Profile



ดร. กอบศักดิ์ ภูตระกูล
kobsakp@gmail.com
รายการ : Money Insight





 Photo







 Blog Link



  • Blog
  • Photo
  • VDO Clips
There are no categories in this blog.
Location: BlogsKobsak    
Posted by: kobsak 9/21/2009 10:10 AM


ก่อนอื่นขอขอบคุณเพื่อนสมาชิกทุกท่าน ที่มีความเหนียวแน่นมาก และมาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันเสมอมา ทำให้ได้ความรู้กลับไปมากมาย ครั้งนี้ เพื่อตอบสนองกับเสียงเรียกร้อง ก็เลยขอจัด Theme ของ SOS III เป็น “รวมด้วยช่วยกัน” ครับ
สำหรับท่านสมาชิกที่อยากจะเอาความรู้ เอาความสุขของชีวิตมาแบ่งปันกัน ทั้งเรื่อง

(1) ความคืบหน้าของเศรษฐกิจโลก
(2) การแก้ไขปัญหาวิกฤต
(3) กลยุทธ์และสิ่งน่ารู้สำหรับการลงทุน
(4) ช่วยซักถามประเด็นที่ติดใจ
(5) แบ่งปันสิ่งที่ทำให้ชีวิตมีความสุข ทั้ง หนัง บทเพลง บทกวี

ทั้งหมดนี้ เพื่อช่วยให้ทุกคนเห็นจิกซอร์ แต่ละตัวชัดขึ้น เห็นว่ากำลังเกิดอะไรขึ้นในปัจจุบัน และจะเกิดอะไรขึ้นในอนาคต เดินไปเป็นเพื่อนและเป็นกำลังใจให้กันและกัน

วันนี้ก็เลยขอจัด SOS III มาเป็นบ้านใหม่ให้สมาชิกทุกท่าน เพื่อจะได้มีบ้านถาวรสำหรับช่วง 2-3 สัปดาห์ข้างหน้า ที่จะใช้เป็นจุดนับพบ เพื่อพูดคุย แลกเปลี่ยนกลยุทธ์ที่จะใช้ ฟันฝ่าวิกฤตครั้งนี้ครับ

ขอบคุณครับ MJ-กอบ

ปล. ขอบคุณทุกท่านนะครับ ที่มาช่วยกันให้ข้อคิดเห็นและโพสต์ในช่วงที่ผ่านมา คุณลุงเฮาส์ คุณวี คุณตอโต้ง คุณรองเท้าฟาง คุณลูกหมู คุณกล้วยบวชชี คุณ in คุณน้ำกะทิ น้องวีรดา น้องพัชรีดา และทุกท่านที่ไม่ได้เอยนามครับ ซาบซึ้งใจมาก

Comments (241)   Add Comment
Re: SOS III – รวมด้วยช่วยกันต่อ Jigsaw เศรษฐกิจโลก เศรษฐกิจไทย และนัยต่อการลงทุน    By กอบศักดิ์ on 8/24/2009 5:23 PM

SOS III

มาแล้วนะครับ ตามคำเรียกร้องของแฟนๆ

สำหรับท่านสมาชิกที่อยากย้ายเอาข้อมูลที่น่าสนใจ ที่เคยประมวลไว้ในกระทู้อื่นๆ มาเก็บไว้ที่เดียวก็สามารถ copy แล้วเอามาใส่ไว้ที่นี่นะครับ

ดีใจมากที่เริ่ม SOS III ครับ

เริ่มต้นบ้านใหม่สำหรับผู้ที่แสวงหาคำตอบ
สังคมการแลกเปลี่ยนความรู้ ความสุขใจในชีวิตของทุกคนครับ

ก็เลยมาขอประเดิมเป็นคนแรกที่ post

ขอบคุณครับ
MJ-กอบ

ปล. มีข่าวดีมาบอกสำหรับแฟนๆ ว่า ได้ทำ "Blog ดร. กอบ" เพื่อรวบรวมประวัติ ผลงาน เทป วีดิโอทัศน์ สัมภาษณ์ เอกสารการบรรยาย หนังสือ ข้อคิดต่างๆ ทุกอย่างสำหรับผู้สนใจ รวมถึง คอลัมน์ "ไขปัญหาเศรษฐกิจ" ที่ช่วยตอบคำถามเศรษฐกิจให้กับผู้ข้องใจ ประจำทุกเช้าวันพุธ จากหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ และรวบรวมเนื้อหาในอดีตจากรายการ Morning Brief ประจำทุกเช้าวันจันทร์-พุธ-ศุกร์ มาไว้ที่แหล่งเดียวครับ

สนใจดูได้ที่ www.kobsak.com ครับ หวังว่าจะชอบกันครับ ยังไงติชมได้นะครับ


Re: SOS III – รวมด้วยช่วยกันต่อ Jigsaw เศรษฐกิจโลก เศรษฐกิจไทย และนัยต่อการลงทุน    By กอบศักดิ์ on 8/22/2009 7:29 AM

มีคนสนใจเรื่องการเข้าไปช่วยเหลือสถาบันการเงินองธนาครกลางประเทศต่างๆ ในช่วงที่ผ่านมา - วันนี้จะขออธิบายถึงความแตกต่างระหว่าง Quantitative easing กับ Credit Easing

ขอเริ่มจากญี่ปุ่นซึ่งประสบปัญหาเศรษฐกิจเมื่อประมาณ 20 ปีที่แล้ว ท้ายสุดธนาคารกลางญี่ปุ่นต้องลดดอกเบี้ยเป็นใกล้ 0%

แต่ปัญหาคือเศรษฐกิจยังไม่ฟื้น ก็เลยต้องอัดฉีดเงินและสภาพคล่องเข้าไปในระบบธนาคารพาณิชย์โดยรวม โดยหวังว่าเมื่อธนาคารพาณิชย์มีสภาพคล่องมากขึ้นแล้ว ก็จะนำไปปล่อยให้กับภาคเอกชนมากขึ้น

ที่ทำได้ก็เพราะดอกเบี้ยเป็นศูนย์ ไม่จำเป็นต้องกังวลใจว่าสภาพคล่องในระบบจะมากเกินไป เพราะต่อให้มากเกินไปดอกเบี้ยก็ยังอยู่ที่ 0 อยู่ดี

(ถ้าดอกเบี้ยนโยบายยังอยู่ที่ สูงกว่า 0% เช่นที่ 2% เป็นต้น จะทำ quantitative easing ไม่ได้ เพราะถ้าเพิ่มสภาพคล่องมากไป ดอกเบี้ยในระบบก็จะลดลงกว่าที่ประกาศไว้ ทำให้ต้องเข้าไปดูดซับสภาพคล่องออกมา ก็อัดฉีดได้ไม่เต็มที่)

ตรงนี้ ญี่ปุ่นทำอยู่หลายปี แต่ก็ไม่สำเร็จ เงินก็ฝืดอยู่ดี

พอ 20 ปีให้หลัง สหรัฐทำบ้าง ตอนแรกทุกคนคิดว่า สหรัฐทำ Quantitative Easing แต่ว่าไม่ใช่ สหรัฐออกมาบอกว่าเขาทำ credit easing

Credit easing ที่สหรัฐทำก็เป็นการอัดฉีดเงินเช่นเดียวกัน แต่ว่า ออกไปยัง Targeted sector เช่น Mortgage market ที่ Fed ตั้งในว่าจะซื้อ

1. พันธบัตรที่เป็น Mortgage Backed Securities รวมแล้ว 1.25 ล้านล้านดอลลาร์ ที่ออกโดย Freddie และ Fannie

2. ตราสารหนี้ของ Freddie และ Fannie อีก 2 แสนล้านดอลลาร์

ตรงนี้เพื่อช่วยให้เงินยังไหลไปตลาดบ้านและอสังหาริมทรัพย์ได้

ที่ต้องทำอย่างนี้ก็เพราะว่า ในสหรัฐพึ่งพาตลาดทุนมากกว่าญี่ปุ่นมาก (แบงก์ของสหรัฐมีสินทรัพย์รวมกันแล้วเท่ากับ 40-50% ของ GDP ขณะที่แบงก์ในบางประเทศเช่นยุโรป จะใหญ่มาก มี operation อยู่ในปลายประเทศ และทำได้ทุกอย่างในฐานะของ Universal Bank)

นอกจากนี้ ปัญหาที่เกิดขึ้น ไม่ได้เกิดที่ธนาคารพาณิชย์ FED ก็เลยไม่สามารถเข้าไปช่วยโดยการอัดฉีดสภาพคล่องผ่านธนาคารพาณิชย์ได้ ในลักษณะ Quanitative Easing

ก็เลยต้องเจาะเป็นจุดๆ ทะลวงให้สินเชื่อขยับได้เป็นจุดๆ เลยเรียกว่า Credit Easing

นอกเหนือจากนี้ Fed ยังเข้าไปช่วยโดยการพยายามลดต้นทุนกู้ยืมของภาคเอกชน
ที่กู้ยืมผ่านหุ้นกู้

FED ช่วยโดยการเข้าไปซื้อพันธบัตรระยะยาวของสหรัฐ เพื่อควบคุมให้ดอกเบี้ยระยะยาวที่เคยปรับสูงขึ้นเพราะกลัวเงินเฟ้อ ปรับลดลงมาใหม่

ตรงนี้ทำโดยประกาศว่า จะซื้อพันธบัตรระยะยาว 3 แสนล้านดอลลาร์ตามที่ตั้งใจไว้ จนถึงเดือนตุลาคม เพื่อช่วยลดดอกเบี้ยในตราสารเหล่านี้ และดูแลให้ Yield ระยะยาวเหล่านี้ไม่เพิ่มสูงเกินไป

เรื่องนี้สำคัญ เพราะว่า ถ้า FED สามารถดูแลให้ดอกเบี้ยพันธบัตรระยะยาวไม่สูงขึ้น
ดอกเบี้ยของหุ้นกู้เอกชน ที่อ้างอิงจากพันธบัตรรัฐบาลขึ้นไป ก็จะไม่สูงขึ้นเช่นกัน ทำให้เอื้อต่อการกู้ยืมของภาคเอกชน ช่วยบรรเทาปัญหาสภาพคล่อง หรือมีปัญหาต้นทุนFianancing ได้

ที่เป็นห่วงว่า Fed จะช่วยจนกลายเป็นปัญหาเงินเฟ้อนั้น

FED เองก็บอกว่า ไม่ต้องห่วง เพราะว่า

1. สถาบันการเงินยังไม่สามารถปล่อยสินเชื่อได้
2. เงินที่ใส่ลงไปโดยตรงผ่านการเข้าไปช่วยตลาด Mortgage ก็ไม่น่ามีผล เพราะว่าแค่ไปทดแทนเม็ดเงินที่หายไปจากระบบเท่านั้น
3. ในส่วนของการซื้อพันธบัตรระยะยาว ก็สามารถดูดกลับได้จากช่วงอื่นๆ เช่นปล่อยที่ระยะยาว ดึงกลับในพันธบัตรระยะสั้น ท้ายสุดในระบบก็มีเงินเพิ่มไม่มาก
4. เงินเฟ้อจะยังไม่เกิดเพราะว่า คนยังตกงานอีกมาก

รวมแล้วไม่ต้องกังวลใจเรื่องการที่ FED ไปทำ Credit easing ในช่วงนี้
และไม่ต้องหาทางออกอื่นๆ ครับ

เมื่อเศรษฐกิจดีก็ค่อยๆดึงสภาพคล่องที่เกินจากความต้องการกลับ

ตรงนี้ที่น่าห่วงที่สุด ก็คือ หนี้ภาครัฐที่เพิ่มขึ้นมาก

เพราะว่าถ้ามากเกินไป คนจะมองว่ารัฐบาลจะหาทางโกง ไม่จ่าย โดยการปล่อยให้เงินเฟ้อเพิ่มขึ้น ตรงนี้ก็ต้องติดตามกันต่อไปครับ

MJ-กอบ

Re: SOS III – รวมด้วยช่วยกันต่อ Jigsaw
เศรษฐกิจโลก เศรษฐกิจไทย และนัยต่อการลงทุน
   By รองเท้าฟาง on 8/25/2009 11:52 AM
บังเอิญลุงอยู่เมืองไทยอ่ะดิ้คับ ผมล่ะเข้าใจลุงสุดๆ แต่ว่า บ้านเมืองเรามันเหมือน วัฒนธรรมอ่ะครับ ไม่รับ ตรงๆ เป้ง เป้งอย่างนี้ มันเป็น ทิฐิ ของคนที่หล่อหลอมกันมาคับ

แบบว่าไม่ยอมผิด หรือไม่รับฟังง ความจริงไม่อยากฟัง อยากรับรู้เฉพาะที่ตัวอยากรับรู้ เอากาละมังมาดิ้ สังคมไทยเขาจะรับฟังแต่สิ่งบวก ด้านลบที่เป็นจริงเขามักไม่พูดถึง เขาบอกว่า ช่างมัน ไม่ใช่เรื่อง สังคมมันถึงถ่างออกอย่างนี้ไงคับ

ลุงระวังเจอแบบว่า ผมจะด่าคุณอ่ะ ผมไม่ชอบคุณ คุณจะทำไม แล้วลุงจะหนาว เหตุผลผิดถูก ผมจะเอากะละมังครอบหัวผม นายอย่าเอาออกนะ ลุงคงคิดออกว่าเวลาคนพวกนี้หาเรื่องคงไม่ใช้คำสุภาพเช่นนี้หรอก =<

พูดไม่ได้ครับผม อยากอยู่ในสังคมไทย พูดตรงๆไม่ดี

เหมือนไปอยู่อินเดีย เขาโยกหัว จากซ้าย ไป ขวา แปลว่า Okay อย่าไปแปลความผิดจะ สื่อสารคนละเรื่อง


แล้วโลกในเมืองไทยจะสงบสุขขึ้นเยอะครับ ผมลองมาแล้ว ขอแนะนำให้เชื่อผมดีกว่า
( คือโดนด่ามาเยอะ เลยรู้สีกว่า อ๋อออ มันเป็น จั๊งซี่ นี่เอง )


Re: SOS III – รวมด้วยช่วยกันต่อ Jigsaw
เศรษฐกิจโลก เศรษฐกิจไทย และนัยต่อการลงทุน
   By กอบศักดิ์ on 8/25/2009 12:31 PM
สวัสดีครับ

1. คุณลุงเฮาส์

ขอบคุณครับ =) ปกติก็พูดอย่างนี้อยู่แล้วครับ ไม่ได้เกรงใจ หรือ ทำอะไรผิดแปลกไปเลย แต่มองอีกมุมครับ ความจริงแล้วไม่มีใครรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ก็ให้อีกมุมมองเพื่อเป็นข้อมูล และเป็นการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับทุกคนครับ

2. คุณรองเท้าฟาง

ดีครับ ตอนนี้ต้องระวังครับ เพราะข้อมูลเศรษฐกิจ จะเป็นประเภท 3 วันดี 4 วันไข้ และดัชนีก็ดูเหมือนจะตื่นกับข่าวต่างๆ รวมถึงการออกมาพูดของแต่ละคนครับ สามารถทำให้ดัชนีเคลื่อนไหวได้ พอสมควร

อีกอย่างในช่วงที่ผ่านมา หลายคนมองว่าดัชนีของจีนขึ้นไปเยอะ แล้วก็แพง (เพราะขึ้นเร็วกว่าเศรษฐกิจ และ earning ของบริษัทต่างๆ) ยังไงก็ขอให้ลงทุนอย่างระมัดระวังนะครับ จะเอาใจช่วยครับ

3. คุณวี

สวัสดีครับคุณวี ยินดีเสมอครับ และการที่มาเล่าให้ฟังก็เป็นการบังคับให้ผมต้องอ่านสิ่งต่างๆเหล่านี้และเข้าใจว่ากำลังเกิดอะไรขึ้นครับ ก็สนุกดีและเป็นประโยชน์ต่องานมากครับ

ขอบคุณครับ
MJ กอบ

Re: SOS III – รวมด้วยช่วยกันต่อ Jigsaw
เศรษฐกิจโลก เศรษฐกิจไทย และนัยต่อการลงทุน
   By อนิรุทธิ์ on 8/25/2009 2:57 PM
มานั่งคิดดูว่า เป็นคนไทยยุคนี้ มันไม่ง่ายจริงๆ นั่นแหละ (วิกฤติเศรษฐกิจ 2 ครั้งในรอบ 10 ปี) คือ สภาพแวดล้อมมันไม่เอื้อ จริงๆ แหละ
แล้วพอมาคิดดูว่า ชีวิตแต่ละคน ส่วนมาก ก็เดินตามกันมา ที่ จะต้องค้นหาตัวเอง เรียนรู้ตัวเอง ว่าชอบอะไร ใฝ่ฝันอะไร อยากทำอะไร (ที่ผมชอบเรียกว่าหน้าที่ต่อตัวเอง)
เช่น บางคน อาจจะ พอใจ ที่ได้ แค่มีมุมสงบๆ อ่านหนังสือที่ตัวเองชอบ วาดรูป อ่านปรัชญา หรืออะไรก็ว่ากันไป (แต่กว่าจะทำได้ มันก็ไม่ง่ายหรอก เพราะกว่าจะหาเงิน เก็บเงินเก็บทอง จนมั่นใจว่า แก่ตัว เจ็บไข้อะไรจะได้ไม่ต้องกังวลแล้ว มันก็ต้องใช้เวลาอยู่ดีแหล่ะ
มิพักต้องมาพูดถึงว่า เราก็มีหน้าที่ต่อครอบครัว พ่อแม่พี่น้องเรา คนรัก ภรรยา บุตร ธิดา ญาติโกโหติกา ที่จะต้องเลี้ยงหรือสนับสนุนเขาให้ไปได้ด้วยดี
แถม ยังมีหน้าที่ต่อสังคม ส่วนรวม ที่เราอยู่อาศัย ตามที่ครูบาอาจารย์สอนกันมา อยู่อีก
รวมความแล้ว ซัดไป 3 Function กับหน้าที่ทางโลก และถ้า เกิดมาเป็นมนุษย์ ค้นพบพุทธศาสนา (หรือศาสนาอะไรก็ตาม) ก็คงอยากมีหน้าที่ทางธรรมเพิ่มไปอีกหนึ่ง


แล้วพอดี ไอ้เรามันก็มนุษย์ปุถุชนธรรมดา ที่ไม่สามารถอิ่มทิพย์ได้ ดังนั้น มันก็ต้องวนอยู่กับเรื่องเงินๆทองๆ อยู่ดีแหล่ะ ไม่มากก็น้อย ก็เลยต้องวนอยู่กับเรื่องการหาเลี้ยงปากเลี้ยงท้อง เรื่องเศรษฐกิจอะไรทำนองนี้

ซึ่งมันคงจะง่าย ถ้าอยู่ในยุคที่เศรษฐกิจ สภาพแวดล้อม มันไม่เข็ญใจขนาดนี้ (มีวิกฤติเศรษฐกิจ 2 ครั้ง ในรอบ 10 ปี ใครบอกว่ามันชิล ชิล ลุงเฮ้าส์จะขอ ชิ่ว ชิ่ว ให้กลับไปคิดดูใหม่)
คงจะไม่แปลก ถ้าใครจะบอกว่า ไม่เอาแล้ว อุดมกง อุดมการณ์ แค่จะเลี้ยงตัวให้รอด ก็รากเลือดแล้ว จะให้มาคิดถึง สังคม อะรง อะไร ไม่ไหวหรอกฮ่ะ
(แล้วอาจจะมีบางคนที่คิดไปว่า อย่าว่าแต่ หน้าที่ต่อสังคมเลย หน้าที่ต่อครอบครัว ฉันก็จะโยนทิ้งอยู่แล้ว อันนี้ ลุงเฮ้าส์ก็ไม่ว่า อะไร แต่คนพรรค์นี้ เป็นคนที่ลุงเฮ้าส์ ถือคติมานานแล้ว ว่า ตรูไม่ยุ่งด้วยให้เปลืองตัวหรอก)

ย้อนกลับมาคนที่มีอุดมการณ์อะไร แล้วมาเจอยุคที่เศรษฐกิจ สภาพแวดล้อมเป็นอย่างนี้ จะให้เขาทำตัวอย่างไร
อย่ามาบอกให้ ทำใจ นะ หยาบ มักง้าย มักง่าย ไร้ความรับผิดชอบ ไม่สมกับที่ได้เกิดมาเป็นผู้เป็นคนกับเขาแล้วชาติหนึ่ง
แต่ในอีกด้านนึง มันก็จะตายกันอยู่แล้ว จะให้ไปคิดถึงคนอื่น มันก็แทบไม่ต่างอะไรไปจาก เตี้ยอุ้มค่อม

ก็ไม่ว่าอะไร แต่จะขอเล่าตัวอย่างของชายชราคนนึง ที่พอมีประสบการณ์อะไรทำนองนี้อยู่บ้าง
อย่างสมัยนึง ผมเคยค้นหาตัวเองจนรู้ว่า เมื่อเสร็จพันธะจากหน้าที่ของตัวเอง และต่อครอบครัว (พ่อแม่ลูกเมีย ) แล้วคงไปทำหน้าที่ต่อสังคม ด้วยการสร้างสวนสาธารณะ
แต่ก็ด้วย ความเป็นจริงของชีวิต มันสอน มันบอกให้เรารู้ว่า การทำอย่างนั้น (สวนสาธารณะ) มันคงเป็นไปไม่ได้ กับชีวิตเรา (ด้วยเราไม่ใช่ พวก Millionaire) แต่ก็ไม่อยากขี้โกงตัวเอง ด้วยการทิ้งความฝันไปแบบดื้อๆ ก็เลยคิดถึงทรัพยากรที่ตัวเองมีอยู่ คือตัวเอง คิดว่า ถ้าประกาศตัวตั้งแต่ตอนนั้น (30 ปี) ว่าจะครองตัวเป็นโสด ตั้งแต่ตอนนั้น แล้ว 50 ไปบวชเป็นพระทำมูลนิธิ คงเรียกแรงศรัทธา จากคนใกล้ตัวได้ไม่น้อยแล้วคงทำอะไรใหญ่ๆโตๆได้ (น่าจะใกล้เคียงกับสวนสาธารณะ) ก็เลยตัดใจตั้งแต่ตอนนั้นเลย
(แต่กว่าจะตัดใจได้ ก็ทำใจอยู่นานแหล่ะ ก็แหม อายุ 30 ปี กำลัง Hot เลย ต้องมายอมครองตัวเป็นโสดซะแล้ว ใช่ว่าจะง่ายๆนะ ฮะเอิ้ก )

คืออยากจะบอกว่า คนที่บ่มเพาะตัวเอง จนค้นพบความต้องการ ความฝันของตัวเอง แล้วมาเจอสถานการณ์ ที่ไม่เอื้อ ก็คงทำใจยากอยู่ ที่จะพยายามเลี้ยงความฝันของตัวเองไว้ แต่อยากจะบอกว่า หาเหลี่ยมหามุมให้มันกันหน่อย เดินทางตรงไม่ได้ ก็เดินเฉียงๆ เดินเฉียงๆไม่ได้ ก็เดินทางอ้อม เดินทางอ้อมไม่ได้ ก็เดินวกไป หาทางไปกันให้ได้ ให้พยายามให้สุดๆ กันจริงๆ ถึงจะค่อยยอมแพ้ เพราะถ้ามันสุดๆไปแล้ว และมันไม่ได้ ก็คงต้องยอมรับสภาพกันแล้วล่ะ (แต่ก็ไม่ง่ายแหล่ะ ที่จะบอกตัวเองว่าได้พยายามเต็มที่แล้ว เพราะคนเรามันหลอกตัวเองไม่ได้ ใจอาจจะอยากบอกตัวเองว่าได้พยายามเต็มที่แล้ว แต่ความเป็นจริงมันจะบอกเราเองแหล่ะ ว่าได้พยายามเต็มที่แล้วหรือยัง ซึ่งรับประกันได้ว่า ไม่ต้องกลัวหรอก ว่าเราจะหลอกตัวเองได้ เนื่องจากลองแล้ว มันทำไม่ได้ ฮะ ฮ่า )

หาเลี่ยม หามุมกันไป ตอบตัวเองให้ได้ว่า ที่สุดแล้ว หน้าที่ของการเกิดเป็นคนคืออะไร จะหาทางตอบสนองได้อย่างไร และถ้าไม่ได้ แผนสำรองที่ 1 ที่ 2 ที่ 3 ที่จะเอามาใช้ทดแทนคืออะไร โดยที่ไม่ต้องพยายามหลอกตัวเอง (ถ้าไม่อยากแก่ตัว แล้วต้องมานั่งเสียใจ ไม่ต้องพยายามหาเหตุผลมาตะแบงหรอก ป่วยการ เสียเวลา ) ยอมรับความจริงแล้วหาลู่ทางกันไปดีกว่า

ช่วยไม่ได้ ดันเกิดมาเป็นคนไทยยุคนี้ ก็ต้องรับสภาพกันไป แต่คิดในอีกแง่นึง ก็ดี เท่ดี เป็นคนไทยรุ่นที่ ภายหลัง คนรุ่นหลังต้องมายกย่อง เนื่องจากดันมารับกรรมของประเทศกันไปเต็มๆ
(เพื่อนบ้านเราเขารับกรรมของประเทศกันไปแล้ว เช่น ยุคล่าอาณานิคม ยุคสงครามโลก ประเทศเรามันดันรอดมาได้ )

หวังว่า คงจะฉุดใครต่อใคร ที่กำลัง อยู่ในช่วง “ตก” ให้ลุกขึ้นมา “ตะกาย” กันได้บ้าง แม้ทำไม่ได้อย่างถาวร ก็ขอให้ได้ สักพักก็ยังดี อย่างน้อย มันจะได้เป็นจุดเริ่มต้น กันได้สักหน่อย
เคารพ
ลุงเฮ้าส์

Re: SOS III – รวมด้วยช่วยกันต่อ Jigsaw
เศรษฐกิจโลก เศรษฐกิจไทย และนัยต่อการลงทุน
   By รองเท้าฟาง on 8/25/2009 4:27 PM
ไอ้ที่ว่าผิดอ่ะคับ ไม่หรอกครับ ถ้าลุงเฮาส์ไม่จุดประกาย เราก็ไม่ได้เล่าสิ่งต่างๆออกมา
อาจารย์ท่านก็เล่าให้ฟังต่อไม่ได้ ?? ไม่เห็นว่าใครจะว่าใครผิดตอนไหนเลย แล้วที่สำคัญก็ไม่รู้ด้วยว่าถูกคืออะไร แล้วต่อไปจะมีอะไรอีก ใครจะรู้ลุง

ไม่ใช่หน้าที่เราที่จะดูรักษาให้คนรุ่นหลังนะครับ ทุกคนทุกยุค ต้องประคองกันไปเอง ไม่ทำ ไม่ประคับประคอง เดี่ยวก็รู้ ถ้าไอ้พวกเด็กรุ่นหลังมันทนกันได้ ก็ทนกันไป ไม่ใช่หน้าที่

Re: SOS III – รวมด้วยช่วยกันต่อ Jigsaw
เศรษฐกิจโลก เศรษฐกิจไทย และนัยต่อการลงทุน
   By รองเท้าฟาง on 8/25/2009 6:56 PM
เผื่อเบื่อ เบือเพลงทางโลกครับ เพราะมาก กรุณามาก
http://audio.palungjit.com/f24/ไต่ปุยจิ่ว-มหากรุณาธารณีสูตร-2592.html

http://vdo.palungjit.com/video/1209/นิทาน-ชาดก-พระโพธิสัตว์ผู้ใจบุญ
http://vdo.palungjit.com/video/3000/นิทาน-ชาดก-หนุ่มน้อยเจ้าปัญญา

มูลนิธิคับ

Re: SOS III – รวมด้วยช่วยกันต่อ Jigsaw
เศรษฐกิจโลก เศรษฐกิจไทย และนัยต่อการลงทุน
   By อนิรุทธิ์ on 8/26/2009 1:56 PM
ไปอ่านที่อาจารย์กอบ ทำไว้ ใน บล็อค อาจารย์กอบ เดือนก่อนๆ ก็เลยเห็นว่า ควรจะบันทึกปัจจัยลงไปเพิ่ม แต่ไม่อยากรอให้ครบอาทิตย์ เพราะไม่ใช่การ Update
ลุงเฮ้าส์

Re: SOS III – รวมด้วยช่วยกันต่อ Jigsaw
เศรษฐกิจโลก เศรษฐกิจไทย และนัยต่อการลงทุน
   By อนิรุทธิ์ on 8/26/2009 2:01 PM
++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
ปัจจัยเชิงบวกและรายชื่อผู้ที่มองในเชิงบวก

เหตุผลสนับสนุน - ใน USA
1. ดัชนี S & P Case –Shiller ปรับตัวดีขึ้นมาก ในเดือน พฤษภาคม,มาตรการ Credit Easing ก็ เป็นการปล่อยเงินไปช่วยตลาดบ้านได้อย่างตรงจุด ซึ่งน่าจะได้ผลเพราะระบบการเงินของ USA พึ่งพาตลาดทุนมากกว่า Bank
(ดีมาได้ กี่เดือนแล้ว ต่อเนื่องมั้ย จะจัดว่าเป็นการทรงในการทรุดได้หรือยัง,ถ้าหยุดมาตรการ Credit Easing แล้วจะเป็นอย่างไร)
2.ผลประกอบการของบริษัทฯในตลาดหุ้นต่างๆ ที่ออกมาดี (เป็นการดีจากการลดต้นทุน การขายสินทรัพย์ทิ้ง หรือ เป็นการดีจากการขายสินค้าได้ สินค้าขายแล้วมีกำไร)
3. US Leading Economic Indicator ที่ประกาศมาล่าสุด ปรับตัวดีขึ้น 4 เดือน ติดต่อกัน , ดัชนีตกจาก 104-105 ในกลางปี 07 ไปถึง 98 ตอนประมาณเดือน 3 ปีนี้ แล้วปรับขึ้นมาเป็นประมาณ 102 , ซึ่งมันจะเหมือนกับการปรับตัวในอดีต เวลา เจอวิกฤติ เศรษฐกิจครั้งใดๆ ก่อนจะฟื้นตัว ดัชนีตัวนี้ จะค่อยๆ ปรับตัวดีขึ้นก่อน
(ดีมาได้ กี่เดือนแล้ว ต่อเนื่องมั้ย จะจัดว่าเป็นการทรงในการทรุดได้หรือยัง หรือ ดีขึ้นให้ดีใจ 4-5 เดือน แล้วร่วงผล็อยลงไปอีก)
4.การใช้จ่ายผู้บริโภคและความเชื่อมั่นผู้บริโภค ใน USA ปรับตัวดีขึ้น
(ดีมาได้ กี่เดือนแล้ว ต่อเนื่องมั้ย จะจัดว่าเป็นการทรงในการทรุดได้หรือยัง)
6.สถาณการณ์ในตลาดการเงินเริ่มดีขึ้น (.สถาบันการเงินต่างๆที่เร่งคืนเงินโครงการ TARP ไม่ได้สะท้อนว่า สถาบันการเงินเหล่านั้นเข้มแข็งแล้ว เพราะในส่วนหนึ่ง ก็ต้องจัดว่า เร่งคืนหนี้ เพื่อให้หลุดพ้นจากข้อพันธนาการมากมาย เช่น จะให้เงินเดือนสูงๆ Bonus เยอะๆ ก็ทำไม่ได้, การผ่อนคลายกฎระเบียบ Mark to market เมื่อ 3-4 เดือนที่ผ่านมา ตลอดจน Stress Test ที่ ถูกจัดว่าสมมุติฐานอ่อนและคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจจะฟื้นและแบงค์จะมีกำไร อาจจะเอื้อให้ สถาบันการเงินสามารถดูดีแค่ในระยะสั้น)
7.ธุรกิจใน USA ลดสต็อกลงไปมาก จนเริ่มสอดคล้องกับยอดขาย
8.ความต้องการสินค้าคงทนเริ่มกลับเข้ามา
นอก USA
1..อัตราการหดตัวทางเศรษฐกิจ เริ่มชะลอตัวช้าลง หรือ GDP เริ่มพลิกกลับเป็นบวก ใน ยุโรป และ ญี่ปุ่น

คนที่สนับสนุนความเชื่อนี้ ก็ได้แก่ บารัก โอบามา, อลัน กรีนสแปน , พอล ครุกแมน , IMF , Joseph Stiglitz, จอรท์ โซรอส , วอร์เรน บัฟเฟ็ตต์

ปัจจัยเชิงลบและรายชื่อผู้ที่มองในเชิงลบ

เหตุผลสนับสนุน ใน USA
1. ภาวการณ์ขาดดุลด้านงบประมาณ หนี้สาธารณะ จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจต่างๆ ที่ออกมาตั้งแต่ช่วงปลายสมัยบุช ต่อเนื่องมาจนถึง โอบามา ผนวกกับการขาดดุลที่มีมานานแล้ว ของรัฐบาล USA (จะเก็บภาษีก็เป็นเรื่องลำบาก จะขายพันธบัตร USA พันธบัตร USA ก็ลดความน่าสนใจมานานแล้ว )
2.ราคาน้ำมันที่สูงขึ้น (เศรษฐกิจต่อให้ฟื้น ก็จะฟื้น แบบ L , W, U , UU ราคาน้ำมันจึงไปไม่ได้)
3..ตลาดแรงงานที่แย่มาก ไปฉุดการบริโภค ของประชาชน และสัดส่วนการบริโภคของคนต่อ GDP อยู่ในอัตราที่สูงมาก (แถมโครงสร้างเศรษฐกิจการค้าโลก เกือบทุกประเทศพึ่งพาการส่งออก ไปยัง USA โดยทางตรงและทางอ้อม)
4..ภาวะเงินเฟ้อ จากการอัดสภาพคล่องเข้าไปในระบบมากเกินไป ผ่านทางเงินอัดฉีด ของ FED ในรูปแบบต่างๆ ตั้งแต่คราวที่ AIG ล้ม ระเรื่อยมา จนถึง การทำ Credit Easing โดย A . การอัดฉีดเงินออกไปยัง Mortgage market B.ลดต้นทุนกู้ยืมของภาคเอกชนโดยซื้อพันธบัตรระยะยาว อาจทำให้เกิดเงินเฟ้อ ได้
(แต่ สถาบันการเงินปล่อยสินเชื่อไม่ได้, เงืนที่ใส่ลงไปใน Mortgage Market แค่ชดเชยเงินที่หายไปจากระบบ , ส่วนของการซื้อพันธบัตรระยะยาว สามารถดูดกลับได้จากช่วงอื่นๆ เช่น ปล่อยที่ระยะยาว ดึงกลับจากพันธบัตรระยะสั้น, คนยังตกงานอีกมาก)
5..การออกจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเร็วเกินไป ซึ่งถูกมองเป็นสาเหตุหลัก ว่าจะทำให้เกิด Double Dip Recession ได้ (แต่ในด้านกลับ USA ก็กระตุ้นเศรษฐกิจ ด้วยวงเงิน 2 % ของ GDP อยู่แล้ว ซึ่งจัดว่ามากแล้ว คุณท่านจะไปหาเงินมาจากไหนอีก)
(และปี 2010 ก็เป็นปีที่รัฐบาลหลายประเทศ ตั้งใจจะลดการกระตุ้นอยู่แล้ว)
6. Bad Lone หนี้เสียของพวกธนาคารพาณิชย์ยังไม่ได้แก้แบบเป็นเรื่องเป็นราว แม้จะมี Geisner Plan ออกมาตั้งแต่ เดือนมีนาคม (ที่ทำเป็นโครงการร่วมระหว่างรัฐและเอกชน) แต่ยังไม่เห็นรูปธรรมแบบเป็นเรื่องเป็นราว
8..Bank ขนาดเล็กจะล้มอีกจำนวนหนึ่ง
9..ความมั่งคั่งของภาคครัวเรือน ใน USA ลดลง ประกอบกับ คนอเมริกาเปลี่ยนนิสัยหันไปออมมากขึ้น
10..ระบบการทำ Securitization ของ แบงค์ต่างๆ หายไป , การปล่อยสินเชื่อของ ธนาคารพาณิชย์ต่างๆ ยังทำไม่ค่อยจะได้
11..Housing Supply ใน USA ยังมีอยู่ล่วงหน้า 8-9 เดือน
12. การล้มของ Colonial Bank ที่เป็นBank ขนาดกลาง
13. ผลกระทบของหวัด 2009
14.มาตรการ Credit Easing ในส่วนของการเข้าไปซื้อพันธบัตรระยะยาว Bond Yield ที่ต่ำลง หลังจากการประกาศมาตรการ Credit Easing ก็ทำได้แค่ ไม่กี่วัน หลังจากนั้น เมื่อกระแส นักลงทุน เริ่มหนี Bond เข้าหาสินทรัพย์เสี่ยง Bond Yield ก็ปู้ดปร้าดมาตลอด ( ประมาณ 3.5 % ซึ่งไม่น่าจัดว่าสูงมาก)
แต่ถ้า FED หยุดมาตรการล่ะ เพราจะทำต่อก็มีคนบอกว่าเป็นการพิมพ์ แบงค์ ซึ่งจะไปทำให้เงินเฟ้อขึ้นอีก
15.ฐานะการคลังของรัฐต่างๆใน USA
16.ปัญหาของ USA ครั้งนี้เป็นปัญหาของ Balance Sheet ไปทุกส่วน (สถาบันการเงิน,บริยัท,ครัวเรือน) ซึ่งการจะล้างหนี้เสียคนกลุ่มนี้ได้ต้องใช้เวลา

นอก USA
1. .จุดอื่นๆของโลก ยังมีปัญหา เช่น ยุโรป ก็ต้องระวัง เรื่องยุโรปตะวันออก หรือ การต้องอัดฉีดเงินเข้าระบบอยู่ในเดือน 6 ,ญี่ปุ่น ก็มีหนี้ภาครัฐสูงมากและหลังๆอิงก่รส่งออกมากกว่าการบริโภคในประเทศ , BRIC ก็พึ่งพาการส่งออกมาก
และโครงสร้างเศรษฐกิจโลก (ที่วางอยู่บนกลไกที่ว่า ให้สหรัฐเป็นผู้บริโภค ประเทศอื่นๆ ที่ได้ดุลการค้า ก็เอาเงินไปซื้อพันธบัตรสหรัฐ เพื่อให้สหรัฐมีเงินมาบริโภคต่อ) ก็ยังไม่ได้เปลี่ยนอย่างมีนัยสำคัญ

คนที่สนับสนุนความเชื่อนี้หรือออกมาเตือนถึงเรื่องทำนองนี้ ก็ได้แก่ นูเรียล รูเบนิ , Norbert Walter ( Deautch Bank) , World Bank (World Bank เป็นกลุ่มที่มองในเชิงลบมากกว่าเชิงบวก


ข้อสังเกต 1. ข่าวเรื่อง IMF อัดฉีดเงินพิเศษเอสดีอาร์ (Special Drawing Rights) จำนวน 250,000 ล้านดอลลาร์ มาจัดสรรให้กับกองทุนสำรองเงินตราต่างประเทศของสมาชิก เพื่อเสริมสภาพคล่องในระบบเศรษฐกิจโลก" โดยเครื่องมือที่ว่านี้ไอเอ็มเอฟนำออกมาใช้น้อยครั้งมาก และครั้งนี้ก็เป็นการจัดสรรครั้งใหญ่สุดในรอบ 60 ปี
เงินก้อนนี้ น่าสนใจ เพราะถ้าแจกจ่าย ให้ประเทศทั่วโลก ก็อาจจะไปเสริมสภาพคล่องในส่วนที่หดหายไปจากการไม่ปล่อยสินเชื่อของเอกชนประเทศต่างๆ หรือ อาจจะเอาไปทำแผนกระตุ้นเศรษฐกิจรอบ 2 -3 -4 -5 กันได้ หรืออาจไปทำทุนสำรอง เพื่อไปใช้ในการพิมพ์ธนบัตรได้ (ตามหลักการพิมพ์ธนบัตรโดยอาศัยทุนสำรอง)
แต่ที่มาของเงินก้อนนี้จะมาจากไหน ในเมื่อ ปีที่แล้วยังมีข่าว IMF ถังแตกอยู่เลย (ถึงกับต้องขายทองคำ) หรือจะเป็นการออกพันธบัตร แต่จะหาใครซื้อ
+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

Re: SOS III – รวมด้วยช่วยกันต่อ Jigsaw
เศรษฐกิจโลก เศรษฐกิจไทย และนัยต่อการลงทุน
   By อนิรุทธิ์ on 8/26/2009 5:32 PM
ทำไมต้องศึกษาเศรษฐกิจการเงินโลก
เรื่องมันยากนะ ไกลตัวไปหรือเปล่า ศึกษาแล้วได้อะไร เอาเวลาไปทำอะไรอย่างอื่นดีกว่ามั้ย
ตอบแบบกำปั้นทุบดินที่สุด ปี 40 ที ปี 50 ที ที่เราเจอ วิกฤติเศรษฐกิจ ไม่ใช่เรื่องของเศรษฐกิจการเงินโลกเหรอ เพียงพอไม๊ที่จะมาสนใจ
แต่ก็บอกไม่ได้ 100 % หรอก เพราะวิกฤติเมืองไทยปี 50 มันมีเรื่องของการเมืองเข้ามาเอี่ยวด้วย

แต่ถ้า มามองว่า โลกปัจจุบันนี้ มันเป็นเรื่องของโลกาภิวัตน์ สิ่งที่เกิดขึ้นในระดับโลก มักจะเข้ามากระทบกับเราอยู่แล้ว ก็จะมั่นใจยิ่งขึ้น (ถึงแม้จะแย้งว่า ถ้าสภาพโลกาภิวัตน์มันส่งผลให้เป็นปัญหาอย่างนี้ ต่อไปแต่ละประเทศอาจพิจารณาที่จะจำกัด การเปิดเสรีกันบ้างแหล่ะ แต่ขอบอกว่ายาก ด้วยเทคโนโลยีทุกวันนี้ ทำให้การสื่อสาร การเดินทางไปมาหาสู่กันมันง่ายแสนง่าย ) การจะปิดตัวเอง คงทำไม่ได้ง่ายๆ ต่อให้มันจะได้ มันก็คงต้องใช้เวลาพักใหญ่ๆแหล่ะ

หรือคิดว่า ประเทศเรานี้ พึ่งพาการส่งออก 60-70-80 % แถวๆนี้แหละ จำไม่ได้ ขี้เกียจจำ ไม่ได้อยากเป็นนักเศรษฐศาสตร์ อยากเป็นลุงเฮ้าส์ ผู้ ขี้บ่น ปากเสีย แต่หวังดี (ฮะ เอิ้ก)
การเข้าใจเศรษฐกิจโลก ย่อมสามารถเอามาใช้ประโยชน์ได้อยู่ดี แม้จะเถียงว่า กระแสกีดกันการค้า อาจทำให้ คนต้องซื้อของในประเทศกันมากขึ้น แต่มันไม่สามารถทำได้ ในเวลาสั้นๆ หรอก มันต้องใช้เวลา

รวมความแล้ว คุ้ม ที่จะศึกษา อย่างน้อยก็น่าจะใช้ประโยชน์ได้สัก 5 ปี
ลุงเฮ้าส์

Re: SOS III – รวมด้วยช่วยกันต่อ Jigsaw
เศรษฐกิจโลก เศรษฐกิจไทย และนัยต่อการลงทุน
   By อนิรุทธิ์ on 8/26/2009 5:37 PM
ว่าด้วยเรื่องค่าแรงจีน

