Profile |
|
 |
Photo |
|
 |
Blog Link |
|
|
 |
|
Location: Blogs Chalermporn |
|
| Posted by: chalermporn |
9/30/2009 2:07 PM |
อัพบล็อกแล้วครับ ถึงแม้ว่ารถแท็กซี่บ้านเราจะมีมากมายจนเกินไป แต่ในเวลาเร่งด่วนบางครั้ง รถแท็กซี่ก็ยังหายากนะครับ ไม่นับบรรดารถแท็กซี่ที่ไม่ยอมรับผู้โดยสารอีก ไม่รู้เหมือนกันว่าจะออกมาวิ่งทำไม
ในเวลาที่แท็กซี่หายากมาก ๆ บางที เราก็เห็นพฤติกรรม “ดักหน้า” กันขึ้นครับ เช่นคนหนึ่งยืนรอรถแท็กซี่อยู่หน้าห้างสรรพสินค้า ซึ่งจัดที่สำหรับรอรถไว้ คนบางคนที่อยากขึ้นรถก่อนก็มักจะเดินย้อนไปยืนก่อนถึง เพื่อโบกรถให้ได้ก่อน แน่นอน เป็นพฤติกรรมที่ไม่น่ารักเอาซะเลย แต่ในเมื่อมีคนหนึ่งทำ คนอื่น ๆ หากไม่อยากเสียประโยชน์ ก็อาจจะต้องเดินย้อนไปให้ไกลกว่าเขา เพื่อไปดักหน้าเขาอีกทอดหนึ่ง ไป ๆ มา ๆ สองคนนี้ ก็ดักหน้ากันไป ดักหน้ากันมา จนเดินย้อนไปไกลโข เพราะอยากเป็นคนที่ได้ขึ้นรถก่อน เผลอ ๆ ได้ทะเลาะกัน แทนที่จะได้ขึ้นรถ และถ้าทุกคน พยายามที่จะดักหน้า คนที่รอรถแท็กซี่ที่ป้ายตามกติกา อาจจะไม่ได้ขึ้นรถเสียที และเป็นคนรอนานที่สุด
การลงทุนทุกวันนี้ ก็เหมือนกันครับ ไม่กี่ปีก่อน เรามักจะบอกว่า ตลาดหุ้นจะเคลื่อนไหวตามการคาดการณ์ของสภาวะเศรษฐกิจและธุรกิจในอีก 3-6 เดือนข้างหน้า นั่นก็หมายความว่า ณ เวลานี้ นักลงทุนที่อยากจะชนะคนอื่นและชนะตลาด ก็ต้องพยายามไปลงทุนดักหน้าตลาดไว้ เพื่อรอให้เศรษฐกิจที่แท้จริง หรือราคาหุ้น ขยับขึ้นตามมา ถ้าไม่รู้จักดักหน้าไว้ รอเหตุการณ์เกิดขึ้นแล้วค่อยลงทุน โอกาสที่จะไม่ได้ขึ้นแท็กซี่ก็มีมาก เผลอ ๆ ยืนรอจนขาแข็ง ก็ไม่ถึงโอกาสของเราเสียที
แต่การลงทุนแบบดักหน้านี้ ไม่ได้เป็นการเสียมารยาทเหมือนไปตัดหน้าโบกแท็กซี่แต่อย่างใด เพราะผู้ที่ลงทุนด้วยการดักหน้า ก็ต้องเป็นผู้รับความเสี่ยงไว้เอง ในกรณีที่คาดการณ์ผิด
ที่น่าสนใจคือ ทุกวันนี้ วัฒนธรรมการดักหน้า ยิ่งมายิ่งอาการหนักครับ เพราะแต่ละคน พยายามมองอะไรให้ไกลขึ้นเรื่อย ๆ เหมือนกันความพยายามเดินย้อนกลับไป เพื่อดักรอโบกรถให้ได้ก่อน เนื่องจากไม่มีใครอยากจะยืนหลังใคร เราจึงเห็นการพยายามคาดการณ์อะไรที่ไกลออกไปทุกที ๆ จนทุกวันนี้ นักวิเคราะห์ก็เริ่มยอมรับกันแล้วว่า ดัชนีหุ้นไทย ไปไกลกว่าปัจจัยพื้นฐาน ร่วม 9 เดือนหรืออาจจะเป็นปีแล้วก็เป็นได้ ยิ่งด้วยอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำ ต้นทุนการถือครองก็ลดลง ทำให้คนรู้สึกว่า 9 เดือนหรือ 1 ปีของการรอคอย น่าจะดีกว่าการปล่อยเงินค้างไว้โดยไม่ได้รับดอกผล
