ไขปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจที่กำลังเกิดขึ้น

17. แนวโน้มเศรษฐกิจไทยปี 54 (12/27/10)


เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เราได้พูดคุยกันถึงแนวโน้มของเศรษฐกิจโลกปี 54 วันนี้เราจะย้อนกลับมาดูประเทศไทยบ้างในปีหน้าว่าจะเป็นอย่างไร ปัจจัยเสี่ยงมีอะไรบ้าง และสิ่งที่เราต้องเตรียมการ คืออะไร

18. US Stimulus II (12/13/10)


เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว สิ่งที่เป็นข่าวใหญ่ในระบบเศรษฐกิจโลก ก็คือ การประกาศข้อตกลงระหว่างประธานาธิบดี Obama กับสมาชิกของพรรค Republican เกี่ยวกับมาตรการลดภาษีของสหรัฐซึ่งจะมีส่วนสำคัญในการช่วยในการกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงต่อไป

19. Crisis in Europe (11/29/10)


หลังไอร์แลนด์รับความช่วยเหลือจาก EU และ IMF หลายคนคิดว่า วิกฤติเศรษฐกิจในยุโรปน่าจะยุติลงแล้ว แต่ความกังวลยังคงกระจายตัวไปในวงกว้าง โดยเฉพาะกับโปรตุเกส ที่หลายคนกำลังเป็นห่วง

20. Crisis in Ireland (11/22/10)


ช่วง 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา ข่าววิกฤตของ Ireland ได้ส่งผลให้ตลาดการเงินโลกเกิดความผันผวนขึ้นอย่างต่อเนื่อง และนำมาซึ่งความกังวลใจว่าจะลุกลามกลายเป็นวิกฤต และการที่ทาง IMF และ EU ส่งเจ้าหน้าที่เข้าช่วยดูแลปัญหานับแต่วันพฤหัสที่ผ่านมา วันนี้จะได้มาวิเคราะห์สถานการณ์ล่าสุดใน Ireland และนัยให้ทุกท่านฟัง



1

 Blog Archive





 Web Link






 
Copyright © 2006 Family Know-how Co.,Ltd. All right Reserved.