1.ทำไร่อ้อย รับจ้าง ทำไร่ ไถนา (ประมาณนี้) 5 หยวน ต่อวัน แต่ต้องจัดหาอาหารให้
2.ทำโรงงานทั่วๆไป 10 หยวน ต่อวัน มีที่พักและข้าวปลา
อาหารให้ (แต่แย่เอามากๆ ประเภท ห้องน้ำรวม แบบส้วมเมืองจีนสมัยก่อน , ที่นอนก็รวมกัน
แต่คุณภาพต่ำสุดๆ)
12 หยวน ต่อวัน (ให้ไปหาข้าวกินเอง)
ซึ่งแค่นี้ ก็แย่งกันสุดๆแล้ว ประมาณ มากันเป็นตู้รถไฟนั่นแหละ แล้วถ้าอายุมากหน่อย 40 กว่าๆ หางานไม่ได้ชัวร์ๆ ต้องมาเป็นพ่อค้าขายของเร่ในเมืองไทย
3.มีวุฒิการศึกษา (น่าจะปริญญาตรีหรือโท ) 3000 หยวนต่อเดือน
(หยวนนึงตกประมาณ 5 บาท )
Source : พ่อค้าน้ำเต้าหู้แถวบ้าน ที่อพยทมาจากเมืองจีน ทำมาหากินอยู่ในประเทศไทย อยู่ที่ตลาดมาลี นครปฐม
ลุงเฮ้าส์
ปล. ค่าแรงขั้นต่ำเมืองไทย ตกประมาณ สองร้อยต้นๆ

Re: SOS III – รวมด้วยช่วยกันต่อ Jigsaw
เศรษฐกิจโลก เศรษฐกิจไทย และนัยต่อการลงทุน
   By รองเท้าฟาง on 8/26/2009 10:00 PM
เซี่ย เซี่ย หว่อ เผิงโหย่ว ลุงเฮาส์

ขอบคุณที่ทำ Qualitative Easing ให้ง่ายต่อการเห็นภาพคับ
นึกว่าเงิน จ๊าด พม่า จ๊ากกกก

บอกแกขายเต้าฮวยใส่แป๊ะก๊วยได้แล้วนะจะได้ครองมาเก็ตแชร์เยาวราช
เดี๋ยวนี้ แป๊ะก๊วยถูกมาก ตั้งแต่เปิดเสรี ที่จริงอะไรที่เป็นสิ่งที่ควรจะใช้ร่วมกันก็ไม่
จำเป็นต้องทำ เสียแรงงาน เสียเวลา เสียต้นทุน แต่มนุษย์เราเองแหละ สร้าง
สมมุติ ตัวตน อะไรหลายๆอย่าง ถ้าเลือกได้ แค่มีกิน มีใช้ เหลือเก็บ ไม่อดตาย
ก็น่าจะพอ เครื่องเพชร ของประดับ ก็พอมีบ้างอย่าให้ผู้ดีเขาดูถูกเราได้ว่า
เป็นขี้ข้าม้าคอก ก็ okay แล้ว

เดี๋ยวนี้ โลกอยู่ปลายนิ้ว จะให้ย้อนหลังไปใช้ชีวิตแบบว่าระบบสังคมนิยมคงไม่เหมาะ
แต่อย่าไปรุกรานอะไรเขา ไม่ใช่ว่าฉลาดหรือ มีอำนาจแล้วจะทำอะไรได้ทั้งหมดนะ

200 พวกเราก็เลย เอ้า เค๊าะ เขาแห่ไปทำอะไรแล้วรวย ไปบ้าง ทำด้วย เค้าะ

ขอบคุณลุงเฮาส์ ที่ทำให้ Kalamung Theory ผม invalid :P

Re: SOS III – รวมด้วยช่วยกันต่อ Jigsaw
เศรษฐกิจโลก เศรษฐกิจไทย และนัยต่อการลงทุน
   By อนิรุทธิ์ on 8/27/2009 6:58 AM
ประวัติ Bond ฉบับลุงเฮ้าส์ Ver. 1
ลักษณะการทำมาหากินของโลกในช่วงหลายปีที่ผ่านมา จะเป็นประเทศอื่นๆในโลกผลิตสินค้า ทำการค้ากับอเมริกา ได้ดุลการค้าจากอเมริกา ก็เอาเงินกลับไปให้อเมริกาใช้จ่าย โดยเข้าไปซื้อพันธบัตรสหรัฐ เม็ดเงินในโลกเลยไปกระจุกตัวที่ศูนย์กลางการเงินโลก ประเทศสหรัฐอเมริกา (เอาแบบคร่าวๆไปก่อน จะเล่าให้ละเอียดต้องเล่ายาว)

A.ประมาณช่วง 3-4 ปีก่อน สหรัฐเจอปัญหาการขาดดุลแฝด(การขาดดุลแฝดคืออะไร ไปทำการบ้านกันก่อน ) ค่าเงิน USD จึงอ่อน คนเลยโยกเงินออกจาก Bond ไปเข้าทองคำ ตลาดทุน น้ำมัน อะไรต่างๆ ยกตัวอย่าง เช่น
- กรณีของไทย เมื่อ สมัยนายกสุรยุทธิ์ ที่ต้องมีการออกมาตรการกันสำรอง 30 % เพราะค่าเงินไทยแข็งม้ากมาก เนื่องจากเงินไหลเข้ามาเก็งกำไรในตลาดทุน ตลาดตราสารหนี้ กันเยอะ
- ราคา โภคภัณฑ์ สูง เช่น ข้าวไทย เมื่อต้นปีที่แล้ว น้ำมัน ไปที่ 147 USD เมื่อกลางปีที่แล้ว
- ทองคำขึ้นมา 3-4 ปีติดต่อกัน
คือ คนไม่อยากเอา เงินไปเก็บไว้ที่ พันธบัตร สหรัฐ เนื่องจาก ค่าเงิน USD มีแวว อ่อนลงเรื่อยๆ เขาไปเลยไปเก็บไว้ที่อื่นดีกว่า (ไม่นับญี่ปุ่น เพราะพ่อบ้านแม่บ้าน ญี่ปุ่น เขาชอบทำมาหากินกับพวก Carry Trade อยู่แล้ว เงินเยนเลยไปคนละทางกับ USD (ไว้มาเล่าให้ฟัง))

B.แต่พอมาเกิด ปัญหา Subprime ช่วงการล้มละลายของ AIG , เลห์แมน บราเดอรส์ ,แฟนนีเม เฟรดดีแมค ,ฯลฯ จึงเกิดการไถ่ถอนออกจาก สินทรัพย์ต่างๆ โยกกลับไปที่ USA เพื่อเตรียมสภาพไว้สำหรับการไถ่ถอน เปรียบง่ายๆ ขอถือเงินสด เนื่องจาก สกุล USD เป็นสกุลที่ใช้กันมากที่สุดในโลก (เลยเกิดสภาพหุ้นตกมันทุกตลาดทั่วโลก โภคภัณฑ์ร่วงระเนระนาด )

C.ช่วงถัดมา ด้วยความที่ ค่าเงิน USD มีปัญหาจาก Double Deficit อยู่เป็นเจ้าเรือน ผนวกกับ ความเป็นประเทศต้นตอของปัญหาครั้งนี้ ครั้นคนจะถือ Asset เห่ยๆ ตัวนี้ ก็กระไรอยู่ เลยเริ่มหนีจาก Bond ทำให้มีสัญญานของการผละออกจาก Bond กันบ้างแล้ว (โดยผมดูจาก Dollar Index ที่ใช้เปรียบเทียบเงินสกุลหลักๆ กับ USD ค่าเงิน USD เริ่มอ่อน ตั้งแต่ต้นมีนาแล้ว (ก่อนกระแสการเข้าสินทรัพย์เสี่ยง คือ หุ้นขึ้นทั่วโลกนั่นแหละ)
และ ถ้าดูจากดัชนี Bond ล่ะ มันก็เริ่มมีสัญญาน คนเทขาย Bond ทำให้ราคา Bond ลง จน Yield สูงขึ้น กันตั้งแต่ กลางเดือนมกราคมกันแล้ว (ก่อนคนเข้าหาสินทรัพย์เสี่ยงซะอีก)
(ตามหลัก ราคา Bond ไปทางไหน Yield ไปทางตรงกันข้าม ราคา Bond ลง Yield จะสูงขึ้น , ราคา Bond สูง Yield จะลง ) (เพราะว่าถ้าคนยังคงเข้าหา Bond, Bond ย่อมเป็นที่ต้องการ ,ของอะไรที่มีคนต้องการ ราคาจะสูง, พอราคา Bond สูง Yield ควรจะลง แต่นี่ Yield กลับสูงขึ้นครับ แปลว่าอะไร ก็แปลว่าคนไม่อยากได้ Bond )
(ทำไม ราคา Bond ไปทางไหน Yield ไปตรงกันข้าม อันนี้จะมาเล่าให้ฟัง ให้ไปทำการบ้านเองคงไม่ไหวหรอก ยากเกิน)

D.ไล่กันมา ช่วงแค่เดือน สองเดือน (กลางมีนาคม) FED ก็ประกาศทำ Credit Easing (จะพูดเฉพาะแค่ในส่วนเข้าไปรับซื้อพันธบัตร) แกเข้าไปรับซื้อพันธบัตรระยะยาว ก็เลยทำให้ Bond Yield ไม่สูงขึ้นมาก (หรือจะมองว่า FED รู้แกว ว่าคนจะหนีออกจาก Bond เลยประกาศมาตรการเข้าซื้อ Bond ก็สุดแล้วแต่ เพราะฉันก็ไม่รู้ ฉันเป็นคุณลุงเฮ้าส์ แห่งตลาดมาลี นครปฐม ไม่ใช่ Mr.Houson of FED Philadephia อะไรทำนองนั้น)
(อาจารย์กอบศักดิ์ ท่านมองว่าที่ Yield สูงขึ้น เพราะกลัวเงินเฟ้อ ก็สุดแล้วแต่ ว่าจะเชื่อใคร (เลยไม่มีใครเชื่อผมเลย ฮะเอิ้ก))

E. ช่วงถัดมา ผมขอเรียกว่า สงครามชักเย่อ เพราะมันเหมือนกับ การชักเย่อกันระหว่าง FED ผู้เข้าซื้อพันธบัตร กับคนที่คอยออกไปเข้าหาสินทรัพย์ตัวอื่น เราก็เลยเห็น Bond Yield วิ่งขึ้นลงเป็นที่สนุกสนาน แต่ก็ยังมีกระแสค่อนไปทางสูง ระหว่าง 3.5-4 % (แต่ไม่เคยเกิน 4 % ( ซึ่งขอเดาว่าเป็นเป้าหมาย ที่ FED น่าจะพยายามรักษาไว้ (สำหรับพันธบัตรอายุ 10 ปี ) ด้วยเหตุว่า มันคงดูไม่สูงเกินไปสำหรับ ตราสารหนี้ภาคเอกชน ที่ต้องมาอิงกับพันธบัตรรัฐบาล หรือดอกเบี้ย พวกอสังหา ที่ต้องมาอิงกับ ดอกเบี้ยพันธบัตรระยะยาว) (แต่ทั้งหมดนี้คือการเดา เดาล้วนๆครับ อยากหาคนเถียงมาก เผื่อจะได้เป็นการเดาที่น้อยที่สุดหรือเป็นข้อเท็จจริงไปเลย)

และมันเกี่ยวอะไร ทำไมต้องมารู้เรื่อง Bond (ถ้าเป็น James Bond จะว่าไปอย่าง) ที่ต้องมานั่งรู้แบบไม่ค่อยรู้ รู้เรื่องบ้างไม่รู้เรื่องบ้าง
ก็เพราะมันมีปรากฏการณ์ที่ ก. เงินโยกจากตลาด Bond เข้าไปหาสินทรัพย์เสี่ยง(ขาย Bond ทิ้ง (มีผลให้ Yield สูงขึ้น)) ข. มันทำให้ หลักทรัพย์ตัวสำคัญๆ ราคาขึ้นไปตาม เช่น หุ้น Downjones S&P 500 ขึ้น ค.น้ำมัน โภคภัณฑ์ขึ้น ง.ตลาดหุ้น ประเทศ Emerging Market ในแถบเอเซีย (EM-Asia) ขึ้น (รวมประเทศสยามเข้าไปด้วย) จ. ค่าเงิน USD ตกลง แบบซัดกันเป็นพวง (แม้ช่วงถัดมาจะไม่ค่อยมีสภาพขึ้นลงพร้อมกันทุกตลาด แล้ว)
(แต่หลักรวมๆ น่าจะยังพอใช้ได้อยู่เพราะมันคือเรื่องของการโยกเงินไปมา)

ทีนี้ ถ้าเราจะพอมองเรื่องเหล่านี้ออกบ้าง มันก็จะทำให้เราสังเกตุตลาดได้ดีขึ้น คือ อาจจะดูว่า Bond เริ่มเปลี่ยนแปลง ,ค่าเงินสกุลหลักเริ่มเปลี่ยนแปลง ไอ้พวกสินทรัพย์เสี่ยง ราคาอาจจะตกได้ (ยิ่งในภาวะที่ปัจจัยเสี่ยงยังท่วมตลาดอยู่ (ท่วมไม่ท่วม ไปดู ที่ลุงเฮ้าส์ประมวลข่าวเรื่องการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก ไม่คิดว่า มันจะเยอะขนาดนี้ พิมพ์ไป บ่นไป เลย))

ถ้าเกิดวันใดวันนึง เขาเริ่มกังวลกับการฟื้นแบบไม่ยั่งยืน อย่างเป็นเรื่องเป็นราว หรือ กังวล Double Dip หรือสำนักข่าว เริ่มอยากพูดถึง ข่าวในแง่ร้ายบ้าง สภาพร่วงผล็อยเหมือนนกปีกหัก ย่อมเกิดขึ้นได้

แต่ถ้าเรา ดูกระแส ความเชื่อมโยงของ Fund Flow ออกบ้าง จะได้ชิ่งออกจากตลาดได้ทันเวลา ถูกเวลา (แต่ถ้าแน่พอ จะจับจังหวะซื้อ ขาย ออก ก็ขอแสดงความยินดีด้วย (แล้วอย่าลืมแบ่งเงินไปทำบุญบ้าง) )
หรือไม่ก็จะได้เป็นนักลงทุนรายย่อยผู้ชาญฉลาด เข้าใจเศรษฐกิจโลก เข้าใจ Fund Flow แล้วสุดท้ายรู้มากเกินไป ก็เลยไม่กล้าทำอะไรสักอย่างเหมือนผม(แล้วจะเขียนทำไมเนี่ย)
ลุงเฮ้าส์
ผิด ตก ยกเว้น ,ผิด ตก ยกเว้น (ขอ 2 ทีเลย) เรื่องนี้มันยาก ไม่ค่อยแน่ใจอย่างมาก
ปล.หรือข้อสังเกตุ ได้ยินมาจากคุณอุสรา หรือใครก็ไม่รู้ บอกว่า โดยปรกติ เม็ดเงินต่างชาติ จะเข้ามาทำมาหากินจนจบไตรมาศ 3 แล้วก็จะขนเงินกลับบ้าน ก็ฟังๆกันๆไว้


Re: SOS III – รวมด้วยช่วยกันต่อ Jigsaw
เศรษฐกิจโลก เศรษฐกิจไทย และนัยต่อการลงทุน
   By ตอโต้ง on 8/27/2009 9:18 AM
สวัสดีครับ ดร.กอบ ,ตามอ่านตามฟังที่ ดร.กอบ ได้วิเคราะห์ สังเคราะห์ ไว้ ,
ขอบคุณครับได้ประโยชน์ทุกเมื่อครับ ,
อยากให้ ดร.กอบ ช่วยทบทวนและ update เรื่อง ค่าเงิน อีกรอบครับ ,
และทุกสิ้นเดือน กันยาของทุกปี ,พี่ Japan เขาปิดงบการเงินประจำปี Fund Flow ในอดีตที่ผ่านมา,
มี นัยยะอะไรที่เราต้องจับตามอง และต้อง กังวลใจบ้างครับ ??

สวัสดีครับลุงเฮาส์ , เรื่อง Technical ผมก็ไม่ได้ไปเรียนมาครับ ,
อาศัยจำจำว่า ไอ้ตัวหลักหลัก เขาดูกันยังไง แค่รู้....แต่ไม่เคยใช้ขณะ trade,
รอบบนี้จะอาศัย Trend ของพี่พี่ ดัชนีใหญ่ใหญ่ ของโลก,
แล้วแต่ว่าเป็นรอบ week รอบ day ,
โดยคิดเพ้อเจ้อไปเรื่อยว่า...... + สร้างกรอบแนวต้าน และ แนวรับ ถ้าเราอ่าน Trend +จิตวิทยานักลงทุน ก็พอหากำไรได้,
กำไรน้อย แต่ไม่ขาดทุนหนัก หรือ ขาดทุนบ้าง ถ้าไม่หลุดกรอบแนวรับ,
ถ้าของถูก แล้วเจอ ถูกกว่านี้ก็มีอีกนะ ,
ช่างมันครับ เตือนสติตลอด ,Trend ไม่ผิด ยังไงก็กลับมา,
กำไรพอสมควรก็ออก เอาแน่ไม่ได้ครับ, หายนะชอบมาแบบไม่รู้เนื้อรู้ตัว,
วอลุ่มหายทั่วโลกอย่างนี้ (พี่ S50U09 สองวันหายไปกว่าครึ่ง),
ถ้าเป็นนักพนัน ก็มีได้มีเสีย ,ถ้าเป็นนักลงทุน ถือเงินสดก่อนก็ดีนะครับ,
คันไม้คันมือ ก็โยน กำไรที่ได้มามาเล่น บ้าง ,ขำขำ ครับ,

มีโอกาสจะขอความรู้+ข้อมูล กับดร.กอบ,ลุงเฮาส์ และทุกๆท่านเรื่อง จีน + Hang +Us ครับ

โชคดีและมีสติครับทุกท่าน

Re: SOS III – รวมด้วยช่วยกันต่อ Jigsaw
เศรษฐกิจโลก เศรษฐกิจไทย และนัยต่อการลงทุน
   By วี on 8/27/2009 10:33 AM
สวัสดีครับ ดร กอบ
ท่านก็พูดสุภาพตามบุคลิคท่านฮ่ะ
แต่ลุงเฮ้าส์ ก็ฝรั่ง ผมชอบ คนส่วนมากมักรับไม่ได้ ผมชอบแบบลุง ฟันทิ้งกันไปเลยครับ รุนแรงไปหรือไม่ครับ
ลุงเฮ้าส์ เยี่ยมมากครับ เห็นด้วย ผมก็ไป blog ดร กอบมาเช่นกัน ก็ดีครับ ขอบคุณครับ
ช่วงนี้มันแปลกดีนะ โลกเปลี่ยนไป๋ ไปไหนแล้วครับ ผมไม่รู้เลยว่าจะอะไร
แต่ผมเห็นด้วย ล้านเปอร์เซ็นต์ ที่ว่าต้องหาเงิน เก็บเงินเก็บทอง เพื่อจะหาเลี้ยงตัวเองจนกว่าคิดว่าพอ ไม่น่าเป็นภาระใครในระยะยาว มันก็แย่ไปแล้ว
เกิดมาลืมตามาก็ต้องมาเจอแวดล้อมแบบนี้ แข่งขัน กดดันกันไป
เรื่องเงินมันสำคัญ เพราะว่าถ้าไม่มีก็ตายซิครับ จะหาอะไรมามากิน
ธรรมะมีไว้ปลอบใจตนเองเป็นที่พึ่งในยามทุกข์ร้อน อันนี้คนส่วนใหญ่มักไปหาธรรมะเมื่อคนมีปัญหา ครับ เป็นเรื่องจริงที่เกิด เฮ่อๆ
เรื่องเศรษฐกิจโลก ที่ต้องศึกษาเพราะว่าผมไม่ได้จบทางนี้โดยตรง ไม่รู้ไม่เข้าใจ เลยมาอ่านแถวนี้ครับ
และก็พี่ SET ไทยก็ดูเหมือนจะพึ่งพา ตลาดหุ้นเมืองนอกเป็นหลัก
พี่ Broker บ้านเราก็ชี้ไปทางเดียวกัน ไม่เคยเห็นว่า หุ้นไหนถ้าวิแคะกันเสร็จ ออกมาเหมือนกันทุกที ไม่มีข้อแย้งกัน ก็ว่าเถอะก็ได้เท่านี้ พูดเหมือนกันมาตลอด มาวิแคะทางเดียวกันตลอด ผมวนเวียนมา ปีกว่าเกือบ 2 ปีได้ครับ เท่าที่ดูสงกะสัยว่าต้องพึ่งพาตนเองให้มาก
ดร กอบ ท่านก็พูดในแง่ดีว่าหา Broker ที่เข้าใจเรา จะมีเปล่าครับ จะเข้าใจเราได้ไง ก็เพราะพี่แกไปเอาใจ ขาใหญ่ เฮ่อๆๆๆ ไม่ได้มีเงินถุงเงินถังมาลงทุน ก็ต้องหลบ เลี่ยงให้ดี กำไรพอๆก็ไปล่ะ
และไม่ว่าจะอาชีพอะไรก็มาตลาด กันทั้งนั้น วิกฤติคือโอกาส หรือ วิกฤติคือวิกฤติ ก็แล้วแต่คนครับ
และตลาดก็เป็นอะไรที่หน้ากลัว กลัวเป็นย่อมๆๆเป็นเวลา ก็พี่เขาเล่นกันเอง โยนไปโยนมา สนุกกันล่ะครับ
บ้านเราเมืองเราไม่เข้าใจว่ามาได้ไง ผมนี่ไม่อยากเข้าใจ
อเมริกาก็ไม่รู้ว่าจะหัว ก้อย เป็นเพราะ อะไรไม่รู้ครับ ประเทศเขาใหญ่ แบงค์ก็ล้มไปทุกวัน ลองนึกดู ตอนบ้านเรา ก็ปิดไปเยอะเหลือไม่กี่แบงค์ แล้วอเมริกา มันจะเป็นไงก็ต้องดูกันไป เพราะว่า ไม่มีใครรู้ดี จนกว่าข่าวจะออกมา
เศรษฐกิจโลกผมว่า หาคนมาบอกยากฮ่ะ เพราะเท่าที่ดู ก็เห็น ดร กอบ นี่แหะที่น่าจะดีสุด เพราะไปฟังคนอื่นมาพูดหรือไร ไปกันใหญ่ เลย งานเข้ามาทันที เลือกดู จ พ ศ พอ จบ และหาไปอ่านไป ตามทาง ครับ
ขนาดเศรษฐกิจไทย ถ้าดู ตอนนี้ เป็น V W U มาอีกแล้ว ต่อไป เป็น A B C D เป็นไป 26 แบบไร้กระบวนท่า
เรื่องค่าเงิน 1 เอาอ่อนลง 2 ดีแล้ว แบบนี้ เหมาะแล้ว
ผมว่าเรื่องค่าเงินนี่มันก็ไม่รู้ว่าแบบไหนดี แต่ที่รู้คือ ผลประโยชน์ใส่ตนนี่แหละไทยแท้ ไทยทำ ไทยเอง ครับ
สงครามไม่จบเร็วและง่าย รับเคราะห์ รับกรรมกันไป
เมื่อก่อนที่เราไม่ถูกล่าอาณานิคม ก็ถือว่าเก่ง ลอดมาได้ไง แต่มาวันนี้ ดันวุ่นวาย มันน่าหนักใจ ไม่จบซักกะที

โชคดี มีสุขทุกท่าน

Re: SOS III – รวมด้วยช่วยกันต่อ Jigsaw
เศรษฐกิจโลก เศรษฐกิจไทย และนัยต่อการลงทุน
   By IN on 8/27/2009 10:39 AM
สวัสดีค่ะ อาจารย์ ขออวยพรย้อนหลังไป ขอให้มีความสุขมากๆ ค่ะ หวังว่าไม่สายที่อวยพร และก็ประสบความสำเร็จ หน้าที่การงานค่ะ มีโชค มีเงินทองมากๆ Happy Birthday To U

ก่อนอื่นอยากบอกว่าเจออาจารย์วันอาทิตย์ ที่พารากอน ที่ร้านหนังสืออ่ะค่ะ แต่ไม่ได้เข้าไปทักเพราะเห็นคุยกะคุณสฤณี ไม่น่าจะผิดคน แต่เจออาจารย์ชัวร์ เพิ่งรู้ว่าเป็นเพื่อนกันอ่ะค่ะที่พารากอน ประมาณ 5โมงเย็นไม่รู้ว่าจำได้หรือเปล่า

วันนั้นเป็นเกิดพอดี ถ้ารู้ไปทักแล้ว วันนั้นเจอคนที่ไม่นึกว่าจะเจอ (หมายถึงเพื่อนนะค่ะ ไม่นึกว่าจะว่างมากมาเดิน แต่มันตลกมากตรงที่เพิ่งมาถึงและกลับเลย) เป็นวันที่เชอร์ไพส์ แต่อาจารย์ไปพารากอนบ่อยเหรอ รอบที่แล้วเห็น mj มะเมี่ยวก็บอก หรือจำผิดขออภัยค่ะ

ขอถามเรื่องเศรษฐกิจ อย่างที่ว่า จีน จะเข้มแข็งและดีจริงหรือเปล่าเห็นช่วงนี้บูมมากค่ะ

Re: SOS III – รวมด้วยช่วยกันต่อ Jigsaw
เศรษฐกิจโลก เศรษฐกิจไทย และนัยต่อการลงทุน
   By lovely_may on 8/27/2009 10:43 AM
SawatDee :D :D
อาจารย์ค่ะ เศรษฐกิจฟื้นแต่ช้า หรือไม่ค่ะ เอาเศรษฐกิจโลกค่ะ เพราะว่า SET ไปกะ ตลาดหุ้นเพื่อนบ้าน และใครๆที่พอรู้ว่า หุ้น มันเป็นอะไร ก็ขอให้บอก ขอให้เจริญๆๆ ทุกๆคนทั่วไป

ปล เมื่อวานฟังวิเคราะห์เรื่อง GDP ขอบคุณค่ะ เข้าใจอย่างมากเลยเพราะก่อนหน้ามีคนก็ออกมาพูดก็มาก แต่ไม่รู้ว่าแปลว่าอะไร พอๆฟังอาจารย์ ก็เข้าใจ ว่าทำไมคนเรามันต่างกันด้วยเหตุประการนี้นี่เอง
แต่ชอบมากที่ติดตามเรื่องเศรษฐกิจโลก เพราะไม่ค่อยมีใครตามและไม่มีใครมาเสนอมาก หรือมาเสนอก็ไม่เข้าใจ เท่าไหร่ เลยงง แป๊กๆๆ ไป ไขว้เขวบ้าง ไม่บ้างแต่มากเลยค่ะ ช่วงนี้ไร้ที่ปรึกษาส่วนตัว อิอิ เพราะเธอแอบหนีไป แต่เริ่มไม่มั่นใจเพราะช่วงนี้ไม่มากระโดดเล่นกันเลย ดอยแบงค์ กลุ้มเลยจ้าไม่น่าเลย

ขอบ่นเรื่องนักวิแคะ ไม่ใช่วิเคราะห์ จากประสบการณ์ฝากไว้ ว่าจะมาบอกว่า อยู่ในกรอบที่คาดหมายไว้ (ทุกทีหาเหตุมาใส่ผล มายัดไปมาโยงไปนู้น ดีมาก แต่ติดดอยไง) ไม่ได้ว่าอะไรแต่อย่าไปเชื่อเลย เพราะว่าจะขาดทุนหรือกำไร เขาก็ได้ตังค์เรา

อ้อ ขอบคุณมากๆเลย คุณเฮ้าส์ ทำไมเขาว่าเป็นลุงล่ะ แอบงง แต่คิดว่าขอบคุณมาก ทำดี ทำดี ขอให้เจริญๆๆ จ้า
และคุณรองเท้าฟาง ชอบมาก เพลงจากมูลนิธิ จ้า

May ;)

Re: SOS III – รวมด้วยช่วยกันต่อ Jigsaw
เศรษฐกิจโลก เศรษฐกิจไทย และนัยต่อการลงทุน
   By รองเท้าเฟ๊ะ on 8/27/2009 1:50 PM
ผมไม่ได้ชื่อ รองเท้าฟางแล้ว คุณ MAY ผมชื่อรองเท้าเฟ๊ะ :<
ดันซื้อ FIF BRIC ไป ยังกะโดนก้อน brick ปาหัว
รองเท้าขาดวิ่นเลย มันลง ขึ้นทีละ 2-3 % 3 วันโดนไป4.5 %

มันเป็นเพลงเผื่อ ให้คนไปทำมูลนิธิอ่ะคับ บางทีการหาเงินต้องดูด้วยว่า
เราหาเงินมาอย่างไรด้วยคับ มีข้อคิดให้เพื่อนๆบล๊อกว่า บางครั้งเราเข้าใจว่าให้ทานดี
แต่ว่าการรักษาศีลนั้นสำคัญเพราะ ศีลธรรม คือ ถือ ศีลละการกระทำ ที่ไม่ดี
มีผลรวมมากกว่า เพราะเราหยุดไม่ทำ ก็ไม่เป็นผลพ่วงต่อไป ออกไป ออกไป
เป็นคลื่นการกระทำ ไม่ต้องเป็นทุกข์ก็ได้ คนทำดี ปฏิบัติธรรม บางคนเขาไม่ได้เป็น
ทุกข์จึงทำนะครับ ธรรมะต้องน้อมเข้าไปศีกษาให้รู้แจ้งด้วยตนเองครับ

ตอนนี้คนเครียดกันมาก ทั่วโลกเลย เศรษฐกิจ และทุนนิยมต่างๆ ลืมไปเลยว่าชีวิตคืออะไร เฮ้ออ นี่แหละเขาว่าความฉลาด ของคนบางกลุ่มแหละ ความอยากได้ของคน
บางกลุ่มจนเกินพอดี

Re: SOS III – รวมด้วยช่วยกันต่อ Jigsaw
เศรษฐกิจโลก เศรษฐกิจไทย และนัยต่อการลงทุน
   By lovely_may on 8/27/2009 8:22 PM
สวัสดีค่ะ
คุณรองเท้าฟาง ใจเย็นค่ะ เพราะเราเองก็ไปมี FIF เหมือนกันค่ะ แต่ยาวๆก็ดีมั้ง ก็ตอนแรก กลัวแต่อัตราแลกเปลี่ยนอย่างเดียว ไม่นึกอะไร จัดไปเลย ลมจับแทน อารมณ์ขันมากค่ะ ชอบมาก หายเครียดไปแป๊บได้
ก็เห็นว่าไม่น่าจะอะไรแล้ว go inter ซะเลย
เรื่องลงทุนนี่มันยาก ลำบาก แต่เวลานี้ชักเริ่มลำบากของแท้ ภาษาคือ งานเข้า !!!

อาจารย์หวังงว่าอย่าถือสา ที่ใช้คำไม่สุภาพบางทีค่ะ (-^.^-)
ประสบการณ์สอนให้รู้ว่า อย่าไปเเละผลดำเนินการในอดีตไม่สามารถมาตัดสินใจได้ในอนาคต ตอนนี้ใครมีกำไรก็เก็บไว้ จะไปลงทุนอีกก็ได้ แต่บางทีเอาเงินมาใช้บ้างตอนนี้เป้นกำไรชีวิต แต่นับไปมา หักลบกลบไปมา แบบว่าลงทุนแต่ต้นปีแน่นอนกำไร แต่เรานี่ปีที่แล้ว ก็ยังแย่ ไม่รู้ว่าจะไงดี โทษตนเองแล้วกัน อยากไปสิงคโปร์ ค่ะ กลุ้มใจ

อ้อมูลนิธิ ขอพูดตามตรงว่าฟังแล้วจิตใจเบิกบาน ทำนองก็เพราะมาก และเพราะ
เพราะตอนนั้นไปถือศีลโดยไม่ตั้งใจ คือช่วงทานเจ เศร้ามากจากทางดลก แต่เพื่อนคนหนึ่ง (ส่วนตัวไม่รู้ว่าอะไรเท่าไหร่แต่ขอให้เป็นคนดี พอ รู้ว่าทำชั่วมันไม่ดี สุดท้ายคงไม่พ้o ทำดี ละเว้นชั่ว จิตใจผ่องใส) เธอท่องบทสรรเสริญเจ้าแม่กวนอิม ยาวมาก เลยงงว่าท่องไปได้ไง แต่ไม่แปลกใจ เพราะพอฟัง ก็มีทำนอง ก็ดูเข้าท่าดี
เป็นพุทธศาสนาเหมือนกัน
เป้าหมายเดียวกัน คือ นิพพาน แต่วิถีทางต่างกัน สุดท้าย ก็อยู่ที่เรานั่นเองว่าอะไร ที่เหมาะกับเรา ว่าไปมันก็เหมือนการลงทุน ล้มลุกคลุกคลานไป เดี่ยวก็คงจะดีได้
ปลง เพราะจะให้ทำไรได้
การทำบุญหรือทานนั้น มาจากใจ บางคนบริจาคมาก เงินที่ทำไม่รู้ว่ามาจากไหน มันขึ้นอยู่ที่ใจ มากน้อยไม่ต่างกัน แต่ที่มาของเงิน หรือ สิ่งที่มาให้ทานนั่นแหละ + จิตใจ
บางคน ทำพิธีผ่านทาง cyber ทาง twitter หรืออะไร ก็เถอะ มีพระมาแก้กรรมหรืออะไร ส่วนตัวไม่เชื่อว่าจะได้ ตอนนี้ก็อยู่ที่ไกลไกล ก็นั่นแหละ 555 ยังขำไม่หาย

ปล ขออภัย อาจารย์ค่ะ ที่สนุกมากไป แต่ก็อยากจะตอบคุณรองเท้าฟาง เท่านั้นค่ะ
เรื่อง ค่าเงิน ไม่เข้าใจ ถ้ากรุณามาบอกก็ดีค่ะ เพราะจะเข้าใจว่า เป็นไง เหมือนเรื่อง GDP FED ทำอะไร อย่างนี้ เพราะไม่เข้าใจเท่าไหร่ มีคนบอกว่า ตอนนี้มันแพงแล้ว ก็ไม่รุ้ว่ายังไง แล้วขอบอกว่า วันนี้ดูที่ money channel บล อะไรนี่แหละ เขามาทำการวัดมูลค่าหุ้นแบบใหม่ น่าจะเป็น นครหลวงนะ ได้ดูแบบผ่านๆๆ ค่ะ

Good Luck kA !! __________________________________MAY ;)

Re: SOS III – รวมด้วยช่วยกันต่อ Jigsaw
เศรษฐกิจโลก เศรษฐกิจไทย และนัยต่อการลงทุน
   By เล่ง ฮู้ ชง on 8/28/2009 10:30 AM
สวัสดีครับ ดร.กอบ

คือ ผมมีข้อสงสัยนิดนึงครับ ตรงที่ว่า
การที่ประเทศต่างๆ ในโลกนี้ใช้เงิน $ เป็นเงินหนุนหลังเนี่ยะ จากแต่ก่อนที่ใช้ทองคำ
ในขณะที่สหรัฐฯ เองเป็นประเทศเดียวที่ไม่ต้องทำเช่นนั้น
การที่หลายๆ ประเทศให้ความสำคัญกับเงิน $ เช่นนี้ หากคิดกันตาม logic ธรรมดา ก็คือว่า สหรัฐฯ สามารถพิมพ์เงินมาแจกผู้คนเพื่อนำไปซื้อสินค้าต่างประเทศ ซึ่งมิเท่ากับว่าเป็นการจับเสือมือเปล่าหรือ ครับ ซึ่งผมดูจากที่อาจารย์ได้แสดงชาร์ทสัดส่วนการเป็นเจ้าหนี้หรือว่าผู้ถือพันธบัตรสหรัฐน่ะครับ

ประเด็น ที่ 1 ก็คือ หลายๆ ประเทศยอมตามในเรื่องนี้ได้อย่างไรครับ
ประเด็น ที่ 2 คือ หากเป็นเช่นนี้ สหรัฐฯ คงยอมเป็นหนี้สูงขึ้นเรื่อยๆ
ประเด็น ที่ 3 คือ แน่นอนว่าความเชื่อมั่นในค่าเงิน $ ลดลงอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น วันใดวันหนึ่งจะเกิดค่าเงินสกุลหลักของโลกขึ้นมาหรือไม่ครับ และถ้าถึงวันนั้น สหรัฐฯ จะทำอย่างไร เศรษฐกิจจะพังพินาศอีกแน่ๆ ใช่รึเปล่าครับ

Re: SOS III – รวมด้วยช่วยกันต่อ Jigsaw
เศรษฐกิจโลก เศรษฐกิจไทย และนัยต่อการลงทุน
   By อนิรุทธิ์ on 8/28/2009 7:19 PM
ทำไมการทำ Quantitative Easing (หรือ Credit Easing) จึงถูกมองเป็นการพิมพ์ธนบัตร
การทำมาตรการทั้งสอง ทำโดย ธนาคารกลาง ของประเทศต่างๆ คือการเข้าไปซื้อ ตราสารหนี้ต่างๆ ในตลาด เพื่อจุดประสงค์ที่แตกต่างกันไป
ตัวอย่างที่เราได้ยิน ได้ฟัง ในระยะที่ผ่านมา ก็คงจะเป็น กรณีของ ญี่ปุ่น เมื่อคราวเจอกับภาวะเงินฝืด ตลอด 10 กว่าปีที่ผ่านมา , ใกล้ๆ กันก็คงเป็น กรณีของ FED (ธนาคารกลางสหรัฐ) BOE (ธนาคารกลางอังกฤษ) ในช่วง 3-4 เดือนที่ผ่านมา

แต่ปัญหาที่น่าสงสัย คือ ทุกครั้งที่มีการประกาศ การทำ มาตรการดังกล่าว , ค่าเงินของประเทศนั้นๆ มักจะอ่อนยวบลงมา ทันใด เช่น FED ประกาศเริ่มทำ QE ครั้งแรกในเดือน มีนาคม วันที่ 19 ค่าเงิน USD ก็อ่อนลงอย่างรุนแรง หรือ ตอนที่ BOE ประกาศเพิ่มวงเงิน การทำ QE ค่าเงินปอนด์ก็ปรับตัวลงอย่างรุนแรง
นัยว่า การทำมาตรการดังกล่าว เปรียบได้กับการพิมพ์ธนบัตรของ บรรดาธนาคารกลางต่างๆ อย่างโต้งๆ (ซึ่งก็ตามหลัก Demand Supply เมื่อ ของอะไรมีออกมามาก (Supply มาก) ราคาหรือมูลค่าก็จะลดลง)

ปัญหาก็คือ ทำไม การทำ มาตรการ QE จึงถูกมองว่า เป็นการพิมพ์ธนบัตร ซึ่ง ถูก อธิบาย จากนักเศรษฐศาสตร์ นักการเงินจำนวนมาก (แต่ก็มีอีก หลายท่าน ที่กลับพูดว่า ไม่น่าจะเป็นการพิมพ์ธนบัตรแบบโต้งๆ น่าจะมี Asset หรือ สินทรัพย์อะไรค้ำอยู่ หรือ ออกพันธบัตรมาเพื่อ นำเงินไปซื้อ) ความข้อนี้ผมเข้าใจว่า แม้นักเศรษฐศาสตร์จำนวนมากก็ไม่ได้เข้าใจชัดเจน แต่พูดตามๆกันมาซะมากกว่า

ตัวผมเอง เลยลอง ค้นคว้าดู ก็ขอสารภาพว่าไม่เข้าใจแน่ชัดนัก แต่ก็พยายามปะติดปะต่อ จนได้เป็นข้อสรุปคร่าวๆมาดังนี้
1.การทำ QE คือ วิธีการเพิ่มปริมาณเงินในระบบ เมื่อ การหั่นดอกเบี้ยไม่สามารถทำได้แล้ว
2.ธนาคารกลางกระทำด้วยการซื้อสินทรัพย์ใดๆในตลาด (โดยหลักการ ธนาคารกลาง สามารถซื้ออะไรจากใครก็ได้ (any assets can be bought from anybody) ) แต่ในทางปฎิบัติ จะเป็นการซื้อ พันธบัตรรัฐบาล , ตราสารที่มีสินเชื่อที่อยู่อาศัยค้ำประกัน mortgage-backed securities หรือ หุ้นก็ได้ จากธนาคารพาณิชย์
3.ทำอย่างไร
4.ทำโดยธนาคารกลางทำการเพิ่ม “เงินสดสำรองตามกฏหมาย(Reserve)” ของธนาคารพาณิชย์ที่มีไว้กับธนาคารกลาง โดยแลกกันกับ สินทรัพย์ที่ ธนาคารกลางต้องการจะซื้อ
โดยส่วนที่ธนาคารกลางจะเพิ่มให้คือส่วนที่เป็นส่วนเกิน (excess reserve)ซึ่งส่วนนี้เป็นส่วนที่ธนาคารพาณิชย์สามารถดึงเงินออกมาเพื่อเพิ่มปริมาณการปล่อยกู้ได้
4.1 จะเห็นได้ว่า ธนาคารกลางไม่ต้องตั้งแท่นพิมพ์ พิมพ์แบงค์ แค่เพิ่มเงิน Reserve ส่วนที่เป็น excess ให้กับ ธนาคารพาณิชย์ ที่มีกับธนาคารกลาง ก็เรียบร้อยแล้ว
5.ถ้าคิดตามในแง่นี้ ก็ยังน่าสงสัยว่าธนาคารกลางจะเอาเงินมาจากไหน แต่ถึงอย่างไรก็ตาม มันพอจะอธิบายได้ว่าทำไมค่าเงินจึงอ่อนลง เพราะเงินมันจะเข้ามาในระบบมาก Supply มาก มูลค่าลด
6.ในส่วนที่เป็นการเข้าไปรับซื้อ พันธบัตรในตลาดพันธบัตรรอง เพื่อกดดันให้ Yield ลดลง ก็จะเป็นการเข้าไปรับซื้อพันธบัตรมาเก็บไว้ ก็ยังมีปัญหาว่าจะหาเงินมาจากไหนอยู่ดี แต่อย่างไรก็ตามมันทำให้ Yield ลดลงได้(ด้วยหลักราคาและYield ไปคนละทาง) และเป็นการปล่อยเงินเข้าไปในระบบเพื่อเสริมสภาพคล่อง(จึงทำให้ค่าเงินอ่อนลงได้)
ซึ่งก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดีว่าทำไมจึงถูกมองว่าเป็นการพิมพ์ธนบัตร

รวมความแล้ว เขียนมาตั้งเยอะ ก็หาคำตอบไม่ได้ว่าทำไมจึงกล่าวกันว่าเป็นการพิมพ์ธนบัตร (แล้วจะเขียนทำไมเนี่ย) แต่ไปอ่านใน Wikipedia หรืออีก 2-3 ที่บนเน็ต ก็ยังไม่ค่อยเข้าใจอยู่ดี

ก็วอนให้ใครที่พอจะเข้าใจหรือได้ศึกษามาบ้าง ก็มาอธิบายเพิ่มเติมก็แล้วกัน ไม่อยากไปรบกวนอาจารย์กอบมากนัก

เคารพ
ลุงเฮ้าส์
ปล. ใครจะเอาไปประยุกต์ใช้ ก็ระวังกันหน่อยก็แล้วกัน ผมเองพยายามแล้ว ก็ได้แค่นี้ (คงต้องพยายามต่อ) แต่ที่ใจอยากจะให้เป็น คือใครก็ตาม ที่พอจะมีเวลาว่าง ก็ช่วยกันไปอ่านแล้วตีความมาแลกเปลี่ยนกันหน่อย
เพื่อให้เกิดความพยายามของกลุ่มคน คนละไม้คนละมือ ร่วมกันศึกษาจนประสบความสำเร็จ แล้วกระทำอย่างนี้กับทุกๆเรื่อง(ใน Field การลงทุน) จะได้เป็นกลุ่มนักลงทุนรายย่อย ที่ร่วมกันคิด ร่วมกันศึกษา จนสถาบัน หรือต่างชาติใดๆ ก็ทำอะไรเราไม่ได้ ใครถนัดเรื่องไหน ก็ทำเรื่องนั้น อย่างผมถนัดเรื่องเศรษฐศาสตร์(บ้าง) ผมก็จะเน้นเรื่องนั้น ช่วยกันคิด ช่วยกันทำ แสวงจุดร่วม(อยากได้เงินไปทำอะไรอะไร) สงวนจุดต่าง ร่วมกันสร้าง Online Community
มีเน็ตกันไว้ทำไม อย่าขี้โกงคนแก่ ช่วยกันคิดหน่อย ระดับผู้นำสังคมบ้านเราเขาไม่ทำตัวเป็นตัวอย่าง ระดับชาวบ้านอย่างเราก็ทำกันซะเองซี เริ่มมีน้ำโหแล้วนะ คนแก่ขี้น้อยใจนะ

Re: SOS III – รวมด้วยช่วยกันต่อ Jigsaw
เศรษฐกิจโลก เศรษฐกิจไทย และนัยต่อการลงทุน
   By รองเท้าเฟ๊ะ on 8/28/2009 8:26 PM
ดีคับ ช่วยๆกันไป ตอนผมทำงานบางทีผมก็อยากให้มีคนช่วยกันทำ มันเป็นการสอบทาน เหนื่อยหน่อยแต่ไปด้วยกันคับ = P สู้ๆ ผมมาเป็นข้อๆแบบนี้ไม่ค่อยได้ คือจำไม่ได้ รู้แต่ว่าทำแบบนี้แล้ว เป็นผลบวก เป็นผลลบครับผม ต้องดูด้วยว่าทำมาก บวกมากทำน้อยลบน้อย ก็ว่าไปครับ ก็ไม่รู้ทำไปปริมาณเงินในระบบสูงขึ้นมากเลยทีเดียว ตั้ง 2-3 ปีก่อน ทั้งในบ้านเขา และ ระหว่างประเทศ มากแค่ไหน มากเท่าไร อะไรมากกว่ากันเท่าไร ไม่แน่ใจ หาข้อมูลยากครับ รู้แต่ว่าเยอะมาก ล้าน ล้าน ล้าน เอางี้ครับ ตั้งแต่ เบอร์นันเก้ เคราดำ จนตอนนี้ เคราแกขาวแล้วล่ะ คิดดูละกันว่า กี่ล้านๆๆๆๆ

เง็งง ใครทำใครได้ครับ ก่อเหตุแห่งความเจริญ ก็ได้ผลแห่งความเจริญครับ อย่าเพิ่งท้อครับ ไม่มีอาจารย์ ไม่มีคนช่วยๆกันอย่างลุงเฮาส์ ก็เหนื่อยครับ ลุงถ้าหัวล้านใจน้อยได้ แต่ถ้ายังมีผมก็ห้ามใจน้อย ( แบบว่าลุงโสดแล้ว งอนไม่มีคนง้อ จะเกิดอาการกระวนกระวาย ไม่ดีต่อสุขภาพครับ =p เดี๋ยวเคราขาวอย่างเบอร์นันเก้แล้วจะรู้สึก ) คนอะไร หล่อมาก เคราขาว สงสัยอยากแข่งกับ ริชาร์ด เกียร์ ผมขาว เคราขาว
ลุงจะเป็นเกียร์ กระปุก หรือ เกียร์ออโต้ดีล่ะครับ ? ผมขอเป็น เกียร์ เสต็ปโทรนิคดีกว่า เจ๋งดี ตบปู๊ด ตบปู๊ด 3000 รอบ )

สงสาร พี่เก้ มันว่ะลุง คนเรานะ เขาให้เป็นผู้รู้ ผู้ไกลจากกิเลส
เมื่อไรใกล้กิเลสเนี่ย บรรเลงทุกที ทีนี้เงินเยอะอย่างนี้ แก้ไงล่ะ
เคยได้ยินสัมภาษณ์ คนแก่ใน wall street เขาบอกว่า เมื่อไรคนเริ่มโลภ
เศรษฐกิจเฟื่องฟู พิมพ์แบงค์ กู้หนี้ เมื่อนั้นบรรเลงทุกที แกบอกว่าวิกฤติ
ในชีวิตแกทุกครั้งเป็นแบบนี้ 8000000 ล้านบ้านเราก็รู้สึกว่าจะได้ยินเสียงบรรเลง

เตร็ง เตรง เตรง เตร่ง เตร้ง เตรง เตร่ง เตร็ง เตร็ง เตรง เตรง เตร่ง เตรง เตรง
เพราะชะมัด


Re: SOS III – รวมด้วยช่วยกันต่อ Jigsaw
เศรษฐกิจโลก เศรษฐกิจไทย และนัยต่อการลงทุน
   By MAY on 8/28/2009 8:32 PM
สวัสดีค่ะ อาจารย์ ลุงเฮ้าส์ (คนแก่มีน้ำโหเลย เหรอ ก็อย่าใจน้อยค่ะ)
เพื่อนร่วม blog

ลุงเฮ้าส์ ค่ะ ขอบคุณน้ำใจ ที่เขาไม่เขียนอะไร เข้าใจว่ากลัวผิดกันนะค่ะ และก็ ไม่ค่อยรู้สักกะเท่าไหร่
หรือว่า ถ้าเขียน ส่วนไหนลุง หรือ อาจารย์ คิดว่าผิด บอกเรามาก็ได้ ดีเปล่า ร่วมมือร่วมใจ ช่วงนี้ว่างแล้ว และอีกอย่างคนที่ฝากชีิตดูท่าจะอีกนานกว่าจะมา

ก่อนอื่น ชื่อ เมย์ ค่ะ วนเวียนมา 3 ปีอ่อนๆๆ ไม่เก่งนะ แต่ก็เข้าใจเมื่อปีที่แล้ว ว่าต้องรู้พื้นฐานบ้าง อย่างที่ลุงเอ้าสืบอก ว่า มันก็คุ้มที่ศึกษา

เรื่องที่เฟดทำ ขอบอกว่าเพิ่งเข้าใจที่อาจารย์าเขียนนี่แหละ และก็เข้าใจจากเพื่อนคนหนึ่งน่ะ (เพื่อนเมย์เขาไม่อยู่ตอนนี้ ถ้ายังไงจะชวนมาร่วมแจมค่ะ ถ้าเธอว่างพอ ขอย้ำว่าว่างพอนะ แต่น่าจะไม่ยากมั้ง 555 ไม่รับปาก เพราะคุณเธอยุ่งมาก แต่น่าจะได้ เพราะนิสัยน่ารักมากเหมือนหน้าเธออ่ะ ขอบอก แต่ว่ายังไงถ้ามีไอเดีย จะมาเขียนให้ เพราะซึ้งมาก ชอบอาจารย์มาก และสมาชิกใน blog ทุกท่านก็ถ่ายทอดมาก็ดี มาเล่า มาบ่น (ว่า ) อารมณ์ขันดีมาก)

และทำไม blog มันถึงสลับที่ยังงี้ล่ะ ???