แต่อนาคตก็คืออนาคต แม้แต่วันพรุ่งนี้ เรายังไม่สามารถคาดการณ์อะไรที่แน่นอนได้ ประสาอะไรกับการพยายามไปคาดการณ์สิ่งที่อยู่ออกไปไกลเรื่อย ๆ ตัวแปรต่าง ๆ ยิ่งเปลี่ยนแปลงจนเกินกำลังมนุษย์ธรรมดาจะคาดเดาได้ แต่นักลงทุนจำนวนมาก ก็ยังยอมรับระดับราคาที่ไปไกลกว่าพื้นฐานเป็นปีได้ ซึ่งแม้ระดับผลตอบแทนที่คาดหวังจะสูง แต่ก็อาจไม่สูงเท่าระดับความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นก็เป็นได้
ต้องระวังนะครับ เพราะการพยายามเดินดักหน้าเพื่อโบกรถแท็กซี่ นอกจากจะใช้แรงเราเดินแล้ว ยังทำให้ค่าแท็กซี่แพงขึ้น ใช้เวลาในแท็กซี่มากขึ้นอีกต่างหาก เพราะเราเดินย้อนเป้าหมาย และที่สำคัญ หากมัวแต่คิดจะโบกรถให้ได้ก่อนคนอื่นเท่านั้น เราอาจจะต้องเดินย้อนกลับไปมากจนไม่รู้ตัว จนสุดท้าย คนที่ยืนรออย่างสงบ อาจถึงที่หมายก่อนเรา โดยไม่ต้องเหนื่อยนักก็เป็นได้
|
|
Comments (7)
Add Comment
|
Re: การลงทุนแบบดักหน้า |
By set_weerada on
9/30/2009 4:23 PM |
| แล้วทำไมถึงว่า การลงทุนมีการดักหน้า ด้วยเหรอคะ หนูไม่เคยเห็นข้อความนี้มาก่อนเลย ส่วนที่เรื่องรถแท็กซี่ เปรียบเทียบกับการลงทุนยังไงดีคะ คุณเฉิลมพร |
|
|
Re: การลงทุนแบบดักหน้า |
By บอย on
9/30/2009 5:26 PM |
คงไม่ใช่การอ้างอิงหรือเปรียบเทียบอะไรที่เป็นหลักเป็นเกณฑ์ตามวิชาการมากนักหรอกครับน้องวีรดาคนเก่ง พี่แค่รู้สึกและตั้งข้อสังเกตุว่า ณ เวลานี้ คนเราทุกคน พยายามที่จะเอาชนะกันตลอดเวลา และเมื่อทุกคนคิดเช่นนั้น ก็พยายามแข่งกัน ซึ่งการแข่งที่ว่า ก็เพิ่มความเสี่ยงมากขึ้นทุกที แต่บางที เราอาจจะลืมคิดถึงมันไป จนนึกเอาเองว่า ความเสี่ยงระดับที่เพิ่มขึ้นมาเรื่อย ๆ นั้น เป็นความเสี่ยงระดับปกติ ที่หากต้องการจะชนะในเกมการลงทุน ก็ต้องยอมรับมันไป
การดักหน้าที่ว่า ก็แค่การพยายามไปซื้อหุ้นโดยคาดหวังผลที่ไกลออกไปเรื่อย ๆ น่ะครับ
สรุปง่าย ๆ ครับ คือพี่แค่รู้สึกว่า ทุกวันนี้ คนที่ลงทุนในตลาดหุ้น พยายามไปกะเกณฑ์อนาคตเอาไว้ ไกลจนเกินไป แต่ถ้ามองให้ใกล้หน่อย โอกาสทำกำไร มันก็คงไม่ค่อยเหลือแล้ว ก็แล้วแต่จะเลือกว่าจะยอมรับความเสี่ยงที่มากขึ้น ในอัตราที่เพิ่มเร็วกว่าผลตอบแทนได้หรือไม่น่ะครับ |
|
|
Re: การลงทุนแบบดักหน้า |
By ตู่ on