แล้วจะมาเขียน ตอนนี้ ขอไปหาเรื่องการล่ะกันค่ะ มาบอกไว้ กลัวลุง น้อยใจ ค่ะ 555 อารมณ์เย็นๆๆ ไปหา น้ำแข็งใส กินให้ ใจชื้น ใจซู่ซ่า ( ลุง อย่าว่าเลย เพราะใครจะรู้เรื่องไม่ได้จบทางนี้ ขนาดคนที่จบมายังเถึยงกันจะเป็นจะตาย ขนาดเศรษฐกิจไทย ยังไม่เหมือนกันเลย ว่ามันจะฟื้นแบบไหน V U W L )

และระดับโลก ใครจะรู้ล่ะจ๊ะ จริงเปล่า
แต่ ถ้าเขียนแล้ว ผิดก็ แก้เลย บอกเลย ชี้จุดผิดเลย เหมือนลุงบอก (ฝรั่งอ่ะค่ะ)
เพราะ อาจจะฟังผิดหรือเข้าใจผิด ก็ได้
ขอบคุณค่ะ

ถือว่าพัฒนาสังคมจ้า ชอบค่ะ รายย่อยเหมือนกัน แต่ว่า จะเอาอะไรดีหนอ พี่ SET ไทย
แล้วเวลาเริ่มนี่มันก็ยากงี้แหละลุง เข้าใจได้ แต่ลุงก็มีคนตามอ่านนะ
ปล ไม่ได้จบเศรษฐศาสตร์ โดยตรง แต่เคยคิดเรียนโทอยู่ แต่ตอนนี้หยุดไว้ก่อน
จบอักษรศาสตร์ จ้า !!! แล้วจะมาลงให้



Re: SOS III – รวมด้วยช่วยกันต่อ Jigsaw
เศรษฐกิจโลก เศรษฐกิจไทย และนัยต่อการลงทุน
   By รองเท้าฟาง on 8/28/2009 9:39 PM
เดียวนี้เขามี web site Ilovethailand.com แล้วนะคับ
เฮ้ออ ถึงมีหน้าที่ที่แบ่งกันไว้แล้วในสังคม นักเศรษฐศาสตร์
นักกฎหมาย นักสังคม นักภาษาศาสตร์

http://music.gmember.com/player/html_player_music/index.php?songid=0801639201

เอาไปฟังเลยครับลุง

ลุงคงคิดในใจว่า ไม่อยากรักเมริง หรอก เหนื่อยชะมัด
หงายกะละมังทีไรโดนด่าทุกที หัวนอกบ้าง ก้าวร้าวบ้าง
http://music.gmember.com/player/html_player_music/index.php?songid=0903387701 บ้างล่ะ


http://music.gmember.com/player/html_player_music/index.php?songid=0400457101 บ้างล่ะ

วิจารณ์อยู่นั่น ทางออกไม่มี คนโน้นได้กับคนนั้น คนนั้นไปทำบัดสีกับคนนี้ ตูล่ะงง
จะหนีไปกิน คาราเม็ง ราเม็ง ที่อิจิบังแล้วนะ

พองอแงก็บ่นว่า
http://music.gmember.com/player/html_player_music/index.php?songid=0400457501

เขาจะรอแต่
http://music.gmember.com/player/html_player_music/index.php?songid=0600969601

ตอนนี้โดนสงคราม ตัดต่อคลิปอยู่ ตูจะบ้า เอาแต่ทะเลาะกัน
พูดเหตุ พูดผลกันดีๆ ไม่ได้

เมื่อไรจะจับมือกัน พี่เหลี่ยมหน้าหล่อ กับ พี่หล่อหน้าเหลี่ยม

http://music.gmember.com/player/html_player_music/index.php?songid=0400027902

ขอได้รับคำขอบคุณจาก บิ๊กแอ๊ด
เป็นบิ๊กทหาร อยู่เบื้องหลัง เสื้อสีเขียว อาศัยอยู่บ้านหลายเสา
(บ้านเพื่อนผม มีเสา 7 ต้น) ตูล่ะเบื่อ นั่งว่านั่งขัดขากัน คงเจริญเข้าซักวัน

ปล คุณตอโต้งอย่าเพิ่งเบื่อนะครับ คิดว่าคงไม่ค่อยชอบพวกเพลงนี้เท่าไร
อวยพร ดร กอบแล้วก็หายไปเลย เพื่อนๆ บล๊อกคิดถึงคับผม

Re: SOS III – รวมด้วยช่วยกันต่อ Jigsaw
เศรษฐกิจโลก เศรษฐกิจไทย และนัยต่อการลงทุน
   By ตอโต้ง on 8/29/2009 12:17 AM
สวัสดีครับ คุณรองเท้าเฟะ เอ๊ยยย ! ฟางงง ครับ, ไม่เบื่อเลยครับ
ขอบคุณครับ ถ้าจะมีเพื่อนเพื่อนคิดถึง เข้ามาอ่านทุกทุกท่านตลอด,
สองสามอาทิตย์นี้ มีสิ่งที่ไม่อยากทำ.......แต่ต้องทำ....เพิ่มเข้ามาอีกสิ่ง ,....ชีวิตไม่สิ้นก็ ดิ้นดิ้น กันไปครับ,
เป็นไงครับ FIF พี่ BRIC มันส์ดีนะครับ, เป็นกำไรใจให้ครับ ขอให้วันจันทร์ พี่ Shanghai ไม่หลุด จุดต่ำที่แล้ว (2761)นะครับ, หุ หุ , โลกของเรามันก็แค่นี้ครับ
“มีสิ่งนั้นจึงมีสิ่งนี้ มีเหตุมีปัจจัยอยู่เนืองนิตย์” ครับ

ลุงเฮาส์ ใจเย็นเย็นครับ, ไอ้เรื่องทาง Econ. Theory , ผมไม่สามารถครับ,
ผมมันประเภท “จับแพะชนแกะ” ครับ,
เอาเป็นว่า เจอแพะสามขา เจอแกะสี่ตา แปลกแปลก ประหลาด จะมาเล่าสู่กันฟังครับ,

ปล. ดร.กอบครับ มีเวลาอ่านคนไท ทึ้งแผ่นดิน ทั้งสองภาค.... บ้างรึยังครับ
( ซูโม่ตู้ ) อ่านแล้ว ขำขำสนุกสนุกดีครับ


...........ประเทศไท เจ้าเอ๋ย มีคนฝากเพลงนี้มาให้ ..........

http://radio.sanook.com/label/profile/ก้านคอคลับ-(Mo-indi)/4581/

Re: SOS III – รวมด้วยช่วยกันต่อ Jigsaw
เศรษฐกิจโลก เศรษฐกิจไทย และนัยต่อการลงทุน
   By สโรชา on 8/29/2009 1:19 AM
คุณเบน เบอร์นันเก้ เท่านั้นที่รู้ดีที่สุด ว่าเกิดอะไร แต่เขาก็คงจะต้องโดนให้บอกอยู่แล้วค่ะ รอแป๊บๆๆ ก็จะรู้ได้ ว่าคุณ
เพราะคิดว่า วิกฤตรอบนี้หนักมาก กว่าที่คาดได้
อนุพันธ์ทางการเงิน น่าจะเป็นสิ่งที่บอกได้ว่า ปกป้องความเสี่ยง หรือเป็นตัวที่นำมาซึ่งวิกฤติ แต่ไม่ว่าจะยังไง มันก็งี้แหละจ้า
และที่ว่า ทำไมถึงบอกว่า พิมพ์ธนบัตร ไม่รู้ค่ะงง ???
และ ก็ถ้าไม่ทำปล่อยให้ล้มไปให้หมด เฮ่อๆๆๆ ความเสียหายอาจจะจบลงเร็วแต่ มันอาจจะไม่เหลืออะไร ก็เป็นได้
เลิกลงทุนมานาน ไม่รู้ว่า หุ้น เป็นไง แต่รู้ว่า SET INDEX THAILAND ก็น่าจะรู้ ว่าไงทำไมไม่มีคนลงทุนยาวๆๆ เพราะว่าไม่มีใครรู้จริงขนาดว่าที่เก่งมากในเมืองไทย ก็ยังกะไม่ถูกเลยว่าซื้อได้ถูกจริง บัฟเฟตก็เป็นเช่นกัน ตอนที่ซื้อหุ้น ก็ไม่สามารถกะได้ถูกต้อง แต่มันดีตรงที่เขาบอกไงล่าเขาซื้อหุ้นตอนไหน ซึ่งนี่แหละน่านับถือ กาลเวลาผ่านก็ได้รู้ว่า ใครจะรู้จริงไปเสียทุกอย่าง มารู้อีกทีคือผลที่เกิด
ดังนักวิเคราะห์บ้านเรา
ถามหน่อยว่า หุ้นที่ไปวิเคราะห์ ทำไมส่วนใหญ่เห็นพ้องตรงใจซื้อในระยะเวลาเดียวกัน
และยิ่งบทวิเคราะห์ที่ออกมา ก็บอกซื้อๆๆ แต่ว่าไง สุดท้ายมันเริ่มไม่ดีก็ขาย จะขายได้ไง ถ้าเขาอยู่ดอย
เกิดวิกฤติทุก 10 ปีโดยเฉลี่ย รอบที่แล้ว ก็เช่นกัน ไหนบอกว่าระบบตลาดทุนดีกว่า ระบบธนาคาร สุดท้าย ก็เหมือนกันคือล่ม ไม่เป็นท่า

สุดท้าย ผลิตภัณฑ์ทางการเงินนับวันพัฒนาออกมามาก ทั้ง ETF ที่ออกมาอ้างอิง และเป็นไง DW เป็นไง หรืออนุพันธ์ --------> น่าแปลก ทั้งที่เห็นการล้มของอเมริกา แต่เราก็วิ่งเข้าหามันอย่างช้าๆๆไม่รู้ตัว
อยากจะให้ตลาด ทัดเทียมกะต่างประเทศ ขอโทษเถอะ ไปพัฒนาธรรมภิบาลให้มันโปร่งใส ก่อน จุดประสงค์หรือความมุ่งหมายที่เขียนไว้ แต่การกระทำตรงข้าม
มันผิดแต่ต้นแล้ว ผิดแต่แรกแล้ว
คนที่มาพัฒนาตลาด ตอนนี้ขอถามว่าพัฒนาไปถึงไหน (ไม่ได้หมายถึงดร กอบศักดิ์ เพราะรู้ว่าท่านหมดหน้าที่ แต่เพราะท่านมีความเสียสละที่สูงยิ่ง เลยมาทำให้ที่ money channel ติดตามอยู่ ถ้าไม่มีก็คงจะไม่มีอะไรหรืออาจจะไม่รู้อะไร คนคงอยู่ในกะลากัน เพราะหาอะไรที่มาใหม่ๆไม่ได้ นอกจากฟังศูนย์วิจัยมาบอกเนื่องๆๆว่า เศรษฐกิจฟื้น V W U มีที่หนึ่งบอกมา 3 แบบ http://www.bangkokbiznews.com/home/detail/business/business/20090822/71129/หอการค้าไทย-เชื่อเศรษฐกิจไทยฟื้นตัวรูปตัว-U.html

นายก หรือใครก้ตาม มาพูด แบบกระจัดกระจาย ขนาดประเทศไทยประเทศเดียว ไม่ใหญ่ ไม่ได้เกิดวิกฤติ แต่ดันซวยไปด้วยแค่นั้น ไม่อยากถามว่า เอาอะไรมาพูดกันได้มาก

ด้วยความเคารพท่านอย่างสูงยิ่ง
ส่วนตัวชื่นชมอยู่ และรางวัลของดร ป๋วยก็มาการันตี อีกที ก็มั่นใจว่าเป็นนักเศรษฐศาสตร์ที่ดี ไม่มั่วนิ่ม

และตลาดทุน ขอฝากไว้ว่า ปรับปรุงตนเองก่อน ก่อนจะเชิดหน้าชูตา ไปโรดโชว์
ถ้าไม่มีทางเลือกก็จำใจที่ต้องมาลงทุนก็ดอกเบี้ยติดดิน ใครจะหากินไหว
ขอบคุณที่เปิดโอกาสให้แสดงความเห็นได้ เสรี เพราะเท่าที่อ่านมา ก็น่าจะออกความเห็นในเรื่องประสบการณ์การลงทุน ก็ฝากไว้ และความเห้นเกี่ยวกะความรู้ที่มาอธิบายนับว่าดี ขอให้รักษาความดีไว้ มันก็ติดตัวไป ใครทำดีย่อมได้ดีเสมอ

สโรชา

Re: SOS III – รวมด้วยช่วยกันต่อ Jigsaw
เศรษฐกิจโลก เศรษฐกิจไทย และนัยต่อการลงทุน
   By อนิรุทธิ์ on 8/29/2009 4:17 AM
ผิด ถูก ก็เขียนกันไปเถอะ อะไรก็ได้เขียนออกมา ไม่แน่ใจก็บอกไม่แน่ใจ มั่นใจในระดับไหน (60-70-80% ) ก็บอกมา คนอ่านเขาต้องคิดดูเองแหล่ะ ว่าควรเชื่อ ไม่ควรเชื่อ คือ เป้าหมายให้มันเกิดการช่วยกันคิด ช่วยกันทำ
ผมจะยกตัวอย่าง เรื่องคอมพิวเตอร์ให้ฟัง อย่างผมใช้ระบบปฏิบัติการ Window XP 64 bit ซึ่งไปถามผู้เชี่ยวชาญคอมพิวเตอร์คนไหนก็ได้ 100 คน จะมี ไม่เกิน 3-4 คนที่รู้จัก คือ คนจะรู้จัก แต่ window XP 32 bit (XP ธรรมดา)(Home edition , Professional Edition ซึ่งคล้ายกันมาก ไม่เห็นความแตกต่างมากนัก) หรืออาจจะรู้จัก XP MEDIA CENTER (XP สำหรับ Home Entertainment ซึ่งก็ไม่ต่างกันมากนัก )
แต่ XP 64 bit มันเป็น XP ที่ประมวลผล แบบ 64 bit (พูดง่ายๆ เร็วโคตะระ) แต่มันจะมีปัญหาเฉพาะของมัน ซึ่งคนที่เข้าใจ XP 32 bit (XP ธรรมดา) แก้ไม่ได้ , ทีนี้ถ้าเราติดปัญหา เราจะทำอย่างไร
1.ลองแก้ด้วยตัวเอง ลองแล้วไม่สำเร็จ
2.ควานหา เพื่อนร่วมชะตากรรม (หาจากไหน)
3.ในประเทศไทย อาจจะไปลองคุ้ยใน pantip.com แต่รับประกัน หายาก (แล้วจะทำอย่างไร)
4.หาจากต่างประเทศ (ทำอย่างไร)
คือ มันจะมีเพื่อนร่วมชะตากรรม ที่มองหากันและกันอยู่ ประเทศโน้นนิด ประเทศนี้หน่อย แล้วลองนึกภาพ ถ้าคนทั้งโลกที่มันดันทะลึ่งอยากใช้โปรแกรมตัวนี้ มาเจอกันได้ (ผ่านอินเตอรเน็ต) แล้วพร้อมจะช่วยเหลือกัน (เพราะแต่ละคนก็จัดว่าเป็นคนกลุ่มน้อยของแต่ละประเทศที่ดันคิดอะไรไม่เหมือนชาวบ้าน) ไอ้ปัญหาที่เราเคยติดๆขัดๆ มันก็ไหลปรื้ด ไหลปรื้ด
ฉันท์ในก็ฉันท์นั้น ไอ้บรรดาผู้เบี้ยน้อยหอยน้อยอย่างพวกเรา แล้วเจ้ากรรมนายเวร ดันถีบส่งให้อยากจะมาลงทุน มาเป็น “นักลงทุน” (ชื่อเท่มาก) ในประเทศที่พึ่งใครก็ไม่ค่อยจะได้ (นักวิเคราะห์ตามโบรกเกอร์ เขาก็ต้องทำมาหากิน ,กลต.ก็ดูเหมือน ใกล้จะลืมไปแล้วว่าตรูมีหน้าที่อะไร, มาร์เก็ตติ้งตามโบรก เขาก็ต้องหาเงิน, ฯลฯ) แถมยังมี สถาบัน ,ต่างชาติ ,ขาใหญ่ มาคอยหลอกล่อ ให้เรากลายสภาพจากมนุษย์มาเป็นแมลง เช่น แมงเม่า
เราจะทำอะไรได้ ก็ต้องช่วยเหลือกัน ซึ่งการช่วยเหลือกัน มันก็ทำได้หลายวิธี มาโพสต์ความรู้ ข่าวสาร ความคิดเห็น หรือบางทีไปฟังสัมมนาอะไร ก็บันทึกเสียงไว้ (แล้วเอามาแจกจ่ายทางอินเตอร์เน็ตได้ (เขาเรียกว่า File Hosting) หรือไปค้นเจอ E Book ดีๆ ก็มาแปะลิ้งค์ไว้ เทคโนโลยี คอมพิวเตอร์และทางด่วนสารสนเทศ มันก้าวหน้ามาก จนเราทำอะไรได้มาก ,และมันก็ไม่ยากเกินไปด้วย (ทีไอ้พวก Facebook ,แชท เชอะ อะไร เห็นเรียนรู้กันง่ายจัง ) อย่าไปเสียเวลากับการเอารูปตัวเองขึ้นโชว์ทางอินเตอร์เน็ตเลย (เขาเรียกว่าอะไรก็ไม่รู้ Multiply อะไรหรือเปล่า) ยุคนี้ สมัยนี้ เศรษฐกิจโลก เศรษฐกิจไทยมันเข็ญใจมากนัก (วิกฤติเศรษฐกิจ 2 หนในรอบ 10 ปี) ถ้าไม่รีบปรับตัว ให้เป็นคนรักในความรู้ จะอยู่กันไม่ได้นะ (อ้อ แล้วไม่ต้องห่วง ว่าจะกลายเป็นคน Serious ประเทศไทยมันมี วัฒนธรรมการบันเทิงเริงใจ หล่อหลอมเต็มไปหมด รับรองได้ว่า ต่อให้จะบ้าความรู้แค่ไหน ก็ไม่มีทางเป็นคนเครียด) เพราะเมืองไทยไม่ชอบ ความรู้ (ไม่ต้องดูอื่นไกล อาชีพทุกอาชีพ รวยเป็นร้อยล้านกันได้ทุกอาชีพแล้ว วิศวะร้อยล้าน คุณหมอร้อยล้าน ดาราร้อยล้าน ตำรวจร้อยล้าน ทหารร้อยล้าน ตลกร้อยล้าน (คุณวงศ์คำเหลา) แต่แก่จนป่านนี้ ผมยังไม่เคยเจอนักวิชาการหรือครูบาอาจารย์ร้อยล้านเลย) แต่อีกหน่อยต้องมีแน่ เพราะวิกฤติเศรษฐกิจ 2 ครั้ง มันสอนให้เรารู้แล้วว่า “เฮ้ย มันจำเป็น”
เคารพ
ลุงเฮ้าส์
ปล.หรือจะอย่างนี้ก็ได้ เวลาไปอ่านบทความอะไร ทำ Shortnote บทสรุปขึ้นมา (บทความมันสั้น short note ก็ไม่น่าจะมาก) แล้วมาโพสต์กันไว้

Re: SOS III – รวมด้วยช่วยกันต่อ Jigsaw
เศรษฐกิจโลก เศรษฐกิจไทย และนัยต่อการลงทุน
   By อนิรุทธิ์ on 8/29/2009 5:47 AM
ความเห็นที่มีต่อคุณสโรชา
ก่อนอื่น ต้องบอกว่าถือ วิสาสะมาประมวล (ก็ให้คิดว่าเป็นความเห็นของลุงเฮ้าส์ที่มีต่อคุณสโรชาก็แล้วกัน) ส่วนอาจารย์กอบจะคิดอย่างไร จะตอบอย่างไร นั่นก็เป็นส่วนของอาจารย์กอบ และถ้าผมประมวลผิดไปตรงไหน ขอให้ติติงผมด้วย
ก่อนจะเข้าไป ถึงความรู้ ความคิด ความเห็น ที่คุณสโรชา มาพูด ขอถือโอกาศนี้ เล่าเรื่องวิธีคิด ให้ฟังหน่อย (ไม่ได้หมายความว่าจะไปว่า คุณสโรชา เพียงแต่เห็นกรณีคุณสโรชา มันพาไปให้คิดถึงเรื่องนี้ออก)
คือ คนเราเวลา มีความคิดเห็น หรือความรู้สึกกับเรื่องอะไร (เรื่องอะไรก็ตาม) มักจะมีความคิดความเห็นได้หลักๆอยู่ 3 แบบ
ก.ไปทางซ้าย เช่น เห็นว่าเศรษฐกิจโลกครั้งนี้แย่กว่าภาพที่เห็น
ข.ไปทางขวา เช่น เศรษฐกิจโลกเริ่มดี
ค.กลางๆ เช่น ไม่แน่ใจว่าจะไปทางไหน
(ขอแทรก อีกที ,จากประสบการณ์, วิธีคิดของคนไทยกลุ่มหนึ่ง เวลาตัดสินความถูกผิดเรื่องอะไร มักจะไม่ค่อยมี การกล่าวถึง ปัจจัยที่ทำให้ต้องคิดอย่างนั้น เช่น เศรษฐกิจ น่าจะดี เพราะอะไร (1,2,3,4) ไม่ดีเพราะอะไร (1,2,3,4) อาศัยที่ผ่านหูผ่านตา หรือมีประสบการณ์ แล้วมาประมวลแบบรวมๆ ว่าน่าจะเป็นเช่นนั้น หรือ น่าจะเป็นเช่นนี้
ซึ่งวิธีคิดแบบนี้ไม่ผิด เพียงแต่ ส่วนตัวจะถือว่า คิดไม่ค่อยละเอียด เพราะจะมองหา ความดีในหมู่ความไม่ดี ไม่ได้ หรือความไม่ดีในหมู่ความดีไม่ได้)
ซึ่งวิธีคิดด้านบน (ที่แบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม) มันไม่ได้ผิดพลาดอะไร เพียงแต่การซัดเป็นซ้าย เป็นขวา เป็นกลางๆ มันดูง่ายไปนิด
แล้วมันดันพาให้เราพลาดทางออก ทางแก้ไขปัญหากันไปได้อย่างไม่น่าเชื่อ
ยกตัวอย่างง่ายๆ ระหว่างทิศตะวันออกกับทิศเหนือ หรือทิศตะวันออกกับทิศใต้ มันจะมีตะวันออกเฉียงเหนือ ตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งบางที ไอ้ความเข้าใจที่ถูกต้องกับเรื่องต่างๆ มันไม่ได้ อยู่ที่ ซ้าย ขวา หรือกลาง บางที มันอยู่กลางไปทางซ้ายหน่อยๆ หรือกลางไปทางขวาแต่ไม่ได้ขวาเลย
ที่ต้องยกเรื่องนี้มาให้ฟังก็เพราะว่า ถ้าเราเปิดมุมมองให้มีทางเลือกได้มากขึ้นแบบนี้ เราจะมีโอกาศมีความเข้าใจที่ถูกต้องกับปัญหาต่างๆได้ และแน่นอน ก็จะหาช่องทางการแก้ปัญหาได้ตรงจุดยิ่งขึ้น (จะเดินไปไหน ไม่จำเป็นต้องเดินตรงอย่างเดียว, บางคนชอบพูดว่า อ้อมไปทางซ้าย ทางขวาบ้างก็ได้ ,สำหรับตัวลุงเฮ้าส์จะชอบคิดออกไปอีกหน่อยว่า มันมีกลางเฉียงไปทางซ้ายมั้ย หรือกลางเฉียงไปทางขวามั้ย คือในเมื่อรู้ว่ามันเดินตรงไม่ได้ แต่จะให้ไปทางซ้าย ทางขวา เลย ก็ขี้เกียจอ้อมขนาดนั้น จะมองหาเฉียงซ้าย เฉียงขวาก่อน (ถ้าคิดเป็น องศา ระหว่าง 45 ถึง 90 องศา ,มันมีตั้งแต่ 45.01 ไปยัน 89.99) แล้วไม่คิดว่ามันจะมีทางออกให้เราบ้างเลยเหรอ )
ก็ฝากไว้ให้คิดเล่นๆ และย้ำอีกทีว่า ไม่ได้ว่าคุณสโรชานะ เพียงแต่มันดันคิดออกตอนที่อ่านเรื่องคุณสโรชา(แล้วทำไมไม่คิดออกตอนอื่นวะ ก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน ฮะเอิ้ก)
เข้าเรื่องที่คุณสโรชาให้ความเห็นมา (กว่าจะเข้าเรื่องได้)
ประมวลได้ว่า คุณ สโรชา กล่าวถึง
- สภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจ (เศรษฐกิจไทย ,เศรษฐกิจโลก)
A.เศรษฐกิจสหรัฐ น่าจะแย่กว่าภาพที่เห็นกัน
B. เศรษฐกิจไทย (ศูนย์วิจัยมาบอกเนื่องๆๆว่า เศรษฐกิจฟื้น V W U,นายก หรือใครก้ตาม มาพูด แบบกระจัด
กระจาย)
- เรื่องการลงทุน
A.มาเล่าประสบการณ์ให้ฟังว่า การลงทุนในเมืองไทย ไม่มีใครรู้จริง (“””ไม่มีใครรู้จริงขนาดว่าที่เก่งมากใน
เมืองไทย””””)
B.เล่าเรื่องนักวิเคราะห์(“””ถามหน่อยว่า หุ้นที่ไปวิเคราะห์ ทำไมส่วนใหญ่เห็นพ้องตรงใจซื้อในระยะเวลา
เดียวกัน”””)
C.ตลาดทุนไทย ไม่พัฒนา แม้เจอวิกฤติมา 2 ครั้งแล้ว
D.ตั้งข้อสงสัยต่อผลิตภัณฑ์ทางการเงินใหม่ๆ เช่น ETF ,DW
E.วิจารณ์การทำงานของ ตลาดหลักทรัพย์ เน้นหนักเรื่องธรรมมาภิบาล
(เอาเป็นว่าเดี๋ยวค่อยมาต่อ เนื่องจากมันเริ่มยาวมากแล้ว และพอดีที่บ้านฝนตก ขอไปหากะละมัง มารองหลังคาที่รั่วก่อน)
เคารพ

Re: SOS III – รวมด้วยช่วยกันต่อ Jigsaw
เศรษฐกิจโลก เศรษฐกิจไทย และนัยต่อการลงทุน
   By ตอโต้ง on 8/29/2009 10:36 AM
บางคนเคยบอกผมว่า เดินเข้ามาที่ SET เหมือนไป มาเก๊า ครับ,มีหลายบ่อน เลือกเอาครับ, เจ้ามือ, เจ้าของบ่อน,หน้าม้า, นักลงทุนมือใหม่ (เรียกดูดีจัง) เคลียหนี้เคลียสิน กันเองครับ
ขนาด Future SET50 มีมาหลายปี ยังรับน้องกันทุกวัน ,
เรื่องการลงทุนใน SET มันไม่ใช่ Fair Market แน่แน่ ,
ข้อมูลข่าวสาร ได้ไม่เท่าเทียมกันครับ , บ่ายโมงกว่ากว่า พี่โบรก ฯ +กองทุนทั้งหลาย +ต่างชาติ +กลุ่มคณะบุคคลบางกลุ่ม รู้แล้วว่า ใครซื้อขายเท่าไร อย่างไร ครึ่งเช้า ?
( 2 ตลาด).......รายย่อยที่ขยันก็พอหาได้ (ของปลอมเยอะนะครับ เช็คสองที่ให้ แน่ !)

หน้าตักมีไม่เท่ากัน + ต้นทุนไม่เท่ากัน (เสียน้อย+ไม่เสียค่า คอมฯ ด้วยเหตุผล.....ของเขา หุ หุ) +ข้อมูลข่าวสาร ได้ไม่เท่าเทียมกันครับ = สุดท้ายแล้วแต่
“เหตุและปัจจัย” แต่ละท่านครับ …..

“ในเมื่อ SET ไม่สามารถปิดให้ไม่รู้ทุกคนไม่ได้ ทำไมเราไม่เปิดให้รู้กันทุกคนพร้อมกันไปเลย”ครับ ??!!!

(เฉยเฉยนะครับ เพราะพอ สะเงอะสะแงะ หาได้)


MARC FABER ON LATELINE BUSINESS INTERVIEW AUG 26, 2009

"The economy near term can recover and maybe the recovery will be somewhat lengthier because the first stimulus package in the United States will be followed by a second one and money printing will lead to more money printing."

ที่ อ่าน และพยายามเข้าใจ อีตา MARC เพราะมันเป็นมุมมอง ของกลุ่มที่เล่นกับ
High Risk คนเหมือนจะเชื่อเขาเยอะ (ที่ผมรู้แน่แน่ ขาใหญ่สักท่านที่เล่นแบบพลพรรค
แก๊งค์นินจาที่ลงใน ถนนนักลงทุนวันจันทร์ 24/8 ที่กรุงเทพฯธุรกิจ
เล่นตีหัวผ่าน Expectation อีตา MARC นี้)

“พูด ปุ๊บ ร่วง ปั๊บ เทขายเป๊ะ รับซื้อสะสมเปรี้ยง เปรี้ยง”

เมื่อคืน (28/8)นั่งดูแท่งเทียน Gold ดีด ดีด ชน 960 ก็มานั่งคิดว่า
แนวรับ + แนวต้าน ที่แข็งแกร่งมา 4 อาทิตย์ (สามวัน กรอบ940 – 960 )
....มันยากตอนที่ต้องซื้อให้ราคาถูกนี่สิครับ เหนื่อยแล้วก็เครียด !

Econ. Theory + Balance Sheet =
Mid & Long Terms Investment ,
But
Expectation + Prediction + Trend line + fund Flow (Volume) =
Week & Day Trade ,
Anywhere,
Don't forget "Act of God"

Re: SOS III – รวมด้วยช่วยกันต่อ Jigsaw
เศรษฐกิจโลก เศรษฐกิจไทย และนัยต่อการลงทุน
   By MAY on 8/29/2009 4:05 PM
ดีค่ะ อาจารย์ กอบศักดิ์ หวังว่าจะสบายดีค่ะ
และทุกๆคน มาร่วมแรงแข่งขัน ยินดีมาก

แปะฝากก่อน เดี๋ยวแป๊บจะได้อะไรดีๆมาฝากค่ะ ก็อ่านคลายเครียดไป อันนี้ขอแปะไว้ มันก็ตลกดีค่ะ http://www.pantip.com/cafe/sinthorn/topic/I8237066/I8237066.html

ปล ลุงเฮ้าส์ทำไมบ้านลุงหลังคารั่วล่ะ หวังว่าจะไม่เป็นไรนะลุง
ขอบคุณคุณตอโต้ง รองเท้าฟางค่ะ
อาจารย์ค่ะ ว่างเมื่อไหร่ก็มาโพสต์ค่ะ เรื่องค่าเงิน กระแสเงินอะไรประมาณนี้ค่ะ

อ้อ แล้วจะมาใหม่ แต่รอแป๊บค่ะ เป็นความเห็นส่วนตัวค่ะ แต่ก็มีมุมมองกะ SET เช่นกัน อดใจรอแป๊บๆค่ะ (แป๊บๆ คือ คือรอระยะหนึ่ง ค่ะ ไม่นานเท่าไหร่) ได้มาจากเพื่อนเห็นว่าน่ารักดีก็เลยติดค่ะ (^0^)

เพลงมาฝากไว้ ก่อน และจะมาใหม่ ดีค่ะ ถ้าผิดอะไรก็บอกล่ะกัน เพราะไม่เก่งเท่าไหร่ แต่รู้สึกดีมากที่ร่วมด้วยช่วยกัน เจริญๆๆ ค่ะ

http://www.imeem.com/sweetsong/music/NSOgeWMJ/destiny
หวังว่าจะไม่หวานมากจนเกินขอบเขต เพราะว่ามันค่อนไปทางหวานมากค่ะ
โชคดีค่ะ ขอบคุณมากค่ะ

Re: SOS III – รวมด้วยช่วยกันต่อ Jigsaw
เศรษฐกิจโลก เศรษฐกิจไทย และนัยต่อการลงทุน
   By อนิรุทธิ์ on 8/29/2009 9:42 PM
ตอนแรกกะจะ Comment คุณสโรชา เพื่อให้บล็อกมันได้มีการโต้เถียงกัน จะได้พัฒนากันไป
แต่พอเห็นคุณตอโต้ง Post เลยเปลี่ยนแนว จับที่ 2 คนพูด ในเรื่องใกล้เคียงกัน มาวางไว้ที่เดียวกันดีกว่า

*****ว่าด้วยเรื่อง- สภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจ (เศรษฐกิจไทย ,เศรษฐกิจโลก)
ก. เศรษฐกิจ USA
- คุณสโรชา “.... คุณเบน เบอร์นันเก้ เท่านั้นที่รู้ดีที่สุด ว่าเกิดอะไร แต่เขาก็คงจะต้องโดนให้บอกอยู่แล้วค่ะ รอแป๊บๆๆ ก็จะรู้ได้ ว่าคุณ เพราะคิดว่า วิกฤตรอบนี้หนักมาก กว่าที่คาดได้....”
(ความจริงคุณสโรชา เขียนไว้หลายช่วง หลายตอน แต่ผมอ่านแล้ว เนื้อความใกล้เคียงกัน เลยขออนุญาตสรุปให้เป็นอย่างนี้ ที่น่าสนใจก็คือ ทำไมคุณสโรชาถึงได้คาดการณืเป็นแบบนั้นได้ ถ้าพอมีเวลาเพิ่ม จะอธิบายให้ละเอียดขึ้น ก็จะดีไม่น้อย)
- คุณตอโต้ง “..The economy near term can recover and maybe the recovery will be somewhat lengthier because the first stimulus package in the United States will be followed by a second one and money printing will lead to more money printing…….."
ไป Quote คำพูด Marc Faber มาความว่า สภาพเศรษฐกิจในระยะใกล้ๆนี้ ก็คงจะ ฟื้นตัว แต่บางทีการฟื้นตัวอาจจะต้องยืดยาวออกไป เพราะว่าแผนกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งแรก ของอเมริกาจะต้องตามมาด้วยแผนที่สอง และการพิมพ์แบงค์ก็จะต้องมีมากขึ้นตามไปด้วย
(ยังไงถ้าจะให้ดี เปิด พจนานุกรม เช็คการแปลผมด้วยก็แล้วกัน ผมไม่ค่อยมั่นใจภาษาอังกฤษของตัวเองเท่าไหร่ แต่ที่น่าสนใจคือ พูดเรื่องการพิมพ์แบงค์อีกแล้ว ซึ่งเรื่องนี้ผมยังสงสัยอยู่ว่าเป็นยังไงกันแน่ เหมือนอย่างในเรื่อง Quantitative Easing ที่หลายคนบอกว่าเป็นการพิมพ์แบงค์ เพราะตามหลักการพิมพ์แบงค์ ทุกประเทศต้องมีทุนสำรองระหว่างประเทศ เพียงแต่อเมริกาค่อนข้างจะได้เปรียบกว่าชาวบ้านในเรื่องการสร้างทุนสำรองระหว่างประเทศ
ทุนสำรองระหว่างประเทศ ประกอบด้วย ทองคำ, เงินตราต่างประเทศสกุลหลักๆในโลก, หลักทรัพย์ใน I.M.F. , เงิน S.D.R. ในกรณีของอเมริกา เนื่องจาก สกุลเงิน USD เป็นสกุลเงินที่โลกยอมรับ แกก็เอามาเป็นทุนสำรองได้เลย ประกอบกับ ด้วยความที่แกเป็นผู้ก่อตั้ง I.M.F. หลักทรัพย์(ใน IMF) และ เงิน SDR จึงมีมากกว่าชาวบ้านเขา
คิดว่าอเมริกาอาจจะไม่ต้องใช้ทองคำ มาเป็นทุนสำรองในการพิมพ์ธนบัตรเลยก็ได้(ถึงเข้าใจกันไปว่า เป็นประเทศเดียว ที่พิมพ์แบงค์ได้โดยไม่ต้องมีทองคำหนุนหลัง) แต่ถ้าค่าเงิน USD อ่อนค่าลงทุกวันอย่างนี้ ต่อไปก็คงต้องใช้ทองคำมาเป็นทุนสำรองบ้างแหละ
กลับมาเรื่องที่เราสนใจ การพิมพ์แบงค์ ในวิกฤติการเงินรอบนี้ เท่าที่ได้ยินมา ก็เห็นจะเป็นการทำผ่าน Quantitative Easing ซึ่งก็ยังมองกลไกไม่แตก คงจะต้องทำการบ้านเพิ่มก่อนล่ะ
ข.เศรษฐกิจไทย
-คุณสโรชา “...ศูนย์วิจัยมาบอกเนื่องๆๆว่า เศรษฐกิจฟื้น V W U,นายก หรือใครก้ตาม มาพูด แบบกระจัดกระจาย...”
(อันนี้ขอข้ามแล้วกันครับ เพราะมีผู้รู้หลายท่านพูดให้ฟังแล้ว แต่ฝากนิดเดียวว่า เบื่อยังไงก็ต้องอยู่กับมัน เนื่องจากมันเป็นสภาพแวดล้อมรอบตัวเรา ยังไงรู้ไว้บ้าง ว่ามีคนพูดว่าเป็น V W U ถึงตัวเองจะฟันธงไม่ได้ แต่เชื่อว่าความรู้ที่ตัวเองมีอยู่(รู้แบบฟันธงไม่ได้) ก็คงให้ประโยชน์กับตัวเราไม่มากก็น้อย)

*********ว่าด้วยเรื่องการลงทุน
-คุณสโรชา
A.มาเล่าประสบการณ์ให้ฟังว่า การลงทุนในเมืองไทย ไม่มีใครรู้จริง (“””ไม่มีใครรู้จริงขนาดว่าที่เก่งมากใน เมืองไทย””””)
B.เล่าเรื่องนักวิเคราะห์(“””ถามหน่อยว่า หุ้นที่ไปวิเคราะห์ ทำไมส่วนใหญ่เห็นพ้องตรงใจซื้อในระยะเวลา เดียวกัน”””)
C.ตลาดทุนไทย ไม่พัฒนา แม้เจอวิกฤติมา 2 ครั้งแล้ว
D.ตั้งข้อสงสัยต่อผลิตภัณฑ์ทางการเงินใหม่ๆ เช่น ETF ,DW
E.วิจารณ์การทำงานของ ตลาดหลักทรัพย์ เน้นหนักเรื่องธรรมมาภิบาล
-คุณตอโต้ง
A.เรื่องการลงทุนใน SET มันไม่ใช่ Fair Market แน่แน่ ,ข้อมูลข่าวสาร ได้ไม่เท่าเทียมกันครับ , บ่ายโมงกว่ากว่า พี่โบรก ฯ +กองทุนทั้งหลาย +ต่างชาติ +กลุ่มคณะบุคคลบางกลุ่ม รู้แล้วว่า ใครซื้อขายเท่าไร อย่างไร ครึ่งเช้า ?( 2 ตลาด).......รายย่อยที่ขยันก็พอหาได้ (ของปลอมเยอะนะครับ เช็คสองที่ให้ แน่ !)
(ความจริงมีพูดมากกว่านี้ น่าสนใจนะครับ ตามอ่านกันให้หมดน่าจะดี)
B. Econ. Theory + Balance Sheet = Mid & Long Terms Investment ,
But Expectation + Prediction + Trend line + fund Flow (Volume) =
Week & Day Trade ,Anywhere,Don't forget "Act of God"

ข้อ A,B,C,E ของคุณสโรชาและข้อ A ของคุณตอโต้งอ่านแล้วอยากจะเลิกเทรดไปเลย  แต่กำลังสงสัยว่า แล้วในตลาดจะไม่มีรายย่อยที่เก่งจริง เอาตัวรอดได้ ร่ำรวยขึ้นมาได้เชียวเหรอ แล้วอย่าง Value Investor สไตล์อ.นิเวศน์ล่ะ คือไม่ได้เข้าข้างใครทั้งสิ้นนะ แต่พยายามกำลังมองหา ทางที่ไม่ใช่กลาง แต่ก็ไม่ใช่ซ้ายไม่ใช่ขวาอยู่ มันจะไม่มีเลยเหรอ สงสัยจริงๆนะ

ข้อ D ของคุณสโรชา ใครมีความรู้บ้างก็มาแบ่งปันกันหน่อยก็แล้วกัน แต่แนะนำว่าเวลาเขียนพยายามประมวลขึ้นมาเป็นหลักการ ข้อสรุปหน่อยก็น่าจะดี (คล้ายๆกับ ที่ผมเขียนเรื่องทอง) จะได้เป็นประโยชน์ให้แก่ผู้ที่เข้ามาใหม่ด้วย
ข้อ B ของคุณตอโต้ง ผมชอบนะ ให้ Guide Line ได้ดีทีเดียว แต่ถ้าว่างๆมาขยายความเพิ่มก็จะดีไม่น่อย

ท้ายสุด ถ้าผมจะทำอะไรที่ดูเจ้ากี่เจ้าการไปบ้าง ก็ขออภัย เพียงแต่ อยากจะให้รายย่อยรวมตัวกันได้(ไม่จำเป็นต้องเป็นสมาคมอะไรกันหรอก ใช้ทางอินเตอร์เน็ตนี่แหล่ะ) แล้วช่วยเหลือกัน เพราะว่าไปก็หัวอกเดียวกัน ถูกเอาเปรียบ ต้องช่วยเหลือตัวเอง ก็จับมาเจอกัน มันจะได้เกิดการรวมพลังกันได้ โอ้ เย้
ลุงเฮ้าส์

Re: SOS III – รวมด้วยช่วยกันต่อ Jigsaw
เศรษฐกิจโลก เศรษฐกิจไทย และนัยต่อการลงทุน
   By อนิรุทธิ์ on 8/29/2009 9:55 PM
คุณ May ไปดูหนังมาแล้ว ที่ Pantip Theater ฮาก้ากเลย ให้ข้อคิดดีมาก แนะนำให้ทุกคนไปดู
http://www.pantip.com/cafe/sinthorn/topic/I8237066/I8237066.html
สั้นๆ ใช้เวลาไม่มาก ได้สาระคู่ความบันเทิง
ลุงเฮ้าส์
ปล.หลังคาที่บ้าน มันรั่วแล้วรั่วอีก ซ่อมยังไงก็ไม่หาย ท้ายสุด ตัดใจ เอาถังน้ำตามรองเวลาฝนตกดีกว่า ได้อารมณ์ลำบากลำบนดี :)

Re: SOS III – รวมด้วยช่วยกันต่อ Jigsaw
เศรษฐกิจโลก เศรษฐกิจไทย และนัยต่อการลงทุน
   By รองเท้าฟาง on 8/29/2009 11:16 PM
เว ง กำ ลุงตรู ระวังต่อไปหน้าหนาวฝนไม่ตกแล้วคับ
กลัวหิมะหล่นใส่หลังคาเท่านั้นลุง

กะละมังดีกว่า ใหญ่ดี ถังมันได้ไม่เยอะคับ ต้องคำนวนการไหลผ่านรอยรั่ว
ด้วยนะครับจะได้รู้ว่า 10 นาที มันจะถึงค่อนถังไหม มันจะถึงเช้าไหม
หรือต้องตั้งนากาปลุกตอน ตี 3 มาเปลี่ยนถัง

อย่างนี้ต้อง เปลี่ยน ETC :)
ทั้งหลังคา และ ทุนนิยม เห็นเขาให้สินบนกัน 1800 ล้านบาท
กับการท่องเที่ยวไทย น่าดีใจพิลึก คนหลายคนสละชีพเพื่อชาติ
คนอีกหลายคน สละชาติเพื่อชีพ รวย ซัก 10 ล้านนี้ กินอยู่พอเพียงก็
มากโขแล้ว นี่ 1800 ล้าน หมื่นล้าน เอ้า ว่ากันไป พี่แร็กเก้
แกก็มี อีก 1 หัวล้าน

สวดมนต์ ไหว้พระ หลับฝันดีเพื่อนๆ ศีลธรรม ธรรมะ คุ้มครอง

Re: SOS III – รวมด้วยช่วยกันต่อ Jigsaw
เศรษฐกิจโลก เศรษฐกิจไทย และนัยต่อการลงทุน
   By อนิรุทธิ์ on 8/30/2009 11:02 AM
จำใจต้องแบ่ง”ส่วนที่ว่าด้วย การติดตามเศรษฐกิจโลก” ออกเป็น 2 ส่วน เพราะยิ่งศึกษา ค้นคว้า ยิ่งยาว ถ้าจะ รวบมาไว้อันเดียวกัน จะจัดแบ่งหัวข้อลำบาก ,,,,, โดยจะแบ่งเป็น 2 ส่วนคือ 1.ส่วนที่ว่าด้วยปัจจัยเชิงบวกและ... กับ 2.ส่วนที่ว่าด้วยปัจจัยเชิงลบและ....กับข้อสังเกต ,,,,,,,จะพยายามจัดให้ทุกเรื่องเป็นหมวดหมู่ที่สุด เพื่อให้ใครมาอ่านจะได้เข้าใจง่ายๆ
ลุงเฮ้าส์

Re: SOS III – รวมด้วยช่วยกันต่อ Jigsaw
เศรษฐกิจโลก เศรษฐกิจไทย และนัยต่อการลงทุน
   By อนิรุทธิ์ on 8/30/2009 11:03 AM
ปัจจัยเชิงบวกและรายชื่อผู้ที่มองในเชิงบวก

A ด้านเหตุผลสนับสนุน
AA สถานการณืใน USA
AA-1 กลุ่มสาเหตุของปัญหา (มี 2 หัวข้อ)
1.ภาวะตลาดบ้าน-ที่อยู่อาศัย จากดัชนีมากมาย ให้เลือกดูแค่ 3 ตัว คือ
1.1 ยอดขายบ้านมือสอง ( ซึ่งคิดเป็น 85 % ของยอดขายบ้านใน USA ) ดีดตัวขึ้นมาตั้งแต่เดือนมีนาคม 09 และดีขึ้นต่อเนื่อง โดยที่ยอดขายเดือนล่าสุด อยู่ในระดับใกล้เคียงช่วงเริ่มวิกฤติ(กรกฏาคม 07 ที่แบร์เสตริน์ล้ม) จึงนับเป็นการทรงในการทรุดได้แล้ว
1.2 ราคา ให้ดูที่ ดัชนี S & P Case –Shiller (ตัว 10 เมืองใหญ่) ปรับตัวดีขึ้นมาก ในเดือน พฤษภาคม,มิถุนายน แต่ยังไม่น่าจะนับเป็นการทรงในการทรุดได้เพราะว่าเพิ่งจะเริ่มฟื้นตัวได้เพียง 2 เดือน และ ตัวเลข ยังติดลบอยู่ลึกมาก (กว่า – 17 %) น่าจะจัดได้แค่ว่าเริ่มมีสัญญานที่ดี
1.3 ยอดการสร้างบ้านใหม่ แม้เริ่มทรงตัวบ้างแล้ว แต่ยังไม่น่าจัดเป็นการทรงตัวในการทรุดได้ เพราะตัวเลขต่ำมาก 7-800 ได้ (ตัวเลขเมื่อกรกฏา 07 ยังร่วม 1400 )
แต่ มาตรการ Credit Easing ก็ เป็นการปล่อยเงินไปช่วยตลาดบ้านได้อย่างตรงจุด จึงนับว่า พอจะเบาใจ กับเรื่องนี้ได้บ้าง
(เรื่องนี้ จัดว่าเป็นกลุ่มต้นตอของปัญหา ซึ่งถ้าเหตุดี ผลน่าจะดีตามมา อย่างไรก็ตาม สาเหตุของปัญหาวิกฤติการเงินรอบนี้ไม่ใช่มาจาก สินเชื่อที่อยู่อาศัยเพียงอย่างเดียว ยังมี เรื่อง ตราสาร CDS และอื่นๆ อีก กล่าวคือ การจะเข้าใจพัฒนาการของวิกฤติครั้งนี้ บางท่านใช้วิธีพูดว่า วิกฤติครั้งนี้ เริ่มจากวิกฤติสินเชื่อ Subprime ต่อด้วยวิกฤติตราสาร CDS – ที่พา AIG ล้ม และอื่นๆต่อกันมา
ดังนั้นแม้เรื่องบ้าน จะพอเบาใจได้ แต่สถานการณ์ด้านอื่นๆ ได้แก่ CDS ยังไม่สามารถหาข้อมูลได้ จึงควรจะเผื่อใจไว้สำหรับเรื่อง CDS และเรื่องอื่นๆด้วย)
2.สถานการณ์ในตลาดการเงิน ดูแล้วเริ่มดีขึ้นเพราะการประกาศผลประกอบการ,การออกจากโครงการ TARP, การผ่านการทำ Stress Test ของบรรดาสถาบันการเงินต่างๆ นั้นทำให้โดยรวมดูดี แต่อย่างไรก็ตาม การที่สถาบันการเงินต่างๆเร่งคืนเงินโครงการ TARP ไม่ได้สะท้อนว่า สถาบันการเงินเหล่านั้นเข้มแข็งแล้ว เพราะในส่วนหนึ่ง ก็ต้องจัดว่า เร่งคืนหนี้ เพื่อให้หลุดพ้นจากข้อพันธนาการมากมาย เช่น จะให้เงินเดือนสูงๆ Bonus เยอะๆ ก็ทำไม่ได้, การผ่อนคลายกฎระเบียบ Mark to market เมื่อ 3-4 เดือนที่ผ่านมา ตลอดจนการทำ Stress Test ที่ ถูกจัดว่าเป็นการทดสอบที่อ่อนและไปเดาว่าเศรษฐกิจสหรัฐจะฟื้นซึ่งจะทำให้แบงค์มีกำไร แต่ท้ายสุดถ้าดูจากปัจจัยทั้งหมดรวมกัน อาจจะทำให้ สถาบันการเงินสามารถดูดีแค่ในระยะสั้นแค่นั้นก็ได้

AA-2 กลุ่มดัชนีตัวชี้วัดต่างๆ เวลาดูดัชนีตัวเลขต่างๆที่ออกมามากมาย ควรจะแบ่งตัวเลขออกเป็น 3 กลุ่ม Leading Indicator , Coincident Indicator (ดัชนีพ้องเศรษฐกิจ) , Lagging Indicator (เวลาผมจัดดัชนีเข้าใส่กลุ่ม ผมจะยึดตามหลักการทำดัชนีของ Conference Board และจากแหล่งที่เชื่อถือได้ แต่มีบางตัวที่ไม่แน่ใจจะใส่เป็นตัวที่ 4 คือ ไม่รู้จะให้อยู่ไหน)
1.Leading (Conference Board มี 10 ตัว)
1.1 ชั่วโมงการทำงานรายสัปดาห์ของบรรดาคนงานภาคอุตสาหกรรม
1.2 ตัวเลขผู้ขอรับสวัสดิการ(เป็นครั้งแรก)การว่างงานรายสัปดาห์
1.3 New Order ของ สินค้าเพื่อการอุปโภคและบริโภค
1.4 New Order ของ เครื่องจักร(ไม่นับพวกอาวุธ)
1.5 Index of supplier deliveries –vendor
performance (ไม่รู้จะแปลยังไง อ่านทั้งจาก Wikipedia
,conference board และที่อื่นๆ ก็ยังไม่เข้าใจความหมายที่
แท้จริง
1.6ใบขออนุญาตสร้างตึก
1.7 S&P stock 500 index
1.8ปริมาณเงิน M 2
1.9ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย Bond 10 ปี และ Federal Fund
1.10 ดัชนีชี้วัดความเชื่อมั่นผู้บริโภค
(ตัวเลขทั้ง 10 ตัว เข้าใจว่า ใน Bloomberg เอง ก็น่าจะมีลงไว้ (ในส่วนที่เป็น Economic Calendar แต่ผมยังไม่แน่ใจว่าตัวเลขใน Bloomberg ตัวไหน คือตัวเลขที่ Conference Board ใช้ เพราะบางทีชื่อใกล้เคียงกัน แต่อาจจะเป็นตัวเลขคนละตัวก็ได้ และในที่นี้ เราดู จากตัวเลขรวบยอดที่ Conference Board ประกาศออกมาเลยก็ได้
เพียงแต่ที่แจงไว้โดยละเอียด ก็เผื่อไว้สำหรับคนที่อยากติดตามด้วยตัวเอง (ซึ่งน่าจะเอาไปใช้ประโยชน์ในการลงทุนได้))
2.พ้องเศรษฐกิจ(Conference Board มี 4 ตัว)
2.1 จำนวนแรงงานนอกภาคเกษตรกรรม
2.2 Personal income less transfer payment
2.3ผลผลิตภาคอุตสาหกรรม
2.4Manufacturing and trade sale
2.5 GDP (บางตำราจัดให้เป็น Coincident)
3.Lagging Indicator (Conference Board มี 7 ตัว)
3.1 Average duration of unemployment
3.2 Inventories to sales ratio ,manufacturing
and trade
3.3 Labor cost per unit of output
,manufacturing
3.4 Average Prime Rate
3.5 เงินกู้เพื่อภาคอุตสาหกรรมและภาคการพาณิชย์
3.6 The Ratio of consumer credit outstanding to
personal income
3.7 Consumer price index for service
4.พวกไม่รู้อยู่ไหน
เขียนมาซะยืดยาว แต่สรุปนิดเดียว US Leading Economic Indicator (จัดทำโดย Conference Board) ที่ประกาศมาล่าสุด ปรับตัวดีขึ้น 5 เดือน ติดต่อกัน , ดัชนีตกจาก 104-105 ในกลางปี 07 ไปถึง กว่า 102 ในปัจจุบัน , ซึ่งมันจะเหมือนกับการปรับตัวในอดีต เวลา เจอวิกฤติ เศรษฐกิจครั้งใดๆ ก่อนจะฟื้นตัว ดัชนีตัวนี้ จะค่อยๆ ปรับตัวดีขึ้นก่อน
(น่าจะจัดว่าเศรษฐกิจ ถึงจุดต่ำสุดแล้ว และค่อยๆดีดตัวขึ้น)




AB นอก USA
1..อัตราการหดตัวทางเศรษฐกิจ เริ่มชะลอตัวช้าลง หรือ GDP เริ่มพลิกกลับเป็นบวก ใน ยุโรป และ ญี่ปุ่น

B. คนที่สนับสนุนความเชื่อนี้ ก็ได้แก่ บารัก โอบามา, อลัน กรีนสแปน , พอล ครุกแมน , IMF , Joseph Stiglitz, จอรท์ โซรอส , วอร์เรน บัฟเฟ็ตต์

ผิด ตก ยกเว้น (และในส่วนที่ว่าด้วย ปัจจัยเชิงบวก-ใน USA –กลุ่มดัชนีตัวชี้วัดต่างๆ (AA-2) ยังไม่ค่อยมั่นใจนักเนื่องจากมีเวลาน้อย แต่จะทำให้เข้าใจง่ายขึ้นภายหลัง)

Re: SOS III – รวมด้วยช่วยกันต่อ Jigsaw
เศรษฐกิจโลก เศรษฐกิจไทย และนัยต่อการลงทุน
   By รองเท้าฟาง on 8/30/2009 12:12 PM
เริ่มตามไม่ไหวละ เยอะจัด ต้องกลับไปทำงานก่อนละคับ

หุ้นดีๆก็ชื้อไว้สิครับ คุณ May จัดเงินไว้ซื้อ ถือๆไป เก็บออม
ลดการใช้จ่ายบางอย่างไป รวยข้ามคืน ไม่เคยมีนะครับ แต่จนข้ามคืน
เนี่ยตู้มๆ แต่ คืนข้ามปี เอ็นโดรฟินเพราะมั๊ก

อยากได้บ้านสวยๆ ก็ต้องซื้อคับ ต้องตอกเสาเข็ม ลงดิน ลงหิน จัดการต่างๆ
เยอะแยะ มากมาย ดังนั้นคับ พิจรณาตัวเองให้มากๆ ศึกษาบทเรียนต่างให้ดี
อย่าโทษ ตัวเอง อย่าโทษผู้อื่น คุณอาจไม่พอใจที่เหตุการณ์ไม่เป็นไปอย่างที่คุณ
อยากให้เป็น แต่ว่า นั้นคือสืงที่เกิดขึ้น และ คุณก็ไม่อาจเลี่ยงความรับผิดชอบได้

ไม่รู้นะ ธรรมะ พระพุทธเจ้า สอนให้เป็นผู้ฝึกตนคับ เราอยู่บนโลกนี้ มีผู้คนมากมาย
รู้แล้วก็อย่าทำ ตกตามบุญตามกรรม คนดีๆก็ยังพอมีอยู่คับ :)

Re: SOS III – รวมด้วยช่วยกันต่อ Jigsaw
เศรษฐกิจโลก เศรษฐกิจไทย และนัยต่อการลงทุน
   By สโรชา on 8/30/2009 2:31 PM
เรียน ดร กอบศักดิ์ ที่เคารพ ต้องขออภัย บางอย่างถ้าเขียนไว้ แล้วหนักใจ

เรียนคุณเฮ้าส์ที่เคารพ ขอบคุณที่มาเขียน บอกตามตรงที่เขียนถึง ไม่ได้เห็นว่า “จะว่า” หรืออะไร ออกจะดีไปด้วยซ้ำ เพราะว่าไม่มีถูกหรือผิด
เพราะเศรษฐศาสตร์ถ้าว่าไปแล้ว ก็แบ่งได้ 2 ฝ่ายใหญ่ๆ
ระบบการเงินก็ยังแบ่งออกเป็น 2 ระบบ และก็ดูแล้วว่าอะไรดี หรือไม่ ก็ดูกันไป

แม้กระทั่งการทำ Quantitative easing และ Credit Easing ก็เป็นแนวทางหนึ่งที่นำมาใช้ แม้ว่าอเมริกาจะบอกว่าตนได้ทำ Credit Easing และญี่ปุ่นเป็นตนแบบ Quantitative easing ก็ตามตามที่ทราบกันแต่แรก แต่รอบนี้ญี่ปุ่นก็ทำ Credit Easing ร่วมด้วยก็ตามในรอบนี้ (ก็ไม่รู้ละเอียดตอนแรกไม่ทราบว่าญี่ปุ่นก็ทำ แต่ทราบความต่างความเหมือนที่บล็อกนี้ จึงเข้าใจ เหมือนที่หลายคนได้บอกไว้ว่า เพราะคงจะไม่มีใครที่มาอธิบายให้ละเอียดหรือรู้มากจริง ดังดร กอบศักดิ์ และส่วนตัวทราบว่าญี่ปุ่นทำ Credit Easing ด้วย)

ระบบพึ่งธนาคารเป็นหลัก และ ตลาดทุนเป็นหลัก

คุณตอโต้งเขียนเรื่อง ตลท นั้น ถือว่าเป็นอะไรที่จริงมาก และก็สะท้อนออกมาได้ดีระดับหนึ่ง ส่วนตัวต้องนับถือที่สละมาเขียนเพราะว่า ความจริงคือความจริง และความจริงคือสิ่งที่ทุกคนนั่นกลัว แม้ว่ารู้แกใจ

ส่วนหนึ่ง ที่ทราบเพราะมีคนเขียน prop trade ไว้แล้วไม่เอ่ยถึง

และก็อ่านตามที่ต่างๆมามาก ความเป็นจริงของ ตลท คืออะไร น่าจะรู้ดี มิเช่นนั้นจะมีแมลงเม่าหรือ แต่ช่วงหลังมาก็พัฒนาขึ้นมาก พอสู้กะเขาได้ จากการสังเกตที่ผ่านมา รายย่อยมักถูกทางแต่ก็ไม่ใช่ส่วนใหญ่ (จากที่สังเกตช่วงหลัง หมายถึง ปีนี้แต่ต้น)

แต่ว่าจะหาคนที่เล่นยาวมากเป็น 10 ปี ก็น่าจะมี แต่ก็คงน้อยหรือไม่ ไม่ทราบ พวก VI อย่ามาคุยเลย ถ้าคุณมีเงินไม่หนาพอหรืออดทนรอได้นานพอก็คิดว่าจะยาก
เพราะถ้าไม่ได้ลงทุนหรือมีหุ้น ก็ไม่อาจจะเข้าใจว่าความรู้สึกตอนนั้นเป็นเช่นไร ยกตัวอย่าง ถ้ามีหุ้น จะห้ามไม่ให้มอง เป็นไปได้ยาก นอกจากคุณคิดว่าซื้อต่ำแล้ว ยอมรับว่าตกแล้วใจไม่หายไป หรือไม่เช่นนั้นก็อาจจะยุ่งมากกะงานประจำ ก็ยากที่จะเข้าใจ อารมณ์ที่มีหุ้นไว้หรือถือหรือมีสถานะไว้

รายย่อยที่ประสบความสำเร็จ ส่วนตัวไม่ค่อยสนใจหรือรู้อะไรมาก เพราะไม่ได้ชอบแนวทางของเขา เพราะก็แค่ เพราะว่าก่อนมา comment ก็อ่านมาเยอะแล้ว และก็เห็น กลต หรือ ตลท ไม่เห็นทำอะไร หุ้นบางตัวเพิ่งมา H ก็มีทั้งที่พาลากกันมานาน อะไรจะไม่รู้ขนาดนั้น ตลาดหุ้นเป็นแหล่งที่ออม หรือลงทุน วัตถุประสงค์ดูสวยหรู แต่แท้จริงยังไงก็น่าจะรู้และเข้าใจกัน

การเลือกหุ้นให้เป็น VI ขอแสดงความเห็นส่วนตัว แล้วกันมันไม่ต้องไปหาหุ้นเลย คุณรู้ว่าอะไรมันดีหรือไม่ดีได้ น่าจะรู้ แต่จังหวะเวลาที่เลือกคุณถูกหรือไม่ หุ้นไทยมี 500กว่าตัว แต่ที่รู้จักแม้แต่ SET 50 บางตัวดิฉันยังไม่รู้จัก แล้วหุ้นที่ดีไม่น่าจะยาก

การพัฒนาตลาดที่ออกแต่ผลิตภัณฑ์มาเยอะจนมากเกินไป บางทีก็ดูดีแต่ไม่มีสภาพคล่องเข้าก็ติด สังเกตตลาด AFET ก็หายดูว่าเป็นไง

ETF เมืองไทยเท่าที่ดู มีคนเคยบอกว่าไม่น่าสนใจ แต่เหตุผลเขาก็ฟังใช้ได้และจะมาเขียน

กองทุนเมืองนอก FIF อ้างอิง index หรือ สินค้าโภคภัณฑ์ ก็เห็นมาเสนอเปิดกองกันมากเมื่อจีนทะยานขึ้นมากแต่ตอนนี้ จีนเอง ก็น่าจะทราบ คุณตอโต้งดูเชียวชาญมากในตลาดหุ้น ขอรบกวนแล้วกัน เพราะแนวคิดก็ดีหรืออะไร เพราะความจริงใจ หายากมาก ขอขอบคุณมาก (จะมาบอกเพราะรู้จักคนที่ที่ลงทุนดีพอระดับ ตามตรงไม่ได้มีทางเลือกมาก ก็มาที่ SET ก็เหมือนหลายท่านที่อยู่ แม้ทาง ธปท อนุญาตให้ลงทุนแต่ใครจะมีเงินเป็นร้อยล้านพันล้าน)

และเรื่องลงทุน ลงทุนได้แต่เลือกให้ดีนิดเพราะ เงินที่หามาได้ด้วยแรงกายแรงงาน ก็อยากให้ท่านทุกคนใช้เงินอย่างระมัดระวัง อยากให้คิดหรือพิจารณาว่า เงินที่ท่านหามาจากน้ำพักน้ำแรง หรือเงินเก็บมาด้วยหยาดเหงื่อแรงงาน จะมาเลือกลงทุนเพื่อออม หรือ อนาคตก็ขอให้ใช้สติสักนิด คิด พิจารณา

ส่วนตัวไม่ได้เก่งจนเอาชนะตลาดได้ แต่ก็พยายามศึกษา และรู้เท่าที่ทำได้ บางทีอคติก็มีอยู่บ้างเพราะ ประสบการณ์ก็สอนมาเช่นหลายท่าน

ปล
1 คุณเอ้าส์ อย่าเลิกเทรด เพราะว่ามันก็ไม่มีอะไรที่ดีกว่านี้ ทางเลือกอาจจะจำกัด แต่คิดว่าคุณเฮ้าส์น่าจะไปได้ดี เพราะอ่านก็ได้อะไรมาก แนวคิดหรือ การรวบรวม ทุกท่านไม่มีใครติดขัดและก็มีคนสนับสนุน อย่างน้อยน่าจะเป็นคุณกล้วยบวชชี ที่น่าจะเห็นเป็นรูปธรรม และตอนแรกจะมาเขียนเพราะก็ชื่นชม ดร กอบศักดิ์อยู่แล้ว แทบเป็นนักเศรษฐศาสตร์ ในรอบหลายปี ในตอนแรกจะให้กำลังใจพออ่านไปเรื่อยๆ ก็คิดว่าอยากจะเขียนไว้ อารมณ์พาไปเลยยาวดึกไปหน่อย

2 สไตล์อ.นิเวศน์หรือ VI คงมี ถ้ามีมากคงออกมาเยอะแล้วเพราะมีน้อย และหนังสือหรืออะไรที่ตามอ่านก็ไม่รู้ว่าจะเอาไปทำไร อย่างที่บอกไว้ ไม่มีใครรู้ว่าจุดต่ำสุดอยู่ที่ไหน หรืออย่างไร หุ้นไทยมีไม่มากการเลือกหุ้นที่ดีไม่ยากหรอก หรือคิดว่าบริษัทที่เข้ามาเทรดกันตอนนี้เข้ามา IPO ตัวไหนบ้างที่ไม่โดนทุบ อาจจะมีแต่น้อยมากหรือไม่สภาพคล่องต่ำ และก็ดาหน้าเข้ามากัน และดร นิเวศน์ ก็ไม่เปิดพอร์ตให้ดู หรือเวลาซื้อช่วงไหนใครจะทราบที่รู้ก็มีแต่หุ้นหน้าปากซอย ปิ๊งป่อง
แต่ตัวอื่นหรืออะไรไม่มีใครทราบ แต่คุณบัฟเฟตเขาก็มีพอร์ตหรือปิดข้อมูล และเขาก็ซื้อหุ้น ตอนนั้นถ้าจำได้ยังมีหลายคนบอกว่าบัฟเฟตอาจจะแย่เลยเมื่อปีที่แล้ว

3 เรื่องค่าเงิน หรือการไหลเข้าออกของเงินมา EM ไม่สันทัด แต่ก็รู้ว่าปัญหาที่น่าสนคือ ถ้าจีนตอนนี้ลดการถือครองพันธบัตรสหรัฐเรื่อยๆๆจะเกิดอะไร เพราะจากที่ทราบมาล่าสุด จีนจะปรับลดการลงทุน แต่ก็ยังคงเป็นผู้ลงทุนรายใหญ่ในพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ ต่อมาคือ ญี่ปุ่น และค่าเงินเยนมันก็แข็งมาก อันนี้ไม่ทราบว่าจากปัญหาจากรอบที่แล้วหรือไม่อย่างไร ใครทราบก็รบกวนด้วย

4 ตลาดการเงินไม่มีเสถียรภาพในตัวเองหรือไม่อย่างไร ระบบเศรษฐกิจของประเทศต่างๆ แท้จริงมีเสถียรภาพหรือไม่ จากวิกฤติการเงินมาสู่วิกฤติเศรษฐกิจที่แท้จริงได้ นี่คืออะไร หรือมันผิดมาแต่ต้น แล้วการที่ตลาดหุ้นทั้งโลกที่อ้างว่ามีประสิทธิภาพ แต่ทำไมเกิดวิกฤติทุกๆ 10 ปีเฉลี่ยแล้ว เพราะว่าความไม่มีคุณธรรม หรือ โลภมาก หรืออย่างไร ซึ่งน่าคิดมาก

ขอบคุณที่กรุณาอ่านในความคิดเห็นและ อ่านความคิดเห็นค่ะ และถ้ามีอะไรรบกวนเสนอและบอกด้วยจะเป็นประโยชน์อย่างมาก

ขอบคุณ ดร กอบศักดิ์ และทุกท่านที่ร่วมมาแสดงความคิดเห็น และให้โอกาสในการ

เสนอความคิดอย่างเสรี ขอบคุณมากค่ะ

สโรชา

Re: SOS III – รวมด้วยช่วยกันต่อ Jigsaw
เศรษฐกิจโลก เศรษฐกิจไทย และนัยต่อการลงทุน
   By อนิรุทธิ์ on 8/30/2009 5:11 PM
คุณสโรชา เขียนมาเยอะมาก น่าสนใจทั้งนั้น แต่ตัวลุงเฮ้าส์ขอยก 4 เรื่อง มาพูดคุยกัน


1.การพัฒนาตลาดที่ออกแต่ผลิตภัณฑ์มาเยอะจนมากเกินไป บางทีก็ดูดีแต่ไม่มีสภาพคล่องเข้าก็ติด สังเกตตลาด AFET ก็หายดูว่าเป็นไง
อันนี้ก็เป็นความจริง ตลาด AFET มีสภาพคล่องต่ำมาก ,ซึ่งตามหลักของการ Trade Future บางทีต้องมีการ Cut Loss แต่ด้วยสภาพคล่องที่ต่ำ เคยคิดเล่นๆในใจว่า เวลาอยากจะ Cut loss อาจจะไม่มีใครมายอมซื้อสัญญาก็ได้
เห็นเรื่องนี้แล้วคิดถึง Gold Future สภาพคล่องคิดว่าน่าจะไม่น้อย แต่ มันมี พวก “ที่คล้ายๆกับว่าอยู่ในสภาพที่ได้เปรียบพวกนักลงทุนรายย่อย” เช่น โรงงานเครื่องประดับ , ร้านทอง , โบรกเกอร์ ,ฯลฯ คล้ายๆกับว่า แม้สัญญาที่ถือจะขาดทุน แต่ด้วยความที่ตัวเองมีสต็อคทองคำเป็นของตัวเอง ก็อาจจะเลือกถือสัญญาไว้ เพราะสต็อคทองคำทำให้ตัวเองไม่เจ็บมาก ประมาณนี้
ตัวลุงเฮ้าส์เอง แม้จัดว่ารู้เรื่องทองคำมาก แต่ก็ไม่เลือกเทรด Gold Future เพราะดูแล้วหายนะทำท่าจะมาเยือนง่าย ,มี Trade Gold Spot (ทองแท่งเยาวราช) อยู่บ้าง แต่ยังไม่เคย Success เพราะแม้จะอ่านตลาดทองต่างประเทศได้ดี แต่ค่าเงินบาทเป็นอะไรที่เวียนหัวมาก พาที่เก็งไว้ผิดหมด
คิดว่า ETF ทองคำน่าจะดีกว่า แต่ก็สงสัยว่า ตลาดหลักทรัพย์เกรงใจ อะไรกับสมาคมค้าทองคำอยู่ ถึงได้ออกมาเป็น Gold Future คิดไปคิดมา ก็คงเป็นเรื่องการต่อรองผลประโยชน์ซะมากกว่า แล้ว ตลาดหลักทรัพย์ ก็ไม่น่าจะเป็นประเภทกล้าทำอะไรจริงจัง ก็เข้าเรื่องอีกว่า ปลาใหญ่กินปลาเล็ก แต่ปลาเล็กก็ควรรวมตัวกันไว้ แล้วพัฒนาตัวเองให้เป็นปิรันย่า ทีนี้เถอะ ต่อให้ปลาวาฬมาก็ไม่กลัวครับ ( รวมกันเราอยู่ OH YES)

2.กองทุนเมืองนอก FIF อ้างอิง index หรือ สินค้าโภคภัณฑ์ ก็เห็นมาเสนอเปิดกองกันมากเมื่อจีนทะยานขึ้นมากแต่ตอนนี้ จีนเอง ก็น่าจะทราบ คุณตอโต้งดูเชียวชาญมากในตลาดหุ้น ขอรบกวนแล้วกัน เพราะแนวคิดก็ดีหรืออะไร เพราะความจริงใจ หายากมาก ขอขอบคุณมาก (จะมาบอกเพราะรู้จักคนที่ที่ลงทุนดีพอระดับ ตามตรงไม่ได้มีทางเลือกมาก ก็มาที่ SET ก็เหมือนหลายท่านที่อยู่ แม้ทาง ธปท อนุญาตให้ลงทุนแต่ใครจะมีเงินเป็นร้อยล้านพันล้าน)

การลงทุนต่างประเทศ พูดง่าย ทำยากครับ อย่างที่ ธปท. อนุญาต ถ้าจำไม่ผิด ก็รู้สึกจะเปิดให้รายย่อยด้วยครับ (แต่ผ่านโบรกเกอร์) ซึ่งก็เปิดมานานแล้ว แต่ทางปฏิบัติเงียบเป็นเป่าสากครับ
ความจริง ถ้าธปท. อยากจะให้คนในประเทศ ถือครองสกุลเงิน USD เพื่อลดภาระ การที่ตัวเองต้องแทรกแซง ไม่ต้องออกมาตรการอะไรเพิ่มหรอกครับ แค่บัญชี FCD ที่อนุญาตมาตั้งหลายปีแล้ว แต่ทำไมไม่ได้รับความนิยม (แม้ในหมู่ผู้ประกอบกิจการ SME ที่ต้องนำเข้าสินค้า และอยากจะซื้อเงิน USD เก็บไว้ตอนที่มันถูก เผื่อว่าเวลาจะใช้ แล้วมันแพง ก็เอาที่เก็บไว้มาใช้ก็ได้ ,หรืออย่างผู้ส่งออก ขายของไปแล้ว ได้เงินมา แปลงเป็นเงินไทย ยังไม่คุ้มค่า ก็เอาเข้า FCD ไว้ รอก่อนดีกว่า)
แต่เขาก็ไม่ทำกัน เพราะอะไร ก็เพราะธนาคารพาณิชย์ เก็บค่าฝากเงินเข้า ค่าถอนเงินออก (แบบคิดเป็น % จากยอดจริง) แถมยังมีค่าธรรมเนียมจุกจิกอะไรอีก มิหนำซ้ำ เวลาไปติดต่อธนาคาร เจ้าหน้าที่ยังบ่ายเบี่ยงอีก ตัว ธปท. ก็รู้ความจริงข้อนี้ แต่ก็อย่างว่า ....
เรื่อง FIF ที่อ้างอิง สินค้าโภคภัณฑ์ จากประสบการณ์ กั้ก NAV ครับ แถมไม่ทำ Hedging ค่าเงินด้วยครับ (เลยขอบอกเลยว่า ใครว่ากองทุนรวมเสี่ยงน้อยกว่าหุ้น, FIF เนี่ยไม่ใช่แน่ๆครับ)
รวมความแล้ว SET มันก็ยังดูเข้าท่าสุด อย่างผม ตามเศรษฐกิจมหภาค ก็พอจะมองเรื่องค่าเงิน ราคาน้ำมัน ราคาทองคำ ตลาดหุ้น ออก แต่ไม่รู้จะ Trade อะไร
- ค่าเงิน ก็ FCD ที่ว่า
- น้ำมัน เคยเทรด FIF อิง ดัชนี Deautch Bank ก็ราคาโภคภัณฑ์ไป ค่าเงินนิ่ง NAV ไม่ไป ราคาโภคภัณฑ์ลง ค่าเงินลง NAV ลง 50 % (น่ารักมาก)
- ทองคำ Spot เซ๊งสมาคมค้าทอง , Future น่ากลัวครับ , ก็รอ ตลาดหลักทรัพย์เมตตารายย่อย ออก ETF หน่อยเถอะ ไม่ต้องกลัวจะไปแย่งตลาด Future สมาคมค้าทองหรอก ทุกวันนี้ ETF อย่าง TDEX คนก็ไม่ค่อยรู้จริงหรอก (ผมก็ด้วย)
- ตลาดหุ้น ตอนนี้ลง ETF อยู่
(คิดไปคิดมาความจริง ไม่รู้ตัวเองจะมาสนใจเรื่องการเงินทำไม แต่หลวมตัวมาขนาดนี้แล้ว ก็คงต้องเลยตามเลย)

3 เรื่องค่าเงิน หรือการไหลเข้าออกของเงินมา EM ไม่สันทัด แต่ก็รู้ว่าปัญหาที่น่าสนคือ ถ้าจีนตอนนี้ลดการถือครองพันธบัตรสหรัฐเรื่อยๆๆจะเกิดอะไร เพราะจากที่ทราบมาล่าสุด จีนจะปรับลดการลงทุน แต่ก็ยังคงเป็นผู้ลงทุนรายใหญ่ในพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ ต่อมาคือ ญี่ปุ่น และค่าเงินเยนมันก็แข็งมาก อันนี้ไม่ทราบว่าจากปัญหาจากรอบที่แล้วหรือไม่อย่างไร ใครทราบก็รบกวนด้วย

จีนปล่อยให้ US ล้มไม่ได้ครับ (รัสเซียด้วย ตะวันออกกลางด้วย อีกหลายประเทศเลยล่ะ) ขืนปล่อยให้ล้ม พันธบัตรที่ถือครองไว้ หมดราคา ก็เจ้งทั้งโลกจ้า (พวก Study การเงินระหว่างประเทศ จะสนุกตรงนี้แหล่ะ สามารถเขียนอะไรที่ดู Ego สูงจัดได้ แหม อย่างกล้าจะใช้คำพูดว่า เจ้งทั้งโลกเนี่ย ไม่ธรรมดานะ ฮา ฮ่า) แต่เดาว่า อเมริกา คงจะใช้ พันธบัตรที่มี Asset หนุนหลังอยู่ ออกขายระดมเงินมากู้วิกฤติเศรษฐกิจตัวเองได้ และอีกอย่าง ระบบการค้าระหว่างประเทศ ถ้าดูในภาพรวมท้ายสุด อเมริกาเป็นประเทศเดียวที่เป็นผู้บริโภค ประเทศอื่นๆทั่วโลก เป็นผู้ผลิตสินค้าป้อนให้อเมริกาใช้ (รวมทั้ง ญี่ปุ่น และยุโรป) ,และประเทศอื่นๆทั่วโลก ก็คอยเอาเงินที่ตัวเองได้จากอเมริกา ไปซื้อพันธบัตรอเมริกา เพิ่อหล่อเลี้ยงให้สภาพใช้จ่ายเกินตัวของอเมริกาดำรงอยู่ได้ (แต่อนาคตก็ไม่แน่ ตรงนี้ขอไปทำการบ้านเพิ่มก่อน)
ค่าเงินเยน แข็ง เขามองกันเป็น 2 ส่วน คือ 1. Safe Heaven 2. การทำ Carry Trade (อันนี้ไว้จะมาพูดให้ฟังวันหลัง เนื่องจากเมฆฝนตั้งเค้า ต้องรีบเขียนให้จบ จะได้ไปหากะละมังมารองน้ำฝนทัน )



4 ตลาดการเงินไม่มีเสถียรภาพในตัวเองหรือไม่อย่างไร ระบบเศรษฐกิจของประเทศต่างๆ แท้จริงมีเสถียรภาพหรือไม่ จากวิกฤติการเงินมาสู่วิกฤติเศรษฐกิจที่แท้จริงได้ นี่คืออะไร หรือมันผิดมาแต่ต้น แล้วการที่ตลาดหุ้นทั้งโลกที่อ้างว่ามีประสิทธิภาพ แต่ทำไมเกิดวิกฤติทุกๆ 10 ปีเฉลี่ยแล้ว เพราะว่าความไม่มีคุณธรรม หรือ โลภมาก หรืออย่างไร ซึ่งน่าคิดมาก

ทุกๆ 10 ปี นี่ เข้าใจว่าเป็นช่วงหลังๆนะ คือ พอมันเป็น โลกาภิวัตน์ แล้วมันง่าย ที่พวก นักการเงินจะสร้างความวุ่นวายในโลกได้ (ความจริงน่าจะถี่กว่า ทุก 10 ปีนะ เท่าที่นึกออก ตอนนี้ ก็ มี
ลาตินอเมริกา 1980 , Black Monday 1987, Saving & Loan 1990, ฟองสบู่ญี่ปุ่น 1990, เม็กซิโก 1994 , ต้มยำกุ้ง 1998, ฟองสบู่ดอตคอม 2000,) แต่เพราะอะไร อันนี้ตอบง่ายครับ ฝรั่งโลภมาก , คนไทยบ้าฝรั่ง