10/5/2009 9:03 PM |
เป็นความสนุกในความเสี่ยงของการลงทุนค่ะ แต่ไม่ใช่เพราะความโลภเกินนะคะ ไม่ได้มีหุ้นให้เล่นนะคะคุณบอย ยังไม่สนใจในเรื่องนี้พอค่ะ แค่ค่อนข้างชอบอะไรที่เสี่ยงน้อย ไม่ค่อยชอบลุ้นสีเขียวสีแดงเท่าไหร่นัก เวลาขึ้นหรือลง ชวนเครียดไปค่ะ ความดันขึ้นลงมากไปไม่ดี แต่การดักหน้า ก็น่าจะเป็นอะไรที่คล้ายกะการเก็งกำไร อย่างการลงทุนจับสินค้าซักชิ้น คงต้องมีการหาข้อมูลให้ดีหลายด้าน คิดว่าหากไม่เป็นไปตามคาดก็เจ็บตัวน้อยสุดในระดับที่รับได้มั้งค่ะ ถึงได้ลงเงินและเวลาไป ถ้าเป็นไปตามคาดก็ดีนะคะ คงเป็นการพัฒนาของตลาดทุนนิยมมั้งค่ะ มีกลไกที่ซับซ้อนขึ้น แข่งขันกันสูง ยากจะคาดการณ์ได้แปรผันได้ตลอด ทำอะไรตามคนอื่นมากไปแบบไม่ยั้งคิดถึงส่วนเสีย ไม่มีสติ คิดแต่กำไรไป ฝันค้างกันไปก็เยอะค่ะ ไม่คุ้มๆ
บางทีคิดคล้ายกะคุณบอยนะคะ ช้อนซื้อไว้เก็บ ทำกำไรมากๆจะคุ้มมั้ยกับเวลา เสี่ยงกับราคาทุนที่มีโอกาสต่ำได้อีกจากเหตุอะไรก็ตาม เสียดายทีหลังที่ซื้อไว้เร็วไป หรือเก็บไว้ไอ้ที่คาดว่าจะได้ผลตอบแทนที่คิดว่าจะคุ้มค่าก็ไม่เป็นไปตามคาด อะไรก็เป็นไปได้ค่ะ เหนื่อย..เลยคิดว่าเอาพอประมาณ พออยู่ได้ดีกว่า เอาที่จะได้ในระยะที่คิดและคาดได้แม่นๆ เห็นกำไรชัดๆไปต่อทุนได้ทันทีดีกว่า อันนี้คิดในแง่เด็กๆนะคะ ไม่ค่อยมีความรู้มากมายในเรื่องเศรษฐกิจในระดับสูง ไม่รู้วงการหุ้นจะเป็นยังไงในระดับเงินหลายหลัก คงจะรอบคอบ ละเอียดในวิธีคิดมากๆเลยนะคะคุณบอย
ดูแลสุขภาพด้วยนะคะคุณบอยเห็นทำงานเยอะ บางวันเห็นหน้าหลายรอบแทนพิธีกรท่านอื่นที่ติดธุระ |
|
|
Re: การลงทุนแบบดักหน้า |
By VIP on
10/9/2009 10:49 PM |
| อัพบล็อคแล้ว ทำไมไม่มาอัพเดทบล็อคล่ะครับ(นานมากแล้ว) |
|
|
Re: การลงทุนแบบดักหน้า |
By MAY on
10/12/2009 2:22 PM |
แล้วจะมาอ่านอีกค่ะ ขอบคุณค่ะ |
|
|
Re: การลงทุนแบบดักหน้า |
By บอย on
10/14/2009 11:31 AM |
ขอบคุณที่เป็นห่วงครับ
ต่อจากนี้ ว่าจะเอาเรื่องที่เขียนลงนิตยสารมาลงบ้าง โดยเฉพาะเรื่องวิจารณ์หนังสือต่าง ๆ ที่อ่านมา |
|
|
Re: การลงทุนแบบดักหน้า |
By อยู่บนดอย คอยตะวัน on
10/20/2009 9:30 PM |
เพิ่งจะผ่านมา เลยขออนุญาตแวะเวียนเข้ามาอ่าน ขอชื่นชมว่าลึกซึ้ง เฉียบคม และบรรเจิดจริง ๆ
ขอขอบคุณที่นำบทความดี ๆ มาปลอบประโลมโน้มน้าวจิตใจมวลหมู่สมาชิก แล้วจะแวะเวียนเข้ามาบ่อย ๆ ครับ |
|
|
Blog Archive |
|
 |
Web Link |
|
 |
|