ท้ายสุด เหมือนเดิมครับ รวมกันเราอยู่ แยกกันอยู่ ตายทีละคน
เคารพ
ลุงเฮ้าศื

Re: SOS III – รวมด้วยช่วยกันต่อ Jigsaw
เศรษฐกิจโลก เศรษฐกิจไทย และนัยต่อการลงทุน
   By อนิรุทธิ์ on 8/30/2009 7:27 PM
เห็นที่คุณรองเท้าฟางบอกว่าเยอะจัด ก็เลยต้องขออธิบายหน่อย
ที่ผมให้รายละเอียดของ ดัชนีตัวชี้วัดต่างๆ ว่า แต่ละกลุ่มมีอะไรบ้าง เพราะคิดว่ามันน่าจะเป็นแนวการลงทุนก็ยังได้
คือ ฟังจากที่อ.กอบพูด และจากเท่าที่ติดตามมา ดัชนีชี้วัดต่างๆ จะแบ่งเป็น 3 กลุ่ม (นำ,พ้อง,ตาม) แล้วตอนนี้พวกดัชนีนำ ตัวเลขมักจะออกมาดี ดัชนีตาม มักจะออกมาแย่
ดังนั้น ถ้าเราจะหาวิธีการลงทุน แบบนี้ เป็นไปได้มั้ย
1.วันไหนที่ประกาศตัวเลขดัชนีตาม ตัวเลขมักจะตก ตลาดหุ้นมักจะตกตาม เราก็เข้าซื้อไว้
2.วันไหนที่ประกาศตัวเลขดัชนีนำ ตัวเลขมักจะออกมาดี ตลาดหุ้นมักจะขึ้น เราก็ขาย
3.น่าจะทำกำไรได้สัก 2 เดือน ก่อนที่ กลุ่มปัจจัยลบ จะมากดให้ตลาดลง (พวกปัจจัยลบที่จะพาเศรษฐกิจลง ที่ผมมา List ให้ไว้
แต่อย่างงี้ดีกว่า เวลาผมประมวลเรื่องเศรษฐกิจ ผมจะพูดตรงส่วนดัชนี ให้สั้นหน่อย น่าจะเหมาะสมกว่า
แล้วส่วนที่ผมสนใจเรื่องการใช้ตัวเลขเศรษฐกิจมาจับจังหวะการลงทุน ไว้ผมแยกเขียนเป็นอีกเรื่องดีกว่า
เคารพ
ลุงเฮ้าส์

Re: SOS III – รวมด้วยช่วยกันต่อ Jigsaw
เศรษฐกิจโลก เศรษฐกิจไทย และนัยต่อการลงทุน
   By รองเท้าฟาง on 8/30/2009 9:29 PM
สู้ สู้คับ คุณ สโรชา ศึกษาไปเรื่อยๆ หนังสือไหนดี
อะไรน่าสนใจค่อยๆทำไป คับ อ่านดู ศึกษาดูแนวโน้ม
กำไรไม่กำไร หุ้นดี กิจการดีไม่ดีอย่างไร เรารู้อยู่แล้วนะ
ใจเราน่ะ ทนกับมันไม่ได้ กิจการมันก็เป็นของมัน หุ้นมีวงจร
มีวัถจักรของมัน เล่นแต่น้อย ค่อยๆหาดีๆ คุณทำไม่ได้มากกว่า
ใจของคุณอยากได้มัน เร็วๆ อยากให้มันได้ดั่งใจ

ไม่ว่าใจคุณอยากอย่างไร ของจริงมันก็จะเกิดขึ้นอย่างที่มันจะเกิด
สรุปว่าแก้ที่ไหนดีคับ :)


Re: SOS III – รวมด้วยช่วยกันต่อ Jigsaw
เศรษฐกิจโลก เศรษฐกิจไทย และนัยต่อการลงทุน
   By MAY on 8/30/2009 10:05 PM
sAwAtdee D D อาจารย์ กอบ สบายดีนะค่ะ หวังว่าค่ะ

ก็แหม ลุงเฮ้าส์ ขอบคุณที่ไปดูหนังมา ว่าไปเขาก็สรรสร้างดี 555
เพิ่งรู้ว่า ลุงกะ ทองคำ คือทองจริงๆใช่ป่ะ อยากบอกว่าเคยฟังเขาวิเคราะห์ ขอบ่นนิดว่างงมาก ไม่รุ้จะให้ดูอะไรกันแน่ ดอลล่าร์ เยน ยูโร งงบ้างหรือเปล่า เวลาที่เขาพูด บางทีดูยากกว่าหุ้นเหมือนต้องติดจอไปเลย ไม่ได้ว่านะแต่มั่วมากกว่า
gold future ขออนุญาตว่าดีแล้ว หายนะมาเกิดโดยแท้เพราะคนที่เล่นได้ นี่สุดๆเลย เหนื่อยใจแทน แต่เพิ่งทราบว่าลุงเฮ้าส์ลงทุนทอง ก็ว่าเขียนเรื่องทองเยอะ

ส่วน ETF ทองคำ ประเทศไทยไม่มีค่ะ มีแต่พวกกองทุนบ้านเรา ไป FIF และไปลงทุนในอะไรไม่รู้ค่ะ แล้วจะมาบอก เพราะมีเพื่อนที่รู้จักเขาก็ลงทุนแต่เขาหาช่วงเวลาที่เหมาะอยู่ ยังไงเดี๋ยวมาบอกค่ะ

แต่ว่านายกสมาควร้านทองเขาก็เพิ่งมาบอกเร็วๆนี้ว่าราคาทองมันอาจจะพุ่งได้ เห็นข่าวเมื่อวันที่ 28 สค ค่ะยังไง

กองทุนรวมบ้านเรา รู้ป่ะค่ะว่าทำไมไม่น่าสนใจ เพราะเท่าที่ดูไม่ยอมเรื่องค่าเงินแล้ว บางอันยอมนะ แต่ว่าไม่คุ้มเลย ประสบการณ์เยอะ พวกกิมจิปีที่แล้วๆ อย่าคิดว่าเยอะแยะนะ ไม่เยอะหรอกจ้า ก็เฮตามกันไปเป็นพักๆ

กองทุนรวมไม่น่าสนใจเพราะ port การลงทุนเขาก็เหมือนเรา คือหุ้นที่เลือกก็คือเหมือรเรานะค่ะ แค่ใส่ ETF บางตะว เช่น TDEX เข้าไป จบจ้า ก็เล่นหุ้นก็ได้ไม่เห็นต้องพึ่งพาเขาเท่าไหร่

ตลาดหุ้นไทย มีหุ้นให้เลือกลงทุน หุ้นคุณภาพดีมีอยู่ไม่กี่ตัว แล้วถ้าไปดู port. ของกองทุนหุ้นไทย ก็จะเห็นว่าวนไปวนมาอยู่กับหุ้นแค่ไม่กี่ตัว

มีคนเคยบอกว่าตลาดหุ้นไทยปั่นง่านมาก อันนี้ไม่รู้ค่ะ แต่คิดว่าจริง 555

การเมืองอีก ชาวต่างชาติเขามองประเทศไทยยังไง ก็น่าจะรุ้ เท่าที่รู้ที่ทุกคนพยายามบอกว่า น่าสนใจ ถามเถอะค่ะจริงเหรอ ??? เพราะว่าถ้าเอาความคิดเราเป็นกองทุนแล้วเห็นบ้านเมืองอย่างนี้เราจะลงทุนเปล่า

ลุงเฮ้าส์ เขียนมาเลยดี เพราะใส่ความเห็นก็ดีมากเลยเพราะว่า จะได้รู้ว่าคิดไง good good มาก

และคนไทยไม่รักการอ่านด้วย ชอบชอบ เพราะว่านอกจากนี้ ตกเลขก็เยอะ ขอบคุณค่ะ อย่าดีใจที่เห็นได้เหรีญโอลิมปิกมาค่ะ มีไม่ถึงเปอร์เซ็นต์จากนักเรียนทั้งประเทศ

การปั่นอาจจะต่างไปจากเดิม เพราะเดี๋ยวนี้คือช่วงที่ผ่านมาน่าจะรู้และเห้น นอกจากมี prop trade เกิดขึ้นแล้วยังมี การปั่นหุ้นแบบ Blue Chip และก็บางคนมีความคิดว่าใหญ่ๆปลอดภัย หรือไม่ปลอดภัยดีแต่ถ้าใครต้นทุนถูกก็โชคดี ดวงดีไปค่ะ แต่ก็ดอยแบงค์อยู่และเหมือนจะโดนทิ้งแบงค์ ทำใจเลยค่ะ

รองเท้าฟางค่ะ ขอบใจที่บอกแต่เมย์ก็ดูแล้วไง แต่ FIF นี่คาดว่า 3 ปีท่าจะดีเพราะไปๆมาๆ ก็คิดว่าน่าจะดีก็ได้ไปคุยกะเพื่อนแล้วก็ดีมาก แต่ไม่เทรดบ่อยไม่คุ้มค่าธรรมเนียม ค่ะ เป็นกำลังใจ FIF BRIC ล่ะกัน อย่าบอกว่า china นะค่ะ

อ้อและตอนที่ขาขึ้น ใครเล่นก็ได้เงินหมด แต่ว่าตอนนี้มีคนบอกว่าหุ้นตกช่วงนี้สิงหาคม กันยายน เพราะว่าอะไรหรือ??? บอกเหมือนมีนาคมเลยว่าหรือเปล่า ก็เพราะว่ามัน XD ไงเขาก็ว่ากันไป น่าเบื่อ รอลุ้นวันที่ 2 กย ล่ะกันค่ะ

ขอถามว่ากองทุนมันเจ๊งขึ้นมา แล้วโอกาสเป็นไปได้หรือไม่ เราจะได้อะไรคืนเปล่าค่ะ ???

Re: SOS III – รวมด้วยช่วยกันต่อ Jigsaw
เศรษฐกิจโลก เศรษฐกิจไทย และนัยต่อการลงทุน
   By อนิรุทธิ์ on 8/31/2009 10:38 AM
Comment คุณ May
นี่เหรอที่ว่าไม่ค่อยรู้ หลายๆเรื่อง ลุงเฮ้าส์ว่ายังรู้มากกว่าลุงเฮ้าส์อีก : ) ,ก่อนที่จะขออนุญาติไป Comment คุณ May
กำลังคิดอยู่ว่า เนื่องจากเวลา “ใคร” มาโพสต์ อะไร มักจะซัดทุกเรื่องมากันเป็นพวง (เช่น คุณ May พูดเรื่องทอง พูดเรื่อง SET พูดเรื่องกองทุน ก็จะไล่พรืดกันมาเลย ) ซึ่งบางทีคนอายุมากอย่างลุงเฮ้าส์ ที่เห็นหน้าจอคอมก็ตาลายแล้ว อ่านไปก็งงเหมือนกัน
จะดีมั้ย ถ้าเราจัดแบ่งหัวข้อ ให้สิ่งที่เราจะพูดสักหน่อย
ยกตัวอย่าง คุณเมย์ พูดเรื่อง ทอง , SET ,กองทุน ก็อาจจะแบ่งหัวข้อเป็น
******* เรื่องทอง
“... แต่ว่านายกสมาควร้านทองเขาก็เพิ่งมาบอกเร็วๆนี้ว่าราคาทองมันอาจจะพุ่งได้ เห็นข่าวเมื่อวันที่ 28 สค ค่ะยังไง...”
********เรื่อง SET
“...ตลาดหุ้นไทย มีหุ้นให้เลือกลงทุน หุ้นคุณภาพดีมีอยู่ไม่กี่ตัว แล้วถ้าไปดู port. ของกองทุนหุ้นไทย ก็จะเห็นว่าวนไปวนมาอยู่กับหุ้นแค่ไม่กี่ตัว...”
*******เรื่องกองทุน
“.....กองทุนรวมบ้านเรา รู้ป่ะค่ะว่าทำไมไม่น่าสนใจ เพราะเท่าที่ดูไม่ยอมเรื่องค่าเงินแล้ว บางอันยอมนะ แต่ว่าไม่คุ้มเลย ประสบการณ์เยอะ พวกกิมจิปีที่แล้วๆ อย่าคิดว่าเยอะแยะนะ ไม่เยอะหรอกจ้า ก็เฮตามกันไปเป็นพักๆ....”
มันจะทำให้เกิดการแบ่งหัวข้อที่ดูง่ายขึ้น อย่างใครอยากมาอ่านเรื่องทองอย่างเดียว เขาก็จะไล่ตามอ่านเรื่องทองของแต่ละคนไป บล็อคจะได้ดูเป็นหมวดหมู่นิดนึง จะได้ไว้เป็นแหล่งค้นหาที่ง่าย

ก็ลองเสนอดู ใครจะทำตามที่ลุงเฮ้าส์แนะนำ ลุงเฮ้าส์ก็ว่ามันน่าจะมีประโยชน์มาก
Comment ที่มีต่อคุณเมย์
******ว่าด้วยเรื่องทองคำ
“....เพิ่งรู้ว่า ลุงกะ ทองคำ คือทองจริงๆใช่ป่ะ อยากบอกว่าเคยฟังเขาวิเคราะห์ ขอบ่นนิดว่างงมาก ไม่รุ้จะให้ดูอะไรกันแน่ ดอลล่าร์ เยน ยูโร งงบ้างหรือเปล่า เวลาที่เขาพูด บางทีดูยากกว่าหุ้นเหมือนต้องติดจอไปเลย ไม่ได้ว่านะแต่มั่วมากกว่า
แต่ว่านายกสมาควร้านทองเขาก็เพิ่งมาบอกเร็วๆนี้ว่าราคาทองมันอาจจะพุ่งได้ เห็นข่าวเมื่อวันที่ 28 สค ค่ะยังไง
เรื่องปัจจัยที่ส่งผลกับทองคำ กะไว้ว่าจะเอาเรื่องทองที่เคยประมวลไว้ มาตอบดีกว่า, แต่ Comment นักวิเคราะห์ตามโบรกเกอร์ หรือของพวกค้าทอง อันนี้ง่ายครับ ผลประโยชน์ทับซ้อน พูดให้มีการซื้อขายมากๆ เขาก็ได้กำไรมาก พูดไว้ผิด ก็หาเหตุผลมาตะแบงไป แต่งตัวดีๆ พูดจาน่าเชื่อถือ ถือดาบใต้รอยยิ้ม เฮ้อ สยอง
******ว่าด้วยเรื่องกองทุนรวม
“.....กองทุนรวมบ้านเรา รู้ป่ะค่ะว่าทำไมไม่น่าสนใจ เพราะเท่าที่ดูไม่ยอมเรื่องค่าเงินแล้ว บางอันยอมนะ แต่ว่าไม่คุ้มเลย ประสบการณ์เยอะ พวกกิมจิปีที่แล้วๆ อย่าคิดว่าเยอะแยะนะ ไม่เยอะหรอกจ้า ก็เฮตามกันไปเป็นพักๆ
กองทุนรวมไม่น่าสนใจเพราะ port การลงทุนเขาก็เหมือนเรา คือหุ้นที่เลือกก็คือเหมือรเรานะค่ะ แค่ใส่ ETF บางตะว เช่น TDEX เข้าไป จบจ้า ก็เล่นหุ้นก็ได้ไม่เห็นต้องพึ่งพาเขาเท่าไหร่ ....”

ตลาดหุ้นไทย มีหุ้นให้เลือกลงทุน หุ้นคุณภาพดีมีอยู่ไม่กี่ตัว แล้วถ้าไปดู port. ของกองทุนหุ้นไทย ก็จะเห็นว่าวนไปวนมาอยู่กับหุ้นแค่ไม่กี่ตัว

ขอถามว่ากองทุนมันเจ๊งขึ้นมา แล้วโอกาสเป็นไปได้หรือไม่ เราจะได้อะไรคืนเปล่าค่ะ ???

ดีครับเป็นความรู้ใหม่เรื่อง กองทุน จะจำให้ขึ้นใจเลย แต่พอดีมีความรู้เรื่องกองทุน ถ้ามันเจ้งขึ้นมาจะเป็นอย่างไร หรือบริษัทจัดการกองทุนรวม ถ้าเจ้งจะเป็นยังไง
บอกได้ครับว่า บริษัทจัดการกองทุนรวมเป็นเสือนอนกิน กองทุนเจ้งได้ แต่บริษัทเจ้งไม่ได้ เพราะทรัพย์สินแยกเป็นกองๆ กองไหนเจ้งก็เจ้งไป กองอื่นที่ยังคงอยู่ไม่โดนผลกระทบไปด้วย ส่วนบริษัท ก็รับทรัพย์อย่างเดียว ค่าจัดการดูแลกองทุนที่แต่ละกองต้องจ่ายเข้าบริษัท ก็เท่าไหร่แล้ว ยังไม่นับค่าธรรมเนียมซื้อขายที่สูงมาก แถมการประกาศ NAV ก็ขึ้นอยู่กับบริษัท
บริษัทที่ดีๆ ก็มีนะ (แต่ยังหาไม่เจอ ฮาฮ่า)
และถ้ากองทุนมันเจ้ง เราจะได้คืนไม็ ก็ได้ครับ แต่ก็ต้องตามลำดับก่อนหลัง
ไม่รู้ว่าใครมีหน้าที่ต้องดูแล บริษัทกองทุน แต่ก็เหมือนเดิม ปล่อยให้ปลาใหญ่กินปลาเล็ก จะหาคนกล้าขึ้นมาฟาดฟันพวกบิ้กๆ ไม่มีหรอก สังเกตุดู นิสัยผู้บริหาร มักจะคิดถึง การรักษาตำแหน่ง มากกว่า การทำตามอุดมคติ แล้วหาเหตุผลว่าต้องกินต้องใช้ (แต่ต้องใช้มากขนาดนั้นเลยเหรอ) แต่ทีผู้ที่อยู่ต่ำกว่า เช่น ลูกน้อง คนที่ไม่มีอำนาจต่อรอง กดได้ก็กดไป บีบได้ก็บีบไป แต่สำหรับต่อพวกบิ้กๆด้วยกัน มักจะเกรงใจกันเป็นพิเศษ ( ใจตุ้ดจริงๆ)
คิดดูว่า วิกฤติเศรษฐกิจ 2 ครั้งในรอบ 10 ปี ถ้ายังปล่อยให้สภาพแวดล้อมที่เอื้อรายใหญ่ยังดำรงอยู่ต่อไป ปล่อยให้รายย่อยตาย ผู้มีหน้าที่แล้วไม่ทำหน้าที่ ก็สร้างบาปกรรมขึ้นมามากมายแล้ว (ซึ่งถ้ามันไม่มาโดนที่ตัวเอง ลูกหลานก็รับกรรมไป)
แล้วอย่ามาพูดว่า รายย่อยก็พวกอยากรวยลัด ถึงเข้ามา Casino Market ขอโทษเถอะ มนุษย์เงินเดือน ก็โดนบริษัทบีบ, SME ก็ถูกพวกบริษัทใหญ่ๆ บีบทั้งหน้า บีบทั้งหลัง อาเฮีย อาเจ้ก ที่เขาไปเล่นหุ้น เล่นอะไร บางทีก็ใช่ว่าเขาอยากเล่นหรอก แต่ทำ SME ก็มาโดนพวกบริษัทยักษ์ใหญ่เมืองไทยบีบ
เฮ้อ งี่เง่ากันจริงๆ

*******ว่าด้วยเรื่องตลาดหุ้น
มีคนเคยบอกว่าตลาดหุ้นไทยปั่นง่านมาก อันนี้ไม่รู้ค่ะ แต่คิดว่าจริง 555

การปั่นอาจจะต่างไปจากเดิม เพราะเดี๋ยวนี้คือช่วงที่ผ่านมาน่าจะรู้และเห้น นอกจากมี prop trade เกิดขึ้นแล้วยังมี การปั่นหุ้นแบบ Blue Chip และก็บางคนมีความคิดว่าใหญ่ๆปลอดภัย หรือไม่ปลอดภัยดีแต่ถ้าใครต้นทุนถูกก็โชคดี ดวงดีไปค่ะ แต่ก็ดอยแบงค์อยู่และเหมือนจะโดนทิ้งแบงค์ ทำใจเลยค่ะ

อ้อและตอนที่ขาขึ้น ใครเล่นก็ได้เงินหมด แต่ว่าตอนนี้มีคนบอกว่าหุ้นตกช่วงนี้สิงหาคม กันยายน เพราะว่าอะไรหรือ??? บอกเหมือนมีนาคมเลยว่าหรือเปล่า ก็เพราะว่ามัน XD ไงเขาก็ว่ากันไป น่าเบื่อ รอลุ้นวันที่ 2 กย ล่ะกันค่ะ
ดีครับ มีอะไรก็มาแบ่งปันกันไป แต่ยังไงก็แล้วแต่ จัดหมวดหมู่นิดหนึ่ง บล็อคจะได้น่าอ่าน

เคารพ
ลุงเฮ้าส์

Re: SOS III – รวมด้วยช่วยกันต่อ Jigsaw
เศรษฐกิจโลก เศรษฐกิจไทย และนัยต่อการลงทุน
   By MAY on 8/31/2009 11:35 AM
สวัสดีค่ะ
ทำตามที่เสนอค่ะ ว่าแต่จะบอกว่าไม่ค่อยรู้หมายถึงก็ไม่รู้มากไง เพราะว่า พวกเศรษฐศาสตร์ อะไรงี้ไม่รู้ แต่เมย์บอกแล้วว่าที่รุ้มากเพราะได้จากเพื่อน ความจริงเธอเป็นน้องด้วยซ้ำ อายุนิดเดียวแต่ว่าฉลาดมาก แถมว่าน่ารักมากค่ะ บอกว่าจะพยายามให้มาแจมนะ แต่ไม่อยู่ตอนนี้

เรื่องทอง นี่อยากข้อนิดว่าอย่างที่ใครๆที่เขียนว่า การหาเหตุใส่ผล อยากถามว่า แนวโน้ม นี่เขาต้องมองไปข้างหน้าใช่หรือไม่ แต่นี่ มาบอกว่า ทองขึ้นเพราะอะไร เหมือนมันเกิดแล้ว แล้วมานั่งบอกว่าเพราะอะไร น่าเหนื่อยใจ ผลประโยชน์ทับซ้อน ได้ข่าวว่าตั้งแต่ มี gold future ยอดขาย ตกจริงหรือไม่ ค่ะ

ที่เขียนมาเยอะ เพราะอ่านของคุณสโรชา และ ลุงเฮ้าสื ก็เลยเขียนมาเยอะ แต่แนวความเห็นที่มีต่อสิ่งต่างๆๆ ไม่ต่างกัน เพราะเชื่อว่าทุกคนก็น่ารู้สึกว่าโดนเอาเปรียบเช่นกัน แม้จะนิดๆหน่อยๆ หรือมากๆ ดังนั้นบางทีก้คิดว่ามาเขียนนี่เหมือนมาแหย่ๆๆ ตลท เลยนะ เพราะมันก็น่ากลัวอยู่ 555 แต่ blog ดร กอบศักดิ์ น่าจะมีอะไรให้ไม่ตายได้และก็อยากให้รู้ไง เหมือนที่เขาชอบพาดหัวข่าวว่า เสียงคร่ำครวญจากนักลงทุนรายย่อย ค่ะ

ว่าด้วยมนุษย์เงินเดือน จริงที่สุด

ปล อาจารย์ค่ะ วันนี้ไปสัมมนา ใช่หรือเปล่า ยังไงก็มาบอกด้วยนะค่ะ เพราะว่าไม่ได้ไปฟัง หาบัตรไม่ได้เลยค่ะ ขอบคุณมากค่ะ สัญญาว่าจะเอาที่พูดมา จำได้ค่ะและจะแวะไป blog อาจารย์ค่ะ อีกอัน แต่ไม่รู้จะเขียนอะไรมากค่ะ

ลุงเฮ้าส์ มีอะไรก็บอกได้เลย เพราะว่าจะมาติดตาม ขอบคุณมากที่ดูแลให้เรียบร้อย
ถ้าไงก็จะบอกว่า พยากรณ์อากาศบอกว่าฝนตกมากถึงวันที่ 2 กย ระวังน้ำจะหากะละมังไม่พอมารองนะ ไม่รุ้ว่าจะจริงหรือมุข แต่ชอบ มากค่ะ อารมณ์ดีจัง และก็หาเวลาซ่อมก็ดีค่ะ แซวนะ อย่าว่าล่ะกันค่ะ
Email : lovely-may@windowslive.com นะมีไรก็ส่งมาได้ เพราะบางทีกราฟอะไรก็ไม่รู้ต้องใช้ ขอบคุณค่ะ คุณตอโต้งด้วยมีไรก็บอกนะ ขอบคุณค่ะ ถือว่าร่วมด้วยช่วยกันค่ะ
ขอบคุณค่ะ

Re: SOS III – รวมด้วยช่วยกันต่อ Jigsaw
เศรษฐกิจโลก เศรษฐกิจไทย และนัยต่อการลงทุน
   By วี on 8/31/2009 11:44 AM
หวัดดีครับ ดร กอบ และทุกท่าน
oho มากันเยอะคึกคักมากครับ สงสัยว่าจะมี sos 4 ได้แน่
ขอบคุณทุกท่าน ขอไปย่อยข้อมูลและจะมาเขียนบ้าง แต่หาเวลาไม่ค่อยได้ ดีครับ
ขอให้โชคดีครับ

ปล ดร กอบ ไม่ทราบว่ายุ่งหรือครับ ยังไงรักษาสุขภาพครับ ท่านก็เรียกว่า งานเข้าเยอะครับ ถึงว่ามีคนเข้ามาคึกคักมากครับ
เพลงคุณเมย์ หวานมากครับ ชอบครับ ยังกะจะไปหาคู่แท้ยังไงอย่างนั้นครับ
ลุงเฮ้าส์ มันใช่เลยครับ ที่เขียน เยี่ยมมากครับ ขอไปก่อนครับและจะมาใหม่



Re: SOS III – รวมด้วยช่วยกันต่อ Jigsaw
เศรษฐกิจโลก เศรษฐกิจไทย และนัยต่อการลงทุน
   By รองเท้าฟาง on 8/31/2009 12:04 PM
คีมูจิ้ คิมจิ นี่แหละคับ ชีวิตออกแบบไม่ได้ O Negative
หนังเก่าซะหน่อย ตอนนั้น ทาทา มีหนวด ฉากซูมใกล้ที่ร้านเหล้า
ตรงท่าพระอาทิตย์ ตอนนั้นยัง Young อยู่แลย
ตอนนี้ ทาทา ไม่ยัง ซะแล้ว ไม่กีปีเอง

การลงพุงมีความเสี่ยง ผู้ลงพุงควรศึกษาให้เข้าใจก่อนตัดสินใจ
เราก็นั่งคิดว่า เอ่ออ ความเสียงนี่ ตรูเนี่ยรู้ โตมาขนาดนี้ รู้ว่ามีความเสี่ยง
หาเงินมาก็แลกเลือด แต่ มันมีอะไรบ้าง ไม่ได้จบมาก็ไม่รู้


ศีกษาคับผม หา ถามละกัน



วันนี้ฉันมีนิทาน อยากเล่าให้เธอฟัง
นิทานเรื่อง ท ทหาร อดทน
เวลาเขายืน เขาแนบปืนกลไว้ข้างกาย
ทั้งที่เขาไม่เคยใจร้ายและไม่เคยคิดฆ่าคน

แต่เป็นอีกคืนที่เขาต้องออกลาดตระเวน
เป็นหน้าที่ของกองพันทหารราบ
ผู้รักตัวเองน้อยกว่าชนในชาติไทย
เพราะรู้ว่าเลือดเนื้อ เขาจะสละไม่ให้เราเป็นทาสใคร

ถ้าคืนนี้เป็นคืนสุดท้ายของชีวิต
เขาก็ยินดีที่จะสละทุกอย่างด้วยยศอันน้อยนิด

หึ หึ

Re: SOS III – รวมด้วยช่วยกันต่อ Jigsaw
เศรษฐกิจโลก เศรษฐกิจไทย และนัยต่อการลงทุน
   By อนิรุทธิ์ on 8/31/2009 12:09 PM
Update สถานการณ์เศรษฐกิจโลก ในส่วนที่ว่าด้วย
*******************************
ปัจจัยเชิงลบและรายชื่อผู้ที่มองในเชิงลบ
*******************************
ให้ไปดูของที่ผมโพสต์วันที่ 8/26/2009 2:01 PM ไปก่อน เนื่องจากยังไม่เห็นนัยสำคัญการเปลี่ยนแปลงอะไรมาก และพิจารณาแล้ว รู้สึกตัวเองเริ่มจะทำ บล็อครกไปหน่อย
ลุงเฮ้าส์
ปล.เรื่องหลังคารั่ว นี่เรื่องจริง เพียงแต่มันไม่รันทดขนาดนั้นหรอก ประมาณแค่รำคาญม้ากๆ แต่รู้สึกว่าเขียนให้มันลำบากแล้วมันดู "จิ้ด" ดี
ปลล. ไม่ต้องกลัวว่า ใคร เขาจะมาปิดบล็อกหรอก เนื่องจากนิสัย ชนชั้นปกครอง (หาคำโดนๆไม่ได้ ขออนุญาติใช้คำนี้แล้วกัน) มักจะฉลาดพอที่จะให้คนชั้นกลาง ชั้นล่าง มีรูระบายบ้าง เพราะระบายไปเดี๋ยวมันก็ไหลลงท่อ ฮา ฮ่า (แต่บอกแล้ว รายย่อยจงรวมตัว
ติดอาวุธให้กันและกัน เราจะได้กลายเป็น ปิรันย่า (แต่จะไปเป็นฝูง หรือไปเดี่ยว เดี๋ยวค่อยว่ากัน เพราะเดี๋ยวจะหาว่ามาปลุกระดม))

Re: SOS III – รวมด้วยช่วยกันต่อ Jigsaw
เศรษฐกิจโลก เศรษฐกิจไทย และนัยต่อการลงทุน
   By รองเท้าฟาง on 8/31/2009 1:33 PM
ลุงเฮ้าส์ อย่าไปพูดอย่างนั้น ทุกคนเป็นเพื่อนร่วมวัตตะสงสาร เกิด แก่ เจ็บตาย
ร่วมกัน พูดแบบนี้แหละ ทำให้คนทะเลาะกันนักต่อนัก

คนที่เขาต้องทำงาน เขาทำกันอยู่คับ ผมเชื่อ บางทีก็บอกเขาว่ามันต้องทำอะไร
เราไม่ไต้ต้องการยุ่มย่ามอะไรกับเขาหรอก แต่เห็นอยู่คาตาว่า มันมีผลเสียหาย
ก็เล่าให้ฟัง พี่ๆเขาทำกันดี คนดีๆมีเยอะคับ แบบนี้เขาเสียกำลังใจเปล่าๆ
เหมือนเราทำดี แต่ด้วยความไม่ได้ดั่งใจ รู้ไม่เท่ากันบ้าง สื่อสารกันได้ไม่ดีบ้าง
พูดอย่าง เข้าใจอย่าง มันธรรมดานะ ภูมิความรู้ไม่เท่ากัน อย่าไปว่าเขา
ขอให้ดูว่าเราจะแก้ปัญหา หรือ หาทางออกนี้ยังไง ดีกว่าเยอะคับ

รูระบาย น้ำไหลออก มันเป็นธรรมดาคับ แต่ขอให้รู้ ขอให้แก้ไข
ตลาดหุ้นฝรั่งมีมานานมาก ตำราเขาบอกว่าอย่างนี้เจริญ เก่ง เจ๋ง
เขาก็ทำกันอย่างตำราฟรั่งว่า แต่นี่เรากำลังเอาข้อความไม่พอใจ
ไม่ได้ดั่งใจ ไปว่าเขา เขาอาจทำดีที่สุดแล้วก็ได้ อย่างนี้เรียก โทสะ
ไม่เกิดประโยชน์ คนเราเห็นไม่เหมือนกัน เพราะว่า อยู่คนละที่กัน
ลุงจับช้างที่หาง ลุงก็เถียงคอเป็นเอ็นว่ามันเล็ก มันมีแต่ขน
เขาจับโดนงา เขาก็บอกว่ามันแข็ง มันงอ มันโค้ง


ถ้าเราเป็นผู้ยริหารเราก็ต้องจัดการหลายๆอย่างเช่นกัน ผู้ใหญ่ใน set หลายคน
เก่งนะครับ ดีด้วย จำได้หลายครั้ง บอกให้เขาฟังละกันว่าอย่างไร จะได้
แก้ไขได้

Re: SOS III – รวมด้วยช่วยกันต่อ Jigsaw
เศรษฐกิจโลก เศรษฐกิจไทย และนัยต่อการลงทุน
   By ฟางเส้นสุดท้าย on 8/31/2009 1:58 PM
ไชน่าทาวน์ โดนบอมบ์งับป๋มมม เหลื่ออยู่เส้นเดียว

เดินติง เปล่า :'(

Re: SOS III – รวมด้วยช่วยกันต่อ Jigsaw
เศรษฐกิจโลก เศรษฐกิจไทย และนัยต่อการลงทุน
   By พัชริดา on 8/31/2009 4:18 PM
สวัสดีค่ะ
หนูไม่รู้ว่าเศรษฐกิจมันฟื้นต้องดูยังไง แต่วันนี้ได้ดูอาจารย์แล้วค่ะ
หนูไม่เข้าใจว่า กองทุนรวม ที่พูดคือไปลงทุนในจีนหรือไม่ค่ะ หนูไม่รู้ว่าจีนดีอย่างที่คิดหรือเปล่า แต่ว่า ก็ขาดทุนตามเคย แม่หนูบอกมา รู้อย่างนี้มาอ่านที่พี่ๆๆเขียน

หนูไม่รู้ว่าจะบอกว่ายังไง แต่หนูเป็นกำลังใจให้ อาจารย์ค่ะ
วันนี้ไปโรงเรียนคุยกับเพื่อนๆ ความจริงเพื่อนชอบมาคุยมากกว่า เรื่องการลงทุน จำที่อาจารย์ไปเชียงใหม่ได้หรือเปล่าค่ะ มีคนมาลงทุนเยอะเลย และก็เหมือนกันค่ะคือ ขาดทุนไปเยอะแต่หนูว่าคนมีกำไรน่าจะมี แต่ไม่รู้จักค่ะ

หนูขชอบอาจารย์อยู่ค่ะและก็ขอให้ประสบความสำเร็จค่ะ อากาศไม่ดีเท่าไหร่และกำลังจะเปลี่ยนด้วย ขอให้สุขภาพแข็งแรง

พัชริดา

หนูขอถามว่า มีใครที่พอลงทุนแล้ว ดีบ้างหรือเปล่า อาจารย์แนะนำได้หรือเปล่าแต่ถ้าเป็นพวกนักลงทุนคุณค่าก็รู้บ้างแต่ว่าไม่ยกมาก็ได้ เอาแบบคนที่น่าจะพอดี และอาจารย์แนะนำด้วยค่ะ

Re: SOS III – รวมด้วยช่วยกันต่อ Jigsaw
เศรษฐกิจโลก เศรษฐกิจไทย และนัยต่อการลงทุน
   By ขวัญชนก on 8/31/2009 4:20 PM
สวัสดีค่ะ อาจารย์ ตามดูอาจารย์อยู่แต่ว่าขอมาถามเรื่องหนึ่งซึ่งตอนแรกลังเลอยู่นานแต่ว่าพอเห็นเมื่อเร็วนี้ได้เสนอเรื่องการลงทุนในต่างประเทศ หรือที่เรียกว่า FIF และเสนอ BRIC ก็เลยไปลงทุนเลย แต่ว่าตอนนี้เริ่มไม่สบายใจมากเลยขอเรียนปรึกษาว่าดีหรือร้ายยังไง และความทำอย่างไรดีค่ะ ไม่มีความรู้เท่าไหร่ พอมาฟังอาจารย์ก็น่าสนใจแต่ว่า ประเทศจีนดัชนีไม่สู้จะดีเลย อย่างนี้มีวิธียังไงหรือว่าเศรษฐกิจเขาดีอยู่หรือไม่ค่ะ ค่อนข้างสับสนว่าเศรษฐกิจฟื้นแล้ว แล้วทำไมเป็นลักษณะเช่นนี้ค่ะ ขอความเห็นใจค่ะ ขอบคุณค่ะ

-ขวัญ- ขวัญชนก

Re: SOS III – รวมด้วยช่วยกันต่อ Jigsaw
เศรษฐกิจโลก เศรษฐกิจไทย และนัยต่อการลงทุน
   By ฟ้า on 8/31/2009 4:32 PM
สถานการณ์การลงทุนที่จีนเป็นยังไงค่ะ ดีร้ายเท่าไหร่ งงมาก สนับสนุนการลงทุนที่ FIF ไปลงทุนแต่ทำไมเป็นแบบนี้ล่ะ และการลงทุนเสี่ยงหมดแหละแม้จะรู้มากก็ตาม ให้เชื่อเถอะค่ะ

ฟ้า

Re: SOS III – รวมด้วยช่วยกันต่อ Jigsaw
เศรษฐกิจโลก เศรษฐกิจไทย และนัยต่อการลงทุน
   By รองเท้าแฟบ on 8/31/2009 5:57 PM
เพื่อนๆสมาชิกครับ ;'<
เหวย หุ้นจีนลง 4 % 2-3 วันรวมๆ ก็ 8% ละไม่ได้ทบต้นนะเนี่ย อึ๋ย
ผมลง bric ไป c มันลง 8 % 1 ใน 4 ส่วน ทั้งหมดก็ 2 %
ต้องโทษที่รีบร้อนเกินไป ไม่น่าเอามุมมองยาว มาเล่นสั้นเลยครับ ตัวเราผิดเอง

ที่ว่ารู้มากอ่ะคับ ดีกว่าไม่รู้นะคุณฟ้า ทำตามลุงเฮาส์ว่า
FIF มันมีเรื่องค่าเงินเกี่ยวด้วย เยอะมาก ต้องฟัง อาจารย์ กับ ลุงเฮาส์ให้ดีๆ
ส่วนตัวผมลงไป ชิมลาง 1/4 ของเงิน ระยะยาวเชื่อว่าดี คับ ไม่ต้องลงหมด
ก็ได้นี่ ใช่ไหมคุณ สโรชา ( คือให้ slow ด้วย และ ช้า ด้วยนะครับ)
มันก็ต้องมีเทคนิคครับ ขาดทุนมาก็เยอะ แต่ยิ่งวันก็ยิ่งแกร่ง ธรรมดาครับ
ที่สำคัญ อย่าโทษตัวเอง อย่าโทษผู้อื่น แล้วก็พยายามหาว่าทำไมมันลง
ดีกว่ามากๆคับ นักวิเคราะห์เขาก็ทำหน้าที่ของเขา ไม่ใช่ว่าเขาจะหลอกอะไรเรา
ไปฟัง Money Talk Daily คลิปย้อนหลัง ของประธานสมาคมนักวิเคราะห์อะไรเนี่ยสิครับ
จะเข้าใจ เราต้องศึกษา ทำการบ้าน เข้าสัมนา ศีกษา ลองผิดลองถูก

ใจเราอยากได้ง่ายๆ รู้น้อย ไม่ศึกษา ไปว่าคนอื่นไม่ได้นะครับผม เหมือนบ้านเรา
ตอนนี้บอก จะทำ SME อะไรกันนั่นน่ะ โหห จะรู้ว่าไม่ได้ทำง่ายๆ OTOP เนี่ยส่งออก ต้องหมด ต้องลงทุน ต้องเจ๊งไปเท่าไร แต่ก็ต้องทำอยู่ดี ต้องศึกษาเยอะแยะ
กว่าจะประสบความสำเร็จ

ถ้าจะโทษอะไร ไปลงโทษที่ความศึกษาไม่ดีของเราเองดีกว่า ผมเคยมาหมดแล้ว
โทษโน่น โทษนี่ ผลลัพท์คือ ใครจะรักเราเท่าตัวเราเอง เราอยากรุ่งเรืองก็ต้องทำ
การบ้าน ทำแบบฝึกหัด นักวิ่งก็ต้องฝึก ไม่ได้แข่งอะไรกับใคร

http://www.set.or.th/oppday/

คุณ สโรชา ลองอ่านๆ ฟังๆ ดูครับ ว่างๆก็จด สาระสำคัญมา
ปันผลเท่าไร อนาคตดีไหม กำไรโตป่าว ขี้หมูขี้หมา ปันผล 5 %
เอาแน่ๆไว้ก่อน แล้วก็มาดูอาจารย์ท่านว่าจะเกิดอะไรขึ้น ลุงเฮาส์เตือนว่าอย่างไร
ก่อนซื้อ เศรษฐกิจมาแล้วไอ้หุ้นเราเนี่ยจะโดนไหม โดนก็รีบขายทิ้ง คนเราตายเพราะ
ของมันเปลี่ยนไปเยอะ แล้วไม่รู้ มาดูอีกที เฟ๊ะแล้ว แต่ก็เข้าใจว่าทำงาน วุ่น เหนื่อย
ก็ต้องทำต่อไปครับ หาทาง คนประสบความสำเร็จ เขาจะมีทางในการแก้ปัญหานะ
ครับ



: P การลงพุงมีความเสี่ยง ผู้ลงพุงควรศึกษาให้เข้าใจก่อนตัดสินใจ : P

Re: SOS III – รวมด้วยช่วยกันต่อ Jigsaw
เศรษฐกิจโลก เศรษฐกิจไทย และนัยต่อการลงทุน
   By รองเท้าฟาง on 8/31/2009 6:16 PM
งบการเงินก็ต้องอ่าน อนาคตก็ต้องดู 56-1 จำใจต้องรู้คับ
เขาเอามาให้ดู ย่อข่าวมาให้ฟัง Money Channel ผมกล้าพูด
ว่าเจ๋งแล้วครับ เปิดอะไรออกดีมาก ดร กอบ ก็ไม่ต้องพูดถึง
เก่งสุดๆแล้ว มีเครื่องมือดีอย่างนี้ ทำการบ้านเพิ่มอีกหน่อยก็
ครบเครื่องแล้วคับ อ่านทุกเช้า เก็บรายละเอียดให้หมด เจ๋งกว่า
ช่องอื่นๆเยอะ เรื่อง ศก นะ บันเทิง ละคร gossip ดาราไม่เกี่ยว

ถามว่าไอ้ที่ว่าผู้ใหญ่เขามีรางไว้ให้เราลงอะไรเงี้ยคับ
เราไม่ศึกษา อาจารย์มีไม่ฟัง ลุงเฮาส์มีไม่ตามอ่าน ข่าวไม่ดู
คนที่เขาบริหารงานเขาผิดเหรอ ไม่นะ ถ้าคนร่วมงานไม่เหมาะ
ก็ต้องหา ผมเองก็หาโบรกเกอร์ หลายคน มีไม่กี่คนหรอกครับ
ที่ดีๆ คุยดี เก่งๆ มันก็ต้องหาคับ ทุกคนทำการบ้านหมดคับ

Re: SOS III – รวมด้วยช่วยกันต่อ Jigsaw
เศรษฐกิจโลก เศรษฐกิจไทย และนัยต่อการลงทุน
   By อนิรุทธิ์ on 8/31/2009 6:35 PM
เพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ คร้าบ ลุงเฮ้าส์ขอลากิจเป็นการชั่วคราว (จะขอเวลาอ่าน Text Book เรื่อง Economic Indicator ซะหน่อย เผื่อจะได้แนวทางลงทุนมาฝาก พิมพ์ออกมาแล้ว ภาษาอังกฤษล้วน 100 หน้า น่ามึนชะมัด )
ช่วยกัน หล่อเลี้ยงบล็อคด้วยนะครับ (ท่องไว้ รวมกันเราอยู่ แยกกันอยู่ ตายทีละคน)
อ้อ ใครว่าง มาช่วยคุณขวัญชนก กับคุณฟ้าด้วยก็ดี ให้แนวการวิเคราะห์ไว้
1.ดูที่ปัจจัยพื้นฐานก่อน ว่าจีนเป็นอย่างไร แล้ว ดูข่าวระยะสั้นเรื่องทางการจีนจะ
แตะเบรคตลาดหุ้น
2.ถัดมาดูเรื่องค่าเงิน และดูว่าเขาป้องกันความเสียงค่าเงินมั้ย
3.ดูว่ากองทุนนี้เนี่ย เป็นการไปลงทุนใน ETF หรือกองทุนในจีน หรือ Index Fund
4.ดูค่าธรรมเนียม Fee ต่างๆ และหนังสือชี้ชวนมีสาระสำคัญอะไรบ้าง ซุกอะไรแย่ๆไว้มั้ย
เคารพ
ลุงเฮ้าส์ จอมจุ้นจ้าน

Re: SOS III – รวมด้วยช่วยกันต่อ Jigsaw
เศรษฐกิจโลก เศรษฐกิจไทย และนัยต่อการลงทุน
   By รองเท้าฟาง on 8/31/2009 9:50 PM
ไม่ได้จุ้นหรอกลุง มันแบบว่า เราเห็นจะๆ กะตาไง แต่ว่า คนที่เขาจัดการเขา
ไม่เห็นใช่มะ ไปว่าเขา มันก็ดูว่าไม่ดี เขาก็จะคิดว่า ทำไมมาติเขา
คนทุกคนเชื่อมั่นในความคิดตนเองว่าถูกนะครับ
เอาเป็นว่า ส่วนมากของสังคม คิดอยู่แล้ว ไม่ชอบการถูกติ อะไรอย่างนี้

บางครั้งเราเห็น เขาไม่เห็น ก็บอกเขา ปัญหาก็ถูกแก้ ทุกอย่างก็จบ
บางคนพูดได้ บางคนพูดไม่ได้ ถ้าจำที่คุณวิกรมบอก ใน Hard Topic
เขาก็จะบอกว่า รัฐมนตรีจีน เขาถาม ถามแบบเป็นเรื่องเป็นราวว่าคิดเห็นอย่างไร
แก้อย่างไร

( บางทีเราก็คนเนอะ เห็นแล้วอยากจะบ่น อยากจะว่ามัน ก็เป็นธรรมดา
อยากกระแน๊ะกระแหน ผมเองก็ทำบ่อย แต่ทำแล้วไม่ดีอ่ะ ขอโทดถ้ากระทบใคร
เราก็จะบอกว่า อะไรฟระ ง่ายๆ อย่างนี้ เห็นจะ จะ ไม่เข้าใจหรือไง

คือเราอ่ะเห็น แต่ไอ้อีกคนไม่เห็น เพราะถ้าเขาเห็นเขาจะไม่ทำ
ก็เพราะความเข้าใจคนมันไม่ตรงกันไงคับผม เรียนรู้มาต่างกัน)

อยู่ด้วยกันก่อนคับ ปู่โสม อย่าเพิ่งหายไป หมูเฝ้าบล๊อกไม่ได้ เหงา

Re: SOS III – รวมด้วยช่วยกันต่อ Jigsaw
เศรษฐกิจโลก เศรษฐกิจไทย และนัยต่อการลงทุน
   By ขวัญ on 8/31/2009 11:05 PM
ขอบคุณมากค่ะคุณอนิรุทธิ์ เห็นด้วยกะคำที่ว่า "รวมกันเราอยู่ แยกกันอยู่ ตายทีละคน"
สงสัยเราคงไปก่อนแน่
เพราะว่า ไม่มีประสบการณ์เท่าไหร่ ถ้าเป้นแบบนี้ก็มาอ่านก็น่าดี
เพราะญาติๆเขาบอกว่า ตลาดหุ้นไทย มาเล่นมีแต่พัง พัง แต่มันก็ไม่มีทางที่จะเลือก เราเลยไปลงทุนกะ FIF ตปท ดูตามตรงไม่มีเวลาติดตามเลยลงทุนผ่านกองทุนรวม อยากบอกว่าลงทุนผ่าน กองทุนรวมตลอด ไม่ได้ผลตอบแทนดีเท่าไหร่ เพราะเราไม่ได้ลงทุนเก่ง แค่อยากได้ผลตอบแทนกว่ฝากเงิน แต่มานั่งนึกย้อนดูแล้ว มันก็เสียอะไรไปก็ไม่รุ้ ค่าธรรมเนียม หรืออะไร บางที LTF ยังไม่ได้อะไรมาเท่าไหร่

เห็น อาจารย์ กอบ เลยเข้ามาถาม แต่ตอนนี้คงต้องหวังว่าน่าจะดีสักวัน เงินเดือนไม่มาก ทุกข์อยู่นะค่ะ ยอมรับว่าเขาก็ทำหน้าที่เขา แต่ว่านักวิเคราะห์ มีที่ดีๆก็มีแต่เราคงโชคไม่ดีเจอที่แย่ หรือเปล่าไม่มั่นใจ
และถ้าไง ก็ขอบคุณที่มาเขียนอะไรๆที่ดี มีความรู้ และมาเล่าประสบการณ์ เพราะบางคนก็เหมือนกันเลย อย่างน้อยก้รุ้ว่าไม่ใช่เราแค่คนเดียว
และจะแวะมาถามและมารอฟัง ตอนนี้ขอให้คุณอนิรุทธิ์ อ่านหนังสือไปก่อน และก็จะอ่านที่เขียนทุกคนเรื่อยๆ อย่างน้อยก้มีกำลังใจขึ้นมาบ้าง

และถ้ายังไงก็ขอปรึกษาไว้ที่นี่

รบกวนอาจารย์กอบ พอจะรู้หรือไม่ค่ะว่า จีน หรือ การลงทุนอะไรหน้าจะดีค่ะ
อาจารย์กอบค่ะ ทราบมาว่าท่านเก่งต่างประเทศ คิดว่า จีน ดีหรือไม่ BRIC ล่ะค่ะ รบกวนด้วยค่ะ ขอบคุณมากค่ะ

ขวัญชนก

Re: SOS III – รวมด้วยช่วยกันต่อ Jigsaw
เศรษฐกิจโลก เศรษฐกิจไทย และนัยต่อการลงทุน
   By บีม on 8/31/2009 11:06 PM
สวัสดีครับ อาจารย์ ผมเป็นคนหนึ่งเคยไปฟังอาจารย์พูด ผมก็เชื่อในสิ่งที่ท่านพูดแล้วก็เพิ่งรู้ว่ามี blog ผมว่าท่านเป็นนักเศรษฐศาสตร์ที่ดีแน่นอน เพราะว่าไม่ใช่เพียงแค่ผม และเพื่อนที่ชื่นชมท่าน แต่ดูคนใน blog มีมากก็เช่นกัน ขอให้ท่านมีความสุข และประสบความสำเร็จ ทั้งหน้าที่การงาน ครอบครัวและคนที่ท่านรัก มีความสุข ร่ำรวย ไม่มีโรคภัยครับ
ผมขอบอแสดงความเห้นเรื่องนักวิเคราะห็ไว้ ณ ที่นี่ดังนี้ครับ
ผมว่านักวิเคราะห์ทำหน้าที่เขา ก็ทำไป แต่ก็อย่าลำเอียง จรรยาบรรณควรมี สังคมมันแย่ จริยธรรมหาย การวิเคราะห์บิดเบือน รับฟังแต่ความดีความงามไม่ยอมฟังเสียงสะท้อน
เหมือน ตลท กลต ที่ไม่รู้ ไม่ฟัง หรือจะพูดอีกอย่างคือ เขาก็รู้ทั่วบ้านทั่วเมือง ยกเว้น ตลท กลต
ก็ใช้สติ ก่อน ครับเพราะมือใหม่ นักลงทุนหน้าใหม่ที่เข้ามาเพราะ โฆษณา มันเยอะ และก็รุก ตจว เลยมาติดร่างแหกันไป เพราะก่อนหน้าก็หากินไม่ได้แล้ว แมลงเม่าบางทีพัฒนาตอนเองนะครับ ภูมิคุ้มกันมันเยอะ เลยไปหาเหยื่อใหม่ เห้นบางคนลงทุนก็เห็นใจเหมือนอดีตที่ผ่านมา นึกกลับไปก็คิดเช่นนั้น
ถ้าเขารู้จริง เขาก็ไม่ต้องมานั่งเป็นนักวิเคราะห์แล้วครับ เท่าที่ดู จะเห็นได้ว่า พอปิดตลาดแล้ว จะมากันเลย ว่าทำไมถึง ขึ้นไปเท่านี้จุด หรือ ลบไปเท่านั้นจุด
ส่วนใหญ่ คือ คอยให้เกิดผลเสร็จแล้วก็ค่อยมาหาเหตุให้ซะส่วนมากครับ
แล้วก็ลองดูเหอะที่บอกว่า แนวต้านเท่านั้น แนวรับเท่านี้ โม้ทั้งนั้นแหละ ส่วนใหญ่ก็จะประมาณเอา
เช่น ณ. ตอนนี้ SET อยู่ที่ 650 สมมุตินะครับ ก็จะเอาเลยว่า แนวรับ 630 แนวต้าน 670 หากลองสังเกตุดีๆจะเห็นวา +- ประมาณเกือบ 20 จุด ถามหน่อยคุณคิดว่ามันจะมีความเป็นไปได้ซักเท่าไรที่หุ้นจะ + - 20 จุดเนี้ย ยังไงมันก็ไม่เกิน ไม่น้อยกว่าที่ว่าไว้แน่ๆ แล้วถ้ามันไปทางใดทางหนึ่ง นะ เฮียแกก็จะมาออกมาเลย เห็นมัยครับที่ผมเคยบอกไว้เมื่อวานว่าให้สังเกตุแนวรับ .... ซึ่งเป็นผลมาจาก ..... (หาเหตุมาให้ผล) มาแนวๆเนี้ยประจำ ลองสังเกตดูดิ
หาเหตุมาใส่ผล คำนี้ เป็นอะไรที่เหมาะกะเขาที่สุดแล้วครับ นี่คือมุมมองผมต่อนักวิเคราะห์ครับ ส่วนตัวครับ
นักลงทุนฟังจนชิน เชื่อยากแล้วครับ เพียงแต่เอาเป็นแนวทางเท่านั้น ของจริงปรากฎทีหลัง แต่นักวิเคราะก็ยังคงวิเคราะต่อไปอาชีพเขาต้องพูดครับ แต่จะจริงหรือไม่เชื่อหรือไม่เราต้องตัดสินใจเอง แต่ผมไม่เชื่อนานแล้ว ถ้าเขาบอกดีผมจะระวังตัวทันที ถ้ามีหุ้นจะรีบขาย
ลองดูแล้วกัน ตลาดหุ้นไทย อย่าคิดมากครับ ก็อย่าไปหวังอะไรมากแค่นี้ก้บุญแล้ว ส่งสัยต้องรอ เหลี่ยม มา เลยจะขึ้นแน่ ชัวร์ เหมือนหลายๆปีที่เราผ่านมาครับ
เคารพท่านมากครับ
บีม

Re: SOS III – รวมด้วยช่วยกันต่อ Jigsaw
เศรษฐกิจโลก เศรษฐกิจไทย และนัยต่อการลงทุน
   By รองเท้าฟาง on 9/1/2009 5:45 AM
ปลีกเวลามาได้หน่อย
+++++ว่าด้วยการลงทุนในจีน
คุณขวัญชนก
1.ปัจจัยพื้นฐานจีนดีมากๆครับ อนาคตของโลกก็ว่าได้ แต่ระยะสั้นทางการจีนจะแตะเบรคตลาดหุ้น ไม่ให้วิ่งเร็วเกินไป เปรียบประมาณรถสปอรต์วิ่งความเร็ว 400 ก็ลดมาหน่อย มันจะได้ไม่คว่ำไปซะก่อน แล้วอีกอย่างเท่าที่จำได้ หุ้นจีนเคยไปไกลกว่าที่เป็นอยู่ปัจจุบันเยอะครับ (สรุป ระยะสั้น อาจดูแย่ ระยะกลางยังไม่แน่ ที่แน่ๆระยะยาวไหลปรื้ด ไหลปรื้ด)
2.ค่าเงินบาทมีแนวโน้มจะแข็งมากกว่าจะอ่อน
3.ต้องสอบถามดูกับคนขายว่า "กองทุนตัวที่ทางบริษัทได้รวบรวมเงินพวกเราเข้าไปซื้อ(กองทุนในต่างประเทศ) กองทุนเป็นแบบไหน (รับประกันได้ว่าคนขายก็ไม่ค่อยรู้เรื่องหรอก แต่ไม่ต้อง Serious มันก็ไม่มีอะไรมากหรอก)
4.หนังสือชี้ชวน โดยมากแล้วก็ไม่มีอะไรเลวร้ายหรอก นอกจากบางบริษัท ที่ไร้จรรยาบรรณ ประกอบกับเศรษฐกิจหน้าสิ่วหน้าขวานแบบนี้ บางทีบางบริษัท อาจจะทำอะไร แย่ๆ ออกมาก็ได้
สั้นๆ ไปก่อนนะ เห็นใจเหมือนกัน แต่ตอนนี้ก็ต้องปลีกเวลาไปหาแนวลงทุนให้ตัวเองเหมือนกัน
เคารพ
ลุงเฮ้าส์
ปล.คุณรองเท้าฟาง ไป"จิก" บรรดา "คนร่วมชะตากรรม" มาเฝ้าบล็อกกันไปพลางๆก่อน ขอเวลาทำการบ้านหน่อย เรื่องนี้น่าสนใจจริงๆ เพราะจะเป็นแนวทางการลงทุนเลยก็ยังได้ แล้วคิดว่าไม่น่าจะนานมากหรอก เพราะภาษาอังกฤษไม่ยากจนเกินไป (ยกเว้นแถวบ้านจะฝนตกบ่อย)

Re: SOS III – รวมด้วยช่วยกันต่อ Jigsaw
เศรษฐกิจโลก เศรษฐกิจไทย และนัยต่อการลงทุน
   By ขวัญ on 9/1/2009 9:00 AM
คุณรองเท้าฟาง กับ ลุงเฮ้าส์ คือคุณอนิรุทธิ์ เหรอค่ะ งงค่ะ
แต่ขอบคุณมากค่ะ ทั้งหมดเลย ที่ถามจะได้ขอบคุณถูกเพราะ อ่านมาและก็ตามเรื่อยๆช่วงนี้ ต้องขอบคุณมากอีกทีค่ะ

ขวัญ

Re: SOS III – รวมด้วยช่วยกันต่อ Jigsaw
เศรษฐกิจโลก เศรษฐกิจไทย และนัยต่อการลงทุน
   By พัชริดา on 9/1/2009 9:13 AM
สวัสดีค่ะ ไม่รุ้ว่าอาจารย์ เป็นอะไรหรือเปล่า เห้นใครก็บอกว่ายุ่งกัน ขอให้อาขารย์รักษาสุขภาพค่ะ ส่วนเรื่องที่ถามแล้วมีเวลาก็มาตอบก็ได้ค่ะ วันนี้มาเรียนคอมเลยมาดูค่ะ ขอบคุณมากค่ะ ไม่รีบค่ะ อาจารย์ค่ะแต่ว่า อยากถามว่า อาจารย์มั่นใจว่ากลุ่ม จีน อินเดีย จะดีหรือเปล่าค่ะ

พัชริดา

Re: SOS III – รวมด้วยช่วยกันต่อ Jigsaw
เศรษฐกิจโลก เศรษฐกิจไทย และนัยต่อการลงทุน
   By IN on 9/1/2009 9:27 AM
เห็นใครๆก็มีปัญหาเรื่องการลงทุน ช่วงนี้ ก็เป็นเช่นกันค่ะ มาร่วมชะตาด้วยคน (แต่คิดว่าไม่น่าแย่ มั้ง)

ขอสวัสดีอาจารย์ค่ะ สบายดีอยู่หรือเปล่าค่ะ และก็วันนั้นที่เจอใช่หรือเปล่าค่ะ ไปซื้อหนังสือหรือว่าไปดูอะไรค่ะ ว่าจะมาบอกเรื่องblog ไปดูมาแล้วค่ะชอบมากค่ะ และก็เรื่องที่ surprise ขอโทษที่ขียนอะไรให้สงสัยคือตอนนั้นพิมพ์ก็เลยเขียนไปไม่ได้เรียงคำพูด หวังว่าอาจารย์จะไม่ถือสาค่ะ

เป็นกำลังใจค่ะ IN-

Re: SOS III – รวมด้วยช่วยกันต่อ Jigsaw
เศรษฐกิจโลก เศรษฐกิจไทย และนัยต่อการลงทุน
   By ปิงปิง on 9/1/2009 9:27 AM

สวัสดีค่ะ อาจารย์ ปิงไม่เข้ามานาน ขอให้มีความสุข และ ร่ำรวยค่ะ สุขภาพดีแข็งแรง ทั้งอาจารย์ ครอบครัว และ คนที่รักค่ะ (แล้วจะจัดทัวร์หรือเปล่า ก็รออยู่เห็นสมาชิกเยอะค่ะ ถ้าไปก็บอกด้วยนะ ช่วงนี้ไม่ได้เข้ามาเพราะงงกะการลงทุนค่ะ ไม่น่าเลยค่ะ)

สงสัยเรื่องการลงทุนประเทศจีน มาอ่านแล้ว ปัญหาเหมือนๆกัน คือว่าจะว่าไปแล้ว จะโทษใครไม่ได้ เพราะเรานี่เอง ขอไปทำงานค่ะ แล้วก็จะมา comment ใหม่ และไปดู blog อาจารย์มาแล้วค่ะ เป็นกำลังใจค่ะ

ปิงปิง

Re: SOS III – รวมด้วยช่วยกันต่อ Jigsaw
เศรษฐกิจโลก เศรษฐกิจไทย และนัยต่อการลงทุน
   By MAY on 9/1/2009 9:44 AM
สวัสดีค่ะ อาจารย์ และทุกท่าน

อาจารย์ถ้าว่างก้มาเขียนนะ เพราะว่า คนเยอะแล้วการลงทุนที่มีปัญหาด้วย
ลุงเฮ้าส์ ขอให้กลับมาโดยเร็ว ด้วย อ่านแล้วมาแบ่งกันนะ แหม มันจี๊ด ค่ะ 555

การลงทุนที่ จีน ขอถอนใจที เพราะว่า เมย์ ก็เช่นกัน แต่ว่า เมย์คืดว่า ลองมองยาวดูนิด และก็ FIF ไม่ควรซื้อขายบ่อย ตอนแรกก็กลุ้มเช่นกัน แต่ว่า มีเพื่อนเยอะไง อยากขอเสนอว่า 3 ปีน่าจะดีค่ะ ช่วงนี้มันก็ขึ้น ลง เพื่อความสมดุลมั้ง ไม่รู้เท่าไหร่ เด๊่ยวแวะมาบอกเพื่อนๆค่ะ

ลุงเฮ้าส์ ไปอ่านและกลับมานะ อย่าแอบไปซื้อทองนะค่ะ แซวๆๆ

และจะมาบอกเรื่องจีย เพราะว่าไม่รู้เท่าไหร่ แต่ว่ามีคนรู้ แต่ว่าเมื่อก่อนก็แย่มาก ไม่น่าเลยเหมือนที่บอก แต่ว่า ค่าเงินมันอ่อน อันนี้ก็ ไปอ่านดีๆๆจ้า
และจะมาบอกค่ะว่า ดี ร้าย ยังไง เมื่อคืนลงทุนโทรไปถามเลย (ถามเพื่อนนะค่ะ) ยังไงจะมาบอก ร่วมด้วยช่วยกัน

ปล
อาจารย์ถ้าไม่ว่างไม่เป็นไร แต่มาทักทายกันนะ

ลุงเฮ้าส์ อย่าปล่อยให้ตายทีละคน นะ

รองเท้าฟาง แฟบ อารมณ์ดีจังค่ะ ตลกมากค่ะ

วี หวานค่ะ หวานจนน้ำตาลขึ้นค่ะ ไม่มีนัยอะไรนะ แต่เอามาเชื่อมกัน

อยากถาม เราจะดูหรือรู้ได้ไงว่า น้ำตาลมันน่าจะขึ้น ??? งงจัง
และเราจะรู้ยังไงว่าอะไรจะมา ถ้าไม่เชียวชาญตลาดมากๆๆ 555
เพราะเราไม่รู้ไง ดังนั้น ตามดูข่าว หาความรู้ หรือหาผู้ช่วยหรือพี่เลี้ยง ตามที่อาจารยืบอก คือ หาให้มันดี ไม่จำเป้นต้องอยู่โบรกเกอร์ เอาคนดี จริงใจ รู้บ้าง ไม่รู้บ้าง ก้ช่วยๆกัน ระวังอย่างนี้ ลงทุนมีความสุขใจกว่าเยอะค่ะ ฝากไว้

อย่างที่ บีม บอกค่ะ อ่านดูค่ะ มันก็จริง เพราะไม่มีใครรู้ว่า อะไรจะเกิดหรอกค่ะ
ถ้ารู้เขาก็ไม่มาวิเคราะห์
เราควรรู้เท่าทันว่า เขาก็แค่นี้ ลงทุนมานานเพิ่งเข้าใสสัจธรรมเช่นกัน ก็สู้ สู้ กันไปค่ะ ใครรู้อะไรก็เขียนเลย อย่างน้อย ก็ก่อเกิดประโยชน์อย่างที่บรรดาท่านๆเขียนๆ

MAY
และจะมาใหม่ ค่ะ



Re: SOS III – รวมด้วยช่วยกันต่อ Jigsaw
เศรษฐกิจโลก เศรษฐกิจไทย และนัยต่อการลงทุน
   By รองเท้าฟางตัวจริง on 9/1/2009 10:09 AM
เล่นเป็นการ์ตูนไปได้ ลุง

แฟบดิ้คับ มันหงอยๆไงไม่รู้แฮ๊ะ ช่วงนี้ โดนก้อนบริค หล่นใส่หัว
คุณบีม comment มาเถอะคับ จะได้ช่วยกันแก้ไข :)
พูดได้นะ ผมเชื่อผู้ใหญ่ที่นี่ดีจริงๆ

เหมือนเดิมคับ ทำการบ้าน อ่าน เห็นเพื่อนๆเขาทำกัน
ไป se-ed เหมาหนังสือมาอ่าน + ลงทุนจริงๆ หอมปากหอมคอ
ถ้ารักมันปานจะกลืนกิน พอผิดหวังมักจะ จ๊ากกก วัยรุ่น เคยก่อน
วัยรุ่นเซ็ง วัยรุ่นเจ็บ วัยรุ่น จำ เลยกลายเป็นคนชารา ที่ไม่ ราชา ไป

ถ้าจะให้พูดตรงๆนะคุณ สโรชา เ จ็ ค อ๊ ว ก มาหลายครั้งแล้ว
มิใช่แค่ เ จ๊ ค อั๊ ค

Re: SOS III – รวมด้วยช่วยกันต่อ Jigsaw
เศรษฐกิจโลก เศรษฐกิจไทย และนัยต่อการลงทุน
   By รองเท้าฟาง on 9/1/2009 11:42 AM
ที่จริงครับ ขอสารภาพ ต้องบอกว่าตัวเรา ปัญญาไม่ให้ แต่ ใจโลภครับ
คือ เมื่อก่อน เขาว่าไง ดี เราก็ลุย เขาว่าจริง เราก็ไป เขาว่จะมา เราก็ซื้อ
โดน คิดแต่จะเอาครับ คิดอยากแต่จะได้ ลืมมองไปว่าไม่ได้ง่าย

ตั้งแต่เริ่ม ค่อยๆหาหุ้นดีๆ ค่อยๆซื้อ ทำการบ้าน บวกลบไม่หนัก
เงินต้นเรามีแค่นี้ มีน้อย คิดเล่นๆว่า มีเงิน 10,000 บาทนะคับ
ทำกำไร 10,000 เนี่ย 100% แล้วนะ โคดเก่งเลย บัฟเฟดยังทำ
ปีละ 20 % บางปีก็ไม่ถึง แล้วเรา บัฟ เฟ็ด โล่ อย่างเนี่ย อยากรวย
วันละ 10 % ข้ามคืน ซื้อปุ๊ป รวยปั๊ป เล่นไพ่ดีกว่าคับ ป๊อกไม่ป๊อกว่าไป
เราจะเล่นไพ่ตาละหมื่น เหรอคับ ? เจ้าป๊อกเก้า 2 เด้งเราก็ตาย
ถ้าเราเก๋าจริงวิธีเดิมๆ ต้องรวยแล้วคับ ค่อยเป็นค่อยไปเถอะคับ

เอาใหม่ เปิดงบ ซื้อหุ้น ลงทุน หา 5 % 10 % เก็บเงิน ทำบัญชี
ออมเงิน 30 % ของเงินเดือน เจียดมา ดีมากซื้อมาก ดีน้อยซื้อน้อย
คิยาซากิ เล่าให้ฟังว่า " Rich Dad Poor Dad " มีงานประจำ ลงทุนทางอ้อม
หาหุ้นดีๆ ซื้อถือไป งี้ ว่าไป

พอเขาว่าดี คุณเอากาละมังสูทรคิด เชื่อตาม พอมันไม่ดี คุณก็ว่าเขาว่า
หลอกลวง ลงมาได้ไง ไอ้ตอนซื้ออ่ะ คิดยังไงถึงซื้อคับผม
ผมไม่อยากให้คุณโดนเหมือนผมคับ

เคารพ

Re: SOS III – รวมด้วยช่วยกันต่อ Jigsaw
เศรษฐกิจโลก เศรษฐกิจไทย และนัยต่อการลงทุน
   By รองเท้าฟาง on 9/1/2009 4:35 PM


http://www.moneychannel.co.th/Menu6/StockinFocus/tabid/110/nnpg580/2/cmd580/arch/archDt580/052009/Default.aspx
ก็ไม่ต้องรีบร้อนซื้ออะไร ดูทิศทางลม เวลาเพื่อนๆ ตีกอล์ฟ ครับ ต้องดูทางลมใช่ไหม
ว่าลมมันสวนทิศทางตี หรือเปล่า ไม่ใช่ขงบื้อนะครับ จับยามสามตาทำนายได้ว่า
อะไรจะเป็นอะไร แต่ตอนเราตี เรารู้ว่าลมมันสวน เราก็อย่าเพิ่ง ทีออฟ เราก็รอให้
ลมมันสงบก่อน เวลาลมมาแรงๆ เรารู้ว่าเราตีตรง ตีไกล อยากได้ระยะเพิ่ม เราก็
รีบตี ระยะมันก็ได้แรงลมเพิ่ม

ทีนี้ตีผิด โทษใคร ตกน้ำ ทำไง ตีเข้าป่า ทำไง กติกามันก็มี เสียไป 1 แต้ม
ก็ธรรมดา

http://www.thaivi.com/webboard/

http://www.moneychannel.co.th/Menu6/HardTopics/tabid/109/newsid569/96427/Default.aspx
8. ภาคเอกชนมองจีนน่าจะเป็นมหาอำนาจทางเศรษฐกิจที่สำคัญของโลกได้ภายใน
20 ปีข้างหน้า

ผมเองทำผิด ดันคิดว่าดี วิกฤติ น่าจะจบ หรือไม่จบ ก็ไม่น่าจะมีอะไรเลวร้ายไปกว่านี้
มันยังลงอีก ให้ผมทำไงอ่ะคับ ก็ต้องกัดฟัน สร้างเงินออมต่อ อะไรเงี้ยคับ


http://www.moneychannel.co.th/Menu6/HardTopics/tabid/109/newsid569/87520/Default.aspx
1. คาดยอดขายรถปีนี้ทรุด 25% วอนรัฐออกมาตรการช่วยเหลือด่วน หวั่นมีคนตกงานเพิ่ม

อย่างนี้ต้องขาย เพราะปัจจัยพื้นฐานเปลี่ยน นักวิเคราะห์ ออกมาพูด แต่นักลงทุน
อาจไม่ได้ตามบ้าง ไม่รู้บ้าง ก็โดนซะ

โทษด้วยนะครับ เวลาพูดสุนัข สุนัขอย่างนี้ มันเจ็บ คนเกลียด คนพูดไม่เคยได้อะไร
แถมโดนผมไม่ชอบด้วย
แต่หลายๆคน สอนผมอย่างนี้ ผมจำได้ เวลาผ่านไปผมก็ไม่ทำ


: P การลงพุงมีความเสี่ยง ผู้ลงพุงควรศึกษาให้เข้าใจก่อนตัดสินใจ : P

รัก และ เคารพคับ

Re: SOS III – รวมด้วยช่วยกันต่อ Jigsaw
เศรษฐกิจโลก เศรษฐกิจไทย และนัยต่อการลงทุน
   By สโรชา on 9/1/2009 5:23 PM
เรื่อง ETF เมืองไทย ETF ไม่น่าสนใจเพราะว่ามันไม่มีสภาพคล่องมากค่ะ และก็ เขาไปสนใจ option น่าจะดีกว่าค่ะ เท่านั้นแหละเหตุผลค่ะ

ตามความเห็นส่วนตัวคิดว่าไม่สนใจหรือว่าเพราะอะไร ก็อย่างที่หลายๆท่านแสดงความเห็น ว่าทำไมกองทุนรวมหุ้นไทยไม่น่าสนใจ เพราะเราเองก็เลือกได้ ไม่ต้องใช้หัวมาก แค่ดูว่าอะไรมันใหญ่ มันดี ก็เลือกใส่พอร์ตไป ถือยาว รอนานได้ รอไปค่ะ

ขนาดการศึกษายังต้องลงทุนเพื่ออนาคต ลองคิดดูว่ากว่าจะเรียนจบเราเสียเงินเท่าไหร่ เป็นล้านเลยนะ มากกว่าด้วยด้วย ลองไปนั่งคิดดู และมาแลกกะเงินเดือน เดือนละเท่าไหร่ เงินเดือนก็เหมือนปันผลค่ะ ไม่ต้องคิดมากค่ะ มั่นใจก็ยาวเลย
ไม่มั่นใจหรือมีใจที่ระแวงสงสัย ก็หยุดลงทุนค่ะ เพราะว่า เงิน ควรทำให้เรามีความสุข ไม่ใช่มาทุกข์เพราะเงินค่ะ
เลือกเอาตามสไตล์ของเรา
ยาวก็ถือไปเลย และสั้นก็เล่นรอบแค่อ่านข่าวตามข้อมูลให้มาก

เลือกหุ้นดี มีไม่เยอะ ก็ถือไป เศรษฐกิจดีมันก็น่าจะดี แต่ว่าบ้านเราไม่รู้ว่าอะไรแต่จะบอกว่าโอกาสมีเสมอ ถ้าเจอและคว้ามัน แต่ก็อีกนั้นแหละ

ไม่มีใครซื้อได้ถูกสุด ขายได้แพงสุด แต่อาจจะมีแต่น้อยมากที่จะมี
ไม่มีใครสร้างกำไรหรือถือหุ้นตอนนี้เป็น กำไร 100 กว่าๆๆเปอร์เซ็นต์ อาจจะมี แต่ไม่ทุกคน หุ้นที่ดี ก็มี ใครจะทนถือมานาน ถ้าดูดีๆมีหุ้นอยู่ 1 ตัวที่ใหญ่ละดี ใครซื้อถูก ทนได้ถือมา ณ ปัจจุบัน ต้องบอกว่านี่แหละ เพราะว่าเราถือ เราต้องดู การเคลื่อนไหว

มีคนบอกว่าปิโตรเคมีไม่ดี Q3 Q4 แต่ขอโทษมันยังไปได้ ดังนั้นคิดว่าหุ้นดี ไม่ต้องฟังอะไรมาก ถือไป จบ แล้วจะร่ำรวย ดังที่หลายท่านเขียนไว้ ค่อนข้างอคติไป ก็รู้ตัว แต่นี้คือความเห็นส่วนตัว และก็ ประสบการณ์ที่ต่างกันค่ะ จะสอนว่าเราจะมีแนวคิดยังไงและแสดงออกมายังไงค่ะ

ไม่มี ผิด ไม่มี ถูก ค่ะ

คนที่ลงทุนสำเร็จ ก็เพราะเขาคงทุ่มเทไปทั้งสมองและตัวเองมากกว่าอะไรทั้งนั้นค่ะ
และก็ทางเลือกมีไม่มาก แม้ว่าจะแย่ก็ดีหว่าอะไรที่มีในตอนนี้ เข้าใจมนุษย์เงินเดือนทุกท่านค่ะ

แต่ว่าอะไรก็เกิดขึ้นได้ ก็ระวัง มีข่าวร้าย ข่าวดี ตามกันไปใจเย็นทำใจถือ เชื่อว่า ยาวน่าจะดี แต่ยาวมากไปอาจจะแย่ เพราะว่า ขนาดบ้านเราเขายังวิเคราะห์ไม่ถูกเลย แล้วคุณจะไปฟังอะไรที่เขามาบอก

ดังนั้นทางรอดคือ หาเองค่ะ ไปหาข้อมูลของตลาดหุ้นตาม website ต่างประเทศหรืออะไร ความรู้มันกว้างมาก เลือกจะเชื่อค่ะ กระจายความเสี่ยงก็ดี แต่ว่าคิดสักนิดก่อนลงทุน

ดิฉันค่อนจะชอบ ดร กอบศักดิ์ และฟังท่าน แต่ท่านอื่นไม่รู้ค่ะ ฟังบ้างก็ดี จะได้รู้ว่า อะไรคือความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญของระดับสมองที่มีค่ะ และก่อนหน้าก็ฟังมาเยอะ มั่วไปหมดจับอะไรไม่ได้ ง่ายๆว่าคิดว่าไปทางไหนและก็คาดคะเนเอา หาข้อมูลศึกษาให้มากค่ะ และก็ตัดสินใจเอง

จีน ไม่รู้มากแต่ว่า ไม่ได้ลงทุน เลยไม่สามารถแสดงความเห็นได้

คุณรองเท่ฟาง ดูแล้วที่แนะนำมา แต่สงสัยว่าจะถามหรือแนะนำอะไรก็บอกได้ค่ะ รับฟังทุกความเห็น

คุณเฮ้าส์ รบกวนมาสานต่อโครงการให้ลุล่วงค่ะ เพราะคุณก็แสดงความเห็นที่สนใจมาก และต่อไปจะเขียนให้อ่านง่ายขอบคุณที่แนะนำ

ขอบคุณอาจารย์ ที่ให้เสนอความเห็นอย่างเสรีค่ะ และขอให้อาจารย์ มีครอบครัวมีแต่ความสุข สมหวังในสิ่งที่ปรารถนา ช่วงนี้มีคนลงทุนที่ต่างประเทศแต่ไม่ได้เป็นดังที่หวัง ไม่ว่าจะเหตุผลอะไรก็ตาม จะบอกว่า อย่างน้อยก็มีเพื่อนร่วมอยู่แล้วค่ะ ก็ขอให้ทุกท่านประสบความสำเร็จ และลงทุนด้วยความระมัดระวัง และส่วนตัวไม่มีความรู้เรื่องตลาดหุ้น ตลาดทุนมาก

แต่ที่รู้และสนใจเพราะอาจารย์ กอบศักดิ์ เป็นคนที่อธิบายเรื่องยากให้ฟังแล้วเข้าใจและไปศึกษาเองบางส่วน บางทีคนที่เข้าใจอะไรมากก็ลงทุนไม่ประสบความสำเร็จ บางทีนะ

อาจจะอยู่ที่การตัดสินใจที่ดีมากและ Sense (เป็นเรื่องที่สอนกันได้ยากและยากที่เข้าใจด้วย) ที่ดีเยี่ยมมากด้วย อาศัย "ศาสตร์" และ “ศิลป์” และก็จะได้ยินว่า Gut กัน มันไม่อะไรหรอกแค่พูดให้หรูไปงั้น สุดท้ายคนที่ประสบความสำเร็จมาพูดอะไรโลกก็ฟังทั้งนั้น เมื่อก่อนก็ Greenspan ช่วงนี้ก็ลดลงเยอะคนฟัง โลกก็หมุนรอบตัวเองอย่างนี้ อย่าไปคิดมากค่ะ บางที

การขึ้นลง ลองคิดดู ใครจะสามารถรู้ว่าอะไร ขึ้น หรือ ลง ตามที่ตลาดจะเป็นไป และก็ไม่มีใครรู้เลย เลยมีเครื่องมือป้องกันความเสี่ยง แต่ว่าสภาพคล่องหาไม่ได้ ออกมาไม่คิด คิดว่าจะออกอย่างเดียว

หวังอยากแข่งขันกับนานาประเทศ คุณเชื่อหรือไม่ ก่อนหน้านี้เราตลาดหุ้นเราเคยโตกว่าสิงคโปร์ คิดไม่ถึงใช่หรือเปล่า อดีตที่นานมาก จนลืมแล้วล่ะ

ไม่มีใครรู้ว่าเกิดอะไร ถ้ารู้แล้วคงไม่มีคำว่าผิด พลาด หรอก หรือไม่แน่ ถ้ามีคนเห็น รู้ เหมือนคำโบราณ ที่บอกว่า อาบน้ำร้อนมาก่อน ก็ยังใช้ได้ แต่บางที เด็กก็มีเตือนผู้ใหญ่บ้าง แต่ไม่ยอมฟังเอง อันนี้ก็ต้องเข้าใจว่า สังคมเรามันไม่กว้างพอ แต่ก็อยากให้มันกว้าง ในกรอบความคิดที่แคบ มันน่าตลกตรงนี้แหละ

ถ้ามีคนมาเตือนว่าจะดีเหรอ คิดเก่งกว่า รอบรู้มากกว่า และถ้าเตือนแล้วก็เผลอทำ หรืออะไร ถ้าพลาดแล้วก็จำไว้ ว่าคนที่เตือนเขาหวังดี ถ้าเผลอไปพลาด หรืออะไร ถ้าคนเตือนไม่มาว่าซ้ำ ว่า หรืออะไร หรือไม่มาซ้ำเติม แต่ก็ช่วยเหลือ ช่วยและแก้ไข ทำที่เป็นอยู่ให้ดีขึ้น ถ้าเจอก็ประเสริฐมากที่เจอค่ะ (ความจริงมันก็หายากนะ แต่ว่าใช่ว่าไม่มีคนแบบนี้)

ขอเล่านิด มีผู้หญิงคนหนึ่ง เป็นคนหนึ่งที่ดีมาก มีความรักมากต่อ ผู้ชายคนหนึ่ง เตือนแล้ว ไม่เชื่อ ไม่ฟัง มานั่งเสียใจและรู้สึกผิด ผู้ชายก็กลับไม่ฟังเชื่อมั่นในความคิดไม่ยอมเปลี่ยน และเขาก็พบว่าสิ่งที่เตือนนั้น มันไม่เกิดวันสองวันหรอก แต่สุดท้ายก็เกิด มันไม่รอนานเป็นปีแต่ว่าเกิดแล้ว ชายคนนั้นก็เสียใจ แต่ผู้หญิงคนนั้นไม่ว่าอะไร ทั้งที่รู้แกใจ (ตามธรรมเนียมต้องว่าซ้ำและหาเหตุมาว่าหรือซ้ำเติมอยู่ บางคนนะ) แต่เขาก็ไม่ว่าอะไร กลับมาช่วยเหลือและแก้ไข และปกป้องด้วยซ้ำ จะหาจากไหนได้อีกนอกจาก แม่ คุณไง ฮาหรือเปล่า แต่อ่านดีๆแล้วกัน

ขอบคุณค่ะ สโรชา

Re: SOS III – รวมด้วยช่วยกันต่อ Jigsaw
เศรษฐกิจโลก เศรษฐกิจไทย และนัยต่อการลงทุน
   By บีม on 9/1/2009 5:28 PM
การลงทุนมีความเสี่ยง โปรดใช้สมองไตร่ตรอง

ประเทศจีน พื้นฐานดีมากก็จริงแต่ไม่สามารถแทนที่สหรัฐอเมริกาได้หรอกอย่าหวังว่าจะกลับไปที่เดิมครับ รอยาวไปเลยครับ ถ้าคิดว่าซื้อๆขายๆ คุณจะเสียค่าะรรมเนียมไปเปล่าๆ ครับ เขาได้ ทั้งซื้อและขาย เขาอาจจะบอกให้คุณเปแลี่ยนพอร์ตไปมา คุณควรเชื่อว่า คุณซื้ออะไร เพื่ออะไร ครับ เคารพความเห็นทุกท่าน แต่ผมขอเสนอความเห็นผม เพราะผมก็มีประสบการณ์มาก อ่านแล้ว เห็นใจมาก

ผมเห็นมาเยอะแล้ว ที่เชียร์ที่มาบอก ไม่ว่าใครก็เจ๊งทุกคน ไม่ได้ทำให้หมดกำลังใจ แต่ว่าอย่าโลภ ทุกวันนี้ลำบากยากแค้นพอทนแล้วครับ หนี้ภาคครัวเรียนมันน่ากลัวกว่ากล่านี้อะไรทั้งนั้น

ผมก็ลงทุนและมี FIF ลงมาตอนนี้ ขาดทุนกำไรไปเยอะยังนั่งคิดและมาอ่านว่าทำไงดี ขาดทุนกำไรไม่ได้หมายความว่าจะได้กลับมาเยอะ ค่าเงินก็สำคัญ และผมไม่รู้ว่ามาเรียกร้องอะไร หรือบ่นว่าอะไร ให้คุณร้องเรียกให้ตายก็ไม่มีใครได้ยิน นอกจากหาเพื่อนที่เหมือนคุณ มนุษย์มักจะปลอบใจตัวเองโดยการโยนความผิดให้ผู้อื่น เป็นแบบนี้เพราะว่า เราเลยโทษคนนั้นคนนี้ เลยรู้สึกดีครับ ไม่ได้ว่าใครแค่จะบอกว่า
สุดท้ายก็เราที่รับเคราะห์กรรมกันไป ครับ

การลงทุนมีความเสี่ยง ครับ การฟังนักวิเคราะห์มีความเสี่ยงมาก ฟังพอเป็นแนวทาง อย่าเชื่อหมด

ผมเข้าใจว่าหายากที่ดี เพราะเขามีหน้าที่พูดนี่ครับ แม้ว่าไม่มีอะไรพูด ผมก็สงสัย ว่าเขาก็เก่งนะหาหุ้นมาเล่นได้ทุกวัน

อยากผ่าตัดเศรษฐกิจ ให้มันรู้ไปว่าจะออกมายังไง แต่ใครจะบอกได้ ถ้าไม่เห็นเลขต่างๆออกมาแล้วมาวิเคราะห์ ดังนั้น คิดจะซื้อหุ้น ลงทุน อย่าหวังว่าจะได้ต่ำสุดเลยครับ
แค่พอดี ก็น่าจะเหมาะครับ

เคารพทุกท่านครับ

บีม

- อาจารย์ ครับผมไปดูท่านที่เสวนา ตอนที่แล้วครับ ผมเลยอยากบอกว่า ผมว่าท่านพูดได้ดีมากครับ และผมเองก็คิดว่า ท่านน่าจะบอกอะไรได้ดีกว่าผม ดังนั้นผมพูดอะไรที่ดูแรงเกินไป ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย ครับ
เคารพอาจารย์ ครับ
หวังว่าท่านจะสุขภาพแข็งแรงครับ ขอบคุณท่านที่ให้ความรู้ครับ

Re: SOS III – รวมด้วยช่วยกันต่อ Jigsaw
เศรษฐกิจโลก เศรษฐกิจไทย และนัยต่อการลงทุน
   By อนิรุทธิ์ on 9/1/2009 7:30 PM
ว่าด้วยเรื่องจีน
ที่จริงว่าจะไม่ แต่กลายเป็นว่าเวลาเบรค ก็ชอบเข้ามาดูในบล็อค (E Finance แทบจะไม่ได้ดูเลย)
เรื่อง จีน Logic ที่ง่ายที่สุดครับ "ถ้าโลกนี้ มีคนจนมากกว่าคนรวย สินค้าจีนย่อมขายได้" ยิ่งตอนนี้ คนอเมริกา ,ยุโรป ก็เริ่ม ที่จะออม ญี่ปุ่นก็อุดมด้วยคนชรา ภายภาคหน้า การใช้จ่ายฟุ่มเฟือยในโลก จะน้อยลง น้อยลง
เคารพ
ลุงเฮ้าส์

Re: SOS III – รวมด้วยช่วยกันต่อ Jigsaw
เศรษฐกิจโลก เศรษฐกิจไทย และนัยต่อการลงทุน
   By ปอปอ on 9/2/2009 4:50 PM

(ขอ) สวัสดีค่ะ ดร กอบศักดิ์ วันนี้มาฟังถึงจะ Phone in ก็ทำให้เข้าใจมากขึ้น (ความจริงก็ไม่ค่อยเข้าใจแต่วันจันทร์ที่เขาแถลงการณ์ เหมือนว่าจะต้องดูเยอะจัด แต่ความจริงสิ่งที่ต้องการฟังคือสิ่งที่ ดร. พูดค่ะ ขอบคุณค่ะ

ปอปอ ศิวาพร

ขอถามเรื่อง จีน ด้วยอีกคนค่ะ มีกองทุนรวมไปต่างประเทศเหมือนท่านอื่นด้วย ความจริงแล้วขอถามว่า คงไม่ตกไปกว่านี้หรือเปล่าไปอ่านข่าวมามีบอกว่าอาจจะตกลง มากกว่านี้ แต่ว่าคงต้องลงยาวหรือเปล่าค่ะ รบกวนใครมีความเห็นการลงทุนต่างประเทศค่ะ ไปดูข้อมูลที่ไหนค่ะ จีน ค่อนข้างจะกลุ้มใจค่ะ ขอยอมรับ

เรื่องตัวเลขวันนี้ขอถามว่ามันดีขึ้นก็จริงแต่ว่าเพราะปีที่แล้วฐานมันต่ำ ใช่หรือไม่ค่ะ (กค 2551) แล้วจะถามว่ามันจะไปทิศทางไหนกันแน่ ทำไมมันดูดีแต่การเคลื่อนไหวหุ้นไม่เหมือนแต่ก่อนเลย ช่วงเมษ ทั้งที่สงกรานต์เราก็แย่มาก เดือน พค , มิย ค่ะ สงสัยเรื่องนี้ค่ะ

อยากให้ ดร กอบศักดิ์มาทุกวันหรือเพิ่มเวลาค่ะ คุณบันลือ ก็นำเรื่องมาน่าสนใจมากค่ะเป็นกำลังใจ 2 ท่านค่ะ

Re: SOS III – รวมด้วยช่วยกันต่อ Jigsaw
เศรษฐกิจโลก เศรษฐกิจไทย และนัยต่อการลงทุน
   By ฟ้า on 9/2/2009 4:53 PM
ไหนว่าต้นเดือนเดือนกันยายน ตลท จะมาบอกไม่ใช่เหรอค่ะว่า พอร์ตเทรด โบรกเกอร์เป็นยังไง สงสัยคงจะต้องรีบทำๆนะเพราะเวลาไม่คอยท่า เก็บกวาดไม่เรียบร้อย เลยต้องรอเวลา รายย่อยหรือนักลงทุนอย่างเราไม่ได้หวังอะไร ก็รู้อยู่แล้วว่าต้องเป็นอย่างนี้ ไม่มีคำพูด นอกจากความยุติธรรมหามีไม่ ความเท่าเทียมไม่มี แล้วอย่างนี้จะบอกว่า ตลท อยากจะล้างภาพจาก บ่อน เอ๊ยไม่ใช่ ขออภัยทุกๆท่าน

อย่าลืมว่าความเกลียด ความโกรธ ที่สะสมมันน่ากลัวมาก คนไทยเป็นโรคเครียดแล้วใช้ยา มากกว่าสหรัฐซะอีก
ไม่ได้ลงทุนมากแต่แค่ไม่เข้าใจ ทางเลือกที่มีมันไม่ดังใจไม่ลงทุนก็ดอกเบี้ยน้อยขนาดนี้ แล้วใครมีทางเลือกอะไรที่ดีบ้างค่ะ
กองทุนต่างประเทศ ไหนว่าเศรษฐกิจดี ดีกว่าคาดแล้วทำไมไม่ไปไหน ลงกี่เปอร์เซ็นต์ รีบาวน์นิดหน่อยอย่าลงดีใจ มันมาแน่ แต่ตอนไหน ปีที่แล้วจำได้ ซื้อตก ซื้อตก มาคาดการณ์กันแล้ว

หลายโบรกเกอร์ 750 เจ้าค่ะ ยอมรับว่าอคติและมองว่าไม่ดีเท่าไหร่ แต่เป็นสิ่งที่อยากบอก อ่อนต่อโลกไม่ดีค่ะ

Re: SOS III – รวมด้วยช่วยกันต่อ Jigsaw
เศรษฐกิจโลก เศรษฐกิจไทย และนัยต่อการลงทุน
   By ศุภสิทธิ์ on 9/2/2009 5:13 PM
อ่านมานานครับ ร่วมปีกว่า พอเข้าใจจริงๆทั้งหมดหลายๆคน
อันที่จริง หลายท่านพูดถูกครับ คนมันยิ้มซ่อนมีดจริงๆ มีเยอะ
แต่ว่าบล๊อกนี้มันเป็นของตลาด คนบางคนก็ดีเกินกว่าจะแลก
กับเรื่องบางเรื่องครับ พูดไม่ดีกับตัวหรอกครับ อย่าพูดเลยไม่คุ้ม

Re: SOS III – รวมด้วยช่วยกันต่อ Jigsaw
เศรษฐกิจโลก เศรษฐกิจไทย และนัยต่อการลงทุน
   By พัชริดา on 9/2/2009 6:21 PM
ขอบคุณมากค่ะ
อาจารย์ ค่ะ หนูไม่รู้ว่าเป็น บล๊อคตลาดหลักทรัพย์
หนูเขียนผิดหรือเปล่าค่ะ
แล้วขอบคุณค่ะ อาจารย์ ขอให้ท่านมีสุขภาพที่ดีค่ะ
วันนี้อ่านบอกว่าโทรมา ก็เลยไม่ได้ฟังเลย แต่ขอเป็นกำลังใจค่ะ

Re: SOS III – รวมด้วยช่วยกันต่อ Jigsaw
เศรษฐกิจโลก เศรษฐกิจไทย และนัยต่อการลงทุน
   By สโรชา on 9/2/2009 6:22 PM
เรียนปรึกษา อาจารย์ กอบศักดิ์
เนื่องจาก ตัวเลขต่างๆก็ออกมาแล้ว มีความคิดว่า เศรษฐกิจโลกนี้ จะฟื้นตัวแบบไหนค่ะ
ฟื้น รู้ค่ะว่าฟื้นแน่ นอน
และก็อ่านมาเสมอ ปัญหาคือ ดูไม่ค่อยเข้าใจว่ามันติดหรือขาดอะไร
และเห็นมีสรุปไว้ก็เลยขอถาม
แต่จะเป็น W เหมือน Dr. Doom หรือไม่ค่ะ **รบกวนคุณเฮ้าส์ เสนอความเห็นด้วย
ส่วนตัวคิดว่าน่าจะ W ค่ะ สำหรับเศรษฐกิจโลก
แต่ว่า มีโอกาสได้คุยกะ ผู้รู้ อยู่ 1 ท่าน แต่ว่าไม่ได้เป็นคนไทยค่ะ ไม่ใช่เป็นวิชาการที่ดังหรือมีชื่อเสียงอะไร แต่ว่าเก่งมาก และความคิดดีมาก อันนี้ขอรับประกันได้ (เราเองก่อนหน้าไม่เก่งอะไรมาก แต่พอรู้จัก ก็ได้รับความรู้มามากค่ะ)
เขาไม่คิดว่าจะ W ค่ะ ก็เลยสงสัยมาก เหตุผลก็ฟังแล้วดีอยู่ทีเดียว
บอกก่อนค่ะ ที่มาถามเพราะอยากจะรู้ว่าคิดเห็นยังไง และหาเหตุผลมาค่ะ แลกเปลี่ยนทางความคิด (ไม่มีผิด หรือ ถูก)
ถ้ารู้ว่าเป็นแบบไหน เราก็จะ ดูอะไรได้กว้างขึ้นและก็ ระวังตัวได้ถูกเวลา

ทั้งหมดที่เขียนมา ก็ไม่ได้ว่าเก่งมากหรืออะไร เพราะส่วนตัวมีหุ้นไม่เยอะ และก่อนหน้าก็ผิดทางมาตลอด แต่คนที่รู้จักที่อ้างถึง ค่อนข้างจะ Take Position ได้ถูกทางตลอดและก็ได้รับความรู้มากก็เลย

แต่ก็ติดใจในเรื่อง W ค่ะเลยมาถามค่ะ
ส่วนตัว ค่อนไปฟัง Dr Doom นะ
และไม่ค่อยรู้ว่าจะคิดว่าไงค่ะ รบกวนฝากไว้ด้วยค่ะ

สโรชา
ดร กอบศักดิ์ ค่ะ วันที่ไปพูดที่ M&W ดีมากค่ะและขอชมค่ะ
และก็ไปพูดวันจันทร์ คนที่มาด้วยพวก Broker บอกหุ้นหรือ บอกว่าดัขนี
ส่วนตัวไม่คิดว่า SET 750 ค่ะ และไม่รู้ว่าจะเท่าไหร่ แต่ถ้ามีความเชื่อมากว่าไป มันก็ไป ค่ะ แต่สุดท้าย mass จะมาสู้ปัจัยพื้นฐานหรือไม่ ก็ต้องดูกันค่ะ
แต่ที่ชื่นชม เพราะ ดร กอบเองก็มายั้งเรื่องการฟื้นตัว ว่า อาจจะช้าก็ได้ ดังนั้น ฟังใช้สติ สมอง ปัญญา หวังว่าคนที่ฟัง น่าจะมีสติยับยั้ง บ้างก็ดี แต่คนส่วนใหญ่ มักไม่ฟังความจริง เขาจะมองแต่สิ่งที่ดีเสมอ และไม่คิดว่าเป้นไง ก็ใจดันไปแล้ว ระวังช่วงนี้การลงทุนมีความเสี่ยงมาก ถึงมากค่ะ

**** สำหรับจีน ก่อนหน้านี้ บอกว่าไม่ทราบเพราะไม่มีการลงทุน แต่ได้มีโอกาสคุย
เลยจะบอก แม้ว่าเราไม่มีการลงทุนที่จีน แต่ระยะยาวหลาย broker ก็ออกมาบอกว่า ยาวๆดีแน่นอน
แต่ พื้นฐานเศรษฐกิจ ค่อนข้างดีค่ะ และท่านที่ลงทุนก็น่าสบายใจได้เพราะว่า ถูกแน่(ความเชื่อส่วนตัวนะ เพราะว่าถ้านับไปแล้ว ก็ดีอยู่ค่ะ เหตุผลส่วนตัว แต่จะบอกยังไงดี เชื่อว่าเขาดีค่ะ เพราะคนที่ลงทุนที่นั่นก็เยอะเหมือนกันค่ะ)
และมีแนวคิดหนึ่งขอเสนอ
1 จีนเป็นประเทศใหญ่เพียงประเทศเดียวที่ยังไม่เคยเกิดวิกฤติสินเชื่อ (ตอนนี้มีมาตรการอะไรออกมามาก ก็ต้องดูว่ารัฐบาลจะ ป้องกัน หรือว่า คุมมาก น้อยเท่าไหร่ )
แต่ความเดดขาดเขามีมาก จนไม่น่าเชื่อ ดังนั้น ก็ต้องหาข้อมูล ข่าวสาร เยอะๆแล้วกัน เพราะไม่มีใครสามารถบอกอนาคตได้

2 ความเชื่อมั่น (ไม่เคยมีวิกฤตความเชื่อมั่น ไม่เหมือนหลายประเทศ ) ไม่มีใครไปต้องวิตกกังวลเกี่ยวกับความสามารถของรัฐบาลจีนในการทำสิ่งต่างๆ เพราะเขาเชื่อว่ารัฐบาลของเขาจะทำทุกอย่างให้สำเร็จลุล่วงไปได้
ความเชื่อมั่นมี ค่ามากกว่า ทอง อีกค่ะ คนจีนยังคงเชื่อในระบบของตนเองมากค่ะว่าจะผ่านไปได้ค่ะ จีนค่อนข้าง มีอัตราเร่งในการขยายดัวได้ดีและเเข็งแกร่งมาก
(ในกลุ่ม BRIC มีคนบอกว่า จีนไม่เหมือน รัสเซียนะ ในกลุ่มนี้หากเลือกลง คงจะ C ค่ะ และอาจจะ ดู B และ I แต่อย่าว่า ชี้นำหรืออะไรแค่เขียนไปก็นึกขึ้นได้มันดังขึ้นมา)

-ขอบคุณมากค่ะ- ที่ให้เสนอความคิดที่เสรี และเป็น blog ที่เปิดกว้างค่ะ
รบกวนเรื่องที่ถามไว้ ข้างต้นด้วยค่ะ

Re: SOS III – รวมด้วยช่วยกันต่อ Jigsaw
เศรษฐกิจโลก เศรษฐกิจไทย และนัยต่อการลงทุน
   By อนิรุทธิ์ on 9/2/2009 9:14 PM
ไม่ไหว สมาธิแตก เจอคนข้างบ้านชวนทะเลาะ ออกทะเลไปเลยเรา
******* ว่าด้วยความคิดเห็นต่อเศรษฐกิจ
คุณสโรชา ถ้าตอบแบบ ไม่ใช้เหตุผลอะไรมาก ค่อนไปทางประสบการณ์และความรู้สึก วิกฤติเศรษฐกิจโลกครั้งนี้ ผมค่อนข้างจะกังวลมาก เนื่องจากเป็นวิกฤติที่ใหญ่ ไล่เลี่ยกับ Great Depression (ก่อนสงครามโลกครั้งที่สอง ) แล้วการออกจากปัญหาในคราว Great Depression ก็มีนักเศรษฐศาสตร์ (หรือจะเป็นนักประวัติศาสตร์ ผมไม่แน่ใจ) แกบอกว่า ด้วยการเกิดสงครามโลกครั้งที่สอง สหรัฐจึงออกจากวิกฤติได้ (เศรษฐกิจในภาวะสงครามของสหรัฐตอนนั้น รัฐบาลหารายได้จาก Bond (ซึ่งคนในชาติก็ต้องซื้อ เพราะรู้สึกว่าเป็นหน้าที่) และท้ายสุด เป็นผู้ชนะสงครามด้วย) ประกอบกับ เศรษฐกิจโลกระยะหลังๆ ภาคการเงินใหญ่และซับซ้อนมาก และไปกระจุกตัวที่ สหรัฐเยอะมาก (น่าจะกว่า 50 % ของภาคการเงินโลก) ยิ่งมารวมกับ นวัตกรรมทางการเงินใหม่ๆ ปัญหาก็เลยบานปลายมาก
แต่ถ้ามองแบบใช้ตัวเลขอ้างอิง ภาะวะตลาดบ้านก็ดีขึ้นจริงๆ พวก Leading Indicator ก็โชว์ตัวเลขออกมาดีจริงๆ ยิ่งไปรวมกับ ภูมิภาคยุโรป ญี่ปุ่น (ที่เริ่มดีดขึ้น ) ก็พาให้เชื่อได้ว่า น่าจะ Bottom แล้ว (และนักเศรษฐศาสตร์ ตลอดจนสถาบันต่างๆ ก็ออกมาพูดเชิงเดียวกัน) แต่ พวก Indicator ต่างๆ ก็เคยส่งสัญญานผิดพลาดเหมือนกัน มันเลยยากที่จะ ให้ตอบแบบฟันธง ประกอบกับตัวเองก็เป็นนักลงทุน (ที่เลือกเอาเศรษฐศาสตร์นำหน้าในการมาประยุกต์ในการลงทุน) ไม่ใช่นักวิเคราะห็ ก็เลยไม่กล้าบอก ว่าจะฟื้นแบบไหน (เพราะก็มีตั้งแต่ U, W , L , UU )
แต่ถ้าให้ประมวล คิดว่า จะเป็น L ซะด้วยซ้ำ

แต่อีกขั้นหนึ่ง ถ้ามามองว่า กูรู โนเบล สถาบันที่มีชื่อเสียงระดับโลก ก็แห่กันออกมาพูดว่า ฟื้นแล้ว Bottom แล้ว มันก็พาให้เราเขวอยู่เหมือนกัน เพราะเราก็ติดกับความคิดว่า ผู้พูดน่าจะเชื่อถือได้ อยู่ไม่น้อย แต่ก็อีกนั่นแหละ วิกฤติรอบนี้ มันทำให้เราได้เห็น อะไรที่ไม่ควรจะเกิด ก็ได้เกิดมาแล้ว (การล้มของ AIG ,เลห์แมน ,แฟนดีเม เฟรดดีแมค มองใกล้ตัวในบ้านเรา ปีที่แล้วใครจะคิดว่า ลงทุนตราสารหนี้บางตัว ยังขาดทุนได้ ) และข่าวร้ายหลังๆ ก็เริ่มออกมาถี่ขึ้น ก็เลยไม่สามารถวางใจได้

สรุปก็คือ ไม่มีข้อสรุป บอกได้แต่ความน่าจะเป็น และความน่าจะเป็นก็เปลี่ยนแปลง ได้อยู่เรื่อยๆ (แต่อาจไม่บ่อยนัก เพราะมันเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ Fundamental ซึ่งเปลี่ยนแปลงไม่ง่าย) ซึ่งก็เลยพาให้ตัวเองคิดว่า พยายามจะ List เหตุผลทั้งเชิงบวก เชิงลบ ออกมาให้ครบถ้วนที่สุดดีกว่า และแต่ละคนไปสรุปเอาเอง (จะได้รับผิดชอบการตัดสินใจกันเองด้วย)

พูดให้สั้นที่สุด วิกฤติครั้งนี้ ในความเห็นส่วนตัว เชื่อว่า มันใหญ่และซับซ้อนเกินไป จนแม้แต่นักเศรษฐศาสตร์ หรือสถาบันใดๆ ก็ไม่น่าจะให้คำตอบได้ (เพราะนักเศรษฐศาสตร์ ก็แค่ คนๆหนึ่งที่มีเวลา 24 ชม. ต่อให้มีทีมงาน อะไรอะไรก็ตาม ก็ไม่น่าจะย่อยข้อมูลได้ทัน ,หรือแม้แต่จะเป็นสถาบัน ซึ่งบางครั้งก็มีผลประโยชน์แอบแฝงกันได้ (ยกตัวอย่างง่ายๆ ทำไม องค์การอนามัยโลก จึงยกระดับ หวัด 2009 เข้าสู่ขั้นสูงสุดช้ากว่าสถานการณ์จริง เพราะก็กลัวเรื่อง ผลที่มีต่อเศรษฐกิจเหมือนกัน)
ที่ดีที่สุดสำหรับผม คือ ไล่ตามสถานการณ์ไปเรื่อยๆ เน้นการลงทุนที่เข้าไวออกไว ขอกำไรแค่พอเลี้ยงตัวได้ก็พอ
เคารพ
ลุงเฮ้าส์

Re: SOS III – รวมด้วยช่วยกันต่อ Jigsaw
เศรษฐกิจโลก เศรษฐกิจไทย และนัยต่อการลงทุน
   By Keeratikarn on 9/2/2009 9:16 PM
เรียน ดร กอบ
ติดตามมานาน และก็ไปแวะเยี่ยมที่ Blog ดร กอบแล้ว
อ่านเดลินิวส์ ชอบมาก ไปสัมมนาก็อยากไปทุกครั้ง แต่ไม่ค่อยจะมีเวลาเท่าไหร่ แต่ว่า ท่านคงมีงานเยอะ อยากขอให้มาออกทุกวันคงไม่ไหว หรอก แต่ก็จะติดตามท่านไปเรื่อยๆ และ เพิ่มเวลาก็ดีมากค่ะทางตลาดหลักทรัพย์น่าจะยินดีมาก และ money channel ก็จะดังระเบิดเพราะว่ามีแม่เหล็ก อย่างดร กอบ คุณพชรค่ะ และรายการอื่นก็ดีนะ แต่ว่าอย่าออกซ้ำนักซิค่ะ
ออกสัมมนา ก็ได้ให้คนที่ไม่มีโอกาสไปทุกงานได้ดูบ้าง ค่ะ

อ่านมานาน บางทีทุกคนก็มีเหตุผลตามที่คิด และถ้าไม่อยากให้เขาว่าได้ ก็ทำตัวให้ดีๆๆก็น่าจบ แต่ปัญหาคือ ทำไมคนส่วนมากคิดอย่างนี้ คนส่วนใหญ่คิดอย่างนี้ล่ะ
และคำตอบที่มาตอบหรือให้แก่คนฟัง มันน่าจะมีเหตุผลที่ฟังดูแล้วไม่แย่ไปกว่านี้ค่ะ

เป็นกำลังใจให้ค่ะ ไม่นึกว่าจะได้มา post แต่ก็อดไม่ได้ค่ะ แม่และกี ก็ชอบและดูทุกเช้า ได้ความรู้มาก ขอให้อยู่นานๆๆอย่างนี้ตลอดไปค่ะ

กีรติกานต์

Re: SOS III – รวมด้วยช่วยกันต่อ Jigsaw
เศรษฐกิจโลก เศรษฐกิจไทย และนัยต่อการลงทุน
   By น้องหนู on 9/2/2009 9:18 PM
สวัสดีค่ะ อาจารย์ กอบศักดิ์ที่เคารพ
ตามที่ท่านได้ไปเชียงใหม่มา จำได้หรือเปล่าค่ะ ยินดีมากที่รู้จัก และหวังว่าจะไปอีก เพราะว่า ไม่อยากเชื่อว่า ดร กอบจะอายุ 41 ปี เพราะว่าไม่น่าจะใช่เลย แต่ว่าหนูขอให้มีความสุข ทั้งท่านและคนที่ท่านรักมากๆ ครอบครัวท่านด้วยค่ะ ให้สุขภาพดีแข้งแรงไม่มีโรคภัยค่ะ
น้องหนู

Re: SOS III – รวมด้วยช่วยกันต่อ Jigsaw
เศรษฐกิจโลก เศรษฐกิจไทย และนัยต่อการลงทุน
   By อนิรุทธิ์ on 9/3/2009 11:17 AM
ที่พูดมาทั้งหมด ของ 9/2/2009 9:14 PM ขอให้คิดว่า เป็นมุมมอง ของคนๆหนึ่ง ที่ไม่ได้เก่งอะไรนัก แค่โชคดีตามเรื่อง ที่คนอื่นเขาไม่ตาม ในเวลาที่ควรจะตาม(ข้อมูลออกมามาก) เพราะตัวเองก็รู้ข้อด้อยของตัวเองในเรื่อง เวลา ภาษาอังกฤษ อะไรอื่นๆ
แล้วดันเขียนหนังสือ ชวนให้น่าอ่าน น่าเชื่อถือซะอีก ที่ต้องบอกบ่อยๆ เพราะกลัวผู้คนประเภท ชอบเอาคำตอบทางลัด อาจจะมาอ่าน แล้วดูว่าอีตานี้ น่าจะเชื่อถือได้ ก็เลยหยิบเอาไปใช้ซะเลย
ซึ่งอันตราย การกล้าสรุปเศรษฐกิจโลก เป็นอะไรที่ผู้วิเคราะห์ควร ไตร่ตรองให้มากเป็นอย่างยิ่ง เพราะถ้าเราสรุปตรงนี้ได้ เราจะกล้าที่จะวางนโยบาย วางทิศทางอะไรได้อีกเยอะ
เช่น บริษัทส่งออก อาจเลือกที่จะลงทุนขยายงาน เพื่อหวังดักการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก , บริษัทที่อิงกับการใช้จ่ายภายในประเทศ อาจเลือกที่จะ โยนความทุ่มเทไปที่ ภาคส่งออกแทน ภาคในประเทศ(ที่ตัวเองถนัด) , เด็กอายุรุ่นๆ ที่ใฝ่ฝัน อยากจะมี ธุรกิจของตัวเอง อาจจะกล้าเอาเงินทั้งหมดที่ตัวเองมี ลงทุนกิจการ เพราะคิดว่าเศรษฐกิจโลกฟื้นแล้ว ,นักลงทุน ที่อุตสาห์ออมเงินมานาน อาจกล้าที่จะลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงมากขึ้น อะไรอีกหลายๆอย่าง
เราคงไม่สบายใจ ถ้าใครจะมาเจอปัญหาเพราะเรา (ยิ่งในภาวะที่ เงินทองหายากมากๆอย่างปัจจุบัน)
เคารพ
ลุงเฮ้าส์
ปล. มีข้อเขียนของ คุณ ณัฐา ปิยะกาญจน์ และอภิวรรต นิ่มละมัย เปรียบเทียบระหว่าง Great Depresion กับ วิกฤติครั้งนี้ แกกล่าวว่า “”” แม้ว่า ความเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจ ในปัจจุบันจะสูงกว่า Great Depression แต่ปัจจัยของเศรษฐกิจในปัจจุบันที่ดีกว่า คือ
1.อัตราเงินเฟ้อช่วง Great Depression สูงกว่าในปัจจุบันมาก
2.อัตราว่างงาน ช่วง Great Depression สูงกว่าในปัจจุบันมาก
3.เศรษฐกิจช่วงก่อนเกิด Great Depression (คือ สงครามโลกครั้งที่ 1) ทุกประเทศบอบช้ำมาก และใช้จ่ายด้านการคลัง เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ในช่วง Great Depression มากไม่ได้
และแกสรุปว่า Great Depression แก้ยากกว่า แต่ ผมติดใจตรงที่ว่า ภาคการเงินในปัจจุบัน มันใหญ่กว่า ภาคเศรษฐกิจจริง และซับซ้อนมาก ถ้าเอาข้อนี้เข้ามาเทียบ อาจจะไม่มีใครกล้าสรุปแบบนั้นก็ได้
ปลล. ขอลากิจต่อ เนื่องจากอยากอ่านให้ครบ (Leading Indicator) พอดี เมื่อวานเซ็งๆ เลยเข้ามาที่บล็อก เพราะติดและรู้สึกสนุกดี ที่จะได้เตือนใครต่อใคร

Re: SOS III – รวมด้วยช่วยกันต่อ Jigsaw
เศรษฐกิจโลก เศรษฐกิจไทย และนัยต่อการลงทุน
   By รองเท้าฟาง on 9/3/2009 11:18 AM
มากันเยอะจริงๆ เลยคุณวี

:) ขอบคุณ คุณ สโรชา ที่จริง แม่เราเนี่ยแหละ ประเสริฐสุดจริงๆ
หลงไปหาความจริงใจ หรือ สิ่งรอบตัว ก็ไม่เท่า พ่อ เท่า แม่เรา
ผมว่าผมคงจะมองโลกในแง่ดีเกินไปจริงๆ

ได้ยินมาแต่ว่า คนเราพื้นฐานควรไว้วางใจซึ่งกันและกัน มั่นใจในคนรอบข้าง
ว่าเขาทำดีที่สุดแล้ว แต่ชีวิตก็เจอคน ตั้งใจบ้างไม่ตั้งใจบ้าง ทำชั่ว ทำดี
ตั้งใจบ้าง ไม่ตั้งใจบ้าง เอาเถอะครับ เดี๋ยวนี้มันไม่ได้เป็นเช่นนั้นแล้วจริงๆ

แบ่งปันกันครับ ส่วนตัว เชื่อจีนจะดีคับ แล้วก็ตั้งแต่เปลี่ยน style หาหุ้นดีๆ
กำไรเพิ่ม ขาดทุนลดคับ บัฟเฟ็ดคับ ค่อยๆออมไป เวลาเจอหุ้นดีๆ มันก็
ได้กำไรมากกว่า 10 % คับ จบก็ไม่เจ็บ ลงแรงก็มา แต่ว่าอย่าไปซื้อตอนนั้น
เมื่อไรความโลภ ความอยากได้ เข้าครอบงำ จนลืมเหตุ ดูผล กะละมังครอบหัว
$.$ โดนเสมอคับ ผมรู้แค่นี้

ดีใจที่คนกลับมาแบ่งปันกันคับ จริงใจให้กัน ผมเชื่ออย่างนั้นนะ :)

Re: SOS III – รวมด้วยช่วยกันต่อ Jigsaw
เศรษฐกิจโลก เศรษฐกิจไทย และนัยต่อการลงทุน
   By ขวัญ on 9/3/2009 12:01 PM
สวัสดีค่ะ อาจารย์ กอบ และทุกๆคนในที่นี่ค่ะ
ขอบคุณค่ะ คุณอนิรุทธิ์ และคุณ สโรชา และทุกๆคนที่มาให้คำแนะนำ
คุณอนิรุทธิ์ อ่านมาก ก็รุ้มากกว่าใครๆก็สมแล้วที่ไม่เป็นเหยื่อการลงทุน ไปฟังเพือ่นมาก็ รู้สึกหดหู่มาก แต่ที่คุณสโรชาเขียนมีเหตุผลมาก ขอบคุณค่ะ
อยากทราบว่าคุณสโรชาไม่มีการลงทุนเท่าไหร่ แต่ว่า หาความรู้ได้กว้างมาก ตอนนี้ก็พยายามศึกษาเอง แต่ว่าไม่ค่อยเข้าใจระบบเศรษฐกิจเท่าไหร่ ยอมรับว่าถ้าไม่ฟังอาจารย์ คงแย่มากกว่านี้ คุณอนิรุทธิ์ ด้วยค่ะ

และที่ตกไป กะที่คืนมาก็ไม่สามารถ จะมาวัดวาอะไรได้ เหมือนว่า จะตกลงเรื่อยๆ เลย ไม่รู้จะทำไงเช่นกัน คนที่คุณสโรชา ว่ารู้จัก นี่ขอบคุณด้วยค่ะ ท่าทางน่าจะเก่งเลย และคุณสโรชาแนะนำด้วยนะค่ะ ขอบคุณค่ะ

ขวัญ

Re: SOS III – รวมด้วยช่วยกันต่อ Jigsaw
เศรษฐกิจโลก เศรษฐกิจไทย และนัยต่อการลงทุน
   By สโรชา on 9/3/2009 12:01 PM
เรียนอาจารย์ กอบศักดิ์ ค่ะ ช่วงนี้เข้าใจว่างานเยอะมากเพราะไปสัมมนามากพอดี ที่ไหนที่ไหนก็เชิญ ก็ขอให้ประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานค่ะ

คุณอนิรุทธ์ ขอบคุณค่ะที่มาเสนอ เเนวคิด ความจริงจะเขียนอะไรอยู่แต่ติดวานต้องขอตัวเช่นกัน และว่างจะมาเขียนค่ะ

คุณรองเท้าฟาง ความรักเป็นสิ่งที่ดีค่ะ แต่ดีกับ บางคน บางกลุ่ม ไม่ทุกคนทุกกลุ่ม ไม่อย่างนั้น จะมีคนมาทุกข์เพราะ รัก หรือค่ะ แต่ถ้า ทุกข์ใจ หรือเสียใจเพราะ ว่าทำให้คนรัก ทุกข์ใจ นี่ซิแปลก (อาจจะมี แต่ไม่มาก) ใครจะสดใส ได้ทุกวัน ก็ต้องมืดบ้าง สว่างบ้าง เบล่อ สลัว ไม่ชัดเจน นี่คือรสชาติของชีวิต เราว่านะ


*** คุณเฮ้าส์ ขอบคุณที่มาเสนอ แนวคิด ถ้าว่างก็มาอ่าน ไม่อยากรบกวนเวลามากแต่ก็มาทำให้ลุล่วงไปค่ะ เพราะเป็นสิ่งที่ดี ทำดี ย่อมได้ดี ค่ะ วิกฤตนี้ที่ว่าไม่แรงเท่า แต่ถือว่าเป็นน้องๆเลยหรือเปล่า Great Depression เพราะว่าท่าทางจะยาวอยู่ ส่วนคิดว่า L แล้ว Lนี้มันลากยาวและมีแนวขึ้นหรือไม่ หรือเป็น ญี่ปุ่นไปค่ะ ไว้เท่านี้แล้ว จะมา comment ค่ะ ขอบคุณมากที่ตอบ comment ค่ะ ***

สโรชา

"จริงใจ" หายากมากเชื่อหรือไม่ค่ะ กว่าจะเจอ ไม่ใช่ง่าย และ
จริงใจมัน ลึกซึ้ง ยากที่บรรยายมากด้วย
แต่โชคดีเจอ 1 แล้ว คือคนรู้จักนะค่ะ น้องที่ดีมาก พอนึกก็ยิ้ม (เป็นเด็กหญิง) ไม่ใช่หรอกค่ะ เป็นผู้หญิงค่ะ คงค่าความสดใส ความน่ารักไว้ค่ะ และจะดีทุกสิ่ง เวลาเขียนมักไปตามอารมณ์ ขออภัยถ้าไร้สาระ

เพราะมีคนบอกว่า คลายบ้างก็น่าจะดี เหมือนว่า ตลาดตอนนี้กำลัง จะพัก แต่ไม่ทราบว่าจะพักเมื่อไหร่

Re: SOS III – รวมด้วยช่วยกันต่อ Jigsaw
เศรษฐกิจโลก เศรษฐกิจไทย และนัยต่อการลงทุน
   By สโรชา on 9/3/2009 12:15 PM
คุณขวัญ บอกก่อนว่า ท่าทางเก่งนี่ คือ คนรู้จักค่ะ
ส่วนตัวไม่ได้ take position เก่งมากขนาดนั้น อันนั้นเรียกว่าเชี่ยวชาญการลงทุน market timing และ โภคภัณฑ์ พวกอะไร ถ้าเก่งก็รวยแล้ว แต่ว่าเราก็ต้องศึกษาอีกมากเพราะว่าห่างจากเขามากเช่นกัน ทั้งที่อายุมากแล้วนะ
แต่ได้ความรู้เหล็ดเล็กเกล็ดน้อย-ใหญ่ทีเดียวแต่เราก็ไม่ชำนาญเท่าที่ควรค่ะ ส่วนเราไม่ขนาดนั้น เพราะอาจจะคิดนานไป ก็ช้าบ้าง เร็วบ้าง บางที ต้องยืดหยุ่นบ้าง

ส่วนเรื่องจีน ไปฟังมาค่ะ และถ้ามีอะไรมาเพิ่มจะมาเขียนไว้ เพราะเห็นใจมากเช่นกัน เหมือนตัวเองแต่ก่อนเลยมานั่งนึกย้อนดู ค่ะ ยุคเงิน ทอง หายาก ดังที่คุณเฮ้าส์บอก ก็ระวังด้วยค่ะ

ส่วนการลงทุนจีน ขอไม่ comment เพราะมันยากนะ แต่ถ้าให้ดูคิดว่าน่าจะดีค่ะ ก็อยากจะถามให้แต่ก็ยุ่งมากเช่นกัน บริหารเงินก็เช่นนี้ เงินมากใครว่าไม่ปวดหัว จริงหรือเปล่าล่ะ

สโรชา

อาจารย์ กอบศักดิ์ ถ้ามีอะไรไม่เหมาะก็ขอโทษไว้ ณ ที่นี้ค่ะ หรือว่า ว่า กล่าว ตักเตือนได้ จะเป้นการยินดีมากค่ะ ขอบคุณอีกครั้ง

Re: SOS III – รวมด้วยช่วยกันต่อ Jigsaw
เศรษฐกิจโลก เศรษฐกิจไทย และนัยต่อการลงทุน
   By รองเท้าฟาง on 9/3/2009 12:42 PM
อาจารย์สบายดีหรือเปล่าครับ ผมเฝ้าให้พอไหว แต่ไม่มีวิชาการเลย ฟังอาจารย์ทุกเช้าเลยครับ
ถ้าผมพูดไม่ค่อยสุภาพ ขอโทษนะครับ ทุกๆคน คิดถึงอาจารย์ครับ ไม่เข้าบล๊อกเลยเหรอครับ

IIIIIIIIIIIIIIIIIIIIIIIIIIIIIIIIIIIIIIIIIIIIIIIIIIIIIIIIIIIIIIIIIIIIIIIIIIIII

ขอบ่นหน่อยเถอะครับ

ดูเอาเถอะครับ สายการบินพัง คนตกงาน แบงค์ล้ม

http://www.moneychannel.co.th/Menu6/MoneylineNews/tabid/89/newsid491/97164/Default.aspx

เนี่ยผลพ่วงของเก็งกำไรน้ำมัน ดอลลาร์เฟ้อ ปั๊มเงินมั่วซั่ว ไม่รู้จะพูดยังไง
เฮ้อ เนี่ยคับ จริงๆ ไอ้การอยากทำบ้านให้คนอยู่เนี่ย เกิดตราสารการเงิน ฉลาดๆ
แต่พอใช้งานจริง ก็เริ่มบิดเบือน อยากได้กำไร อยาก โต อยากมีความสุข
อยากให้ทุกสิ่งเป็นดั่งใจ ทุกอย่างล้วนมี เกิด มีดำรงอยู่ มี่ล่มสลาย
ไม่เห็นมีที่ดีตลอด สุขตลอด

อยากโตมาก ก็โดนมาก ความฉลาดเอาไปใช้ในทางที่ผิด หึ หึ

Re: SOS III – รวมด้วยช่วยกันต่อ Jigsaw
เศรษฐกิจโลก เศรษฐกิจไทย และนัยต่อการลงทุน
   By Penny on 9/3/2009 1:26 PM
สวัสดี ดร กอบ ค่ะ
ขอถามคำถาม ต่อไปนี้ค่ะ
1 ทำไมตลาดหุ้นจีนตก แรง ขึ้นแรง
2 ทำไมตอนนี้มาคาดการณืเรื่อง SET 750 จุด แล้วมันจะมีปัจจัยอะไร บ้าง ไหนบอกว่าจะปรับฐาน ไม่เข้าใจ เมื่อเลขต่างๆก็ออกมาดีแล้ว แล้วทำไมหุ้นไม่ไป
ไหนบอกว่า หุ้นจะไปตามพื้นฐานเศรษฐกิจ ตอนนี้ก็ดีแล้วไม่ใช่เหรอค่ะ
3 ทำไมบอกว่าจะเปิด พอร์ทโบรเกอร์ แล้ว เลื่อนไป ไม่เปิดหมดล่ะ และทำไม ไม่ยุติธรรมเลย แล้วใครจะมาลงทุนเหรอค่ะ เพราะเท่าที่ทราบ เราจะมาแข่งกันได้อะไร เล่นไม่ได้ตังค์ เข้าเนื้อตลอด หุ้นที่เลือกเป็นหุ้นที่ดีทั้งนั้น แต่มาอ่านแล้วก็รู้ว่า จริงว่ามีปั่นตัวใหญ่ ทำไมเป็นกันแบบนี้
4 การลงทุนที่ท่านบอกว่าดี FIF ก็ดีนะ แต่ดีบ้าง แย่มาก ขึ้นนิดหน่อย ลงมาก
และยังไงต่อไปจะต่อยาวหรือ ยังไง ทำไมเป็นแบบนี้ ค่ะ

อธิบายด้วย ขอบคุณค่ะ

Re: SOS III – รวมด้วยช่วยกันต่อ Jigsaw
เศรษฐกิจโลก เศรษฐกิจไทย และนัยต่อการลงทุน
   By กอบศักดิ์ on 9/3/2009 6:08 PM
สวัสดีครับทุกท่าน

ขอตอบไปพร้อมๆ กันเลยนะครับ

ก่อนอื่นขอบคุณลุงเฮาส์ คุณรองเท้าฟางที่เฝ้าให้ =) ขอบคุณมากมายครับ
และขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาแสดงความคิดเห็น ซักถามกันอย่างเสรี (คุณสโรชา คุณขวัญ คุณฟ้า น้องพัชริดา คุณบีม คุณกีรติกานต์ คุณน้องหมู คุณฟ้า คุณศุภสิทธิ์ คุณเพนนี คุณ in คุณ เมย์ คุณปอปอ) ที่ทำให้ทุกคนได้ความรู้ เรียกว่า ร่วมด้วยช่วยกัน "ประเภทรวมกันเราอยู่ แยกกันเราไปที่ละคน"


ความจริงไม่ได้หายไปไหน แวะมาอ่านเรื่อยๆ ครับ ปลื้มใจที่มีคนมามาก และมีการช่วยเหลือกันและกัน แต่ช่วงนี้วุ่นวายมากครับ โดยเฉพาะเรื่องที่ทำงานไม่เสร็จไปหลายเรื่อง หรื่อช้าไปหลายเรื่อง มีเรื่องงานใหม่ๆ เข้าแทรกเสมอๆ ทำให้ไม่ค่อยได้มาตอบครับ

แม้กระทั่ง เมื่อวันพุธ ก็ออกบ้านสายทำให้บวกกับรถติดที่สุขุมวิท ก็เลยไปสถานีไม่ทันครับ =) ขออภัย ปกติเรื่องภาวะเศรษฐกิจอยากจะไปพูดเอง ไม่ชอบ phone in ครับ แต่ไม่รู้จะทำอย่างไร ก็มองไปไหนก็รถติด ก็เลยต้อง phone in

ช่วงที่ผ่านมา มาอ่านก็หวงทุกคนครับ การลงทุนช่วงนี้ผันผวน โดยเฉพาะในบางตลาดเช่นที่จีน ผันผวนมาก จากมาตรการของทางการที่ออกมาเพื่อดูแลความร้อนแรงในบางภาคเศรษฐกิจ (ทำให้ตก) และ เร็วๆ นี้ออกมาให้ข่าวว่าจะมาดูแลให้ตลาดหุ้นพัฒนาไปอย่างต่อเนื่อง

เดี๋ยวมาต่อครับ

Re: SOS III – รวมด้วยช่วยกันต่อ Jigsaw
เศรษฐกิจโลก เศรษฐกิจไทย และนัยต่อการลงทุน
   By Penny on 9/3/2009 10:24 PM
ดร กอบศักดิ์ ขอถามค่ะ ถ้ายังไงมาตอบด้วย จะรอคำตอบ
1 ไม่เข้าใจว่าทำไม เขาถึงมีปัญหาคล้ายๆกัน แปลว่า เรามาผิดทางหรือค่ะ
เพราะว่าตลาดไม่ดีหรือว่าศึกษาไม่พอ

2 เงินเก็บที่มีมาลงทุน เพื่อจะหนีเงินเฟ้อ ทำไมความรู้มาก แล้วยังพลาด และตลาดเองก็บอกว่า เป็นแลห่งออมที่ดี

3 ถ้ามันดีจริง แล้วทำไมเขาถึงขาดทุนกันค่ะ
ตอนนี้ก็ยังดี ต่อไปในอนาคตจะดีหรือเปล่า ไม่เข้าใจ ว่าทำไมเขามาต่างจังหวัดแล้วพอโทรหาเขาก็ไม่สนใจเลย และก็ให้รอสายนานมาก ไม่รู้ว่ามาเขียนผิดห้องหรือเปล่า แต่เห็นและอ่านมา ก็เลยขอเขียนฝากถาม
Penny

Re: SOS III – รวมด้วยช่วยกันต่อ Jigsaw
เศรษฐกิจโลก เศรษฐกิจไทย และนัยต่อการลงทุน
   By ตอโต้ง on 9/3/2009 11:49 PM
สวัสดีครับ , ดร.กอบ ,ทุกทุกท่าน
ขอคิดด้วยคนนะครับ , จะลงทุนแบบไหนครับ ?
ถามตัวเองก่อนครับ ว่า จะลงทุน สั้น,กลาง, ยาว ,อย่าหลอกตัวเองนะครับ ,
ตามความคิดผมนะ ,สั้น กำไร ---% ? ออก , ....กลาง (2 ไตรมาส – 1ปี) ,
เลือกหุ้นที่สนใจ....หุ้นใน SET50 ?, SET 100 ?, เล็กเล็ก วิ่งไว ร่วงไว ขายออกไม่ทัน ??
ศึกษา Core Business ของเขา กับ Core Income ว่า Make Sense รึป่าว ??
ชอบและสนใจในตัวไหน ? อุตสาหกรรมไหน ? เอาให้ เก่งซักตัวก่อน ,
ทุกคนอยากรวย อยากได้เงิน ทุกทุกคนครับ,
ทุกทุกคน ฉลาด เท่าเท่ากันครับ , ยืนยัน คิดเชิง ตรรกะ ได้เหมือนเหมือนกัน ,
แต่ทุกคน โลภ และ กลัว ไม่เท่ากัน ครับ, สติ นิ่ง นิ่ง แล้วก็ นิ่ง ....ไม่เหมือนกัน,
“ซื้อถูก ขายแพง” พูดง่ายแต่ทำยาก......เพราะทุกคนคิดเหมือนกัน,
“ซื้อตอนร่วง ขายตอนขึ้น” ทำยากกว่ามาก เพราะไม่รู้ว่า จะหยุดร่วง รึป่าว ??
ติดตาม ,ดู,ข้อมูลย้อนหลังขณะตลาดปิดแล้ว ว่า ใคร ? ทำอะไร ? ที่เท่าไร ? เพราะอะไร ?,
ถ้าไม่มีเวลา ไม่รู้จะหาอะไรดู ต้องพยายามครับ , เงินเรา+ กระเป๋าเรา ,
Trend ถามผู้รู้มากมาย (ดร.กอบ + หลายหลายท่านใน Money Ch. + Blog ),
ข้อเท็จจริง , ข้อมูล , ที่ที่เขาคาดว่าทั้งหลาย , ที่เราคิดเอาเองว่าทั้งหลาย ,
ปัจจัยภายนอก US, EURO,ASIA, Commo. ( Movement , Price, Volume, Relation ),
ถ้าคิดว่า “เรา” พอจะตาม +เข้าใจ +ก็ ทยอยลงทุน ทีละน้อย ,
หุ้น แค่ ติดดอย แต่ Future --Cash Settlement ทุกเย็น ,
ลองดูนะครับ สองอาทิตย์ที่ผ่านมา มีอะไรอะไรให้จำให้เห็นเยอะเลยครับ,

Re: SOS III – รวมด้วยช่วยกันต่อ Jigsaw
เศรษฐกิจโลก เศรษฐกิจไทย และนัยต่อการลงทุน
   By กอบศักดิ์ on 9/4/2009 1:02 AM
1. คุณรองเท้าฟาง 9/3/2009

สบายดีครับ ขอบคุณที่ช่วยเฝ้าให้ =) ต้องหายหน้าหายตาไป เพราะมีเรื่องที่ต้องทำหลายเรื่องครับ ขอบคุณที่ติดตามฟังทุกเช้าครับ และปลื้มใจที่คิดถึงครับ

สำหรับเรื่องตราสารทางการเงินที่เอาไปใช้ในทางที่ผิด เห็นด้วยเลยครับ
หลายอย่างมีไว้เพื่อป้องกันความเสี่ยง แต่ว่ากลับเอาไปสร้างความเสี่ยง

เช่น CDS มีไว้ช่วยค้ำประกันความเสี่ยงหากเกิดความเสียหาย
ปรากฏว่า AIG เห็นเป็นโอกาสเอาชื่อเสียงของตนเองที่เป็น AAA
ออกมาทำเงินไปค้ำประกันเขาไปทั่ว จนกระทั่งต้องเสียหายล้มจมไป

ถ้ารัฐบาลสหรัฐไม่เข้าไปอุ้มไว้ ก็คงไม่รอดอยู่ถึงทุกวันนี้ครับ
ตอนนี้ยังอยู่ได้ ก็พิกลพิการไปมาก

น่าเสียใจ ที่ตราสารการเงินดีๆ เอามาใช้ในทางที่ไม่ดี
ก็เป็นบทเรียนครับ เห็นด้วยครับ "อยากโตมาก ก็โดนมาก ความฉลาดเอาไปใช้ในทางที่ผิด"

2. คุณสโรชา 9/3/2009

ครับ มีสัมมนามาก มีคนมาเชิญเรื่อยๆ ครับ ถ้าไปได้ช่วยเขาได้ ก็พยายามจะไปครับ เพราะแต่ละคนที่เชิญก็ดีกับเรามากมายครับ วันเสาร์นี้ก็ไปที่ investor day วันที่ 10 ก็จะมีอีกครับ =)

งานเข้ามากครับ

ขอบคุณที่อวยพรให้ประสบความสำเร็จครับ และขอบคุณที่มาเขียนที่ blog รวมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับสมาชิกท่านอื่นๆ ถือเป็นการแลกเปลี่ยนความรู้และช่วยให้คนอื่นๆ ได้ความรู้ครับ จะได้ช่วยกันเพิ่มความรู้ เท่ากันสิ่งที่เกิดขึ้น

งั้นไม่ต้องเกรงใจเลยนะครับที่จะแชร์ความคิดเห็นกับทุกๆคนอย่าอิสระ

รวมถึงเรื่องอื่นๆ เช่น ความรัก ชีวิต ความจริงใจในชีวิต

สนุกดีครับ ได้ความรู้ด้วย เงินอยู่ครบ

ส่วนเรื่องที่บอกว่า วิกฤตครั้งนี้ จะเป็นน้องๆ ของ Great Depression หรือกลัวว่าจะเป็นอย่างญี่ปุ่นนั้น ใน บล๊อกก็มีเรื่องต่างๆ เหล่านี้ครับ เคยออกรายการไปแล้ว

คิดว่าไม่น่าจะแย่เท่า Great Depression เพราะว่ารัฐบาลได้มีมาตรการต่างๆ ออกมาพอสมควรครับ แต่ว่าที่คนกลัวคือจะกลายเป็นซอมบี้คล้ายๆกับญี่ปุ่น เพราะว่าไม่เด็ดขาดเรื่องการแก้ไขปัญหาหนี้เสียที่มีอยู่ในสถาบันการเงินครับ ทั้งสหรัฐและยุโรป

ส่วนเรื่องตลาดกำลังจะพักนั้น พูดยาก เพราะว่ามีหลายกระแส ส่วนหนึ่งบอกว่าขึ้นมามากแล้ว บางส่วนบอกว่าเศรษฐกิจกำลังดี แต่ที่แน่ๆ ครับอนาคตน่าจะดีแน่ แต่ระหว่างนี้ อาจจะฟันปลาไปมา แต่แนวโน้มระยะยาวน่าจะดีครับ

ส่วนจีนก็เช่นเดียวกันครับ ระยะยาวน่าจะดี

ต้องมองยาว เพราะว่าจีนจะเป็นประเทศที่สร้างความหวังให้กับเอเชีย อาจจะไม่ใหญ่มากในขนาดของ GDP แต่ว่าสำคัญในเรื่องจิตใจ และแรงกระตุ้น เพราะถ้าจีนดี เอเชียก็จะพอไปได้

เท่าที่ดูจากการประมาณการของ IMF จีนจะโตต่อไปได้อีกระยะ ในอัตราที่ดีมาก เพราะฉะนั้น พูดได้ว่าอนาคตดี

แต่เรื่องหุ้นจีนอาจจะปรับไปมา ประเทศนี้ชอบขึ้นแรงลงแรงที่ละ 5-6% (ทำให้หลายคนใจหาย) ถ้าคิดจะไปลงทุน ก็ต้องระวัง ทำใจ มุ่งผลในระยะยาวครับ ตรงนี้ เพราะจีนลงมามากในปีที่แล้ว แม้จะขึ้นมาบ้างแล้วก็ตามในปีนี้ แต่ทางข้างหน้าในอนาคตก็ยังดี จากเศรษฐกิจจีนที่จะขยายตัว 8-10% ในช่วงต่อไป

และยิ่งเอเชียดีทั้งภูมิภาคเช่นนี้ ดีมากกว่าภูมิภาคอื่นๆ เงินก็จะทยอยไหลมาในอนาคต ก็จะทำให้เอเชียไปได้ ก็มีความหวังครับ (แต่สั้นๆ อาจผันผวนนะครับ ย้ำว่าต้องทำใจ จะให้ดีก็เป็นเงินเย็น และมีระยะการลงทุนที่ยาวพอสมควร 1 ปี 2 ปี เป็นต้น อย่ายืมเขามาเล่นครับ จะดี เพราะเราลงทุนกับอนาคตของจีนที่หลายคนคิดว่าจะดี)

ถ้าจะมีความกังวลใจ ก็มีเรื่องเดียวคือ เศรษฐกิจโลก ถ้าอ่อนแอ ถ้าจะเป็น W แล้วจะส่งผลกระทบกับจีนอย่างไร เรื่องนี้เป็นคำถามสำคัญที่ต้องคิดถึงบ้างครับ ตรงนี้ก็เป็นความท้าทายครับ ไม่มีการลงทุนที่ได้ผลตอบแทนสูง โดยไม่มีความเสี่ยง

3. คุณขวัญ 9/3/2009

เห็นด้วยครับ ลุงเฮาส์เป็นตัวอย่างที่ดี

รักจะลงทุนก็ต้องแสงหาความรู้ หาเพื่อนให้มากๆ ฟังให้มาก แล้วจึงตัดสินใจ

เคยอ่านหนังสือเล่มหนึ่งที่ชอบมาก The Richest Man in Babylon แปลเป็นไทยว่า "เศรษฐีชี้ทางรวย" ครับ เขาเขียนว่า การที่จะรักษาเงินทองที่เรามีอยู่ที่เก็บออมมาได้นั้น จะต้องเลือกฟัง เลือกเชื่อคนที่รู้จริงในเรื่องนั้นๆ ครับ

พยายามแสวงหาคำแนะนำจากคนที่รู้เรื่อง แล้วก็พิจารณาตัดสินใจโดยไม่ประมาท (ไม่เชื่อ เวลามีคนบอกว่าจะได้ผลตอบแทนที่สูงมาก เพราะผลตอบแทนที่สูงมาก มักจะมาพร้อมๆ กับความเสี่ยงครับ)

ยิ่งถ้าเราไปลงทุนในสิ่งที่เราไม่รู้ หรือตามคนที่ไม่ได้รู้จริง ก็จะเสียหายได้ ให้ระวังเรื่องนี้เป็นอย่างยิ่ง

ขอเอาใจช่วยครับ (เรื่องจีนตอบให้แล้วข้างบนนะครับ ถ้ายังไม่พอก็ถามได้นะครับ)

4. คุณรองเท้าฟาง 9/3/2009 11.18

ไม่มีใครรักเรา ดีกับเราเท่าพ่อแม่ครับ

เห็นด้วย อาจจะมีคุณปู่คุณย่าคุณตาคุณยายอีก

แต่ว่ารักของพ่อแม่ยิ่งใหญ่ครับ

และก็ความโลภเป็นศัตรูของการลงทุนเสมอ
เพราะบางครั้ง เรารีบลงเพราะคิดว่ากำไรแน่เลย
ก็เลยแย่

เพราะถ้าเลือกลง ไม่ต้องรวยเร็ว ก็จะไปได้ครับ
ที่พลาด หลายครั้งก็มาจาก การที่อยากรวยเร็ว
ก็เลยเชื่อ

ตรงนี้เป็นจุดสำคัญมากๆ เห็นด้วยเลยครับ ที่คุณรองเท้าฟางบอกว่า

"เมื่อไรความโลภ ความอยากได้ เข้าครอบงำ
จนลืมเหตุ ดูผล กะละมังครอบหัว โดนเสมอครับ"

คำคมสำหรับทุกคนครับ ต้องติดไว้ที่ฝาฝนัง
กว่าจะเรียนรู้ตรงนี้มาได้ ราคาแพงมาก คิดว่าครับ

5. คุณลุงเฮาส์ 9/3/2009

ขอบคุณแทนทุกคนนะครับ ที่แบ่งปัน อย่างไม่หวงวิชา

แถมอุตสาห์เตือนว่า ห้ามเชื่อง่ายๆ ไม่ให้ใช้เป็นทางลัด และไม่อยากให้ใครลำบากเพราะการที่คุณลุงเฮาส์มาสรุปว่าเศรษฐกิจจะเป็นอย่างไร

ตอนนี้ เศรษฐกิจโลกระยะสั้นๆ อาจจะดูดี ฟื้น แต่ระยะยาว คือ จะแข็งแรงหรือไม่ ดูยาก หรือว่าความจริงแล้ว ไม่แข็งแรงด้วยซ้ำไปครับ

ตอนนี้เรียกว่าต้องดูเดือนต่อเดือน shot by shot ครับ ว่าเป็นอย่างไร

แต่ที่น่ากังวลใจก็คือ การแก้ปัญหาสำคัญเรื่องหนี้เสีย และสถาบันการเงินเน่า
ยังไม่ชัดเจน และแผลเหล่านี้ จะตามมาหลอนปีหน้าครับ
ตอนที่เศรษฐกิจทำท่าจะฟื้น จะไปแล้ว แต่สินเชื่อไม่เสริม เพราะไม่ได้แก้ปัญหาสถาบันการเงินให้เรียบร้อยปีนี้

ก็ต้องตามไปดูกันครับ และเอาใจช่วยเขา เพราะอนาคตเขาก็อนาคตเรา แยกได้ยาก เพราะยังไงสินค้าที่เอเชียผลิต ก็ไปที่สหรัฐกับยุโรปเป็นสำคัญ ถ้าเขาฟื้นไม่ดี ก็ยากที่เราจะคึกคักได้

สำหรับปัญหาครั้งนี้ ความท้าทายต่างจากเมื่อ great depression ครับ ครั้งนั้น ที่แย่เพราะว่าความที่เราไม่รู้ ไม่เข้าใจ เลยรักษาผิดๆ ถูกๆ ครั้งนี้ ให้ยาถูก แต่ไม่ครบ อีกทั้งโรคลึกซึ้งกว่ามาก ก็เลยแย่เหมือนกัน และเร็วไปที่จะสรุปว่าเราชนะสงครามครั้งนี้แล้ว

ชอบเปรียบเทียบให้คนฟังครับ เหมือนคุณหมอผ่าตัดคนไข้อุบัติเหตุเลือดออกในสมอง พอเสร็จแล้วบอกญาติคนไข้ว่าดีแล้ว แต่ความจริง ยังไม่แน่ เร็วไป เพราะว่าต้องรอให้ฟื้นก่อน แล้วดูว่ามี long term damage เปล่า เช่นพูดไม่ได้ เดินไม่ได้ เป็นต้น

ตอนนี้ แค่ผ่าตัดเสร็จ คนไข้มีสัญญาณดีขึ้นเท่านั้น ก็เลยเร็วไปที่จะสรุปครับ =)

อ่านหนังสือให้สนุกนะครับ ความจริงก็ชอบอ่านหนังสือเหมือนกันครับ แต่ไม่ค่อยมีเวลาช่วงหลัง เลยซื้อมากองไว้ ยากจนไปเยอะเลยครับ =) แต่อุ่นใจว่ามีแล้ว

6. น้องหนู

ขอบคุณนะครับ ไว้วันหลังจะไปอีกครับ
41 แล้วครับ

7. คุณกีรติกานต์

ขอบคุณครับที่ติดตาม และกำลังใจ (คุณแม่ด้วย) ปลื้มใจทุกครั้งที่มีคนบอกว่าได้ประโยชน์ครับ

วันหลังตั้งใจครับว่า ไปพูดที่ไหน เขียนอะไรจะเอาไปลงเก็บไว้ที่ "Blog ดร. กอบ" ที่ kobsak.com ให้หมด ผู้สนใจจะได้ตามไปฟัง ไปอ่านย้อนหลังได้ครับ

ซึ่งความจริงที่เคยพูดที่ Money Channel ยังมีอีกมากครับ แต่ว่ายังไม่ได้เอาลง ไว้มีเวลาก็จะเลือกมาลงเพิ่มครับ จะได้ครบ

สำหรับคำแนะนำให้ Money Channel จะไปบอกต่อให้ครับ ช่วงนี้ Money Channel กำลังอยู่ในช่วงสำคัญครับ จะได้เอาไปประกอบในการปรับสิ่งต่างๆ ให้ตรงใจแฟนรายการครับ


ดึกแล้ว ไปนอนแล้วครับ ไว้จะมาตอบท่านอื่นๆ ต่อนะครับ
สัญญาว่าจะตอบทุกคน รอนิดครับ

ขอบคุณครับ
MJ กอบ

Re: SOS III – รวมด้วยช่วยกันต่อ Jigsaw
เศรษฐกิจโลก เศรษฐกิจไทย และนัยต่อการลงทุน
   By บอมบ์ on 9/4/2009 1:33 AM
เล่นหุ้นไม่ยาก
แต่ให้อยู่ในตลาดให้สุข มันยากน่ะ

คนแล้วคนเล่าต่างเดินเข้ามา ประสบความสำเร็จ (น้อย)
ถอนตัว (เยอะ)

ไม่งั้นจะนิยาม แมงเม่า
อยากถอนใจ เพราะว่า ติดดอยวันก่อน พักฐาน ทะลุไป จุดสูงสุดใหม่ ไม่น่าขายเลย ก็ผิดทางบ้าง ถูกทางบ้าง กำไรนิดก็ออก
ไม่อยากให้ยาวมาก เพราะตลาด... ก็รู้อยู่แก่ใจ อย่าทำให้ใครหนักใจเลยครับ คนทั่วไปรุ้ครับ แต่จะพูดก็กระไร แต่ไม่พูดก็ไม่ได้ยิน เข้าใจว่าที่มา post เพราะกังวล และมาปรึกษา แต่ก็อยากระบาย บอกถึงตลาดให้เขารู้ ก็ดีครับ แต่ระวังหน่อย อาจจะไม่คุ้มครับ
พวกเราชาวบ้าน จะสู้ใครเขาได้ครับ
นอกจาก ปลอดภัยไว้ก่อนครับ

และจะยาวได้ นอกจากคุณจะมีของถูกในมือ ผมว่าน้อย เพราะส่วนใหญ่หน้าใหม่ฟัง วิเคราะห์ และพักฐานทะยอยขาย จนหมดไปเเล้ว บางท่านก็รอบที่แล้ว รอจนไม่ไหว เข้าซื้อติดดอย แล้วแต่ครับ แต่ก็ไม่มีอะไรให้ทำก็มา เทรดมันส์ๆครับ

เคารพ


Re: SOS III – รวมด้วยช่วยกันต่อ Jigsaw
เศรษฐกิจโลก เศรษฐกิจไทย และนัยต่อการลงทุน
   By รองเท้าฟาง on 9/4/2009 1:36 AM
ขอบพระคุณครับ อาจารย์ ขอให้บุญที่อาจารย์ สอน นำความรู้มาให้
ผมขอพระให้อาจารย์ประสบความสำเร็จ เจริญรุ่งเรือง สมกับความดีที่ทำครับผม
( ลุงเฮาส์ด้วยนะครับ )

เงินเย็นนี้ อีก 10 ปีค่อยซื้อใช่ไหมครับ รออเมกาฟื้นตัวรอบใหม่ คิกๆ

แซวเล่นอย่างนี้ วอนซะแล้ว ( เงิน วอน )

=D

สวัสดีตอนเช้าครับอาจารย์ มองข้าม shot ไปตอนอาจารย์ เสร็จจาก
บันทึกเทป ตอนเช้า : )

Re: SOS III – รวมด้วยช่วยกันต่อ Jigsaw
เศรษฐกิจโลก เศรษฐกิจไทย และนัยต่อการลงทุน
   By สโรชา on 9/4/2009 1:18 PM
สวัสดีค่ะ อาจารย์ ขอบคุณที่มาตอบค่ะ
ยินดีค่ะ ที่จะแชร์ค่ะ แต่บางอย่างก็ไม่รู้มาก
สำหรับการลงทุน ไม่ได้เน้นหนักมากเพราะอาจจะช้าไปบางครั้ง ประเภทที่ซื้อดัก ไม่ค่อยเป้น คือมองแล้วมันก้กังวล ไม่กล้าพอเท่าไหร่
เช่น ควรซื้อตอน ปลายตุลา หรือบางท่านก็กันยายน แต่ถ้าถูกทางหน่อยก็ ปลายตค-พย
และมาอีกที กพ-มีนา ดูจากกราฟย้อนหลัง
แต่เราก็กว่าจะตัดสินใจได้ ไป มิย กค เลยค่ะ
ก็เลยคิดว่าการลงทุน บางทีก็ต้องศึกษาไว้ เพราะทฤษฎีอย่างเดียวก็ไม่ใช่ว่าจะถูกทาง
ไม่เก่งเรื่อง market timing ค่ะ ยอมรับ

ส่วนจีนไม่มี Position ค่ะ แต่น่าจะดี ถ้ามองแบบ long (ไม่รุ้ว่ายาวเท่าไหร่ค่ะ คงจะ 3-4-5 ปี)
ขนาดหุ้นไทยยังไม่กล้าเท่าไหร่ ช่วงนี้ เพราะว่าดูแล้ว มัน วังเวง ค่ะ แต่ 2 วันก็ไม่รู้ค่ะ เทคนิคคอลไม่เป็น พื้นฐานพอไปได้แต่ก็ ตัดสินใจไม่ดี ข้อเสียค่ะ พยายามแก้ไข แต่ไม่รุ้จะทันใครๆ หรือเปล่า

ขอบคุณค่ะ ที่มาชี้แนะ
ขอเป็นหนึ่งกำลังใจให้ค่ะ

สโรชา

Re: SOS III – รวมด้วยช่วยกันต่อ Jigsaw
เศรษฐกิจโลก เศรษฐกิจไทย และนัยต่อการลงทุน
   By อนิรุทธิ์ on 9/4/2009 4:23 PM
เย้ อ่านจบแล้ว รอบแรก เดี๋ยวค่อยต่อรอบสอง อยากอ่านให้เข้าใจจริงๆ ไม่อยากอ่านลวกๆ แต่ตอนนี้ ขอแวะมาเจ้าะแจ้ะบล็อคก่อน

*******ว่าด้วยเรื่องเศรษฐกิจโลก
คุณสโรชา “...แต่ถือว่าเป็นน้องๆเลยหรือเปล่า Great Depression เพราะว่าท่าทางจะยาวอยู่ ส่วนคิดว่า L แล้ว Lนี้มันลากยาวและมีแนวขึ้นหรือไม่ หรือเป็น ญี่ปุ่นไปค่ะ......”
คิดว่าคงไม่ต้องตอบแล้ว เพราะอ.กอบ ก็มาพูดได้ชัดแล้ว
“...คิด ว่าไม่น่าจะแย่เท่า Great Depression เพราะว่ารัฐบาลได้มีมาตรการต่างๆ ออกมาพอสมควรครับ แต่ว่าที่คนกลัวคือจะกลายเป็นซอมบี้คล้ายๆกับญี่ปุ่น...”
“...ตอนนี้ เศรษฐกิจโลกระยะสั้นๆ อาจจะดูดี ฟื้น แต่ระยะยาว คือ จะแข็งแรงหรือไม่ ดูยาก หรือว่าความจริงแล้ว ไม่แข็งแรงด้วยซ้ำไปครับ...”
ผมเพิ่งได้ตัวเลขมาอีกชุดหนึ่ง ก็น่าสนใจ อธิบายเรื่อง ขนาดของเศรษฐกิจการเงินโลก เทียบกับภาคเศรษฐกิจจริง และลักษณะสำคัญต่างๆ
ความจริงผมยังกังวลเรื่องที่เศรษฐกิจโลก อาจจะต้องควานหาจุดต่ำสุดอีกรอบ (ก็อาจเป็นได้) แต่เริ่มคิดถึงมันน้อยลง (ไม่ใช่ว่าจะไม่เชื่อ อ.กอบเอานะครับ แต่ความรู้ที่มีมา มันก็ยังทำให้เรามีบางเรื่องที่ยังไม่อุ่นใจ นอกจากได้หาทีมาที่ไป มาอธิบายมัน เมื่อนั้นคงจะเชื่อได้สนิทใจจริงๆ)
ก็คงต้องขออ่านตัวข้อมูลที่ได้มาใหม่ ซึ่งเป็นภาษาอังกฤษอีกแล้ว ก็คงต้องใช้เวลาสักพัก แล้วจะมาโพสต์
แต่ตอนนี้ ถ้าจะเอาคำตอบให้ได้ก่อน ผมว่าอย่างน้อย มันจะเป็นแบบญี่ปุ่นนั่นแหละ ซึมยาว (อย่างแย่ คือ มีทรุดลงไปอีกรอบ (แต่อาจจะทรุดไม่มาก))
(อีกนิดหนึ่ง อาจารย์กอบพูดตรงนี้ ได้เคลียร์มาก “...เพราะยังไงสินค้าที่เอเชียผลิต ก็ไปที่สหรัฐกับยุโรปเป็นสำคัญ ถ้าเขาฟื้นไม่ดี ก็ยากที่เราจะคึกคักได้....” อยากให้ทุกคนรู้ไว้ เพราะก็เป็นอีกข้อหนึ่ง ที่ดูเหมือนคนจะเข้าใจถ่องแท้น้อยมาก
คือภาคเศรษฐกิจจริงโลก ยังไงก็ต้องพึ่งพา สหรัฐ ยุโรป ญี่ปุ่น ในฐานะผู้บริโภคหลัก (แม้ว่าจะมีคนพูดว่า หลังๆ ความสำคัญของ อเมริกา ยุโรป ญี่ปุ่น เริ่มน้อยลงไป เพราะการกำเนิดขึ้นของประเทศเกิดใหม่ ต่างๆ เช่น จีน รัสซีย อะไรต่างๆ) เพราะที่สุด (ในช่วงที่ผ่านมา ) 3 ประเทศนี้ คือ ผู้บริโภคหลักในโลก ประเทศอื่นเป็นผู้ผลิต อาจจะมีคนแย้งว่า หลังๆ การส่งออกของไทย ไปอเมริกา ยุโรป น้อยลง ส่งไปจีน อาเซียน มากขึ้น
ไม่เถียงครับ แต่การส่งไปประเทศพวกนั้น บางทีก็ส่งชิ้นส่วนไปให้เขาประกอบและส่งต่อ , บางทีก็ไปใช้สิทธิด้านภาษี, ส่งวัตถุดิบ ไป พูดง่ายๆ ประเทศผู้บริโภคขั้นสุดท้ายคือ อเมริกา ยุโรป ญี่ปุ่น อยู่ดี ,และที่เคยพูดให้ฟังว่า คนอเมริกา และคนยุโรป เริ่มที่จะออมมากขึ้น ญี่ปุ่น หลังๆ ก็มีแต่คนแก่ เต็มประเทศ ส่วนทางฝากเอเซีย คนจีนก็ออมเก่ง ในใจก็เลยประมวล(แบบคร่าวๆ) ไว้ก่อนว่า เศรษฐกิจโลก จะไม่มีทางสดใสเหมือนเดิม ยุคใช้จ่ายฟุ่มเฟือย คงจะหมดไป
ยังไง ฝึกใช้เงินให้ประหยัด กันให้ได้ก่อน เป็นเรื่องดีครับ

*******ว่าด้วยเรื่อง Fund Flow

ผมยังไม่ค่อยแน่ใจนะ แต่ผมเริ่มรู้สึกระแวงว่า มหกรรมชิ่งออกจากสินทรัพย์เสี่ยงอาจจะกำลังเริ่มขึ้น
เพราะว่า Bond Yield อายุ 10 ปี เริ่มลดลงมาต่ำ(และในเวลาที่ค่อนข้างรวดเร็ว) ประกอบกับ Baltic Dry Index ก็หล่นลงมามาก และราคาทองก็พุ่งแรงมาก น้ำมันก็ร่วงลง แต่ดูค่าเงิน USD ยังไม่แข็งขึ้นมาก (เมื่อเทียบกับ Euro หรือเมื่อ Compare กับสกุลหลักๆทั่วโลก )
(แต่ก็มีช่วงก่อนหน้านั้นที่ Bond Yield ลงมามากในเดือนกรกฏาคมแต่ก็ขึ้นไปใหม่ได้ ก็เลยยังไม่กล้าสรุป)
เพราะถ้าเป็นการออกจากสินทรัพย์เสี่ยง ก็อาจจะเห็นมหกรรมรูดมหาราชในสินทรัพย์เสี่ยงทุกตัว (เหมือนที่มันเคยเป็นเมื่อเดือน 3 เดือน 4 ที่พร้อมใจกันขึ้น) คือจะเป็นสภาพ Bond Yield ร่วง (ราคาพันธบัตรสูง อัตราผลตอบแทนต่ำ) ,DOW JONES ร่วง ,น้ำมันลง,ค่าเงิน USD แข็ง (เพราะเข้าหาเงินสด),ทองสูง,หุ้น ตลาด Emerging Market ลง
อันนี้ผมพูดในระดับโลกนะครับ ถ้าเป็นแถบเอเซีย ก็ต้องดู Nikkei- Hangsheng –Shanghai อีก (ที่รวมๆเรียกว่าต่างชาติแถวเอเซีย)
และถ้าดูในประเทศ ก็คงต้องดูขาใหญ่ ขาเล็ก ขาหมู อะไรพวกนั้นอีก สถาบัน Prop Trade อะไรพวกนี้อีก
แต่ถ้าจับกระแสใหญ่ได้ แล้วค่อยๆมาดู กระแสภูมิภาค แล้วค่อยมาดู กระแสในประเทศ ก็จะบอกอะไรง่ายขึ้น
แต่ผมก็ยังไม่ค่อยแน่ใจ ต้องขอติดตามให้ละเอียดก่อน แล้วใจอยากจะอ่านเรื่อง Baltic Dry Index ให้ละเอียดด้วย เนื่องจากเที่ยวที่แล้วอ่านลวกๆไปหน่อย อยากอ่านแบบ completely understanding
เฮ้อ การบ้านชักเยอะแฮะ ใครภาษาอังกฤษดีๆ มาช่วยกันบ้างได้มั้ยเนี่ย ผมน่ะอ่านได้ แต่ช้า (แถมยังต้องเสียเวลามารองน้ำฝนอีก และ บางทีข้างบ้านยังมากวนใจอีก (ชักไม่ “จิ้ด” แล้ว)
อ้าว พยายามกันไป จะช้า จะตกรถ ก็ช่างมัน Try your best and felt enough
เคารพ
ลุงเฮ้าส์
ปล. การเชื่อถือนักวิเคราะห์มีความเสี่ยง (หรือเป็นผู้สังเกตุการณ์ หรืออะไรก็แล้วแต่ ที่ทำเหมือนๆกับผมนั่นแหล่ะ) ผู้อ่านควรใช้วิจารณญาน อย่าพยายามหาทางลัด ไม่ดีหรอก ผมยังศีกษามาตั้งหลายปีเลย ยุคนี้ มันต้องช้าแต่ชัวร์ เพราะเงินทองหายากจริงๆ
ปลล. เอ้า อย่าลืม สโลแกน รวมกันเราอยู่ แยกกันอยู่ ไป ทีละคน
ปลลล. (เฮ้อ 3 ปล.อีกแล้ว ) ความจรืง ที่คุณตอโต้งมาให้แนวนั้นน่ะ น่าสนใจมากๆ ยิ่งพูดเรื่อง เหตุการณ์ที่ผ่านมาใน 2 อาทิตย์ ซึ่งผมก็เอะใจหลายเรื่อง วานคุณตอโต้ง ว่างๆ ช่วยมาขยายความหน่อยก็ดีครับ

Re: SOS III – รวมด้วยช่วยกันต่อ Jigsaw
เศรษฐกิจโลก เศรษฐกิจไทย และนัยต่อการลงทุน
   By อนิรุทธิ์ on 9/4/2009 5:20 PM
เห็น ข่าวเรื่องทองคำไปวิ่งเล่นแถว 1000 ก็คิดถึงคุณตอโต้ง และเมื่อเช้าแวะเข้าไปอ่าน เรื่อง CBGA ของ World Gold Council (ช่วงนี้เริ่มสนุกกับการอ่าน Text ภาษาอังกฤษ) ก็เริ่มคิดว่า Update ข่าวนี้มาฝากคุณตอโต้งดีกว่า
- ข้อตกลง CBGA ต่อแล้วครับ ไปเมื่อวันที่ 7 สิงหาคม ที่ผ่านมา
- ลดปริมาณการขายลงให้เหลือแค่ 2000 ตัน (จาก 2500 ตัน)
- ชาติที่เซ็น เป็นชาติแถบยุโรป ทั้งหมด แต่ที่แปลกคือ อังกฤษไม่ยอมเซ็นครับ
(ในประวัติศาสตร์ ตอนที่ อเมริกา ต้องยกเลิก การผูกติดค่าเงินของตัวเองเข้ากับทองคำ ก็เพราะอังกฤษนี่แหละครับ ที่เอาดอลล์ที่ตัวเองถือไปแลกทอง จนอเมริกาต้องประกาศยกเลิกไว้ก่อน เพราะกลัวชาติอื่นๆแห่ตาม)
(แล้วปีนี้ ก็ที่เคยเล่าให้ฟัง
1.เนื่องจากอังกฤษ เป็นประเทศศูนย์กลางการเงินโลกแบบอเมริกาเหมือนกัน ผลของวิกฤติการเงินครั้งนี้สำหรับอังกฤษ จึงน้องๆ อเมริกาเลยทีเดียว
2. อังกฤษ ใช้มาตรการ Quantitative Easing ในปีนี้เยอะมาก และมาตรการนี้ ก็ถูกพูดกันว่า เป็นการพิมพ์ธนบัตร (อย่างน้อยก็ในสายตานักเศรษฐศาสตร์กลุ่มหนึ่ง) ซึ่งการพิมพ์ธนบัตรมากๆ อาจทำให้เกิดเงินเฟ้อ อังกฤษอาจจะเปลี่ยนมาขายทองคำได้
พิจารณาเอาเองนะครับ
เคารพ
ลุงเฮ้าส์

Re: SOS III – รวมด้วยช่วยกันต่อ Jigsaw
เศรษฐกิจโลก เศรษฐกิจไทย และนัยต่อการลงทุน
   By บีม on 9/4/2009 11:02 PM
อย่าสนปัจจัยพื้นฐานครับ เทคนิคคอล กราฟ แท่งเทียน คลื่น นับไปครับ
ไม่ยากครับ ด้วยเคารพ ที่ผ่านมา อาการมันฟ้อง ว่า โบรกมันโยนรับ ส่งเอง ครับ
จบ
ไม่ต้องดูว่า ฮ่องกง จีน ครับ ใครเขียวเราตามครับ ล่อเข้าไป ระวังครับ การลงทุน ผมลงทุนมานาน สัจธรรมที่ใช้ได้คือ ฝรั่งมาเราได้เงิน ฝรั่งไม่มา เราอด

ผมว่า ไปได้อีกนะ แต่ผมไม่เห็นครับ เพราะว่า มันโยนเอง รับเอง
ผมว่าใจเย็นเถอะ มันแค่นี้แหละ
แต่ศึกษาพื้นฐานก็ดีครับ จะได้เตรียมการรับมือ หมายถึง รับมือในเรื่อง หัดคิดเอง ไตร่ตรองเอง จะไดด้ไม่เชื่อ เขาว่าอย่างนั้น อย่างนี้ บางทีผมว่า blog นี้ก็มีสาระมากดีครับ ศึกษาไปครับ ดร กอบครับ ผมเข้ามาจะขอบคุณ เรื่องอธิบายเรื่องเงินเฟ้อ วันนี้ ให้เถียงกันไปตั้งนาน ขอบคุณครับ ได้ความรู้ ความเข้าใจ มากขึ้น คราวนี้ก็ไม่ต้องไปฟังว่าดอกเบี้้ยขึ้น ลง อย่างไง กำหนดเป็นโยบายมันก็คลายความวิตกไปเยอะ

บีม

Re: SOS III – รวมด้วยช่วยกันต่อ Jigsaw
เศรษฐกิจโลก เศรษฐกิจไทย และนัยต่อการลงทุน
   By อนิรุทธิ์ on 9/5/2009 6:18 AM
เรียนถามคุณบีม
*********ว่าด้วยเรื่องตลาดหุ้นไทย
ที่จริงเห็นคุณบีมเข้ามาโพสต์หลายครั้งแล้ว แล้วก็เสนอมุมมองที่น่าสนใจมาตั้งเยอะ แต่พอดีผมช่วงที่แล้วกำลังสนุกกับการตามเศรษฐกิจโลกอยู่ ก็เลยไม่ได้เข้าสู่หัวข้อที่คุณบีมนำเสนอนัก (อันนี้ต้องขอออกตัวก่อนว่า ตัวเองก็เป็นผู้ติดตามงานของดร.กอบเหมือนกัน แล้วเข้ามาโพสต์ในนี้ แล้วไปๆมาๆ ดันเหมือนจะกลายเป็น ผู้ดำเนินรายการบล็อค ไปแล้วก็ไม่รู้ แต่จุดมุ่งหมายคือ อยากให้รายย่อยมีที่รวมตัวกัน แลกเปลี่ยนข้อมูลซึ่งกันและกัน พัฒนาตัวเองให้เป็น ปลาเล็กประเภทปิรันย่ากันไว้ แล้วรู้สึกว่า ตัวเองต้อง นำการสนทนาบ้างเล็กน้อย ก็เลยถือวิสาสะเป็นผู้ดำเนินรายการไปก่อน (แต่ถ้าใครอยากทำหน้าที่แทนก็บอกนะครับ จะได้มีเวลาไปทำมาหากินเหมือนกัน )

เข้าเรื่องที่คุณบีมได้อุตส่าหเตือนมาก็หลายคราว แต่ผมขอสรุปรวบยอดให้ (ผิด ถูกยังไง ก็ด่าได้เลยนะครับ ไม่ว่ากัน เรื่องนี้ ผมติดนิสัยฝรั่งครับในการวิพากษ์วิจารณ์ (แต่นิสัยเรื่องอื่นๆ ผมก็ไม่เอานะครับ)
1. คุณบีม กล่าวว่า ต่างชาติเป็นผู้กำหนดหุ้นไทย (...ฝรั่งมาเราได้เงิน ฝรั่งไม่มา เราอด ...) อันนี้ผมเห็นด้วยเลยนะครับ เพราะถ้าใครไปดู Chart การขึ้นลงของดัชนีประเทศ Emerging แถว เอเซีย และตลาดหุ้นไทย จะเห็นได้ว่า ลอกมายังกะแกะ คือ ประเทศแถวนี้ขึ้น เราขึ้นตาม ลง เราลงตาม มีเล็กน้อยที่ ขึ้นลง ต่างจากชาวบ้านเขา คือ ขึ้น (หรือลง ) มากหรือน้อยกว่าชาวบ้านเขา แต่ไอ้ประเภท เขาขึ้น เราลง เขาลง เราขึ้น อันนี้น้อยมากครับ
และเท่าที่สังเกตุหรือฟังๆมา จากหลายท่าน ตลาดหุ้นไทย มักจะไปตาม Downjones, Hang Sheng, Shang Hai,Nikkei (ถ้าช่วงเย็น ยุโรปเปิด และมีนัยยะ ก็จะตามยุโรปกัน)
อันนี้ก็เลยเข้าเรื่อง ที่ว่าทำไมผมชอบตามเศรษฐกิจต่างประเทศ หรือ ในประเทศภาค Macro บอกตามตรงครับไม่เคยตามปัจจัยพื้นฐานแต่ละบริษัทเลย (ถ้าเป็นราย Sector ยังคิดอาจจะทำ) เรื่องอ่านงบการเงินอะไรก็พอรู้อยู่ แต่ไม่คิดจะทำ
ชอบตามเศรษฐกิจต่างประเทศ โดยเฉพาะเศรษฐกิจโลก เพราะนี่คือ Trend ใหญ่ที่สุด แล้วตลาดหุ้น ทั่วโลกก็มักจะไปตาม (FED ขึ้นลงดอกเบี้ย ก็ส่งผลต่อตลาดหุ้น , statement ของประธานธนาคารกลาง ก็พาหุ้น โลกเปลี่ยนแปลงได้) ของไทยก็มักจะไปตาม (มีบ้างที่หลุดจาก Dowjones แต่ก็จะไปตาม Hang Sheng , Nikkei, Shanghai (ยกเว้น ช่วง 2 อาทิตย์นี้ ที่หลุดจากทุกตัว เดี๋ยวจะพูดอีกทีข้างล่าง)
ยิ่งช่วงเกิดปัญหา Subprime ยิ่งชัด เพราะพอฝรั่งขนเงินกลับประเทศ (เอาเงินสดไปกองรอที่ US ) หุ้นร่วงทั้งภูมิภาค และช่วงเดือน 3 เดือน 4 ปีนี้ เมื่อ กระแสเข้าหาสินทรัพย์เสี่ยง เริ่มกลับเข้ามา หุ้นตั้งหน้าตั้งตาขึ้น เป็นที่สนุกสนาน
ก็เลยเลือกตามเศรษฐกิจโลก และ Fund Flow ดีกว่า เพราะถ้าช่วงไหนหุ้นขึ้น ก็ไปที่หุ้น ทองขึ้น ก็ไปที่ทอง (สักพัก อาจจะไปศึกษา Option) เผื่อเวลาตลาดขาลง จะได้มีที่ให้ Trade ยืดเส้นยืดสายบ้าง )
คือ ถ้าตามเศรษฐกิจโลก และ Fund Flow ออก ก็จะพอบอกได้ว่า หุ้น 2-3 เดือนข้างหน้าเป็นอย่างไร (ขาขึ้นหรือขาลง) ขาขึ้นก็เข้า เพราะตลาดขาขึ้น จับตัวอะไรก็กำไรครับ (ตลาดหุ้นไทยขนาดเท่า Microsoft บริษัทเดียว ฝรั่งเขวี้ยงเงินเข้ามา หุ้นก็ไปโลดแล้วครับ แล้วนิสัยฝรั่งมันไม่ได้เลือกหุ้นหรอก อะไรมันก็ซื้อ (อาจจะยกเว้นพวกหุ้นปั่นบ้าง) แล้วในช่วง 1-2 เดือนข้างหน้า ตลาดทุนโลก “น่าจะ” พอไปได้อยู่ (อันนี้ต้องขอขยายความอีกที เพราะดูไปแล้ว มันไปขัดกับ ที่ผมพูดไว้ด้านบน เรื่อง Fund Flow อาจจะกลับไปที่ พวก Safe Heaven) และน่าจะพอเล่นรอบได้อีกสักพัก (3-4 รอบ)
ถึงเลือกที่จะดูเศรษฐกิจต่างประเทศ เพราะอยากจะเข้าใจ Fund flow จะได้ พอมอง”ภาพใหญ่”ของตลาดหุ้นไทยออกบ้าง
(ของแถมก็คือ ได้ Fundamental เศรษฐกิจโลก ซึ่งภาคเศรษฐกิจจริงของไทย ใช้ประโยชน์ตรงนี้ได้มาก เพราะภาคเศรษฐกิจจริงไทยอิงการใช้จ่ายต่างประเทศมากครับ)
2.แล้วทีนี้ ถ้ามองภาพรวมโลกออก ก็ค่อยมอง ภาพรวมภูมิภาค ภาพรวมแถวอาเซียน ก็จะพอบอกตลาดหุ้นไทยได้ แต่ 2 อาทิตย์ที่ผ่านมานี้ รู้สึกแปลกใจ (แล้วตัวเองก็ไม่ได้ตามละเอียดมาก เพราะหน้าที่ปู่โสมเฝ้าบล็อคก็แทบจะไม่เหลือเวลาไว้ทำอะไรแล้ว แต่ไม่เป็นไร “เพื่อรายย่อย”)
คือรู้สึกว่า 2 อาทิตย์นี้ ตลาดหุ้นไทย ไม่ตามใครทั้งสิ้น (ทั้ง Dowjones, Hangsheng, Nikkei, Shanghai )
เป็นตัวของตัวเองมาก แต่ไม่รู้เพราะอะไร (ปัจจัยในประเทศมีอะไรโดดเด่นมั้ย (ถ้าไม่นับเรื่องการเมือง) เพราะผมไม่ได้ตามข่าวในประเทศอยู่หลายวันเหมือนกัน) หรือจะเป็น อย่างที่ คุณบืมบอกมาครับ โบรกเกอร์ โยนรับส่งเอง
(รู้สึกว่าจะเรียกว่า Propietary Trading ใช่ไหมครับ (คุณกล้วยบวชชี เคยอธิบายไว้ว่า “เรียกว่า Proprietary trading ค่ะ ... เขารวมอยู่ในประเภทนักลงทุนสถาบันในประเทศ เท่าที่ทราบนะค่ะ จะมีการซื้อๆขายๆ แบบสั้นค่ะ แต่ ในต่างประเทศ proprietary portfolio มีเยอะมากค่ะ และมีสัดส่วนที่สูง แต่การลงทุนนั้นจะต่างจาก Broker ไทย ของลัก